jos55 instaslot88 Pusat Togel Online เกษตร (คนหนึ่ง) รำพัน - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เกษตร (คนหนึ่ง) รำพัน

เกษตร (คนหนึ่ง) รำพัน

สมองอยู่ว่างๆ หวนคิดถึงเพลงที่พวกเราร้องกัน ในสมัยที่เรียนเกษตร เมื่อมีการเดินทาง แล้วได้รับการต้อนรับจากเจ้าภาพ จนได้เวลาที่ลาจาก เราจะร้องเพลงให้กับเจ้าภาพดังนี้ ”ให้สุขกายสุขใจเหมือนดังน้ำในคงคา ให้สุขกายสุขตาเหมือนดังพระจันทร์วันเพ็ญ ให้สดชื่นดังดอกไม้ เมื่อยามน้ำค้างพร่างพรม ให้ทรัพย์สินอุดมให้พบแต่ความร่มเย็น” ต่อจากเพลงนี้ ถ้าเจ้าภาพเป็นรุ่นพี่เกษตร ก็จะร้องเพลงเกษตรรำพัน ที่กล่าวถึงบุญคุณที่รุ่นพี่ๆบุกงานสร้างสถาบันเกษตรมา จนเป็นแหล่งให้เราพำนักร่ำเรียน และเราก็สัญญากันว่าจะร่วมกันต่อสู้ ให้เกษตรเคียงคู่อยู่กับแดนถิ่นของไทย

เป็นที่ทราบกันดี ว่าเพลง เกษตรรำพันนี้ ไม่ว่าใครจะเรียนเกษตรที่สถาบันไหน ก็ร้องเพลงนี้ได้ เหมือนกับว่าเกษตรเรา จากวงเล็กๆ ได้กระจายต่อไปกว้างขวางขึ้น ซึ่งเกษตรแม่โจ้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เกิดขึ้นมาก่อน ในสมัยนั้น สถาบันที่มีการเรียนการสอนทางเกษตร ก็มีวิชาการที่เกี่ยวกับการเกษตรหรือเกษตรกรอยู่หลายสาขา จากเพลงเกษตรรำพันนี้ เหมือนกับว่าทุกๆคนในวงการเกษตร ต่างก็เป็นพี่น้องกัน เมื่อวันที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จัดงานเลี้ยงอำลาเนื่องจากเกษียณอายุให้ผมเมื่อปลายเดือนตุลาคม ๒๕๔๙ ก็ได้มีการร้องเพลงเกษตรรำพันนี้ ซึ่งทำให้ซาบซึ้งใจมาก เป็นการร้องเพลงหมู่ ครั้งสุดท้าย ที่ผมร่วมด้วย นับจนถึงปัจจุบัน

เมื่อสมัยที่ยังเรียน และอยู่ที่หอพัก มีค่ำวันหนึ่ง เสียงเพลงเหล่านี้แว่วมาเข้าหู เลยออกไปดู เห็นรุ่นพี่รุ่นน้องนั่งจับกลุ่มกันที่ลานซีเมนต์หน้าหอ กำลังดื่มไวน์สับปะรดซึ่งทำเอง คงจะมีสถาบันไหนมาขอให้ทำไวน์ให้ จึงเอาไวน์มานั่งชิมกันก่อนว่าดื่มไปแล้ว ท้องไม่เสียแน่ จึงให้เขาไป ฤทธิ์ของไวน์ ทำให้เกิดเสียงเพลงไพเราะเสนาะหู ที่นิยมร้องกัน จนถึงเวลาสมควร ก็แยกย้ายกันไป

จากเวลาเกือบ ๖๐ ปีผ่านไป ความหลังยังไม่ลืม แต่ไม่สามารถหวนกลับไปอีก มีแต่เดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จากการตะโกนเปล่งเสียงร้องเพลง กลายเป็นเสียงแหบๆที่เจ็บคออยู่เป็นประจำ วันๆมีแต่ทำงานบ้าน เดินตลาดสด ซื้อของไปทำกินและของใช้ประจำวัน

ที่เชียงใหม่ซึ่งผมมาอยู่นานๆเป็นระยะๆนี้ มีตลาดมีโชค และตลาดรวมโชคอยู่ด้วยกัน และที่ตลาดรวมโชค ยังมี supermarket คือ Tops ด้วย เมื่อถึงเวลาสุดสัปดาห์ ก็มีตลาดนัด โดยเฉพาะผลไม้สด เช่นส้ม และอาหารที่คุณภาพดีราคาถูกวางขายไว้เยอะ สำหรับที่จอดรถนั้น ถ้าไม่ใช่ในช่วง rush hours เวลาอื่นก็พอจะหาได้

หากไม่พิถีพิถันเรื่องการกินมากนัก ที่พื้นลานกว้างๆใจกลางตึกตลาดมีโชค มี booth ขายข้าวซอย ซึ่งมีข้าวซอยปลา นั่งทานที่หน้า booth นั้นเลย อาศัยแผ่นไม้พาดอยู่ และเก้าอี้วางเรียงกัน เสร็จแล้วไปซื้อสับปะรดผลเล็กๆที่ปอกเสร็จ คงเป็น สับปะรดภูแล มานั่งกินต่อ มีม้ายาวให้นั่งอยู่แถวนั้น ๒-๓ ตัว สำหรับผม ไปสั่งไอสครีมร้าน Dairy Queen ความจริงที่นั่นมีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกได้ รวมทั้ง Mc Donald นั่งเล่นๆสบายๆ ส่วนที่ห้องแถวริมถนนสายกลางเข้าไป มีร้านขายอาหารฝรั่ง ทำ pizza แบบแป้งบาง กรอบอร่อย รวมทั้ง steak และสลัด พร้อมด้วยขนมปังกระเทียม แล้วแต่จะสั่ง ทั้งนี้ ราคาอาหาร ก็พอมีเหตุผล จ่ายได้อย่างเต็มใจ

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ก็ไปเดินตลาดสด หรือตลาดนัด หรือ Tops ตามอัธยาศัย เมื่อสมัยก่อนโควิด ๑๙ ระบาด มีนักท่องเที่ยวจีนเดินแถวนี้หลายคน ตอนนี้เริ่มต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน จะกลับมาอีกแล้ว ทุกแผงในตลาด ก็เตรียมการเรื่องนี้ อย่างเต็มที่ เมื่อ ๒-๓ วันก่อน ผมไปเดิน แล้วหยุดดูพระเครื่องที่เลี่ยมแล้ววางบนแผงภายในตลาด เจ้าของแผง ก็เข้ามาทักทาย ถามว่า Can you speak Thai ? ผมดีใจมากที่เขาเห็นผมมีหุ่นเป็นนักท่องเที่ยว แต่ก็ลืมคิดที่จะเล่นสำนวนกับเขา เลยตอบเขาไปว่า หัดพูดภาษาไทยมา ๗๗ ปีแล้ว ตอนนี้ ก็ยังไม่คล่อง หลายๆครั้งเวลาพูดยังติดอ่างอยู่

ที่ตลาดสดรวมโชค มีแคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว วางขายเหมือนกับตลาดธานินทร์ แต่ตามความรู้สึกแล้ว เห็นว่า นักท่องเที่ยวจะซื้อแคบหมู ที่ตลาดธานินทร์ และไส้อั่วไปซื้อที่ตลาดแม่เหียะ จะนิยมมากกว่าที่นี่ สำหรับผม ชอบซื้อข้าวแต๋น ที่นี่ และตือโคคา ก็เป็นอีกร้านนึงที่นี่เหมือนกัน ตือโคคาวางขายคู่กับเต้าหู้ทอดจากกระทะร้อนๆ น้ำจิ้มอร่อย แต่ต้องไปเร็วๆ รู้สึกว่าบ่ายจัดๆจะไม่มี สำหรับส้มที่ตลาดนัดรวมโชคค่อนข้างสดและรสหวานราคาไม่แพง ซื้อกลับไปเป็นของฝากที่กรุงเทพฯได้สบายๆ ไหนๆก็มาแล้ว ซื้อกับข้าวสำเร็จกับข้าวเหนียวดำไปกินที่บ้านด้วยจะเร็วกว่าไปทำเอง ยังมีสินค้าดีๆอีกหลายอย่าง กล่าวถึงไม่หมด ถ้าชอบเดินตลาด ที่นี่ก็เป็นแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมาแวะกัน

ร้านก้วยเตี๋ยวปลาที่เชียงใหม่ มีหลายร้านที่มีชื่อเสียง เช่น ร้านเซี๊ยะ อยู่ถนนสุขสัญจร(ชื่อถนนพระราชทาน) ฟ้าฮ่าม ร้าน เจ๊ดา ใกล้สี่แยกสะเมิงที่มีวัดต้นเกว๋น หรือก้วยเตี๋ยวปลาร้านเก่าที่โด่งดังที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ใจกลางเมือง แต่ถ้ามาแถวตลาดรวมโชคแล้ว ลองไปกินก้วยเตี๋ยวปลาอยู่ริมถนนวงแหวนจากแยกรวมโชค ไปก่อนถึงแยกดอยสะเก็ด มีป้ายร้านอาหารปักษ์ใต้ให้คอยสังเกต ร้านนี้ รสชาติพอกินได้ แต่คนยังไม่มาก ไปนั่งกินสบายๆได้ ตอนที่ไปกินนั้น เห็นมีผลิตภัณฑ์ไอสครีมจากองค์การส่งเสริมโคนมไทยเดนมาร์ค ให้สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม อีกด้วย

นอกจากเดินตลาดแล้ว บางครั้ง ได้ออกชนบทบ้าง ผมเคยไปเที่ยวสวนลำไยที่อำเภอจอมทอง เข้าไปทางน้ำตกแม่ยะ มีสวนลำไยกว้างขวาง เต็มไปหมด เห็นการปลูกลำไยที่เชียงใหม่และลำพูนแล้ว ก็หายสงสัยว่าเวลาถึงฤดูลำไย ทำไมถึงราคาตกมาก ขนาดชาวสวนต้องปล่อยทิ้ง ไม่เก็บผลเพราะไม่คุ้มกับค่าจ้างเก็บ ทั้งนี้ไปที่ไหน ก็มีแต่ลำไยกว้างขวางเต็มไปหมด และยังมีสวนลำไยอีกหลายจังหวัด ทั่วประเทศ สำหรับโรงงานทำลำไยอบแห้ง สมัยก่อนโด่งดัง เดี๋ยวนี้เห็นเงียบหายไป ไม่มีใครเอ่ยถึง ต่างกับการปลูกทุเรียนที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งปัจจุบัน ก็มีแต่สวนทุเรียนเห็นว่าปลูกลึกถึงหลังเขาไกลมาก สำหรับทุเรียนมีคนจีนมาตั้งล้งรับซื้อส่งไปเมืองจีน น่าจะหลายสิบล้ง จึงไม่มีปัญหาเรื่องตลาด ยกเว้นว่าตลาดในบ้านเราแพงมาก ไม่กล้าซื้อกิน

สิ่งซึ่งสะกิดใจผมอย่างมาก คือตามถนนในสวนลำไย มีถุงพลาสติก กล่องใส่อาหารทิ้งไว้ข้างทางเกลื่อน ในสวนที่นำกล้าไม้ใส่ถุงดำมาปลูก ก็มีถุงดำทิ้งกระจายไป ทำให้คิดถึงขณะวิ่งรถยนต์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขณะที่จอดแวะตามจุดจอดรถริมถนนตรงมีลานจอดเว้าเข้าไปข้างทาง จอดตรงไหนเห็นขยะ ถุงพลาสติก กล่องอาหาร และอื่นๆทุกแห่งเต็มไปหมด คิดว่าคงจะตลอดเส้นทางยาวเกือบ ๗๐๐ กม. สงสัยว่าคนที่ชอบทิ้งขยะตามริมถนนนั้น ที่บ้านเขาเป็นยังไงบ้าง ถ้าภายในบ้าน เก็บกวาดเรียบร้อย ทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง แต่พอมาถึงถนนกลับทิ้งเลอะเทอะ แบบนี้หมายความว่าอย่างไร ผมว่า อีกหน่อย ถ้ามีกลุ่มคนใจอาสา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ต้องไปปลูกต้นไม้อีกแล้ว เพียงแค่กระจายกันเก็บขยะโดยเฉพาะตามริมถนน ก็เป็นพระคุณต่อสังคมอย่างยิ่ง

พื้นฐานของการปกครองในระบบที่เราต้องการ น่าจะเริ่มต้นที่ ประชาชนสามารถรวมกลุ่มกันเล็กๆ อาจจะเป็นระดับหมู่บ้าน หรือตำบล แล้วกำหนดเป้าหมายให้ปฏิบัติกันอย่างชัดเจน ตัวอย่างอันหนึ่ง เช่น จะรักษาความสะอาดท้องถิ่น ถนนหนทาง ถ้ามีใครผ่านมาทิ้งขยะ ต้องมีการตักเตือน เมื่อกลุ่มเล็กๆทำได้ ก็ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น จนถึงระดับเขตเลือกตั้ง และกลุ่มที่ปฏิบัติดีแล้ว ก็สามารถเลือกผู้แทนของตัวเองไปนั่งในสภาฯ ซึ่งก็จะได้ผู้แทนที่เป็นปากเสียงให้กับพี่น้องในท้องถิ่นเอง ช่องทางการปกครองแบบระดับล่างขึ้นบนนี้ น่าจะเร่งรัดให้มากขึ้น ปัจจุบัน ในประเทศเรา ก็พอมีอยู่บ้างแล้ว

จากชีวิตวัยเรียน ร้องเพลงสนุกสนาน จดจำเพลงของโรงเรียนที่เรียน และของเกษตรได้ดี จนเรื่อยมาถึงปัจจุบัน ก็ยังล่องลอยไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายปลายทาง แต่วันเวลาของชีวิตก็ใกล้เข้ามา โดยฉพาะร่างกายที่ถลุงมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ตอนนี้ร้องเพลงไม่ได้เลย เพราะเสียงแหบแห้ง ถ้ามีใครมาขอให้ร้องเพลง ก็คงต้องขอเปลี่ยนเป็นเล่านิทานแทนก็แล้วกัน สวัสดีครับ

บู๊ คนเคยหนุ่ม
เชียงใหม่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๖

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *