INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)

การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence)

โดย ผศ.ดร.ธันย์พัทธ์ ใคร้วานิช

 

ในช่วงเวลาไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจและการบริหารประเทศในหลายๆด้าน  ปัจจุบันนี้การบริหารความมั่งคั่งและบริษัทในตลาดทุนจะสร้างหรือให้สิทธิใช้แพลตฟอร์ม หุ่นยนต์ที่ปรึกษา (Robo-Advisor Platform) หรือใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: I) ในการจัดการเงินทุน AI ( Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ) Robot หรือ Quant Trading คือ การนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นแทนคน หุ่นยนต์ที่ปรึกษา หรือ Robo-Advisor ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ Financial Technology: Fintech ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจาก AI โดยหุ่นยนต์ที่ปรึกษาจะช่วยให้คำปรึกษาด้านการลงทุนผ่านซอฟแวร์การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ซึ่งระบบจะรวบรวมข้อมูลด้านการเงินของนักลงทุนจากการตอบแบบสอบถามออนไลน์ และทำการประมวลผล หลังจากนั้น จะออกแบบการลงทุนโดยจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนที่นักลงทุนแต่ละคนคาดหวัง

 

ปัจจุบันนอกจากนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อขายหุ้นโดยการใช้ AI  Robot หรือ Quant Trading เพื่อลดต้นทุนในการจ้างคนมา Trade หุ้นแล้ว โบรกเกอร์เกือบทุกโบรกเกอร์ในประเทศไทยก็ได้ให้บริการ AI Robot หรือ Quant Trading สำหรับนักลงทุนรายย่อยในประเทศไทยที่สนใจแล้ว และมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลายกว้างขวาง เมื่อทำการทดสอบโปรแกรมย้อนหลังแล้ว ได้ผลตอบแทนที่ดีมาก สำหรับระบบการซื้อขายด้วย Robot และระบบ A.I. ต้องยอมรับว่า เป็นระบบที่เป็นแนวโน้มของเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ ซึ่งคนรุ่นใหม่ และนักลงทุนที่ชอบทดลองของใหม่เพื่อไม่ให้ตัวเองตามไม่ทัน ทั้งนี้ระบบ Robot จะสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติตามคำสั่งที่ผู้คุมระบบป้อนเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ส่วน A.I. (Artificial Intelligence) หรือที่เรียกกันว่า ปัญญาประดิษฐ์ เกิดจากการสร้างโดยมนุษย์ ที่มีความต้องการจะทำให้หุ่นยนต์ที่สร้างขึ้นมา มีความฉลาดคิดและสามารถวิเคราะห์ได้อย่างมีเหตุผล และแม่นยำ ให้ได้เหมือนสมองคน

 

นอกจากนั้นการใช้หุ่นยนต์เทรดหุ้นยังมีข้อน่ากังวลในเรื่องความปลอดภัยของนโยบายการลงทุนด้วย ซึ่งในกรณีที่มีผู้ล่วงรู้ถึงรูปแบบ ช่วงราคาการซื้อขายของโปรแกรม ก็อาจซื้อหรือขายเพื่อดักทาง จนสร้างความเสียหายแก่นักลงทุนที่ใช้ระบบดังกล่าวได้ ดังนั้นการใช้หุ่นยนต์เทรดหุ้นก็ต้องมีความมั่นใจในสูตรคำนวณว่ามีประสิทธิภาพ และต้องสอดรับกับระบบการทำงานที่มีเสถียรภาพด้วย

 

แต่อย่างไรก็ตาม ความนิยมในการใช้ “หุ่นยนต์เทรดดิ้ง” แทนการตัดสินใจของคน ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex)ไม่เว้นแต่ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดจากผู้พัฒนาโปรแกรมที่มักจะชูจุดขายความสามารถรอบด้าน มีกระบวนการตัดสินใจที่ดีกว่ามนุษย์โดยปราศจาก “อคติ” และจุดขายที่สำคัญคือโปรแกรมเหล่านี้ “ช่วยผู้ลงทุน เอาชนะตลาดได้ในทุกสภาวะ” ซึ่งปัจจุบัน อุตสาหกรรมโบรกเกอร์ในประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทด้านเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม ต่างลุกขึ้นมาสร้างสรรค์และพัฒนาโปรแกรม “หุ่นยนต์เทรดหุ้น” เพื่อตอบรับกับกระแสความนิยมดังกล่าว

มีผู้ทำงานวิจัยมาแล้วทั้งในและต่างประเทศพบว่า ผู้ที่มีอายุแตกต่างกันจะมีโอกาสในการยอมรับระบบ AI แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกัน โดยนักลงทุนที่มีอายุน้อยยังไม่นิยมกองทุนประเภท Robot เนื่องจากหุ้นที่ถือมักจะเป็นประเภท Value มากกว่า Growth รวมถึงส่วนใหญ่ยังยึดติดกับสัดส่วนของพอร์ตที่ประกอบด้วยหุ้นและตราสารหนี้ที่สัดส่วน 60/40 สำหรับคนรุ่นใหม่จากการศึกษา (มีอายุน้อยกว่า 31 ปี) มีการยอมรับระบบ AI น้อย การวัดผลงานของกองทุน Robot ทำได้ค่อนข้างยาก ทั้งนี้บริษัทที่จัดอันดับเครดิตยังไม่ได้ให้ความสนใจกับกองทุนประเภทนี้มากเท่าไรนัก เนื่องจากตลาดยังไม่กว้างจนคุ้มค่าพอที่จะลงมาทำธุรกิจในเซกเมนท์นี้ ทำให้ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจอย่างหนักในการวางเงินลงทุนเพื่อลงทุนในระบบนี้หรือไม่

 

ส่วนปัจจัยด้านความรู้ความเข้าใจในการลงทุน พบว่า ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนแตกต่างกันจะมีโอกาสในการยอมรับระบบ AI แตกต่างกัน ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องคำแนะนำในการบริหารพอร์ตการลงทุนโดยใช้หุ่นยนต์ ผลการทดลองคือ 3 ใน 4 ของคำแนะนำที่ได้จากหุ่นยนต์ สามารถสร้างผลตอบแทนเมื่อปรับความเสี่ยงได้สูงกว่า ดัชนีตลาดหลักทรพย์นอเวย์ ที่ได้ทำการศึกษาเรื่อง ผลกระทบจากหุ่นยนต์ที่คล้ายความเป็นมนุษย์ในด้านให้คำปรึกษาทางด้านการลงทุน ผลการทดลอง คือ นักลงทุนจะลดความเชื่อถือจากการลงทุนก็ต่อเมื่อการให้คำปรึกษาครั้งแรกของการลงทุนผิดพลาด โดย วิธีหนึ่งจะทำให้นักลงทุนมีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุดในแง่คำปรึกษาของ การให้หุ่นยนต์เรียนรู้ด้วยตนเอง กับ การให้มนุษย์ลงทุนตามแบบของตนเอง ส่วนวิธีที่สองจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าวิธีที่หนึ่ง คือ การให้หุ่นยนต์ทำตามแบบฟอร์มที่มนุษย์เขียนโปรแกรมไว้ กับ การให้มนุษย์ทำตามแบบฟอร์มที่มนุษย์วางกฎเกณฑ์เอาไว้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ผู้ลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนที่มากกว่า จะทำให้เข้าใจระบบการลงทุนของ AI มากกว่า และนำมาซึ่งผลตอบแทนที่มากกว่าได้

 

 

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการซื้อขายในตลาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่สามารถทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปได้เร็วกว่า มักจะกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ และเมื่อกล่าวถึง “โรบอท” กับ “การลงทุน” หลายคนอาจจินตนาการถึงความไฮเทค ล้ำสมัย ซับซ้อน เป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ที่ส่งคำสั่งซื้อขายในหลักเสี้ยววินาที แต่หากเรามองลึกลงไปจะพบว่า กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีแบบแผนและขั้นตอนชัดเจน คือกุญแจที่ทำให้โรบอทสามารถทำการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ภายใต้การลงทุนในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นในการลงทุนได้มากขึ้น นักลงทุนยุคใหม่ที่มุ่งเน้นด้านการลงทุนเพื่อผลกำไร โรบอทหรือระบบ AI ก็ถือเป็นอีกทาง (ลัด )หนึ่งที่สามารถทำให้ขึ้นสู่ยอดเขาของการลงทุนได้ ขอสังเกตจากการศึกษาพบว่าในต่างประเทศ ผู้ที่นิยมชมชอบการทำงานของหุ่นยนต์ในการซื้อขายหุ้น กลับกลายเป็นผู้สูงอายุทั้งนี้ได้เปิดเผยว่า การใช้บริการของที่ปรึกษาทางการเงินด้วยปัญญาประดิษฐ์สามารถทำให้ได้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และไม่ต้องคอยกังวลในการตัดสินใจในสภาวการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป มีเวลาท่องเที่ยวและทำงานอดิเรกที่รักและชอบมากขึ้น กลับกลายเป็นว่าเป้าหมายของผู้ใช้บริการหุ่นยนต์กลับกลายเป็นคนสูงวัยไม่ใช่คนรุ่นใหม่

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *