INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เมื่อไทย “แอบมีใจ” ให้รัสเซีย

ตั้งแต่ จอมพลสฤษฏ์ ธนรัชต์ ยึดอำนาจ
จนถึงยุคสงครามเย็น (หลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ไทยกับรัสเซียมีสัมพันธภาพ ไม่ดีนักเพราะไทยแนบแน่นกับสหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้นำของค่ายโลกเสรีที่ประจันหน้ากับสหภาพโซเวียตที่เป็นผู้นำของโลกคอมมิวนิสต์
จนเรามองสหภาพโซเวียตรัสเซียด้วยความหวาดระแวง

แต่…หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อนว่า ครั้งหนึ่ง
ในปีพ.ศ.2431 /ค.ศ.1888 นักประพันธ์เพลงชื่อดังของรัสเซีย P.SCHUPOVSKI ได้แต่งเพลงชาติให้สยามประเทศ และเพลงนี้ได้ใช้ต่อมาจนปีพ.ศ.2475 (ค.ศ.1932) จึงกลายมาเป็นเพลงชาติไทย จนกระทั่งพระเจนดุริยางค์ได้แต่งเพลงชาติไทยขึ้นใหม่

ยิ่งไปกว่านั้นมงกุฎราชกุมารรัสเซีย เจ้าชายนิโคลาสได้เสด็จมาเยือนกรุงเทพในปีพ.ศ.2434 (ค.ศ.1891) และในปีเดียวกันกรมพระยาดำรงราชานุภาพก็ได้เสด็จเยือนไครเมีย(ลิวาเดีย) และได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิ์อเล็กซานเดอร์ที่ 3

ในเวลาต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ก็ได้โปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ ภูวนาถไปทรงศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยมหาดเล็กคอร์ เดอ ปาฌ และทรงประทับอยู่ในพระราชวังฤดูหนาวในฐานะพระโอรสบุญธรรมของพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2

ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธก็ได้เสด็จเยือนรัสเซียในช่วงปลายปีพ.ศ.2432 จนถึงต้นปีพ.ศ.2433 (ค.ศ.1899-1900) ซึ่งทางรัสเซียให้ความสำคัญอย่างยิ่งรองจากการเสด็จประพาสของล้นเกล้าร.5 เพราะสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ คือมงกุฎราชกุมารของสยาม

จากความสัมพันธ์ทางราชวงศ์ของทั้ง 2 ประเทศทำให้มีส่วนช่วยให้มหาอำนาจอังกฤษและฝรั่งเศสต้องยับยั้งชั่งใจในการเข้ายึดสยามเป็นเมืองขึ้นแม้จะมีการวางแผนแบ่งสรรปันส่วนมาแล้วก็ตาม

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซีย ไม่สู้ดีนักในช่วงสงครามเย็น จวบจนยุคที่นายกรัฐมนตรีเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้เดินทางเยือนรัสเซียในปีพ.ศ.2522 (ค.ศ.1979) และมีการจัดตั้งสมาคมมิตรภาพรัสเซีย-ไทย ที่นั่น

ความสัมพันธ์นี้ก็พัฒนาดีขึ้นตามลำดับจวบจนสมัยของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ได้เดินทางเยือนมอสโก จากนั้นนายกรัฐมนตรีรัสเซียก็เดินทางมาเยือนไทยใน 2 ปีถัดมา

จุดเปลี่ยนสำคัญต่อท่าทีของรัสเซียที่มีกับไทยก็คือการมาเยือนของประธานาธิบดีปูตินในปีพ.ศ.2546 (ค.ศ.2003) และ ในอีก 4 ปี

ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ก็ได้รับพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นผู้แทนพระองค์เสด็จเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ

ล่าสุดนายกรัฐมนตรี DMITRY A. MEDVEDEV ก็ได้มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน พ.ศ.2558 (ค.ศ.2015)

ครับนี่เป็นการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนของบุคคลสำคัญทั้งจากราชวงศ์และผู้บริหารประเทศ และในอนาคตก็คงจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น แม้ในหลายกรณีบทความนี้มิได้กล่าวถึง

แต่จากปรากฏการดังกล่าวทำให้เห็นได้ว่าในเบื้องลึกไทยเริ่มมีการขยับเขยื่อนท่าทีในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะสร้างพันธมิตรกับมหาอำนาจในวงที่กว้างขวางและรอบด้าน มิใช่แค่ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และพันธมิตร แต่ไทยยังมุ่งขยายความสัมพันธ์กับจีน และในที่สุดกับรัสเซีย

ซึ่งในอดีตเคยมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นมาก่อน นอกจากจะช่วยให้ไทยมีแรงสนับสนุนในเวทีโลก อย่างองค์การสหประชาชาติแล้ว

รัสเซียยังให้ความสนใจที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ ดังจะเห็นได้ว่ารัสเซียได้กระชับความสัมพันธ์มากขึ้นกับฟิลิปปินในยุคของประธานาธิบดี ดูเตอร์เต หรือการที่รัสเซียได้ยื่นมือเข้ามาเพื่อสานสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับ APEC และ ASEAN ตลอดจนองค์กรต่างๆในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้รัสเซียและไทยก็เป็นสมาชิกสังเกตการณ์ของกลุ่มประเทศมุสลิม OIC ซึ่งทั้งสองประเทศต่างก็มีประชากรมุสลิมเป็นจำนวนไม่น้อย จึงทำให้สามารถเรียนรู้และประสานความร่วมมือในทางสร้างสรรค์ได้อย่างดีต่อไป

ศ.พล.ท. ดร.สมชาย วิรุฬหผล

Facebook Comments

0 thoughts on “เมื่อไทย “แอบมีใจ” ให้รัสเซีย

  1. เป็นบทความที่คนไทยต้องศึกษาและค้นหาข้อมูลเพิ่มเพื่อเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อให้ประเทศเป็นประเทศที่มีอิสรภาพปลอดจากแอกของมหาอำนาจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *