INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ต้านมัสยิดด้วยอคติ-มิใช่วิสัยชาว”พุทธแท้”

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ต้านมัสยิดด้วยอคติ-มิใช่วิสัยชาว”พุทธแท้”

การต่อต้านมัสยิด ไม่เอามัสยิด เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นสัญลักษณ์สะท้อนการต่อต้านมุสลิมในเมืองไทย จากกลุ่มชาวพุทธที่ชัดแจ้ง ผ่านองค์กรที่เรียกว่ากลุ่ม”องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ”(อปพส.)ในนามชาวพุทธมุกดาหาร นำโดยนายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรดังกล่าว ซึ่งไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่นด้วย

การประท้วงนี้ กระทำอย่างเปิดเผย ด้วยความเรียบร้อย มีผู้ไปร่วมชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดราว ๗๐ คน มีการยกป้ายข้อความต่างๆ เช่นว่า ”ชาวมุกดาหารขอตรวจสอบความถูกต้องการก่อสร้างมัสยิด ชาวมุกดาหารขออยู่อย่างสงบ เราไม่ต้องการมัสยิด” หมายยื่นหนังสือต่อจุฬาราชมนตรี(ผู้นำชาวมุสลิมในประเทศไทย) คือนายอาศิส พิทักษ์คุมพล ผู้นำคณะไปร่วมพิธีเปิดมัสยิดกลางที่นั่น

ในการนี้ ตัวแทนของจุฬาราชมนตรีไปรับหนังสือร้องเรียนเอาไว้เพื่อนำไปพิจารณาการเรียกร้องในรายละเอียดและดำเนินการต่อ(จะอย่างไร ยังไม่อาจรู้ได้)จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกันกลับไปโดยสงบ

ในโอกาสนี้นายอัยย์ เพชรทอง(ศิษย์ “ธมมชโย”ผู้หายลับ) ในฐานะตัวแทน อปพส.เปิดเผยว่าข้อเรียกร้องของชาวพุทธ มีเนื้อหาดังต่อไป

๑. ขอให้ช่วยปรามกลุ่มก่อการร้าย BRN ,  RKK และกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงต่างๆให้หยุดการกระทำที่โหดเหี้ยมทุกกรณีในทันที

๒. ขอให้ช่วยเจรจากับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงจากซาอุฯ และมาเลเชีย ที่คอยชักใยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ในสี่ จังหวัดชายแดนใต้ให้หยุดการกระทำด้วย

๓. ขอให้ช่วยปรามอิหม่ามและผู้นำศาสนาบางคน ที่บิดเบือนประวัติศาสตร์และปลุกปั่นเยาวชนให้เกลียดชังแผ่นดินไทยมายาวนาน ให้หยุดการกระทำด้วย

๔.ขอให้ช่วยตรวจสอบโรงเรียนสอนศาสนาหรือโรงเรียนปอเนาะบางโรงที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อร้ายมุสลิมหัวรุนแรงและสั่งปิดด้วย

๕. ขอให้ช่วยปรามบุคคลที่ขนมุสลิมต่างด้าวทั้ง อุยกูย์  อาเจ๊ะ โรฮิงยา เข้ามาช่องสุมตามมัสยิดต่างๆในภาคเหนือและอีสาน ให้หยุดการกระทำด้วย

๖. ขอให้ช่วยปรามและตักเตือนและลงโทษกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่ได้ส่งแนวร่วมไป กล่าวร้ายทำลายประเทศไทยในเวที UN ทำให้รัฐบาลไทยเสียหายในสายตานานาประเทศเมื่อเร็วๆนี้

๗. ขอให้ท่านช่วยยกเลิกตราฮาลาล ซึ่งเป็นตราที่ชาวพุทธจำนวนมากกำลังไม่สบายใจและต่อต้านเพราะเก็บเงินผู้ประกอบการปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมา ๒๐ กว่าปีโดยไม่จ่ายภาษีและไม่ทราบว่านำ เงินไปทำอะไร หรือจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโจร BRN หรือไม่

๘. ให้ท่านช่วยหยุดสร้างมัสยิดเพิ่มในทุกๆจังหวัด(ยกเว้นสี่จังหวัดชายแดนใต้)ทันทีเพื่อความสบายใจและลดความขัดแย้ง ความแตกแยก ความหวาดระแวง ของพี่น้องชาวไทยพุทธกับมุสลิมและเพื่อเป็นการยืนยันว่ามุสลิมไม่ได้คิดปกครองประเทศไทย  ไม่ได้คิดเปลี่ยนไทยเป็นรัฐอิสลามตามคลิปต่างๆจำนวนมาก ที่มุสลิมพูดเอง

๙.  เพื่อความเท่าเทียมกันของทุกๆศาสนา ขอให้ท่านช่วยยกเลิก พ.ร.บ.ทุกฉบับของอิสลามที่มีอยู่ทั้งหมดเพราะศาสนาอื่นๆทั้งพุทธ คริสต์ไม่มี พรบ.ใดๆคุ้มครองเลย มีแต่อิสลามที่มีพ.ร.บ.คุ้มครองและได้สิทธิพิเศษมากมายเหนือศาสนาอื่นๆ

“องค์กร อปพส.ซึ่งเป็นตัวแทนชาวพุทธจำนวนมาก หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับความเมตตา  เพื่อความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันของคนไทยทุกศาสนา ทุกเชื้อชาติตามแบบ พหุวัฒนธรรม ที่ท่านปรารถนา”หนังสือสรุปในตอนจบ

นี้เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงออกถึงความ”หวาดระแวง”เชิงกล่าวหามุสลิมอีกครั้งหนึ่ง ในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ในภาคอีสานและภาคเหนือ หลังการ”ตื่นกลัว” จากกระแสข่าวโลก ที่โหมกระหน่ำหนัก เข้าถึงตัวมากขึ้น จากอิทธิพลของสื่อสังคม ให้ระแวงภัยที่อาจเกิดจากกลุ่มก่อการร้ายสากลที่ฉวยโอกาสแอบอ้างศาสนาอิสลามอย่างผิดๆ หมายยึดครองดินแดนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่ม ไอเอส (“ไอซิส”…ก็เรียก)หรือรัฐอิสลามที่ฝันเฟื่อง พยายามสถาปนาประเทศขึ้นมาบนดินแดนซีเรียและอิรักพร้อมแผ่ขยายแนวความคิดสถาปนารัฐอิสลามอื่นๆในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หรือแม้แต่ไทย(ภาคใต้) ถึงแม้ว่าผู้นำ ไอเอส คือ  “อะบูบากัรฺ อัล-บักดาดี”จะถูกสหรัฐไล่ล่าและสังหารทิ้งไปแล้วเมื่อเร็วๆนี้

ความกลัวนี้ยิ่งถูกซ้ำเติมจากภายในประเทศไทยเอง คือการก่อการร้ายในจังหวัดภาคใต้ เพื่อแบ่งแยกดินแดน ซึ่งเหิมเกริมมากขึ้นทุกวัน แม้จะเป็นการกระทำของคนส่วนน้อย เมื่อเทียบกับชาวมุสลิมส่วนใหญ่ในภาคใต้ที่รักสงบ และเชื่ออย่างยิ่งว่ามีความปรารถนาในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย หากใครไม่เชื่อ ก็สมควรทำประชามติตรวจสอบดู เพราะไม่เช่นนั้น พวกเขาคงประท้วง ด้วยการไม่ไปลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป ทุกครั้งเป็นแน่

แต่ใคร่ถามว่าจะยึดความกลัวนี้เป็น”อคติ”เพื่อสร้างความเกลียดชัง ต่อมุสลิมทั่วๆ ไป เช่นด้วยการต่อต้าน” มัสยิด”นั้น ถูกต้องแล้วหรือชอบธรรมแล้วหรือ ในเมื่อประเทศไทยเปิดกว้างให้สิทธิเสรีภาพแก่ทุกศาสนาเพื่อความสมานฉันท์

อคติเช่นนี้ เกิดจากอะไร

ตอบว่าเกิดจาก”เชื่อเอาเอง”เพราะความไม่รู้ในข้อเท็จจริงในปรากฏการณ์ต่างๆอย่างเข้าใจและมีเหตุมีผล ทั้งๆ ที่ในพุทธศาสนาก็สอนธรรมะ ในหัวข้อ”กาลามสูตร”ที่สรุปได้ว่า อย่าเชื่ออะไร ด้วยแค่การ”ได้เห็น-ได้ยิน-ได้คิด”เพียงเท่านั้น แต่นี่ก็”มโน”กันไปจนเกินการณ์ เลยเถิดไปแบบ”เหมาทั้งเข่ง”

อย่างไรก็ตาม การยกป้ายของการชุมนุมที่ว่า”ชาวมุกดาหารขออยู่อย่างสงบ เราไม่ต้องการมัสยิด”ก็สะท้อนข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่า ทุกเช้ามืด จะมีเสียง”อะซาน”เรียกร้องผ่านเครื่องกระจายเสียงให้คนไปทำละหมาด ซึ่งเสียงดังมาก ก็น่าจะเลิกเสีย เพราะสามารถ”อะซาน”โดยไม่ต้องผ่านเครื่องกระจายเสียงก็ได้ หากยึดถือเป็นธรรมเนียม อย่างที่เคยกระทำ มาตั้งแต่เกิดศาสนาอิสลามขึ้นมาใหม่ๆ จะได้ไม่”หนวกหู”รบกวนโสตประสาทชาวบ้านที่ไม่ใช่มุสลิม

อันนี้ สมควรหรือไม่เพียงไร ที่ทางสำนักจุฬาราชมนตรีจะนำไปพิจารณา เพื่อสั่งการ ตามข้อเสนอนี้ครับ

ส่วนข้อเรียกร้องในหนังสือถึงจุฬาราชมนตรีเก้าข้อนั้น  ผมพิจารณาแล้วบางข้อไม่ใช่หน้าที่ของจุฬาราชมนตรีจำเป็นต้องตอบสนอง เช่นข้อ ๑ ละ ข้อ ๒

ส่วนข้อ ๖ นั้น ผมไม่เคยรับทราบมาก่อนเลยว่า ใครกัน ที่ใช้เวทีสหประชาชาติทำลายประเทศไทย หากรู้ก็จะช่วยเตือนอีกทางหนึ่ง

สำหรับข้อ ๙ นั้น เป็นเรื่องกุศโลบายของรัฐที่ต้องการสร้างความมั่นคงภายใน ไม่ใช่ประเด็นความเท่าเทียม หรือไม่เท่าเทียมระหว่างศาสนา หากชาวพุทธอยากจะให้เลิกพรบ.ต่างๆ ก็สมควรรณรงค์และเดินเรื่องผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักจุฬาราชมนตรี

ส่วนข้ออื่นๆ นั้น ผมว่าสำนักจุฬาราชมนตรีสามารถตอบคำถามของ อปพส.ได้ ว่าทำได้หรือไม่อย่างไรแค่ไหน

ผมจะรอฟังครับคำตอบในรายละเอียด อย่างเป็นทางการครับ ดังนั้น โปรดแจ้งต่อสาธารณะให้ได้รับทราบด้วย

ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาในฐานะที่เป็นมุสลิมและในฐานะที่เป็นคนไทยซึ่งพยายามตลอดมาเพื่อสร้างความสามัคคีและเข้าใจอันดีระหว่างชนในชาติ

ใครจะมายุผมให้แยกดินแดน หรือตั้งรัฐอิสลามซ้อนในไทย หรือทะเลาะกับชาวพุทธ ผมไม่เอาทั้งนั้น

ที่สำคัญยิ่ง ผมไม่อยากจะเห็นชาวพุทธ ที่นับถือศาสนาชั้นเลิศ เพื่อความหลุดพ้น ต้องมาติดยึดกับโลกีวิสัยซึ่งล้วนเป็น“อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” หลงจุดประกายไฟแห่งความเกลียดชัง ทำให้สังคมแตกแยกกันเป็นเสี่ยงๆ อย่างในเมียนมาร์ครับ

ผมสงสัยมานานแล้วว่า มีคนบางกลุ่มบางพวก อยากเห็นความแตกแยก ในหมู่คนไทย แม้แต่ในหมู่ชาวพุทธด้วยกันเอง หมายทำลายสามัคคีธรรมในชาติให้สำเร็จ ก็เพื่อประโยชน์ตนและพวกเท่านั้น จึงขอให้ชาวพุทธที่ระแวงชาวมุสลิมได้พยายามทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ด้วย

ขอความสันติ จงมีแด่ทุกท่านครับ

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *