INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เส้นทางสายไหมทางบก ทางทะเลของจีน : ยุทธศาสตร์สำคัญในมุมมองด้านต่างๆ

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET
เส้นทางสายไหมทางบก ทางทะเลของจีน : ยุทธศาสตร์สำคัญในมุมมองด้านต่างๆ

    ผู้เขียนเคยเขียนพาดพิงถึงยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมทางบก และทางทะเล ซึ่งจีนประกาศใช้ในการประชุมร่วมกับนานาชาติเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง แหลมคม และจะมีผลกระทบต่อดุลอำนาจของโลกในอนาคตทีเดียว
    วันนี้จึงจะขอถือโอกาสมากล่าวถึงพอสังเขปในมุมมองด้านต่างๆ เพราะยุทธศาสตร์นี้มีองค์ประกอบครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมทีเดียว
    ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นมาทำความเข้าใจพอสังเขปว่าภายใต้ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมของจีน หรือ ONE BELT ONE ROAD นี้ การดำเนินการทางรูปธรรมจีนจะทำอะไรบ้าง
    1.เส้นทาง ทางบกมี 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 เชื่อมจีน-เอเชีย กลาง-รัสเซีย และยุโรป ซึ่งขณะนี้จีนสามารถเชื่อมต่อการขนส่งทางรถไฟจากจีนไปถึงลอนดอน เยอรมัน สเปน และกำลังจะเชื่อมต่อไปอิตาลี ตรงนี้ก็ต้องทำความเข้าใจว่าจีนไม่ได้ไปสร้างทางรถไฟใหม่ แต่ไปเชื่อมต่อการขนส่งทางรถไฟกับประเทศต่างๆที่เขามีทางรถไฟอยู่แล้ว และขอลงรายละเอียดลึกไปอีกว่า ระบบรางที่เขาใช้เชื่อมต่อกันเขาใช้ระบบรางมาตรฐาน ที่เรียกว่า STANDARD GAUGE ที่มีขนาดความกว้างของราง 1.435 เมตร ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น และใช้เวลาน้อยกว่าการขนส่งทางทะเลถึง 1 ใน 3 ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่ามาก นอกจากนี้จีนยังตัดถนนจากซินเกียงโดยอาศัยเส้นทางสายไหมโบราณ คือ โคราซานมายังปากีสถาน และมาออกทะเลที่ปากีสถาน
    เส้นทางที่ 2 เชื่อมจีน-ตะวันออกกลาง-อ่าวเปอร์เซีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เส้นทางสายนี้ยังไม่คืบหน้ามากนักเพราะยังมีเหตุการณ์รบพุ่งกันอยู่ โดยเฉพาะในช่วงตะวันออกกลาง
    เส้นทางที่ 3 เชื่อมจีน-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ จีนทำทางรถไฟเข้ามาในสปป.ลาวแล้ว และกำลังจะเชื่อมต่อกับไทย
    จะเห็นได้ว่าเส้นทางทั้ง 3 สายนี้ มุ่งที่จะเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินที่อยู่ลึกจากทะเลออกสู่ทะเลทั้งนั้น เช่น เดินแดนซินเกียง เอเชียกลาง และมณฑลทางใต้ของจีน อย่างยูนานและเสฉวน
    ส่วนเส้นทาง ทางทะเลนั้นก็วางแผนให้เชื่อมต่อกับเส้นทาง ทางบกและขยายครอบคลุมไปยังทะเลและมหาสมุทรที่จะเชื่อมโยงกับประเทศทั้งหลายที่มีการค้าขายทุกทวีป เช่น การสร้างท่าเรือใหญ่ในศรีลังกาที่กำลังดำเนินการอยู่เพื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือในปากีสถาน และจะเป็นฐานสำคัญในมหาสมุทรอินเดียที่จะไปค้าขายกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง อิหร่านตลอดไปถึงอาฟริกาตะวันตกและอาฟริกาใต้
    ทั้งนี้โครงการตามยุทธศาสตร์ OBOR นี้จะครอบคลุมประเทศต่างๆถึง 65 ประเทศ คิดเป็น 70% ของประชากรโลก โดยจีนจะลงทุนจำนวนมากมีมูลค่า 1-4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จึงควรมาพิจารณาถึงมุมมองในด้านต่างๆต่ออิทธิพลของยุทธศาสตร์นี้
1.มุมมองทางการเมือง
    พิจารณาจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์จีนสามารถเชื่อมโยงการขยายอำนาจจากเดิมที่เป็นการแข่งขันกันระหว่างดินแดนชายทะเล กับดินแดนใจกลางทวีป คือ RIM LAND กับ HEART LAND มาเป็นการผนวกศักยภาพของทั้งสองลักษณะทางภูมิรัฐศาสตร์เข้าด้วยกัน ด้วยประเทศจีนนั้นมีคุณลักษณะของที่ตั้งอันเหมาะสม คือ มีอาณาเขตเชื่อมต่อครอบคลุมเกาะโลกหรือ HEART LAND ขณะที่มีชายฝั่งทะเลกว้างยาวในมหาสมุทรแปซิฟิค
    ด้วยการเชื่อมโยงศักยภาพดังกล่าวจะทำให้จีนมีอิทธิพลทางการเมืองต่อประเทศต่างๆทั้งโลกหรือกว่า 70% ของประเทศในโลก ประสานกับการดำเนินนโยบายที่ไม่ก้าวร้าว แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง และการสร้างผลประโยชน์ร่วมจะทำให้บทบาททางการเมืองของจีนโดดเด่นขึ้นมาจนเป็นผู้นำโลกได้
2.มุมมองทางด้านเศรษฐกิจ
    หากพิจารณาข้อเสนอของจีนในการไปลงทุนภายใต้ BOR ของจีน แล้วก็ยากที่ประเทศเหล่านั้นจะปฏิเสธเพราะมันมีผลประโยชน์ร่วมกัน เช่น การสร้างถนนและท่าเรือที่ปากีสถาน เพราะจีนลงทุนหลายหมื่นล้านในขณะที่ปากีสถานขาดแคลนเงินทุนในการพัฒนาประเทศ ในขณะเดียวกันการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจก็ทำให้ปากีสถานแข็งแกร่งขึ้นในทางการเมืองเพียงพอที่จะคานกับอินเดียได้ นับเป็น 2 เด้ง ทั้งจีนและปากีสถาน
    ในแง่การนำเงินไปลงทุนต่างประเทศนั้น จีนก็ได้ประโยชน์ 2 เด้ง อีกด้วย นั่นคือระบายเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่มีมหาศาลออกไป ทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง ขายสินค้าส่งออกได้มากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอ จีนยังสามารถส่งออกหรือหางานให้บริษัทจีนที่มีการขยายตัวอย่างมาก จนงานในประเทศไม่ทันรองรับ แต่นอกจากหางานให้บริษัททั้งหลายของจีนแล้ว จีนยังส่งคนของตนจำนวนมากออกไปทำงาน โดยมีเป้าหมายทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน นับเป็นการส่งออกคนครั้งใหญ่ หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ายึดอำนาจการปกครองจากเจียงไคเชค ก๊กมินตั๋ง เมื่อมีประชากรไปอยู่ในต่างประเทศมากๆ ความสัมพันธ์ก็แนบแน่นทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การค้าขายระหว่างประเทศที่อาศัยคนจีนในประเทศนั้นๆ
    อีกเรื่องที่สำคัญในแง่เศรษฐกิจก็คือ จีนได้สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ตน เพราะจีนกำลังขยายตัวจึงต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ตลอดจนวัตถุดิบทั้งหลาย การสร้างเส้นทางขนส่ง นอกจากขนส่งสินค้าแล้วยังใช้ขนส่งสินค้าพลังงานได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาจีนเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งที่นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่การขนส่งมีข้อจำกัด กล่าวคือ ทางทะเล ต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา หรือซื้อจากรัสเซียด้านไซบีเรีย พอมี OBOR จีนก็สามารถขยายการขนส่งพลังงานได้อย่างกว้างขวางเช่น การนำก๊าซธรรมชาติที่มีแหล่งสำรองมหาศาลจากอุซเบกิสถานที่เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล ด้วยการขนส่งผ่านท่อก๊าซ หรือโดยทางรถไฟ ซึ่งท่อก๊าซก็อาจส่งมาที่ท่าเรือในปากีสถานได้อีกด้วย
    ส่วนด้านการเงินจีนก็ได้เตรียมสร้างกลไกการเงิน คือ AIIB ไว้แล้วด้วย
3.มุมมองด้านสังคมและวัฒนธรรม
    เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่เก่าแก่มีวัฒนธรรมที่สืบทอดมานานหลายพันปี การขยายการเชื่อมต่อโดย OBOR นี้จะทำให้จีนส่งออกทางวัฒนธรรมผ่านทางการค้า และประชาชนจีนที่จะอพยพไปอยู่ในดินแดนต่างๆ และวัฒนธรรมของจีนนั้นมีความเข้มแข็งเพราะสืบทอดกันมานาน แถมสามารถประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างดี จนดูผสมกลมกลืนและครอบงำได้ไม่ยาก
    จะเห็นได้ว่าจีนได้วางยุทธศาสตร์ที่ฉลาดหลักแหลม คือแทนที่จะขยายอิทธิพลทางทหารและเข้าแย่งยึดดินแดนต่างๆเหมือนนักล่าเมืองขึ้นในอดีต จีนกลับขยายความสัมพันธ์ทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ แต่ก็อย่าคิดว่าจีนจะไม่มีการขยายทางการทหาร ซึ่งแต่เดิมนั้นจีนมีกำลังพลทางบก ถือว่ามากที่สุดในโลก แต่ความทันสมัยของอาวุธยุทโธปกรณ์ถือว่ายังอยู่ในขั้นพื้นๆ ครั้นมาถึงปัจจุบันจีนได้พัฒนาเทคโนโลยีไปรอบด้าน รวมทั้งการพัฒนาด้านอวกาศ และเทคโนโลยีด้านการทหาร ที่สำคัญจีนขยายกองกำลังทางเรืออีกหลายเท่าตัว โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์เชิงรุกของจีน โดยจีนมีอันดับ 3 ของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยและใหญ่ติดอันดับโลก และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 ลำ ส่วนกองกำลังทางอากาศจีนก็ได้ปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องบินและขีปนาวุธจนทันสมัยไม่น้อยหน้ามหาอำนาจทั้งหลาย
    การศึกษาเรื่องเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล (OBOR) ของจีนจึงไม่ควรมองอะไรเพียงด้านเดียว แต่ต้องมองให้รอบด้านและพิจารณาที่จะตอบสนองให้เราได้ประโยชน์มากที่สุดจากมุมมองที่รอบด้านนั้น รวมทั้งด้านความมั่นคง!
    อย่านึกว่าจีนจะเป็นซานตาครอส หรือมาแต๊ะเอียตอนตรุษจีน สวัสดีปีใหม่ครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *