INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ร่วมคณะ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙


ร่วมคณะ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙

เมื่อปี ๒๕๑๙ ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้รับทุน ของ British Council ภายใต้ Colombo Plan ซึ่งเป็นทุนเรียน ระดับ post graduate ระยะสั้นๆประมาณ ๑ ปีที่ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ผมสมัครเป็นสมาชิกสมาคมนักเรียนทุน British Council มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว สำหรับในปีนี้สมาคมฯ ได้จัดทัศนศึกษา ภายใต้หัวข้อ ตามรอยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ โดยได้เดินทางไปชมนิทรรศการ ฝนหลวง ที่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่ หัวหิน แล้วไปเยี่ยมชม โครงการศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ชะอำ ต่อจากนั้น ได้แวะเยี่ยมโรงเรียนธรรมิกวิทยา (สอนคนตาบอด) ที่เขาย้อย เราเดินทางในวันอาทิตย์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ การเดินทางครั้งนี้  ได้รับความรู้เพิ่มเติม และทบทวนความรู้เดิมๆ ตลอดจนได้มีโอกาสบริจาคเงินสมทบการศึกษาคนลูกๆหลานๆที่ตาบอด ตามศักยภาพ ประกอบกับมีเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีๆ ร้องเพลงเก่งๆ   เพลิดเพลินมากครับ

น้ำเป็นปัจจัยที่จำเป็น และปกคลุมโลกเราส่วนใหญ่  โดยเฉพาะสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายที่ ภายในเซลล์และส่วนต่างๆต้องประกอบไปด้วยน้ำ หรือของเหลว (ซึ่งขอเรียกว่าน้ำ) ซึ่งถ้าขาดไป ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ สำหรับพืชก็เหมือนกัน น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของส่วนต่างๆ โดยเฉพาะในขบวนการปรุงอาหาร  และสังเคราะห์แสง (photosynthesis) โดยดูดเอา carbondioxide เข้าไป ทำปฏิกิริยากับน้ำ มีแสงแดดเป็น catalyst ทั้งนี้ เพื่อสร้างสารอาหาร ไปเลี้ยงต้น แล้วคาย oxygen ออกมาเป็นอากาศให้สำหรับสิ่งแวดล้อมที่ดี

ปกติ น้ำจะคงสภาพเป็นน้ำ แต่อาจจะเป็นของแข็ง(น้ำแข็ง) หรือเป็นไอ เมื่อกลับคืนสภาพเป็นของเหลวก็กลับคืนเป็นน้ำได้อีก ปกติ น้ำที่ไหลหมุนเวียนบนแผ่นดินนี้ ถูกพัดพามาจากทะเล ในรูปของลมมรสุม หรือพายุหมุน จะหอบเอาน้ำซึ่งเป็นเมฆ เข้ามาในแผ่นดิน เหตุที่ลมมรสุมหรือพายุจะพัดพาเข้าแผ่นดินเสมอๆ เนื่องจาก แผ่นดินได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ที่ร้อนเร็วกว่าพื้นน้ำในทะเลทำให้อากาศลอยตัวขึ้น แล้ว อากาศในทะเลไหลเข้ามาแทนที่ เป็นลม (ลมทะเล) ซึ่งหอบเอาน้ำ (ความชื้น) เข้ามาด้วย ซึ่งน้ำในรูปของก้อนเมฆเหล่านี้จะก่อตัวกันหนาแน่น เป็นฝนตกลงมา แล้วฝนก็จะบำรุงสภาพแวดล้อมให้ชุ่มชื้น ทำให้สิ่งที่มีชีวิตได้ใช้บริโภค ต่อมา ความชื้นเหล่านี้ก็ถูกขับถ่ายหรือระบายหรือไหลกลับคืนสู่ทะเลในที่สุด เป็นวงจรของน้ำในโลกนี้ สำหรับการคายน้ำของพืชก็เกิดเป็นความชื้นในอากาศ สร้างบรรยากาศให้ชุ่มชื้นได้  แต่คิดว่าอิทธิพลของเมฆ ที่เข้ามาจากทะเล มีส่วนทำให้ฝนตกหนักๆมากกว่า

การทำฝนตามหลักการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ที่ได้ฟังมาจากศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในวันนั้น พอจะสรุปว่าเป็นการสร้างก้อนเมฆ และกระตุ้นเร่งเร้าให้เมฆ จับตัวกันหนาแน่นขึ้นจนเกิดเป็นฝนได้ การสร้างก้อนเมฆ และกระตุ้นให้เมฆหนาขึ้นนี้ ทำได้โดยการโปรยสารเคมีชนิดต่างๆ เป็นระยะๆ ขั้นตอน และมีการ modified เครื่องบินให้สามารถใช้โปรยสารเคมีได้ในจุดที่ต้องการ และมีประสิทธิภาพ  ซึ่งการทำฝนหลวงนี้ ได้มีการเริ่มคิด ทดลอง และสรุปเป็นตำรา ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ได้ทรงศึกษาทดลอง และสรุปด้วยพระองค์เองด้วย และหลักการของพระองค์นี้ ก็ยังนำไปใช้ปฏิบัติการตราบเท่าทุกวันนี้

ที่น้ำสร้างชีวิตนี้ สามารถพิสูจน์ได้ที่โครงการศูนย์การศึกษาฯ ห้วยทราย ซึ่งในอดีต ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ จะทรงมีพระราชดำริ ห้วยทรายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง และอ้างว้างไม่มีต้นไม้ขึ้น และหลายๆพื้นที่เป็นหิน และดินลูกรัง ซึ่งภายหลังได้มีการก่อตั้งโครงการนี้ โดยกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนเป็นหน่วยหลักประสานงาน ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยระบบน้ำ โดยเฉพาะบนภูเขา ได้มีการต่อสายยาง ระบบน้ำหยด พาดยาวเป็นคล้ายๆตาหมากรุกกว้างๆ บนภูเขาทั้งลูก สำหรับดินนั้น โครงการได้เน้นเรื่องกำแพงธรรมชาติ โดยใช้หญ้าแฝกปลูกเป็นแนว เพื่ออนุรักษ์ไม่ให้มีการพังทลายของดิน และปลูกรอบๆโคนต้นไม้ เพื่อกั้นไม่ให้เศษใบไม้ หรืออินทรียวัตถุที่สลายตัว ปกคลุมโคนต้น ไม่ให้ไหลสูญหายไปไหน  นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมทำถ่านชีวภาพ จากส่วนที่เหลือของผลผลิตเกษตร ซึ่งถ่านที่ทำนี้ สามารถใส่คลุกเคล้าลงไปกับดิน เพิ่มธาตุอาหารบางชนิด และปรับสภาพกรดด่างของดิน ทำให้ต้นไม้ดูดน้ำและธาตุอาหารต่างๆได้ดีขึ้น แต่ต้องใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ สรุปแล้ว พื้นที่ที่เคยรกร้างว่างเปล่า กลายเป็นพื้นที่ป่า และพื้นที่ปลูกพืชเขียวชอุ่ม ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ด้วยพระราชอัจฉริยะ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙  สำหรับโครงการศูนย์การศึกษาอื่นๆ เช่นเดียวกับที่ห้วยทรายนี้ ก็น่าไปเยี่ยมชม ยังมีอีกหลายแห่งซึ่งมีประเด็นวิชาการที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ห้วยฮ่องไคร้ ที่เชียงใหม่ ภูพาน ที่สกลนคร เขาหินซ้อน ที่ฉะเชิงเทรา และ พิกุลทอง ที่นราธิวาส 

การเดินทางครั้งนี้ ส่งท้ายด้วยการไปเยี่ยม โรงเรียนธรรมิกวิทยาที่อำเภอเขาย้อย และช่วยกันบริจาคเงินสมทบทุนให้เด็กๆ อายุตั้งแต่ ๕ – ๑๕ ปีโดยประมาณ เขาเกิดมาโชคร้าย ไม่สามารถมองเห็นเหมือนคนทั่วๆไปได้ เด็กๆได้รอคอยพวกเราที่ไปแวะเยี่ยม แล้วร้องเพลง ต้อนรับเราถึง ๒ เพลง ทำให้ผมคิดว่า ในโลกเรานี้ ถ้าเราพอจะมีแบ่งปันได้ ยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราอีกมาก ในฐานะที่เราได้เป็นผู้ให้ จะนำความสุข ความสบายใจ เป็นบุญอันวิเศษสำหรับตัวเอง ขอถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้มีการบริจาค  ที่นี่ เบอร์โทร 032- 561603 และ 081- 7533389      ที่อยู่ เลขที่ 128 หมู่ 1  ต. สระพัง อ. เขาย้อย เพชรบุรี  76140

จะสามารถกล่าวได้ไหมครับว่าน้ำ เป็นเปลือกโลกส่วนหนึ่ง และมีความจำเป็นต่อชีวิต และสิ่งแวดล้อม แม้บางครั้งน้ำ ในรูปของพายุ หรือพัดพาเข้ามาเนื่องจากแผ่นดินไหว จะทำลายชีวิต สิ่งปลูกสร้าง และทำลายภาวะแวดล้อมต่างๆ เราก็ยังต้องการน้ำ ในส่วนที่จำเป็นต่อชีวิตเรา เคยมีคนกล่าวมาว่า น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง เพราะน้ำสามารถสร้างอาหารและทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ชีวิต  น้ำใจเป็นมธุรสอันวิเศษ ที่สามารถจรรโลงโลกนี้ ให้สวยสดงดงาม เต็มไปด้วยสีสัน  เห็นชาวต่างชาติ มักจะกล่าวกันว่า คนไทยนี้รวยน้ำใจ ผมก็เห็นด้วยตามนั้น 

บู๊ คนเคยหนุ่ม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *