jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทสตารบัคส์ - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทสตารบัคส์

ปัจจุบันเรามีมุมมองใหม่อย่างหนึ่งของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท เพื่อที่จะสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจคือ บรรทัดสุดท้ายสามบรรทัด (Triple Bottom Line) จอห์น เอลคิงตัน ได้สร้างถ้อยคำนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1994  เพื่อที่จะเสนอแนะว่าผู้บริหารควรจะวัดผลการดำเนินงานของบริษัทภายในสามด้านคือ 1 กำไร 2 บุคคล – ความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท 3 โลก – ความรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมของบริษัท ที่จริงแล้ว TBL เป็นกรอบข่ายทางการบัญชีธุรกิจอย่างหนึ่ง ภายใต้การบัญชีดั้งเดิม บรรทัดสุดท้ายหมายถึงกำไรหรือ  ขาดทุน ภายในงบกำไรและขาดทุนของบริษัท แต่เมื่อ 50 กว่าปีที่ผ่านมา นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยุติธรรมทางสังคม ได้เรียกร้องให้บริษัทมีความรับผิดชอบทางสังคมมากขึ้น  ดังนั้น TBL ได้เพิ่มบรรทัดสุดท้ายเข้ามา
สองบรรทัดคือ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  บรรทัดสุดท้ายสามบรรทัดนี้ได้กลายเป็นความสำคัญทามขึ้นต่อธุรกิจปัจจุบันนี้  จุดมุ่งของ TBS อยู่ที่ความยั่งยืนของธุรกิจ
  สตาร์บัคส์ เป็นบริษัทที่ไปไกลที่สุดของการทำให้เป็นตัวตน และความเข้าใจความสำคัญของความยั่งยืนต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจ  และการทำกำไรของบริษัท  การมองเห็นการเชื่อมโยงระหว่างการเป็นอยู่ที่ดีของธุรกิจและการเป็นอยู่ที่ดีของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และการเชื่อมโยงระหว่างการเป็นอยู่ที่ดีของธุรกิจและการเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน  ตัวอย่างที่ดีของสตาร์บัคส์  มีตั้งแต่กาแฟไปถึงดนตรี ไปถึงถ้วยกาแฟและกระดาษเข็ดปากที่เป็นมิตรทางสภาพแวดล้อม  ความยั่งยืนได้แผ่ซ่านไปทั่ว
สตาร์บัคส์ ความยั่งยืนเป็นมูลค่าเพิ่มแก่สตาร์บัคส์   ลูกค้าแสวงหาสตาร์บัคส์ เพื่อสิทธิพิเศษ ยืนรอคอยและจ่ายเงิน  3  เหรียญ
เพื่อเครื่องดื่มลาเต้   ทำไมไม่ทำกาแฟที่บ้าน เมื่อเราต้องขับรถยนต์ 5 ไมล์ เพื่อประสบการณ์กับสตาร์บัคส์

สตารบัคส์ ได้เรียงลำดับความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัทไว้สูงสุด บริษัทได้พยายามคืนกลับแก่ชุมชนที่ได้ดำเนินธุรกิจอยู่ ด้วยการสนับสนุนโรงเรียนท้องที่ และการรักษาสิ่งแวดล้อม การริเริ่มความรับผิดชอบทางสังคมอย่าวหนึ่งของสตาร์บัคส์คือ การให้รางวัลแก่ผู้ปลูกกาแฟที่ได้รักษาสิ่งแวดล้อม      บริษัทได้เรียกการปฏิบัตินี้ว่าการจัดหาอย่างยั่งยืน ผู้บริหารบริษัทเชื่อว่าการจัดหาอย่างยั่งยินเป็นหลักการที่สำคัญของกลยุทธ์การเจริญเติบโตทั่วโลก    การช่วยสร้างตราสินค้าสินค้าสตาร์บัคส์  การริเริ่มความรับผิดชอบทางสังคมแก่ผู้ปลูกกาแฟ เป็นวิถีทางอย่างหนึ่งที่สตาร์บัคส์ตอบสนองต่อข้อวิจารณ์จากขบวนการ “การค้าที่ยุติธรรม” เพื่อที่จะสนับสนุนการให้รายได้ที่เป็นธรรมแก่เกษตรกรภายในประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากข้อกล่าวหาสตาร์บัคส์จากการให้รายได้ที่ต่ำแก่ผู้ปลูกกาแฟ สตาร์บัคส์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
สตาร์บัคส์มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่ดีต่อความรับผิดชอบทางสังคม  ภายใต้อัตราการเจริญเติบโตของบริษัท 20% ต่อปี บริษัทต้องการความมั่นใจว่าอุปทานในอนาคตของเมล็ดกาแฟต้องคาดคะเนได้และไว้วางใจได้แก่ลูกค้า ถ้าอุปทานเมล็ดกาแฟของสตาร์บัคส์ได้ถูกทำลายลงไป การเจริญเติบโตและคุณภาพกาแฟของบริษัทจะเผชิญกับความเสี่ยงภัยสูง เพื่อการป้องกันอุปทานเมล็ดกาแฟ สตาร์บัคส์เชื่อว่าการเลี้ยงดูหุ้นส่วนผู้ปลูกกาแฟมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
  ณ เวลาเดียวกันเพื่อที่จะป้องกันตราสินค้าสตาร์บัคส์ไว้ด้วย บริษัทต้องแน่ใจว่าผูู้ปลูกกาแฟได้ร่วมความผูกพันต่อการรักษาคุณภาพของกาแฟสตาร์บัคส์  ดังนั้นบริษัทได้มีโครงการดึงดูดและให้รางวัลแก่ผู้ปลูกกาแฟที่ผูกพันต่อความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทเชื่อว่าผู้ปลูกกาแฟที่ดูแลคนงานและที่ดินอย่างดีที่สุด  ย่อมจะเป็นซัพพลายเออร์ที่มีประสิทธิภาพและรับผิดชอบมากที่สุด – หุ้นส่วนที่สตาร์บัคส์ต้องการมากที่สุด
  ผู้ปลูกกาแฟที่กลายเป็นซัพพลายเออร์ของสตาร์บัคส์ต้องสมัครเข้าโครงการของบริษัท ผู้ตรวจสอบจะประเมินผู้สมัครด้วยเครื่องวัด 20 ตัว เพื่อที่จะพิจารณาว่าผผู้ปลูกกาแฟ ยึดมั่นกับการรักษาสิ่งแวดล้อม(วิธีการรักษาดินที่หายากปลูกกาแฟคุณภาพสูง) และความรับผิดชอบทางสังคมยั่งยืนแค่ไหน การลดความเสี่ยงภัยที่ซัพพลายเออร์จะทำผิดกฏหมาย
 ซัพพลายเออร์ที่ถูกยอมรับเข้าโครงการต้องได้คะแนนตามเกณฑ์ของสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ผู้ปลูกกาแฟยิ่งได้คะแนนสูงเท่าไร สตาร์บัคส์ยิ่งให้รายได้แก่พวกเขาสูงขึ้นเท่านั้น ผู้ปลูกกาแฟจะได้รับเงินเพิ่มขึ้น 5% จากเมล็ดกาแฟแต่ละปอนด์ที่ขาย  พวกเขาได้รับสัญญาระะยะยาว เพื่อที่จะลดความเสี่ยงภัยทางตลาด และได้รับสินเชื่อที่จะลงทุนส่งเสริมความยั่งยืนด้วย สตาร์บัคส์มีเป้าหมายระยะยาว   60%  ของกาแฟต้องได้มาจากผู้ปลูกกาแฟเหล่านี้

การรักษาสิ่งแวดล้อมของสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ เป็นตัวอย่างที่ดีของความรับผิดชอบทางสังคมของบริษัท สตาร์บัคส์ได้ใช้ถ้วยกระดาษและที่สวมแก้วกระดาษด้วยใช้กระดาษรีไซเคิลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของสตาร์บัคส์  และสนับสนุนลูกค้าให้ใช้แก้วส่วนตัวด้วยการลดราคา 10 บาท      นอกจากนี้สตาร์บัคส์ยังได้มีโครงการชื่อ Grounds For Your Garden ด้วยการให้ถุงกากกาแฟฟรีแก่ลูกค้าที่จะใช้เป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ด้วย

สตาร์บัคส์เชื่อว่าหัวใจของความสำเร็จของบริษัทคือพนักงาน  ของสตาร์บัคส์  พวกเขาจะถูกเรียกด้วยคำว่าหุ้นส่วนทุกคน  พนักงานมีทัศนคติและความสามารถของการทักทาย  และการบริการลูกค้าได้อย่างดีที่สุด  การให้คุณค่าและการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างดีจะเป็นวัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งของสตาร์บัคส์  ผู้บริหารทรัพยากรมนุษย์ของสตาร์บัคส์ได้กล่าวว่า  บริษัทต้องสร้างสภาพแสดล้อมการทำงานที่ดี และปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเคารพและการยกย่อง สตาร์บัคส์เชื่อว่าการบรรลุความสำเร็จทางการเงินจะเกิดขึ้นจากวิธีการทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่วิธีการอย่างอื่นเลย พนักงาน
สตาร์บัคส์ได้เงินเดือนที่สูงกว่าระดับปรกติ  ค่ารักษาพยาบาลที่ดี การลาป่วยที่มีรายได้อยู่  การได้โบนัส และความเป็นเจ้าของหุ้น การดูแลสุขภาพอย่างกว้างขวางแก่พนักงานที่มีทั้งการเจ็บป่วย การทำฟัน การดูแลสายตา การพักผ่อน เงินค่าเล่าเรียน และกาแฟหนึ่งปอนด์ฟรีทุกสัปดาห์ สตาร์บัคส์ได้ทำให้พนักงานกลายเป็นหุ้นส่วน ด้วยการให้สิทธิการซื้อขายหุ้น เรียกว่า “Bean Stock Plan”  สิทธิการซื้อขายหุ้นทำให้พนักงานทำงานด้วยวิถีทางที่เพิ่มรายได้และกำไรแก่สตาร์บัคส์ พนักงานจะค้นหาวิถีทางใหม่อยู่เสมอ เพื่อที่จะลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ พนักงานสามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิการซี้อขายหุ้นเป็นเงินสดได้ภายหลังรักษาไว้ครบห้าปี
สตาร์บัคส์ได้ถูกยกย่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีทางการมองกาแฟของชาวอเมริกัน
ก่อนหน้านี้ชาวอเมริกันพยายามซื้อเมล็ดกาแฟราคาถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ กาแฟบรรจุกระป๋องส่วนใหญ่บนชั้นของซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำที่มีคาเฟอินสูง
ชาวเยอรมัน ชาวอิตาลี และชาวญี่ปุ่นซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงคืออาราบีก้า
ตามมุมมองของสตาร์บัคส์แล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ตคือความท้าทายทางการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ของตลาดกาแฟ ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ เช่น เนสท์เล่ คราฟท์ เจ็นเนอรัล ฟูดส์ และพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล กำลังขายกาแฟพรีเมี่ยม ณ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและทดแทนกาแฟสตาร์บัคส์ได้ แต่ยักษ์ใหญ่สามรายยอมรับว่ากาแฟสตาร์บัคจะกระต่อทบต่อยอดขายของพวกเขา  ผู้ยิ่งใหญ่สามรายจะมุ่งที่การสร้างตราสินค้ามากกว่าการสร้างกาแฟที่ดี
โฮวาร์ด ชูลท์ ผู้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ได้กล่าวว่า เราสร้างตราสินค้าแก่พนักงานของเราก่อนไม่ใช่ลูกค้าของเรา เนื่องจากเราเชื่อว่าวิถีทางที่ดีที่สุด เพื่อที่จะตอบสนองและเลยพ้นความคาดหวังของลูกค้าของเราได้คือ การว่าจ้างและการฝึกอบรมบุคคล เราลงทุนกับพนักงาน
การว่าจ้างพนักงานเป็นศิลปไม่ใช่วิทยาศาสตร์ และประวัติไม่สามารถบอกเราได้ว่าบุคคลบางคนสอดคล้องกับวัฒนธรรมของสตาร์บัคส์หรือไม่
  บริษัทสามารถเจริญเติบโตใหญ่ขึ้นได้โดยไม่สูญเสียความลุ่มหลงและบุคลิกภาพที่สร้างบริษัทขึ้นมา ถ้าตราบใดที่บริษัทยังถูกขับเคลื่อนด้วยค่านิยม และบุคคล ไม่ใช่กำไร

โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวแก่ซีเอ็นเอ็นว่า เราสามารถมองเห็นอนาคตที่ร้านกาแฟลูกโซ่ภายในอเมริกาได้กลายเป็นร้านค้าปลีกที่ไร้เงินสด แตเทคโนโลยีต้องไม่ทดแทน   “ความเป็นมนุษย์” ภายในการปฎิบัติต่อลูกค้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต้องไม่ขัดขวางความสัมสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและบาริสต้า เราคือบริษัทบุคคล ผมมองไม่เห็นวันที่ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์กำลังเข้ามาทดแทน
ความเป็นมนุษย์ของสตาร์บัคส์เลย ทุนตราสินค้าอยู่บนรากฐานอยู่ที่ความใกล้ชิดระหว่างลูกค้าและบุคคลของเรา  นั่นคือทำไมเราต้องลงทุนอย่างมากกับบุคคลของ
เรา
  ภายใต้ความยุ่งยากของสภาพแวดล้อมการค้าปลีกแบบตึกรามบ้านช่อง ถ้าเราไม่ได้ให้บุคคลของเรามาก่อน และลงทุนภายในบุคคลของเราแล้ว  เราไม่สามารถสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้า เพื่อที่จะดึงดูดและมีลูกค้าที่จงรักภักดี

โฮวาร์ด ชูลท์ ได้ซื้อสตาร์บัคส์เมื่อ ค.ศ 1987  เนื่องจากเขาได้รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่  ไม่ได้มีสถานที่เพื่อการดื่มกาแฟอย่างสบายและสงบ การมองเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่จะตอบความต้องการของลูกค้า เขาได้ว่าจ้างทีมผู้บริหารที่เชี่ยวชาญสร้างร้านกาแฟระดับโลก ด้วยเมล็ดกาแฟพรีเมียม และสรรหาผู้เชี่ยวชาญระบบข้อมูลการบริหารจากแมคโดนัลด์ออกแบบระบบจุดขาย เพื่อที่จะติดตามการซื้อกาแฟของลูกค้า ณ ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ทุกแห่ง
  ร้านกาแฟสตาร์บัคส์แห่งแรกได้ถูกเปิดขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1971 ณ ซีแอตเติ้ล วอชิงตัน โดย เจอร์รี่ย์ บอลวิน ขายเมล็ดกาแฟและเครื่องต้มกาแฟเท่านั้น  ภายหลังประมาณสิบปีโฮวาร์ด ชูลท์ ได้ถูกว่าจ้างเข้ามาทำงาน และได้พยามยามชักจูงให้ขายเครื่องดื่มกาแฟด้วย แต่ไม่บรรลุความสำเร็จ ดังนั้นเขาได้ลาออก และเปิดร้ากาแฟของเขาเองขึ้นมาชื่อ จิล จิออร์เนล และได้เปลี่ยนชื่อเป็นสตาร์บัคส์ ภายหลังจากที่เจอร์รี่ย์ บอลวิน ได้ขายสตาร์บัคส์แก่โฮวาร์ด ชูลท์ ในที่สุด

โอวาร์ด ชูลท์ได้ก่อตั้งสตาร์บัคส์ขึ้นมาจากวิสัยทัศน์ที่เขาได้เดินทางไปมิลาน อิตาลี เมืองแห่งเครื่องดื่มเอสเพรสโซ  เขาได้มองเห็นชาวอิตาลีนั่งดื่มกาแฟและพูดคุยกันตามร้านกาแฟบนทุกถนน เหมือนกับเป็นจุดศูนย์รวมของชาวอิตาลี เขาได้เกิดความคิดที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมกาแฟของชาวอิตาลีมายังอเมริกา ดังนั้นโฮวาร์ด ชูลท์มองว่าสตาร์บัคส์ควรจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
ประจำวันของชาวอเมริกันด้วย  ชื่อสตาร์บัคส์ไดัมาจากชื่อ
ตัวละครคนหนึ่งของนวนิยายล่าปลาวาฬคลาสสิคชื่อ Moby Dick ผู้เขียนชื่อ เฮอร์แมน เมอร์วิลล์ สัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์จะเป็นนางเงือกที่มีสองหาง ชื่อเทพธิดาไซเรน จากนวนินายปรัมปราการผจญภัยของเรือเดินทะเล
สตาร์บัคส์ได้เปลี่ยนแปลงสัญลักษณ์ของบริษัทหลายครั้ง การออกแบบเริ่มแรกจะเป็นนางเงือกเปลือยอก ต่อมาได้กลายเป็นนางเงือกที่มีผมคลุมร่างกาย  ล่าสุดได้ลบคำว่า Starbucks Coffee ออกไป การมุ่งเน้นที่นางเงือกและลบวงกลมออก เพื่อที่จะไม่จำกัดกรอบอยู่ที่ธุรกิจกาแฟอย่างเดียว แต่ธุรกิจแกนของสตาร์บัคยังคงเป็นกาแฟอยู่

แม้ว่าสตาร์บัคส์ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว   ธุรกิจแกนของสตาร์บัคส์ยังคงเป็นกาแฟอยู่  แต่บริษัทกำลังใช้การกระจายธุรกิจอยู่อย่างระมัดระวัง ไปสู่อาหารบางอย่างเหมือนเช่นไอสครีมและเบเกอรี่ และได้พยายามแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่อยู่เสมอ
  โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวว่า เมื่อห้าปีที่แล้วความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ของเราคือ การสร้าตราสินค้าแนวหน้าของกาแฟพรีเมียมภายในอเมริกา ห้าปีต่อมาเราได้บรรลุความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์นี้  ต่อมาเราได้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของการรักษาฐานะความเป็นผู้นำของเราภายในอเมริกา และการสร้างตราสินค้าระดับโลกด้วย
  ร้านกาแฟสตาร์บัคมีทำเลที่ตั้งภายในเมื่องที่มีประชาชนหนาแน่น และตามศูนย์การค้า  ร้านกาแฟดั้งเดิมมีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ไปจนถึง 4,000 ตารางฟุต บริษัทได้ว่าจ้างพนักงานมากกว่า 200 คน วางแผน ออกแบบ และตกแต่งภายในที่พิเศษ ภาพศิลปสวยงายแขวนอยู่ตามกำแพง พนักงานทำกาแฟได้ถูกเรียกด้วยคำว่าบารีสต้า ภาษาอิตาลี หมายถึงบาร์เทนเดอร์  เสียงดนตรีแจ้สและโอเปร่าที่นุ่มนวลภายในร้านกาแฟ นอกจากการให้ความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพของกาแฟแล้ว สตาร์บัคส์ได้มุ่งการสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าด้วยเครื่องดื่มอิตาเลียนและกาแฟพรีเมี่ยม
 การบรรจุภัณฑ์ของสตาร์บัคส์มีลักษณะเฉพาะ นอกจากการขายเครื่องดื่มอิตาเลียน เช่น ลาเต้  มอคค่า และคาปูชิโนแล้ว สตาร์บัคส์ได้ขายเมล็ดกาแฟบรรจุกล่อง ถ้วยกาแฟ  เหยือกกาแฟ และเครื่องทำกาแฟบ้านด้วย

สตาร์บัคส์ได้เปิดร้านสตาร์บัคส์ รีเสิรฟ โรสเทอรี่่ย์  ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ณ ถนนนานกิง เซี่ยงไฮ้  เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2017 เมืองใหญ่ที่สุดและพัฒนามากที่สุดของจีน ทำเลที่ตั้งนี้ได้ถูกเรียกว่า “ดิจิตอล” ด้วยความช่วยเหลือจากอลีบาบา กรุ็ป ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของจีน ร้านสตาร์บัคส์แห่งนี้มีพื้นที่ 30,000 ตาราฟุต ใหญ่กว่าปรกติ 300 เท่า  เป็นร้านสตาร์บัคส์ใหญ่ที่สุดของโลก จนกว่าร้านสตาร์บัคส์ รีเสิรฟ โรสเทอรี่ย์ จะถูกเปิดขึ้นมาปีหน้า ณ ชิคาโก อเมริกา พื้นที่ 43,000 ตารางฟุต และกลายเป็นร้านสตาร์บัคส์ใหญ่ที่สุดภายในโลก ร้านสตาร์บัคส์ รีเสิรฟ โรสเทอรี่ย์ แห่งแรกได้ถูกเปิดขึ้นมา ณ ซีแอตเติ้ล อเมริกา  จุดเด่นของร้านสตาร์บัคส์ รีเสริฟ โรสเทอรี่ย์ แห่งเซี่ยงไฮ้ คือ บาร์นั่งดื่มกาแฟยาวถึง   88 ฟุต พนักงาน 400 คน   ลูกค้าสามารถมองเห็นการคั่วกาแฟภายในถังไม้ เพื่อที่จะนำเมล็ดกาแฟมาใช้ทำกาแฟทันที
จีนเป็นตลาดสตาร์บัคส์ที่กำลังเจริญเติบโตรวดเร็วที่สุด ปัจจันสตาร์บัคส์มีร้านกาแฟที่จีน 3,000 แห่ง ภายใน  136 เมือง  เซี่ยงไฮ้ 600 แห่ง
  โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวว่า สตาร์บัคส์ ได้มองจีนสามารถนำหน้าอเมริกา เป็นตลาดใหญ่ที่สุดภายในทษวรรษ ผมและแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอลีบาบา กรุ็ป ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง และเมื่อถูกถามว่า ความเป็นหุ้นส่วนสามารถขยายเลยพ้นไปจากการบริการชำระผ่านโทรศัพท์มือถือหรือไม่ เขาได้ตอบว่า ความเป็นเพื่อนและค่านิยมร่วมของเรา ตราสินค้าของเรา  เรามีสิ่งที่เราสามารถทำร่วมกันได้ ลูกค้าภายในจีนสามารถชำระเงินแก่สตาร์บัคส์ด้วยการใช้การบริการจ่ายเงินทางโทรศัพท์มือถือของอลีบาบา
  แจ็ค หม่า ได้กล่าวถึงสตาร์บัคส์สามารถบรรลุความสำเร็จภายในสถานที่ที่ไม่มีวัฒนธรรมกาแฟได้อย่างไร บุคคลมักจะถามคำถามข้อหนึ่งแก่เขาอยู่เสมอว่า ทำไมบริษัทอเมริกันหลายบริษัทไม่บรรลุความสำเร็จภายในจีน แต่สตาร์บัคส์เคารพบุคคล เคารพตลาด ทีมที่ยิ่งใหญ่ และการปรับตัว สตาร์บัคส์กำลังเปลี่ยนแปลงจีน ประเทศที่ดื่มชา  การทำใหบุคคลจำนวนมากดื่มกาแฟ
 แจ็ค หม่า ได้กล่าวว่า ผมไม่ชอบกาแฟ แต่ผมชอบสตาร์บัคส์ ที่น่าสนใจคือ ปีนี้อาลีบาบาได้เฉลิมฉลองวันครบรอบ 18 ปี  เราทั้งสอง อลีบาบาและสตาร์บัคส์ มีอายุครบรอบ 18 ปีเหมือนกัน สตาร์บัคส์ เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ บริษัทที่อลีบาบานับถือ วันนี้ไม่ใช่เป็นการเฉลิมฉลองของร้านสตาร์บัคส์แห่งนี้ แต่เป็นการเฉลิมฉลองกาแฟและชาสามารถทำงานด้วยกันภายในจีน
  แจ็ค หม่า ได้ย้ำถึงความสำคัญของบุคคลวัยหนุ่มสาวภายในทั้งสองบริษัท พนักงานของอลีบาบามีอายุเฉลี่ย 29  ปี  และพนักงานของสตาร์บัคส์มีอายุเฉลี่ย 28 ปี เขาเชื่อว่าการทำงานร่วมกับสตาร์บัคส์ ได้สร้างโอกาสที่จะพัฒนาบุคคลวัยหนุ่มสาวเหล่านี้มากขึ้น  เพราะว่าพวกเขาคืออนาคตของประเทศ 
  การก้าวกระโดดล่าสุดของร้านกาแฟลูกโซ่ได้มุ่งไปยังความนิยมแพร่หลายของการจัดส่ง ภายในประเทศที่ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ผักผลไม้สด   ไปจนถึงรถโฟลคลิฟท์
สามารถซื้อออนไลน์และจัดส่งภายในวันเดียว สตาร์บัคส์กำลังพิจารณทางเลือกของการจัดส่งอยู่  การสั่งซื้อทางโทรศัพท์มือถือที่ลูกค้าจะมารับที่ร้าน  หรือจัดส่งให้แก่ลูกค้า จะเป็นพรมแดนต่อไปของเรา นวัตกรรมที่เราได้มองเห็นและเข้าใจภายในจีนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วมากกว่าส่่วนอื่นของโลก
  สตาร์บัคส์สามารถสร้างทีมกับอลีบาบา กร็ุป ภายในโครงการที่เลยพ้นไปจากการการบริการชำระเงินทางโทรศัพท์มือถือ สตาร์บัคส์กำลังพนันความกระหายสินค้าฟุ่มเฟือยของจีนสามารถถ่ายทอดไปยังกาแฟได้ ราคาลาเต้มาตรฐานของสตาร์บัคส์สูงกว่าร้านกาแฟท้องที่ภายในเซี่ยงไฮ้

cr: รศ.สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *