INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ทหารประชาธิปไตย
www.INEWHORIZON.NET

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

    ในทุกวันนี้ นักวิชาการ นักคิด นักเขียน และผู้นำของประเทศต่างๆ ต่างก็มีความวิตกกังวลว่าประชาชนในประเทศของตนนั้นจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และเท่าทันกับสิ่งใหม่ๆระบบใหม่ๆที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลง ด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่ก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งได้หรือไม่ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังนี้
    1.การเกิดขึ้นของระบบการเงินดิจิตอลที่จะเข้ามาเป็นคู่แข่งกับเงินกระดาษ ซึ่งจะต้องอิงกับอีก 2 เทคโนโลยีคือ BIG DATA และ BLOCK CHAIN ทั้งนี้ภายใน 10 ปีระบบธนาคารจะเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือรูปแบบเดิม
    2.ยานยนต์จะลดการใช้พลังงานในระบบเผาไหม้จากพลังงานฟอสซิล และระบบนี้จะหมดไปในที่สุด เมื่อสถานีบริการเติมน้ำมันเปลี่ยนรูปไปเป็นการบริการพลังงานแบบอื่นๆ เช่น ไฟฟ้าหรือน้ำ รายได้หลักของปั้มเหล่านี้จึงจะมาจากการขายสินค้าต่างๆ ซึ่งในทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่มีรายได้เสริมคือการขายน้ำมัน และก๊าซ ส่วนระบบการขับเคลื่อนก็จะเป็นในรูปอัตโนมัติคือไร้คนขับ แต่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง นอกจากการเดินทางภาคพื้นดินแล้ว ก็จะมียานพาหนะที่เดินทางในอากาศ รวมทั้งโดรนทั้งหลาย
    3.จะมีการพัฒนาการผลิตโซล่าเซลให้มีประสิทธิภาพและราคาถูก จนทำให้พลังงานแสงอาทิตย์กลายมาเป็นพลังงานหลักทั้งการขนส่ง แสงสว่าง และการผลิตสินค้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบนิเวศน์
    4.โทรศัพท์แบบฉลาดคือ SMART PHONE จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันควบคู่กับ SMART CARD (บัตรฉลาด)
    อย่างไรก็ตามอะไรที่มีคุณอนันต์ก็ย่อมมีโทษมหันต์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะมีความซับซ้อนมากขึ้น คนมีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมีโอกาสในการปกป้องตนเองได้ดีกว่าคนที่มีพื้นฐานน้อย หรือไม่มีพื้นฐาน เพราะยุคนี้เราเรียกว่ายุคแห่งพื้นฐานความรู้ (Knowledge Base)การขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ระบบใหม่ที่เรียกว่า 4.0 นี้ จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง และปรับเตรียมพื้นฐานการศึกษาของคนรุ่นใหม่ให้ความรู้และเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ นั่นคือต้องปฏิวัติการศึกษา หากไม่มีความสามารถในการพัฒนาการศึกษาให้มีความรู้และเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ ก็ควรที่จะปรับจูนตัวเองตามความสามารถด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม มิฉะนั้นจะเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะนำประเทศเข้าสู่ระบบดังกล่าว
    เมื่อพูดถึงการศึกษาผู้เขียนไปได้รับข้อคิดส่งมาในเครือข่ายเน็ตที่น่าสนใจ จึงไปค้นต่อ และได้ข้ดคิดที่น่าสนใจดังนี้
    “การทำให้ชาติหนึ่งล่มจมไม่จำเป็นต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธพิสัยไกล…”
    …เพียงแค่ลดคุณภาพการศึกษาและปล่อยให้มีการโกงของนักศึกษาในการสอบก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกิดผลตามมาเช่นนี้
    1.คนไข้ที่ไม่ควรตายก็มาตายในมือหมอหรือไม่ก็ตายเพราะไม่มีเงินจะรักษา หรือได้รับการรักษาด้วยวิธีการที่ไม่จำเป็น แต่ทำให้เรียกค่าบริการได้สูง
    2.ตึกถล่มจากผลงานของวิศวกรที่มีความรู้ไม่เพียงพอ
    3.การฉ้อฉลทางเทคโนโลยีทำให้นักบัญชีที่ด้อยคุณภาพ ก่อให้เกิดการรั่วไหล โดยเฉพาะธุรกรรมข้ามชาติ
    4.ศีลธรรมและมนุษยธรรมล้มละลายในมือนักการศาสนา เพราะขาดการขัดเกลาทางพื้นฐานจิตใจที่ดี
    5.ความยุติธรรมวอดวายในมือผู้พิพากษา ด้วยขาดทั้งคุณธรรม และองค์ความรู้ที่พอเพียง
    6.ความมั่นคงของชาติจะถูกแปลงไปเป็นความมั่นคงของตนเองเพราะฝีมือทหาร
    7.เศรษฐกิจของชาติล่มสลายเพราะนักเศรษฐศาสตร์ นักการคลัง และผู้นำที่ไม่มีความรู้
    ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าคุณภาพในการศึกษาทั้งความรู้ในเชิงวิชาการ และคุณธรรมประจำตัวของนักศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะต้องย้อนกลับไปเริ่มตั้งแต่การศึกษาขั้นต้น ปฐมฐาน
    การมานั่งโต้แย้งกันว่าอะไรจะต้องเกิดก่อน ควรจะถูกยกเลิกไปเสียที เพราะระบบดีย่อมผลิตคนดี แต่ถ้าไม่มีคนดีจะผลิตระบบที่ดีได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริงมันไม่มีอะไรดีอะไรเลวไปทั้งหมด เพียงแต่คนดีต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสร้างระบบดีๆให้กับสังคม ถ้าเราปล่อยปละละเลย ปล่อยทุกอย่างตามแต่ผู้นำ ที่อาจไม่มีความรู้หรืออาจจะไม่ใช่คนดีเหมือนที่สร้างภาพ ก็เท่ากับว่าเรากำลังมีส่วนร่วมในการทำให้ชาติล่มสลาย
    ที่กล่าวมานี้เป็นข้อคิดจากอาจารย์ท่านหนึ่งที่นำเสนอให้ผู้คนตลอดจนนักศึกษาในอาฟริกาใต้ ได้ตระหนักไว้เพื่อที่จะได้ช่วยกันไม่ให้ชาติล่มสลาย ท่านอาจจะให้เป็นอุทธาหรณ์สำหรับประเทศเพื่อนบ้านคือ ซึมบับเว ที่เวลานี้มีสภาพใกล้ตายไปทุกที จนกองทัพทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาแข็งขืนต่อผู้นำเผด็จการ อย่างนายโรเบิร์ท มูกาเบ แต่ก็ใช่ว่าซิมบับเวจะสามารถฟื้นคืนชีพได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะปัญหามันถูกสะสมหมักหมมมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี ภายใต้การนำของจอมเผด็จการที่ครองประเทศมานาน ด้วยความโง่และความบ้า
    และที่พูดมาทั้งหมดนี่ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทยเลย เนื่องจากเรากำลังจะโชติช่วงชัชวาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เศรษฐกิจเราจะพุ่งขึ้นแบบติดจรวดภายใต้การนำและการวางแผนของรองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะหมดไปภายใต้การนำของ 2 นายพลผู้ยิ่งใหญ่ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็นแกนนำในการปราบปรามคอร์รัปชั่น
    อย่างนี้เราไม่มีทางเป็นอย่างซิมบับเวในอาฟริกาใต้แน่นอน

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *