INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย ตอนที่ 3

นักศึกษาไทยมุสลิมในอินเดีย ตอนที่ 3

จรัญ มะลูลีม

หลังจากเดินทางตามหมายกำหนดการณ์ในเมืองลัคเนาว์  ทั้งดารุลอุลูม นัดวาตุล อุลามาอ์ และมหาวิทยาลัยอินดิกรัล (Integral)  ผมก็เดินทางออกจากเมืองลัคเนาว์  นครหลวงของรัฐอุตตระประเทศ (UP) ไปยังกรุงนิวเดลี (New Delhi) เมืองหลวงของอินเดีย    สำหรับกรุงเดลีเก่า (Old Delhi) ก็เป็นเมืองหลวงเก่าของอินเดียก่อนการเข้ามาของอังกฤษ

จนถึงทุกวันนี้ Old Delhi ก็ยังมีความงามให้เห็นทั้งในทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม   ในปัจจุบันกรุงเดลีเก่าเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียจำนวนมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวมุสลิม

ทั้งนี้ราชวงศ์ต่างๆ ที่เข้าปกครองอินเดียสมัยโบราณมีอยู่หลายราชวงศ์ที่เป็นราชวงศ์มุสลิมที่มาจากหลากหลายดินแดนของเอเชีย   อินเดียจึงเป็นที่รวมของวัฒนธรรมที่ต่างก็มาบรรจบกันที่นี้ไม่ว่าจะเป็นจีนท้องถิ่น เอเชียกลาง  กรีก เปอร์เซีย  อัฟกัน ยุโรป เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้ปรัชญาอินเดียจึงแฝงความลึกซึ้งที่ถ่ายทอดไปสู่หลายสายธารของอารยธรรมโลก

นับแต่กาลนานมาแล้ว  อินเดียมีปรัชญาอยู่มากมาย  กระแสแห่งปรัชญาของอินเดียส่วนใหญ่แพร่มาถึงชาวมุสลิมในสมัยการปกครองของราชวงศ์อับบาสิยะฮ์ (Abbasid)  กล่าวกันว่าพุทธศาสนาและพระเวทมีอิทธิพลต่อปรัชญาโดยเฉพาะของลัทธิซูฟีอยู่ด้วยเช่นกัน

สำหรับอินเดียนั้นถือกันว่าเป็นดินแดนแห่งความเฉลียวฉลาดโดยแท้จริง  เรามักจะได้เห็นทรรศนะของชาวอาหรับที่กล่าวว่าอินเดียเป็นแหล่งกำเนิดแห่งปรัชญา   เนื่องจากอินเดียมีการติดต่อค้าขายกับโลกตะวันตก ซึ่งมีชาวเปอร์เซียเป็นตัวกลาง    และต่อมาเนื่องจากราชวงศ์มุสลิมเข้าครองอินเดีย (คือราชวงศ์มุคัลหรือโมกุล)   จึงทำให้ความรู้ของอินเดียแพร่หลายออกไปกว้างและไกล

หนังสือวิชาการของอินเดียส่วนใหญ่ได้รับการแปลเป็นภาษาอาหรับในรัชสมัยของเคาะลีฟะฮ์ อัลมันซูร (Al-Mansur, ค.ศ. 754-775)  และฮารูน อัร-รอซีด (Harun Al-Rashid, ค.ศ.833-842)   ส่วนหนึ่งแปลจากภาษาสันสกฤตโดยตรง  อีกส่วนหนึ่งแปลจากคำแปลภาษาเปอร์เซีย (ปาห์ลาวี Pahlavi)

ความรู้ด้านจริยธรรมและการเมืองในรูปสุภาษิตได้มาจากนิทานสุภาษิตและนิยายของอินเดียอย่างเช่น นิยายปัญจตันตราซึ่งอิบนุล มุกัฟฟะฮ์ (Ibn Al-Muqaffa)  แปลจากภาษาปาห์ลาวีในรัชสมัยของอัล-มันซูรและอื่นๆ

อย่างไรก็ตามคณิตศาสตร์และโหราศาสตร์ซึ่งมักจะรวมอยู่ในการปฏิบัติทางการแพทย์หรือเวทมนตร์กลายมามีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อการเริ่มต้นของความรู้ทางโลกในโลกอิสลาม

โหราศาสตร์จของกษัตริย์สิทธันตะ (Siddhanta) แห่งราชวงศ์พรหมคุปต์ซึ่งถูกแปลจากภาษาสันสกฤตในรัชสมัยของอัล-มันซูร โดยฟาซารี (Fazari) นั้นเป็นที่รู้จักกันก่อนเรื่อง Almagest ของปโตเลมี (Ptolemy) เสียอีก    ดังนั้นโลกกว้างทั้งในอดีตและอนาคตจึงถูกเปิดเผยให้เห็น

ความคิดในด้านตรรกวิทยาและอภิปรัชญาของอินเดียก็มิใช่ว่าจะไม่เป็นที่รู้จักของชาวมุสลิม   อย่างไรก็ดี  มันก็มีผลในการพัฒนาทางด้านวิทยาการได้น้อยกว่าคณิตศาสตร์และโหราศาสตร์     การสังเกตดูชาวอินเดียซึ่งเกี่ยวข้องกับคัมภีร์ต่างๆ ของเขาและชีวิตของพวกเขาถูกกำหนดโดยความมุ่งหมายทางด้านศาสนาโดยสิ้นเชิงย่อมมีอิทธิพลอย่างไม่สิ้นสุดต่อลัทธิซูฟีของเปอร์เซีย

ในปรัชญาของอินเดียนั้นถือว่าความรู้เป็นวิถีทางที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีงาม    ในขณะที่การพ้นไปจากความเป็นอยู่ที่ชั่วร้ายนั้นเป็นจุดมุ่งหมายของปรัชญาอินเดียเช่นกัน

ความรู้ต่างๆ ของโลกตะวันออก  โหราศาสตร์และจักรวาลวิทยาได้ให้วัตถุดิบหลายอย่างแก่นักคิดมุสลิม

การเดินทางจากเมืองลัคเนาว์ไปกรุงนิวเดลีโดยสายการเป็นที่บินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอย่างสายการบิน Indigo เที่ยวบิน 3 6E 306 ใช้เวลาราว 50 นาที   โดยทางสถานทูตไทยในอินเดียได้จัดให้ผมเข้าพักที่โรงแรม Leela Palace อันเป็นโรงแรมที่ประดับตกแต่งด้วยศิลปะอินเดียและการจัดสวนแบบเปอร์เซียที่งดงาม

กำหนดการณ์ในวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม ปี 2562 เริ่มต้นด้วยการเข้าเยี่ยมเอกอัครราชทูต ชุตินทร คงศักดิ์ ณ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ปัจจุบันอยู่ในช่วงการต่อเติมและปรับภูมิทัศน์

สถานทูตไทยในกรุงนิวเดลีเป็นหนึ่งในสถานทูตไทยในต่างแดนที่มีความงดงามโอ่อ่า   ประดับด้วยศิลปะไทยและศิลปะร่วมสมัย   เหมาะแก่การต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและการทำงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับอินเดียและภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ

ท่านทูตชุตินทร พร้อมภริยา มล. ปิยวรรณ คงศักดิ์ อัครราชทูตธีรภัทร มงคลนาวิน เลขาเอก กฤชณรงค์ เสรีสวัสดิ์ เป็นผู้นำในการสนทนาแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-อินเดีย

สำหรับผมในฐานะหัวหน้าสาขาอินเดียศึกษา  วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มีความรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเอกอัครราชทูตชุตินทร ทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ไทย-อินเดียได้มากขึ้น  โดยท่านทูตได้กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของอินเดีย  การทำธุรกิจในประเทศอินเดีย  บริษัทของไทยที่เข้ามาลงทุนและดูแลงานด้านการก่อสร้างสถานที่สำคัญๆ อยู่ในอินเดีย  รวมไปถึงภาพรวมของคนไทย  นักศึกษาไทยและกำหนดการจัดงานวันชาติที่มีคนไทยในอินเดียเข้าร่วม

สถานทูตไทยในอินเดียประกอบด้วยห้องสมุดสำหรับการค้นคว้าทางด้านวิชาการและห้องทำงานที่กว้างขวางที่เหมาะต่อการปฏิบัติงานด้านการทูตและการต่างประเทศ

ท่านทูตได้พาชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่อยู่คู่สถานทูตมายาวนานและการต่อเติมสถานทูตที่พยายามให้มีมิติต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ทางการทูตและการเชื่อมความสัมพันธ์กับชาวอินเดียและประเทศอินเดีย   ซึ่งปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นยักษ์หลับที่ตื่นขึ้นมาแล้ว

อินเดียในฐานะประเทศจึงได้ชื่อว่าเป็นมหาอำนาจใหม่หรือ Emerging Power เป็นหนึ่งในประเทศที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ

ทั้งนี้เมื่อไทยมีนโยบายมองไปทางตะวันตก (Look West Policy) ของประเทศไทย อันเป็นนโยบายเชิงรุก (Pro Active)  ต่อมาอินเดียภายใต้การขับเคลื่อนของอดีตผู้นำ  นารา สิมฮา เรา (Nara Simha Rao) ก็มีนโยบายมองตะวันออก (Look East Policy) ตามมา  โดยนโยบายต่างประเทศของอินเดียปัจจุบันจะมุ่งให้ความสนใจต่อประเทศเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างมาก

หลังการพบปะเอกอัครราชทูตของไทยและคณะแล้ว  ผมก็มีโอกาสเดินทางดูบรรยากาศรอบกรุงนิวเดลีอีกครั้ง    ในการเดินทางเยือนอินเดียครั้งนี้  ผมพบว่าอินเดียโดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงนิวเดลีถนนหนทางมีความสะอาดกว่าเดิม  ชีวิตผู้คนก็ดูแจ่มใสร่าเริงกว่าที่เคยพบครั้งก่อน ๆ   แม้ว่าปีหนึ่งผมจะมาอินเดียไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งก็ตาม

ในช่วงการเดินทางทั้งในขณะที่อยู่เมืองลัคเนาว์และกรุงนิวเดลี ผมมีเพื่อนร่วมเดินทางชื่อกุนาล พัลตา (Kunal Palta) อดีตนักเรียนเก่าอังกฤษที่เป็น Local Staff ของสถานทูตไทยร่วมเดินทางด้วยและเป็นผู้ที่คอยให้ความสะดวกเรื่องการเดินทางและความรู้ทั่วไปว่าด้วยอินเดียร่วมสมัยที่เขามีความคุ้นเคย

กรุงนิวเดลีในวันนั้น ทั้งเช้าบ่ายค่ำยังคงเต็มไปด้วยผู้คน  ตลาด ข่าน (Kkan Market) ชานกรุงนิวเดลีเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีความหลากหลายทั้งสินค้าที่เป็นวัตถุและสินค้าทางสมองที่มีค่าโดยเฉพาะร้านขายหนังสือที่มีอยู่หลากหลายรายการ

หนังสือที่มีขายในอินเดียส่วนใหญ่อินเดียจะซื้อมาจากทั่วโลก  โดยเฉพาะโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษแล้วมาทำให้ราคาถูกลงด้วยวิธีการจัดพิมพ์และการจัดจำหน่ายของอินเดียเอง  ซึ่งมีราคาหน้าปกถูกจนไม่น่าเชื่อ อินเดียจึงเป็นแหล่งรวมหนังสือดี ราคาถูกอย่างแท้จริง   ทั้งนี้ในบางเดือนของอินเดียโดยเฉพาะตามสถานีรถไฟใหญ่ๆ ในเมืองหลวงจะมีเทศกาลขายหนังสือดีราคาถูกให้เห็นอยู่เนืองๆ

 

ภาพ  Jama masjid old Delhi

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *