INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ภูมิรัฐศาสตร์ : ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET
ภูมิรัฐศาสตร์ : ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

    แนวคิดเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อันเป็นหลักยึดในการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การขยายอำนาจ และการผลึกกำลังระหว่างประเทศ เกิดขึ้นจากการนำเสนอของ เชอร์ ฮาลฟอร์ด จอห์น เม๊คคินเดอร์ (Sir Halford John Mackinder) ในช่วงปี ค.ศ.1904 ประมาณ 100 กว่าปีมาแล้ว ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของที่ตั้งประเทศและการขยายอำนาจของอารยธรรมต่างๆที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ และวิวัฒนาการในสมัยต่อมา ทั้งนี้แม๊คคินเดอร์ได้โต้แย้งแนวคิดของ มาฮาน (A.T.Mahan)ที่พูดถึงพลังอำนาจทางทะเล (1660-1783) ซึ่งมาฮานมองว่าการที่อังกฤษ สเปน เนเธอร์แลนด์ กลายเป็นมหาอำนาจได้เพราะกำลังทางทะเล แต่แม็คคินเดอร์ แย้งว่ามันเป็นเพียงปรากฏการณ์หนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และเขาได้นำเสนอว่ามีพื้นที่อีกจำนวนมากที่จะไม่ถูกรบกวนจากสมุทานุภาพ โดยเขาสรุปว่าในโลกนี้มีอารยธรรมอยู่ 3 ประเภท คือ 1.อารยธรรมแบบเมืองติดชายฝั่งทะเล 2.อารยธรรมแบบเมืองที่อยู่แถบลุ่มน้ำและทำกสิกรรม 3.อารยธรรมของชนเผ่าเร่ร่อน ในพื้นที่ท้องทุ่งหญ้า ซึ่งต่างก็มีวิธีการในการขยายอำนาจของตน
    นอกจากนี้แม็คคินเดอร์ยังเปรียบเทียบการขยายอำนาจของรัสเซียเหมือนกับการขยายอำนาจของมองโก] คือการขยายพื้นที่จากฝั่งยุโรปมาสู่ไซบีเรีย คือจรดมหาสมุทรแปซิฟิค และมีเส้นทางรถไฟขนส่งกำลังบำรุงจากตะวันตกมาตะวันออกทำให้เพิ่มอิทธิพลของตนในเวทีโลกด้วยหลักภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าทะเลทั้ง 2 ฝั่งนั้นมีอากาศหนาวเย็นเป็นน้ำแข็งถึง 6 เมือง จึงทำให้รัสเซียมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นแกนโลก ซึ่งต่อมาเขาเรียกว่า ใจโลก (Heart Land)และภายหลังนิโคลัส จอห์น สปิคแมน (Nocholas John Spykman)ได้นำเอาแนวคิดนี้มาอธิบายเพิ่มเติม แต่ก็ไม่มีอะไรใหม่นอกจาก การสรุปของเขาที่ว่าใครก็ตามที่ควบคุมพื้นที่ชายขอบ (ติดทะเล) ก็จะครองยูเรเซีย ใครคุมยูเรเซียก็จะคุมชะตากรรมของโลก หรือต่อมาก็มีการนำเอาบทกวีนายพลโรมันมาดัดแปลงจนแพร่หลายว่า “ใครควบคุมยุโรปตะวันออกก็เท่ากับคุมพื้นที่ใจโลก ใครครองใจโลกก็เท่ากับครองเกาะโลก ใครครองเกาะโลกก็เท่ากับควบคุมโลก”
    อย่างไรก็ตามแนวคิดเหล่านี้ ต่อมามีการนำเสนอโดยจอร์ช ฟรอสต์ เคนนัน (George Frost Kennan)ที่ได้ประมวลมาเป็นทฤษฎีการปิดล้อม (The Theory of Containment)และนำมาสู่การพัฒนากองเรือของสหรัฐฯที่จะทำการปิดล้อมพื้นที่ต่างๆที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลังจากที่อังกฤษลดบทบาทในการควบคุมจุดสำคัญทางทะเลที่ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์คือ ฮ่องกง สิงคโปร์ ยิบบรอนต้า เป็นต้น และที่สำคัญแนวคิดนี้ทำให้เยอรมันตัดสินใจบุกรัสเซียเพื่อควบคุมยุโรปตะวันออกนั่นเอง
    มาถึงยุคปัจจุบัน แนวคิดเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่หลักใหญ่ๆก็ยังคงยึดกันอยู่ อย่างการเผชิญหน้ากันระหว่างแอตแลนติคกับยูโรเซีย นั่นคือการเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค นั่นคือสหรัฐฯและยุโรปตะวันตก ที่เริ่มขยายอิทธิพลไปสู่บางส่วนของยุโรปตะวันออก แต่ก็ยังติดก้างขวางคอชิ้นใหญ่ในยูเรเซียคือรัสเซีย ซึ่งการต่อสู้นอกจากการเผชิญหน้ากันโดยตรงแล้ว ยังใช้เครื่องมือต่างๆที่จะเป็นประโยชน์ในการนำสงครามข่าวสารและการโฆษณาชวน ซึ่งต่างก็มีการวัดคุณค่าแตกต่างกันไปทางตรงข้าม เช่น คำว่าผู้แบ่งแยกดินแดนและสถานภาพ การอ้างความชอบธรรมทางกฎหมาย สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย เสรีภาพในการพูด เสรีภาพของสื่อ เผด็จการ ฟาสซิสต์ การปฏิวัติ การยึดอำนาจคณะทหารผู้ปกครอง ตัวอย่างรูปธรรมเช่น กลุ่มกบฏในซีเรียในทัศนรัสเซียกับพวกคือพวกทำผิดกฎหมายคิดล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
    แต่เป็นผู้ปลดเอก ผู้เปิดเสรีในทัศนะ สหรัฐฯและพันธมิต พวกแบ่งแยกดินแดนในทัศนะ รัสเซีย และพันธมิตร แต่ในทัศนะสหรัฐฯและพันธมิตร คือสิทธิที่จะตัดสินด้วยตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ เรื่องโคโซโว ไครเมีย ยูเครน นี่คือการเผชิญหน้ากันระหว่างฝ่ายชายทะเล (Rim Land)กับฝ่ายใจโลก (Heart Land)
    และการเผชิญหน้ากันทางสงครามข่าวนี้ก็จะปะทุเป็นสงครามกำลังอาวุธ ซึ่งอาจจะเป็นสงครามตัวแทน แต่มันก็จะขยายตัวออกไปแน่นอน เพราะมันเป็นสงครามที่เป็นการแย่งชิงกันครองโลก โดยฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายรุกตามแผนปิดล้อม ส่วนอีกฝ่ายตั้งรับและพยายามเจาะแนวรบ เช่น การต่อสู้กันในตะวันออกกลาง เพื่อการแย่งชิงหรือปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นหัวใจของพลังงานในยุคนี้นั่นคือ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และในอนาคตจุดยุทธศาสตร์นี้ก็จะลดความสำคัญลงเมื่อมีการปฏัวัติทางเทคโนโลยีพลังงานนั่นคือ การใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ เพื่อการขนส่งทั้งสินค้าและคน ซึ่งต้องการแร่สำคัญคือ ลิเซียมและโคบอล และแหล่งสำคัญของลิเซียมคือ อาเจนตินา เปรู และโบริเวีย ส่วนโคบอลนั้นมีแหล่งใหญ่ที่คองโก ซึ่งจะทำให้การประทะกันระหว่างฝ่ายทะเลกับฝ่ายแผ่นดิน ต้องย้ายฐานการต่อสู้ หรือกระจายเขตแนวรบออกไป
    อย่างไรก็ตามสหรัฐก็ได้มีการปรับเปลี่ยนนโบยายต่างประเทศของตนโดยมุ่งมาเอเชียเป็นหลักในสมัยโอบามา และต้องการปิดล้อมจีนด้วย TPP ข้อตกลงเขตการค้าเสรีแปซิฟิค เพราะเริ่มเห็นภัยคุกคามจากนโยบายหนึ่งเส้นทางหนึ่งเข็มขัด หรือถนนร่วมกัน และการลงทุนร่วมกัน (One Belt One Road)ครั้นมาถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งขาดวิสัยทัศน์ ก็ได้ทำลายแผนการนี้ลงด้วยการไม่เข้าร่วมกันสร้างเขตการค้าเสรีระหว่างกลุ่มประเทศเอเชีย ออสเตรเลีย และหลายประเทศในทวีปอเมริกา รวมทั้งสหรัฐฯ
    ซึ่งแนวคิด OBOR ของจีนนี้ เป็นการประยุกต์ การรุกทางการเมืองและการค้า ด้วยการผสมผสานศักยภาพทางทะเล (Rimland)กับการมีฐานะเป็น (Hearland)เข้าด้วยกัน
    ด้วยเหตุนี้การประทะกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายจึงทำให้เกิดการต่อสู้ทั้งแนวคิดทฤษฎี จนถึงกำลังอาวุธ และแม้กระทั่งคำจำกัดความต่างๆ เช่น คำว่าประชาธิปไตยในยุโรป อเมริกา คือการที่อำนาจไปอยู่กับคนส่วนน้อยที่ยึดกุมเศรษฐกิจ หรือมีอำนาจผ่านตัวแทน ในขณะที่ตะวันออกอาจจะมีคำจำกัดความในอีกแบบหนึ่ง
    ประเทศไทยบนวังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจภายใน จึงมิได้ตระหนักถึงการต่อสู้แย่งชิงกันครองอำนาจในโลก และการเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกมหาอำนาจจัดวาง การถ่วงดุลอำนาจจึงกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้น เพราะปัญหาการแย่งชิงอำนาจ และผลประโยชน์ภายในชาติมันกดทับอยู่ ทั้งนี้ผู้ปกครองยังมองข้ามการสร้างเสถียรภาพ และความมั่นคงภายในของประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ ด้วยการมองข้ามอำนาจของประชาชน การยินยอมพร้อมใจของชนในชาติ และการเฉลี่ยผลประโยชน์ของชาติให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ ในทางตรงข้ามกลับกระจุกตัวทั้งอำนาจการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไว้กับคนส่วนน้อย ซึ่งเท่ากับสร้างความไม่มั่นคงให้แก่ชาติ

ModernGeopolitics

We have witnessed a new geopolitical struggles of Land and Sea, of confrontation of the Atlantic and Eurasia. From a geopolitical point of view, any concept, including the right, has not one but two values. For example, separatism, territorial integrity, legitimacy, human rights, democracy, freedom of speech, press freedom, dictatorship, fascism, revolution, coup, junta, etc.These two values strictly opposed and depend on which side we are looking on it.
I would like to give some examples of these double geopolitical map concepts.
If separatism for Sea (the United States, NATO) is the right of people to self-determination. If for Land (Russia, China)-violation of territorial integrity. And vice versa. So, for Kosovo United Statesjustified the right of Nations to self-determination, for Russia-separatism. In Georgia – separatismfor the United States, the struggle for independence for Moscow.
A similar situation around the Crimea and Ukraine. Means the Office and calls for self-determination in the South-East in the eyes of the Atlantic (the United States, NATO)-separatism. In Eurasia it is the right of people to self-determination.
Naive people, used to think simply asks: who is right? How one should understand these terms actually mean? A naive person I can suggest one thing: stop being naive.
Geopolitics teaches us to understand the world more difficult: there is no single value concepts, there are two — the Atlantic and Eurasian. You will begin to understand the events, rolling in the world, only after clearly define its own position, their identity.
If you refer yourself to Eurasia, it operates one logic: Kosovo is Serbia. Crimea is Russia. South Ossetia and Abkhazia have full right to self-determination and independence, so the recognition of this Moscow justified.
If you identify with the West, with the United States, NATO’s mad, you have got it all upside strictly opposite. Kosovo is not Serbia. Crimea belongs to Ukraine. South Ossetia and Abkhazia-crime states that you must get control of Tbilisi.
Many in the expert community agree that another round of armed confrontation in Ukraine is coming. Need it for another United States propaganda campaign against Russia.
The dates are called different. Some people believe that the gun will “speak” immediately after the New Year holidays. Others on the eve of the World Cup (June-July 2018). While Kiev will try to involve Russia directly in military conflict, and the United States will arrange a tantrum worldwide about the urgency of moving championship to another country.
There is another point. Washington has still not managed to provide its allies in Europe to find conclusive evidence of the presence of Russian troops in the Donbass region. Germany and France still against weapons supplies Ukraine and against expanding in the region fighting. So Americans now really need provocation, which draw Russian troops into the conflict.
In European history have already been cases where the aggressor utilized its own provocation to start full-scale hostilities. Suffice it to recall, as a group of German saboteurs in the Polish form in 1939 year attacked a radio station in Gliwice. That incident was the formal pretext the German attack on Poland. Knowing a particular love of the current Ukrainian elite to Nazi Germany of 1930th Ukrainian President Poroshenkocan choose this step.
On the Americanbloody scenario after military incidents with high power troops and a meat grinder, the Kremlin will not have another alternative but to enter into a region of regular troops of the Russian Army to prevent the genocide of the local population. That is when the world and evidence will be Russian occupation of Ukraine.
In the West, starts the hysteria, OSCE observers will not be able to confirm who arranged the carnage, and the Ukrainian army immediately begins an offensive against militias. Bloody provocation in Donbass and Ukraine will lead to further isolateof Russia.
Not so long ago, American research centers have conducted polls in Ukraine (closed of course, but we know about them). As a result, found thatin spite of the repressive mechanisms, despite strong advocacy the population of many regions of Ukraine are increasingly does not believe this propaganda. Historical memory, genetic memory still encourage most people to the Russian language, a common economic space with Russia. This means that the outbreak of large-scale hostilities in Ukraine will lead to a complete collapse of this country further impoverished the population and significant loss of life.
In principle, it suits Americans. They would like to be completely loyal population. Even if it is small, and all the others become extinct.
Now about the definition “democracy”. It also has a geopolitical interpretation. That democracy is for Eurasians, maybe the dictatorship for the Atlantics. And vice versa. Today it is quite bright: for the West, democracy is the power of minorities. To the East is the power of the majority. On this is based and gender conflict. Protection of minorities (e.g. LGBT) axis of Western democracy. Russia and China, as well as many other countries of the world, understand the desire of the overwhelming majority of democracy citizens retain the traditional family.
The same in economy. Free market exists only in the West and pro-Western countries. In the remaining countries, corruption reigns, and so they only still subject to liberalization. If the Tycoon for the West, the oligarch-Atlantics, that he is the hero of the free market. If he is loyal to Putin-he is a criminal, which made his fortune through corruption.
In the world there are only two major parties, Eurasians and Atlantics. And everyone explains any political, legal or sociological term.
A naive person I can suggest one thing: stop being naive. Geopolitics teaches us to understand the world more difficult: there is no single value concepts. There are two Atlantics and Eurasians. You will begin to understand the events, rolling in the world, only after clearly define its own position their identity.

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *