INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สำนักปรัชญาอิชรอกียะฮ์ หรือสำนักปรัชญาแห่งรู้แจ้งชั่วขณะจิต ในอิสลาม

สำนักปรัชญาอิชรอกียะฮ์ หรือสำนักปรัชญาแห่งรู้แจ้งชั่วขณะจิต
ในอิสลาม

ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน
ศูนย์อิสลามศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

        ก่อนที่เราจะนำหลักปรัชญาตามแนวทางของสำนักอิชรอกียะฮ์หรือสำนักแห่งรู้แจ้งแห่งจิต เราอยากจะกล่าวถึงความเป็นมาและสาเหตุของการกำเนิดสำนักปรัชญานี้สักเล็กน้อย   แท้จริงแล้วทุกสำนักคิด ไม่ว่าสำนักคิดจะเป็นสำนักทางเทววิทยาหรือทางปรัชญา ย่อมมีสาเหตุที่มาของการกำเนิดหรือการอุบัติขึ้นของสำนักคิดนั้นๆ  สำนักปรัชญาอิชรอกียะฮ์ หรือสำนักรู้แจ้งแห่งจิตในโลกอิสลามได้เกิดขึ้นเมื่อ ท่านชะฮาบุดดีน ซุรอวัรดีย์ หรือเป็นที่รู้จักในนามของเชคอิชรอ็กได้ประจักษ์แจ้งและค้นพบหลักคิดทางปรัชญาบางอย่างที่ไม่เหมือนกับแนวคิดของนักปรัชญาในยุคก่อนเป็นกรอบแนวคิดใหม่ทางปรัชญาอิสลามโดยมีความขัดแย้งและแตกต่างกับแนวคิดทางปรัชญาของนำนักมัชชาอียะฮ์นั่นหมายความหมายถ้าดูบริบททางประวัติศาสตร์จะเห็นว่าสำนักปรัชญามัชชาอียะฮ์ถูกโจมตีและถูกคัดค้านจากนักนิติศาสตร์มุสลิมและนักเทววิทยาอิสลามมาทุกยุคทุกสมัยหรือแม้กระทั้งนักรหัสยวิทยาก็ได้วิพากษ์ความเชื่อทางปรัชญาของสำนักมัชชาอียะฮ์
     จนกระทั้งมาถึงศตวรรษที่๔และที่๕แห่งฮิจเราะฮ์ซึ่งถือว่าเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองทางศาสตร์ปรัชญา และสำนักชีอะฮ์ได้เรืองอำนาจ และได้สนับสนุนศาสตร์ปรัชญาจากอำนาจรัฐ แต่เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ห้าแห่งฮิจเราะฮ์อำนาจทางการเมืองและอำนาจทางศาสนาเป็นของสำนักอะชาอิเราะฮ์โดยที่ผู้ปกครองนครรัฐต่างๆในอาณาจักรอิสลามได้รับการสนับสนุนจากสำนักอะชาอิเราะฮ์และผู้ที่เป็นหัวงอกในการต่อต้านปรัชญาคืออิมามฆอซซาลีและอิมามฆอซซาลีได้กลับเป็นผู้นิยมในด้านฌาณวิทยามากกว่าปรัชญาซึ่งเขาได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งที่ต่อต้านปรัชญาแนวของสำนักมัชชาอียะฮ์ชื่อว่า”ตะฮาตุฟุลฟะลาซะฟะฮ์”จนกระทั้งหลังจากนั้นอิบนุรุชด์ได้วิจารณ์และวิพากษ์หนังสือเล่มนี้ภายใต้ชื่อ”ตะฮาฟุตุตตะฮาฟุต”ซึ่งได้โต้ตอบอิมามฆอซซาลีอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องปรัชญาที่อิมามฆอซซาลีไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงในเนื้อหาและรายละเอียดนั้นและต่อมาอิมามฟักรุรอซีย์ได้ลุกขึ้นมาวิจารณ์และวิพากษ์หลักปรัชญาบางข้อของสำนักมัชชาอียะฮ์ซึ่งนั่นเป็นจุดแตกต่างระหว่างสำนักปรัชญากับสำนักเทววิทยาขึ้น จนทำให้ผู้ที่มาปกป้องหลักการและทฤษฎีทางปรัชญาดูจะค่อนข้างเบาบางลง อีกทั้งกระแสการไม่ยอมรับมีมากขึ้นทำให้เชคอิชรอ็กได้แลเห็นว่าจะต้องปฎิรูปปรัชญาแบบเหตุผลนิยมจัดนั้นโดยการนำหลักทางรหัสยวิทยาเข้ามาผสมผสานกับปรัชญาจนเกิดความลงตัวและเป็นทฤษฎีใหม่ทางปรัชญาอสิลามภายใต้ชื่อ”ปรัชญาอิชรอกียะฮ์หรือปรัชญาแห่งประจักษ์แจ้งชั่วขณะจิตเป็นการเข้าถึงความจริงและความเป็นจริงจากหนทางแห่งเหตุผลและหนทางแห่งฌาณ
ชีวประวัติของเชคอิชร็อก ผู้ก่อตั้งสำนักปรัชญาอิชรอกียะฮ์
 “ชะฮาบุดดีน ซุรอวัรดีย์” เกิดปี ๕๔๙ หรือ ค.ศ.๑๑๕๓ ในตำบลซุรอวัรด์ ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งของแคว้น ซันญอน อยู่ทางตอนเหนือประเทศอิหร่าน  ในช่วงเยาวัยนั้นท่านเชคอิชร็อกได้เรียนหนังสือและเป็นศิษย์ของท่าน มุญุดดีน ฮับลาห์ ณ เมืองซุรอวัรด์ และต่อมาได้เดินทางไปยังเมืองอิศฟาฮาน และได้เรียนปรัชญากับท่าน ซอฮีรุดดีน หลังจากได้เดินทางไปเมืองต่างๆของอิหร่าน จนได้นิยมกับสำนักซูฟีย์และได้ฝึกปฎิบัติธรรมกับผู้นำทางจิตวิญญาณของสำนักซูฟีย์  และต่อมาท่านได้เดินทางไปเมืองต่างๆที่มีมีนักซูฟีย์อยู่กัน แม้กระทั้งในประเทศซีเรีย  ท่านได้เดินทางไปยังเมืองดมัสกัส เมืองฮะลับ และในสมัยนั้นเป็นช่วงการปกครองของราชวงศ์อัยยูบียะฮ์ คือกษัตรย์ซอลาฮุดดดีน อัยยูบีย์  และท่านเชคอิชรอ็กเป็นผู้นิยมในนิกายชีอะฮ์ และได้แสดงตนอย่างชัดเจนต่อแนวทางชีอะฮ์ทำให้กษัตรย์ศอลาฮุดดีน อัยยูบีย์ไม่พอใจ และได้ส่งสาส์นฉบับหนึ่งถึงท่านกษัตรย์มะลิกซอฮีร ซึ่งเป็นลูกชายของเขาเอง ให้ควบคุมและดูแลการเคลื่อนไหวของเชคอิชร็อกอย่างใกล้ชิด และรับสั่งให้บุตรชายของเขาให้บอกแก่เชคอิชรอ็กทำการยกเลิกความเป็นชีอะฮ์และขอลุแก่โทษ แต่ทว่าเชคอิชร็อกไม่ยอมปฎิบัติตาม ทำให้มะลิกซอฮีรรับสั่งให้จับเชคอิชร็อกและนำไปขังคุกในปี ๑๑๙๑ และอายุของเขาในตอนนั้นแค่เพียง ๓๘ปีเท่านั้น  และได้อดน้ำอดข้าวจนทำให้เชคอิชร็อกเสียชีวิตในคุก
    เชคอิชร็อกได้มีผลงานเขียนมากถึงห้าสิบเรื่อง และหนังสือเหล่านั้นถูกทำลายเกือบหมด เพราะส่วนมากเป็นตำราเกี่ยวกับปรัชญา ทั้งภาษาเปอร์เซียโบราณและภาษาอาหรับ  และเราจะกล่าวถึงผลงานทางวิชากของเชคอิชร็อกแบ่งออกเป็นหมวดๆดังนี้
ก.สี่ตำราปรัชญายิ่งใหญ่เกี่ยวกับทฤษฎีทางปรัชญาตามแนวทางของอิชรอกียะฮ์และได้วิจารณ์และวิพากษ์ปรัชญาสำนักมัชชาอียะฮ์อย่างน่าสนใจ  หนังสือชุดสี่เล่มนี้ได้แก่
-อัลตัลวีฮาต
-อัลมุกอวะมาต
-อัลมุฎอรอฮาต
-ฮิกมะตุลอิชรอกียะฮ์
ในเล่มสุดท้ายเป็นการนำเสนอและถ่ายทอดหลักปรัชญาตามแนวทางอิชรอกียะฮ์อย่างละเอียด
ข. บทความทางวิชาการทั้งภาษาเปอร์เซียและภาษาอาหรับ
ค.การเล่าเรื่องราวของการประจักษ์แจ้งทางจิต เกี่ยวกับการจาริกทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นแนวของฌาณวิทยา
ง.งานแปลและงานอรรถาธิบายตำราปรัชญากรีกโบราณ และการเขียนตัฟซีรอัลกุรอานบางซูเราะฮ์และบางโองการ
จ.เกี่ยวกับบทดุอาอ์ บทสวดบทภาวนา เป็นภาษาอาหรับ
เชคอิชรอ๊กได้แบ่งประเภทของนักปรัชญาไว้ตามระดับดังนี้
๑ นักปรัชญาที่ใช้หลักปฎิบัติธรรมฝึกจิตจบบรรลุ และเห็นแจ้งโดยไม่ต้องใช้ทฤษฎีทางปัญญาและปรัชญา คือเป็นแค่นักหัสยวิทยา
๒ นักปรัชญาที่ใช้หลักการและทฤษฎีทางปรัชญาเพียงอย่างเดียว ไม่สนใจต่อด้านรหัสยวิทยา
๓ นักปรัชญาที่เน้นด้านฌาณวิทยาแต่ก็ได้นำทฤษฎีทางปรัชญามาอรรถาธิบาย
๔ นักปรัชญาที่เน้นด้านฌาณวิทยามากกว่าด้านทฤษฎีทางปรัชญา
๕ นักปรัชญาที่เน้นด้านทฤษฎีทางปรัชญามากกว่าด้านฌาณวิทยา
   ดังนั้นนักปรัชญาที่อยู่ในระดับขั้นสูงสุดคือนักปรัชญามีวิถีแบบนักรหัสยะนัยพร้อมกับนำทฤษฎีทางปรัชญามาพิสูจน์ถึงความจริงนั้น รองลงมาคือนักปรัชญาที่เน้นวิถีแบบรหัสยะเพียงอย่างเดียว  ระดับสามคือนักปรัชญาที่เน้นทฤษฎีทางปรัชญาเพียงอย่างเดียวไม่ได้นำวิถีแบบนักรหัสยะ  ดังนั้นหรือสือ”ฮิกมะตุลอิชรอกียะฮ์”ของเชคอิชรอ็กที่ได้เขียนขึ้นมา ถือว่าเป็นตำราปรัชญาตามสำนักอิชรอกียะฮ์ที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อสนองตอบต่อผู้แสวงหากลุ่มคนแรกคือมีความนิยมในด้านรหัสยะพร้อมกับใช้หลักทฤษฎีทางปรัชญาเต็มรูปแบบและเชคอิชรอ็กกล่าวว่าถ้าใครต้องการเพียงการศึกษาปรัชญาเพียงอย่างเดียวหรือจะเรียนรู้ศาสตร์ปรัชญาเพียงอย่างเดียว ก็จงไปอยู่ในแนวทางของสำนักมัชชาอียะฮ์(อ้างอิงจากหนังสือ เซะ ฮะกีมมุซัลมอน โดย ดร.อุเซน นัศร์ หน้า ๑๑-๑๓)
   เชคอิชรอกถือว่า ท่านฮัลลาจ ท่านบาสฎอมี ท่านตุสตะรี คือนักรหัสยนิยม ไม่ใช่นักปรัชญา  ส่วนท่านฟารอบีย์ ท่านอิบนุสีน่า เป็นนักปรัชญาไม่ใช่นักรหัสยนิยม และเชคอิชร็อกได้นิยมปรัชญาแนวของเพลโตเป็นอย่างมาก ทำให้เขาชื่นชมว่า แท้จริงเพลโตนั้นเป็นทั้งนักปรัชญาและนักรหัสยนิยม
   ทัศนะสำนักอิชรอกียะฮิ์ในเรื่อง ความมีอยู่ และสิ่งมีอยู่
เชคอิชรอ็กถือว่า ทั้งความมีอยู่และสิ่งมีอยู่นั้น เป็นเพียงการจินตภาพของปัญญาเท่านั้น  มีนัยยะความเป็นจริงอยู่ แต่ไม่ใช่แก่นแท้ของสิ่งต่างๆ ซึ่งแตกต่างกับสำนักมัชชาอียะฮ์เชื่อว่า ความเป็นแก่นแท้นั้นอยู่ ณ ภาวะของความมีอยู่ ส่วน คุณานุภาพเป็นเพียงการสมมติ เป็นการจินตภาพที่เกิดจากภาวะของความมีอยู่
เชคอิชร็อกถือว่า สสารไม่ได้ถูกประกอบขึ้นด้วยจากธาตุที่เป็นส่วนย่อยจากมวลสาร แต่ทว่ามีสถานะเป็นความบริสุทธิ์แตกต่างกับสำนักมัชชาอียะฮ์เชื่อว่าสสารถูกประกอบขึ้นสองส่วนคือจากมวลสารและรูปแห่งมวลสาร
เชคอิชร็อกเชื่อว่าแท้จริงจิตและวิญญาณจะไม่อมตะแตกต่างกับสำนักมัชชาอียะฮ์เชื่อว่าวิญญาณเป็นอสสารและจะมีความเป็นอมตะ
เชคอิชร็อกเชื่อในเรื่อง”โลกแห่งแบบ”ของเปลโต แตกต่างกับสำนักมัชชาอียะฮ์ปฎิเสธในเรื่องดังกล่าว
เชคอิชรอ็กเชื่อว่าภวันต์ทั้งหมดและสิ่งที่มีอยู่มาจากต้นตอของรัศมีหนึ่งกล่าวคือความจริงสูงสุดคือแสงแห่งรัศมีและเป็นที่มาของการกำเนิดทุกสิ่งทุกอย่างเป็นรัศมีแห่งแสงทั้งหลายและเชื่อว่าในระหว่างสิ่งมีอยู่นั้นมีระดับความต่าง เหมือนกับแสงที่มีความต่างในเรื่องของแสง แต่ทั้งหมดคือแสงเดียวกันเชคอิชร็อกเชื่อว่า การฟื้นคืนชีพในชีวิตโลกหน้าคือการกลับคืนสู่โลกแห่งแสงโลกแห่งรัศมีซึ่งเป็นของแท้ทุกๆสิ่ง
เชคอิชร็อกถือว่า พระเจ้าคือแสงแห่งความสมบูรณ์และงดงามที่สุด เป็นปฐมของแสงทั้งมวล และเชื่อว่าโลกนั้นมี ๔ โลก คือ โลกแห่งทิพย์บริสุทธิ์ โลกแห่งทิพย์แห่งบริบาล โลกแห่งแบบ และโลกสสาร โลกวัตถุ และโลกระหว่างกลาง ระหว่างวัตถุกับอวัตถุ
เชคอิชร็อกกล่าวว่า พระเจ้าทรงรู้รอบ และทรงรอบรู้ โดยวิทยาปัญญาของพระองค์ และโดยองค์ความรู้ที่ทรงประจักษ์รู้เองของพระองค์

บรรณานุกรม

فخری ما جد1387 طهران -ايران : مولف      : اسلام درجهان سير فلسفه
فلسفه فلسفه اسلامی : عبد الحسین خسروپناه  قم- ايران 1392
آموزش فلسفه : آیه الله مصباح یزدی قم- ايران 1387
 کلام عرفان وحکمت عملی : شهید مطهری   قم- ايران-1382
تاریخ فلسفه اسلامی : هانری کوربن  قم- ايران1388 
در جستجوی عرفان اسلامی : مصباح یزدی قم- ايران 1391
فلسفه اخلاق : مصباح یزدی قم- ايران1389 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *