jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ดิจิตอล โนแมดส์ : ผู้เร่ร่อนดิจิตอล - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ดิจิตอล โนแมดส์ : ผู้เร่ร่อนดิจิตอล

ดิจิตอล โนแมดส์ : ผู้เร่ร่อนดิจิตอล

เราได้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญไปสู่การทำงานที่ไหนก็ตาม เนื่องจากการแพร่โรคระบาด เมื่อบริษัทได้ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมการ
ทำงานที่ไหนก็ตาม บุคคลจำนวนมากมีประสบการณ์ข้อดีของการทำงาน
จากบ้าน มันได้นำไปสู่การโต้เถียงเกี่ยวกับการทำงานจากบ้านหรือการ
ทำงานจากสำนักงานดีกว่ากัน ทั้งสองทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียของมัน
การทำงานจากบ้านให้ความยืดหยุ่น และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่นาน
การทำงานจากสำนักงานให้การสื่อสารที่ดี ความร่วมมือร่วมใจ และการ
เห็นหน้าตา
วันนี้ ถ้อยคำ “รีโมท เวิรค” – การทำงานที่ไหนก็ตาม – ปรากฏอยู่ทุกที่
การทำงานที่ไหนก็ตาม หมายถึงงานอะไรก็ตามได้ถูกทำภายในพื้นที่
สำนักงานที่มอบให้เราเองของบริษัท ภายในสถานที่ที่บุคคลได้เลือก
การทำงานที่ไหนก็ตามสามารถทำภายในพื้นที่ทำงานร่วม ที่บ้าน ที่
ร้านกาแฟ หรือที่ร้านอาหาร ตราบเท่าที่งานของคุณสารมารถทำได้
โดยไม่มีความต้องการเพื่อความร่วมมือร่วมใจเห็นหน้าตากัน
เราอาจจะเคยได้ยินถ้อยคำ “ดิจิตอล โนแมดส์” ผู้เร่ร่อนดิจิตอล บุคคลบางคนเดินทางและทำงานควบคู่กัน การทำงานของ
พวกเขาบนถนน เมื่อพวกเขาเดินทางระหว่างประเทศ ดิจิตอล โนเเมดส์ เป็นชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกบุคคลทำงานที่ไหนก็ตาม ดิจิตอล โนแมดส์เป็นการทำงานเสมือนจริง และมักจะทำงานจากสถานที่หลากหลาย แม้แต่ทำงานทั่วโลก ดิจิตอล โนเเมดส์ ดำรงอยู่อย่างวิถีชีวิตพเนจร ย้ายจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่ง และเชื่อมโยงด้วยดิจิตอล
มันไม่ชัดเจนใครสร้างถ้อยคำดิจิตอล โนเเมดส์ แต่มันได่นิยมเเพร่หลาย
ภายในหนังสือ 1997 โดยสงึจิโอ มากิโมโต และเดวิด แมนเนอร์ส ยืนยันว่าเทคโนโลยีใหม่ทำให้บุคคลกลับไปสู่สภาวะเร่ร่อน และทำงานจากที่ไหนก็ตาม เมื่อ ค.ศ 2020 เรามีชาวอเมริกัน 11 ล้านคนมองตัวพวกเขาเองเป็นดิจิตอล โนเมดส์
ดิจิตอล โนเเมดส์ เป็นบุคคลเดินทางทั่วโลกในขณะที่ทำงานที่ไหนก็ตาม
สตีฟ โรเบิรต ได้กลายเป็นดิจิตอล โนเเมดส์คนเเรกของโลก ด้วยจักรยาน
นอนปั่นคอมพิวเตอร์ เขาได้ถูกมองเป็นผู้เร่ร่อนไฮเทค เมื่อ ค.ศ 1983
สิบปีเต็มก่อนการคิดค้นเวิรลด ไวด์ เว็บ เขาเป็นนักเขียนอิสระ เเละที่ปรึก
ษาบริษัทจากโคลัมบัส โอไฮโอ เขาได้ตัดสินใจทำให้รถจักรยานนอนปั่นของเขาเป็นสำนักงานโมบาย
ย้อนหลังไปเมื่อต้น ค.ศ 1980 สตีฟ โรเบิรต กำลังทำงานเป็นผู้เขียน
อิสระ และที่ปรึกษาคอมพิวเตอร์ มันเป็นเวลาก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถิอ
อินเตอร์เน็ตอยู่ภายในวัยแรกเกิด และการทำงานที่ไหนก็ตามเป็นความ
คิดที่ไม่น่าเป็นจริง ความไม่พอใจกับความเบื่อโต๊ะของเขา สตีฟ โรเบิรต
ได้เริ่มต้นการค้นหาวิถีทางใหม่ของการดำรงชีวิตและการทำงานสามารถ
ตอบสนองความอยากของเขาเพื่อ การผจญภัย ความเป็นอิสระ และความ
สนุกสนาน
ความลุ่มหลงต่อการเดินทางเร่ร่อนของเขาไม่สามารถยับยั้งได้อีกแล้ว
เขาได้ตัดสินใจกำจัดทุกสิ่งทุกอย่าง การก้าวไปสู่รถจักรยานนอนปั่น และ
เดินทางไปทั่วโลก ประมาณหกเดือนต่อมาเมื่อ ค.ศ 1983 เขาได้ขายบ้าน
และสร้างรถจักรยานนอนปั่นไฮเทค เขาเรียกชื่อว่า “วินเนไบโก” เขาได้ขี่
มัน 10,000 ไมล์ทั่วอเมริกาภายใน 18 เดือน โลกของผมไม่ถูกจำกัดด้วย
ข้อจำกัดของเวลาและระยะทางอีกแล้ว หรือแม้แต่ความรับผิดชอบ สตีฟ
โรเบิรต ได้สร้างถ้อยคำเพื่อตัวเขาเอง ” เทคโนแมด” การรวมกันแนวคิด
ของไฮเทคโนโลยีกับผู้เร่ร่อนสมัยเดิม
สตีฟ โรเบิรต ได้รับความสนใจจากสาธารณะเป็นผู้บุกเบิกดิจิตอล
โนแมดส์ ก่อนที่ถ้อยคำกลายเป็นนิยมแพร่หลาย เขาถีบจักรยานคอม
พิวเตอร์ ดันรถพ่วงด้วยแผงโซลาและแลบท้อปไปทั่วอเมริกา หนึ่งปีครึ่ง
แรกของการเดินทางจักรยานของเขาครอบคลุมมากกว่า 10,000 ไมล์
เขาไม่เคยคิดถึงผลกระทบที่เขามีต่อโลก เมื่อเขาได้ตัดสินใจยกเลิก
ความมั่นคงของรายได้ที่แน่นอน แสวงหาความเป็นอิสระของการเดิน
ทางด้วยจักรยานไฮเทค เขาเป็นผู้บุกเบิกและมรดกของเขาได้บันดาล
ใจดิจิตอล โนแมดส์ ไปทั่วโลก
เพี่อการตอบสนองความต้องการแตกต่างกันของบริษัืทและบุคคลของ
พวกเขา บริษัทได้รับเอาวืถีทางผสมกัน การทำงานทั้งที่ไหนก็ตาม และ
สำนักงาน การให้ความยืดหยุ่นของการทำงานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บุคคลได้การเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานด้วย
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ นักเขียนชาวคานาดา กล่าว่า การทำงานจากบ้าน
ไม่ดี แต่ครั้งหนึ่งเขาเคยเขียนภายในร้านกาแฟเพื่อการดำรงชีวิต การทำงานจากบ้านไม่ได้ประโยชน์ที่ดีที่สุดของคุณ เขาได้วิจารณ์เกี่ยวกับ
การไม่มีจุดหมายของการทำงานที่ไหนก็ตามแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
การตอบสนองทางลบต่อข้อวิจารณ์ของแกลดเวล์รวดเร็วและเข้มแข็ง
และมาจากหลายทิศทางแตกต่างกัน
มันไม่น่าประหลาดใจเลยเมื่อเรามองว่า 77% ของบุคคลกล่าวว่าพวก
เขาต้องการทำงานจากบ้าน ที่จริงข้อวิจารณ์ของเขามีประเด็น มาลคอล์ม
แกลดเวลล์ เป็นนักเขียนที่ฉลาดและน่าทึ่ง เขายืนยันว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง
ภายหลังวิจารณ์บุคคลทำงานจากบ้าน แม้ว่าข้อเท็จจริงที่เขาได้เขียนหนัง
สือหลายเล่มจากร้านกาแฟภายในอเมริกาและยุโรป
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุด เช่น Outiers, Blink
และ Tipping Point กล่าวว่าอาชีพของเขาเป็นนักเขียนอิสระต้องทำงาน
โดดเดี่ยว ไม่ได้กำหนดให้เขาอยู่ภายในสำนักงาน ในขณะนี้มาลคอล์ม
แกลดเวลล์ เป็นผู้บริหารสูงสุด ณ บริษัทของเขาเอง ดังนั้นเขาได้ยึดอย่างกระชับมากขึ้นของความต้องการเพื่อความร่วมมือร่วมใจระหว่่างบุคคล
ภายในสำนักงาน ต่องานโดดเดี่ยว เช่น การเขียนหนังสือ ผมไม่มั่นใจว่า
มันเป็นปัญหาไม่ว่าคุณทำงานภายในสำนักงานหรือไม่
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ได้ทำให้ความคิดของเขาชัดเจนต่อการทำงาน
จากบ้าน การระบุความเชื่อของเขาแนวโน้มได้ทำร้ายสังคม และเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตใดก็ตามจะบังคับให้บุคคลกลับมาสู่สำนักงาน แต่มาลคอล์ม แกลดเวลล์ เขียนหนังสือขายดีที่สุดหกเล่ม ได้ทำงานจากบ้าน
ส่วนบุคคลมายาวนาน และนานกว่าทศวรรษได้ทำงานสถานที่อื่นภายใน
ร้านกาแฟและร้านอาหารนิวยอร์ค
การวิจารณ์จากมาลคอล์ม แกลดเวลล์เกี่ยวกับการทำงานจากบ้านได้จุดการโต้ตอบอย่างรุนเเรงบนสื่อสังคม ด้วยการวิจารณ์กล่าวหาการเสแสร้งของเขา มาลคอล์ม แกลดเวลล์ เป็นชี่อครัวเรือน โดยเฉพาะท่ามกลาง
ผู้นำธุรกิจ เพราะว่าเขียนหนังสือขายดีที่สุดหลายเล่ม มุมมองของเขา
ได้เปลี่ยนแปลงวิถีทางที่บริษัทและผู้บริหารคิดเกี่ยวกับลักษณะของ
มนุษย์ และเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ นั่นคือทำไมการวิจารณ์ของเขาต่อการทำงานที่ไหนก็ตาม ระหว่างการปรากฏตัวบนพอดแคสท์ ได้กระตุ้นการโต้เถียงอย่างมาก
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ได้กระตุ้นการโต้เถียงเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ
การทำงานที้ไหนก็ตาม เขากล่าวว่าวัฒนธรรมการทำงานที่บ้านเสียหายมากกว่าดีต่อสังคม การตกต่ำทางเศรษฐกิจน่าจะผลักดันบุคคลนั่งอยํู
สบายที่บ้านมากกว่ากลับไปสำนักงาน การทำงานที่ไหนก็ตามไม่ดีต่อ
สังคม ต่อบริษัท และต่อบุคคล มันไม่ได้เป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดของคุณ
ทำงานที่บ้าน ผมรู้มันยุ่งยากที่จะมาสำนักงาน แต่ถ้าคุณเพียงแค่นั่งด้วยชุดนอนของคุณภายในห้องนอนของคุณ มันเป็นชีวิตการทำงานที่คุณ
ต้องการดำรงชีวิตอยู่หรือ คุณไม่ต้องการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง
บางอย่างหรือ
มันไม่ได้เป็นประโยชน์อย่างดีที่สุดของใครก็ตามทำงานจากบ้าน และผู้นำบริษัทควรจะบอกบุคคลของพวกเขากลับมาที่สำนักงาน ดัวนั้นคุณ
สามารถรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่าง ตามผู้เขียน มาลคอล์ม
แกลดเวลล์ นักเขียนคานาดา ผลงานมีทั้ง The Tipping Points, David and Goliath และ Blink กล่าวว่าการเชื่อมโยงทางกายภาพช่วยให้บุคคลรู้สึกจำเป็น ถ้าเราไม่รู้สึกคล้ายเราเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ จุดสำคัญคืออะไร ถ้ามันเป็นเพียงแค่เช็คเงินเดือน แล้วมันเหมือนกับอะไรที่คุณได้ลดค่าชีวิตของคุณลง
เมื่อเราเผชิญการสู้รบที่องค์การกำลังเผชิญคือ การได้บุคคลกลับมา
สำนักงาน มันยากที่จะอธิบายความจริงทางจิตวิทยาแกนนี้ เราต้องการให้คุณมีความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่ง และรู้สึกเป็นที่ต้องการ มันยากมาก
ที่จะรู้สึกจำเป็น เมื่อคุณไม่เชื่อมโยงทางกายภาพ ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับความไม่สามารถของบุคคลต่อความเป็นผู้นำที่จะอธิบายสิ่งนี้อย่างมีประสิทธิภาพต่อบุคคลของพวกเขา แต่มาลคอล์ม แกลดเวลล์ตัวเขาเองทำงานภายนอกสำนักงานหลายปี ข้อเท็จจริงที่หลายสื่อสังคมได้วิจารณ์อย่างรวดเร็ว
แต่กระนั้นมาลคอล์ม แกลดเวลล์ เป็นผู้คลั่งใคล้การทำงานที่ไหนก็ตาม
มายาวนาน ต่อยี่สิบปีที่ผ่านมา เขาได้ทำงานจากบ้านหรือสถานที่อื่น เมื่อย้อนหลังไปไกลถึง ค.ศ 2005 เขาได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการดูหมิ่นต่องานสำนักงานของเขา ผมไม่ชอบโต๊ะ ในขณะนี้โต๊ะได้ถูกกำจัดไป ผมจะทำงานได้ดี เมื่อผมสะดวกสบาย เขาได้อธิบายตัวเขาเองเป็นบุคคลบางคนที่เขียนหนังสือภายในร้านกาแฟเพื่อการดำรงชีวิต เขาได้เริ่มต้นวันทำงานของเขาเขียนจากบ้าน แต่บนโซฟาด้วยแลปท้อปของเขาอยู่เสมอ
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ได้รับการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการสัมภาษณ์ว่าการทำงานที่ไหนก็ตามทำร้ายสังคม ทำนองเดียวกับผู้นำบางคนจากอุตสาหกรรม คิดว่าการทำงานที่ไหนก็ตามทำลายประสิทธิภาพ และวัฒนธรรม แต่ต่อไมเคิล เดลล์เเล้ว มันเป็นตรงกันข้าม การบังคับบุคคลกลับไปสำนักงาน และไม่เคารพความต้องการของพวกเขาต่อความยืดหยุ่นเป็นอะไรที่ทำร้ายวัฒนธรรม

ผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุด มาลคอล์ม แกลดเวลล์ เป็นนักเขียนทำงาน
อยู่ที่ นิว ยอรคเกอร์ แต่ยากที่จะมองเห็น ณ สำนักงาน ตามเพื่้อนร่วมงาน ผมทำงาน ณ เดอะ นิว ยอร์คเกอร์ นานหลายปี ผมไม่ได้เห็นเขาเลย ณ โต๊ะของเขาภายในสำนักงาน มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ได้บอกวารสารนิว ยอร์ค ว่าเขาปฏิเสธที่จะเดินทางจากบ้านเวสท์ วิลเลจ ของเขามาสำนักงานนิว ยอร์คเกอร์ภายในใจกลางเมือง เพราะว่าความไม่ชอบของเขาต่อพื้นที่ และเขาได้บอกว่า
ผมอ้างถึงการเขียนของผมเป็นการหมุนเวียน ผมกล่าวอยู่เสมอ ผมได้
หมุนเวียน เพราะว่าผมมีลำดับของสถานที่ที่ผมหมุนเวียน ผมมีร้านอาหาร
และกาแฟที่ชอบจำนวนหนึ่งที่จะทำงาน
มาลคอล์ม แกลด์เวลล์ ได้บอกว่าบุคคลทำงานจากที่บ้าน ไม่มีการเชื่อมโยงทางสังคมจากบริษัทของพวกเขา บันดาลใจน้อยภายในงานของพวกเขา และน่าจะออกไปจากงานของพวกเขามากขึ้น บริษัทเผชิญกับการเข้าออกจากงานสูง เขาได้พยายามผลักดันอย่างมาก การสังเกตุมาจากประสบการณ์ของเขาเอง เมื่อ ค.ศ 2018 เขาเป็นผู้ก่อตั้งร่วมของพุชกิน อินดัสทรีย์ บริษัทพอดแคสท์และออดิโอบุค
เขาสังเกตุบุคคลมาสำนักงานบ่อยครั้ง และเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานดูเหมือนตื่นเต้นมากขึ้น และยังคงอยู่กับบริษัทนานขึ้น ไม่ได้เป็นประโยชน์อย่างที่ดีที่สุดต่อบุคคลทำงานที่บ้าน แต่เขาไม่ได้กล่าวตำหนิบุคคลต่อสำนักงานที่ว่าง แต่เขาเเสดงความผิดหวังของเขากับผู้นำของบริษัท และ
ความไม่สามารถของพวกเขาที่จะอธิบายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมบุคคลควรจะมาสู่สำนักงาน
ข้อวิจารณ์ที่มาลคอล์ม แกลดเวลล์ได้รับไม่ควรจะประหลาดใจ ด้วยจำนวนหนึ่งของบุคคลที่ต้องการทำงานที่ไหนก็ตาม เขายอมรับว่ามันยุ่งยากที่จะมาสำนักงาน แต่เขาเชื่อว่าประโยชน์ของการทำงานจากสำนักงานแท้จริงและสูงกว่าต้นทุนมาก เนื่องจากประโยชน์เหล่านี้ได้ถูกสื่อสารไม่ดีโดยผู้นำ ณ บริษัทส่วนใหญ่ บุคคลหลายคนไม่ได้รับรู้ว่าเวลาของสำนักงานเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดของพวกเขา โดยเฉพาะบุคคลหลาย
คนถูกกระทบทางลบด้วยการขาดของการเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงาน
ของพวกเขา
ไมเคิล เดลล์ มองว่าความสมารถของเทคโนโลยีสร้างทำอะไรก็ตาม
จากที่ไหนก็ตามภายในโลกทำให้เราสร้างวัฒนธรรมบริษัทที่เข้มแข็งขึ้น
ความสามารถของเทคโนโลยีสร้างโลกทำอะไรก็ตามจากที่ไหนก็ตาม
เป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่เวลาและสถานที่ ทำให้เราสร้างวัฒนธรรมบริษัที่เข็ม
แข็งขึ้นที่ไหนก็ตามตลอดเวลาด้วย
มาลคอล์ม แกลดเวลล์ ได้ทำให้ความคิดของเขาชัดเจนต่อการทำงาน
จากบ้าน การระบุความเชื่อของเขาว่าแนวโน้มกำลังทำร้ายสังคม และเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตใดก็ตามจะบังคับให้บุคคลกลับมาสู่สำนักงาน มาล แต่คอลม แกลดเวลล เขียนหนังสือขายดีที่สุดหกเล่ม ได้ทำงานจากบ้านส่วนบุคคลมายาวนาน และนานกว่าทศวรรษเขาได้ทำงานสถานที่อื่นภายในร้านกาแฟและร้านอาหารนิวยอร์ค
มาลคอลม แกลดเวลล์ ได้ทุ่มความพยายามต่อข้อวิจารณ์ของเขา กล่าว
ว่า สำนักงานสำคัญอย่างแท้จริง และอาชีพเริ่มแรกของเขาเป็นนักเขียน
อิสระทำงานโดดเดี่ยว ค่อนข้างเเตกต่างจากงานร่วมมือร่วมใจ ข้อวิจารณ์
ของเขาเกี่ยวกับการทำงานจากสำนักงาน ไม่ได้มาจากมุมมองของเขา
เป็นนักเขียน แต่มันมาจากมุมมองของเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของพุชกิน
อินดัสทรีย์ บริษัทเนื้อหาที่มุ่งพอดแคสท์และออดิโอบุค

ผู้สนับสนุนแนวหน้าของการกลับมาสำนักงานมีหลายคน เช่น เทสลา
ซีอีโอ อิรอน มัสก์ โกลด์แมน เเซคส์ ซีอีโอ เดวิด โซโลมอน และซีอีโอ
มอร์แกน สแตนลี่ เจมส์ กอร์แมน
การแพร่ระบาดได้ปฏิรูปชีวิตการทำงานของบุคคลอย่างสิ้นเชิง บุคคล
ภายในอุตสาหกรรมคุ้นเคยกับการทำงานที่ไหนก็ตาม และพวกเขาต้อง
การยึดมันไว้ ต่อสู้กลับความพยายามนำพวกเขากลับไปสู่สำนักงาน ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าถ้าบริษัทไม่ยอมรับการทำงานที่ไหนก็ตาม พวกเขา
เสี่ยงภัยสูญเสียบุคคลที่มีความสามารถได้
ซีอีโอมอร์แกน สเเตนลี่ย์ มีมุมมองที่เข้มแข็งเกี่ยวกับการทำงานที่ไหน
ก็ตาม และเขาเชื่อว่าเราต้องกลับมาสำนักงานให้รวดเร็วเท่าที่เป็นไปได้
เขาได้ร่วมความคิดของเขาเอง การสร้างความชัดเจนว่าการทำงานที่ไหนก็ตาม ไม่ได้เป็นการเลือกของบุคคล พวกเขาไม่ได้เลือกค่าตอบแทนของพวกเขา พวกเขาไม่ได้เลือกการเลื่อนตำแหน่งของพวกเขา พวกเขาไม่ได้เลือกอยู่บ้านห้าวันต่อสัปดาห์ เจมส์ กอร์แมน ซีอีโอของมอร์แกน สแตนลี่ย์ กล่าว
มอร์แกน สแตนลีย์บรรลุความสำเร็จในที่สุดต่อการนำบุคคลของพวกเขากลับมาสู่โต๊ะของพวกเขาห้าวันต่อสัปดาห์ และการคุกคามของการ
ปลดออกจากงานเป็นสิ่งจูงใจที่มีประสิทธิภาพ บุคคลทุกคนกลับมาสู่
ระดับก่อนการแพร่โรคระบาดในขณะนี้ ความกลัวเกี่ยวกับการถูกไล่ออกทำให้บุคคลกลับมา ถ้าคุณไม่ต้องการอยู่สำนักงาน คุณน่าจะเป็นบุคคลแรกที่ออกไป
เจมส์ กอร์แมน ได้ผลักดันเพื่อการกลับมาสำนักงาน และกล่าวว่าบุคคล
ต้องเลิก “พื้นที่งาน” และมุ่ง “พื้นที่อาชีพ” บุคคลต้องการทำงานจากบ้าน
อยู่ภายในพื้นที่งาน บุคคลต้องอยู่ภายในสำนักงาน อยู่ภายในพื้นที่อาชีพ และรอบเพื่อนร่วมงาน ถ้าพวกเขาต้องการพัฒนาทักษะของพวกเขา เรา
จำนวนมากได้เข้าไปสู่กรอบความคิดของพื้นที่งาน ถ้าคุณอยู่ภายในพื้นที่อาชีพ คุณต้องรอบด้วยบุคคลอื่นที่จะเรียนรู้จากพวกเขา
เขาห่วงใยต่อระดับที่บุคคลสามารถพัฒนาทักษะอาชีพ ในขณะที่ทำงานจากที่ไหนก็ตาม ไกลไปจากเพื่อนร่วมงานของพวกเขา งานของผมคือ การบริหารบริษัทที่จะมั่นใจว่าเราได้ฝึกอบรมและพัฒนาบุคคลของเราเป็นวิชาชีพทำงานที่เราต้องการให้พวกเขาทำ เจมส์ กอร์แมน ยืนยันว่าถ้าบุคคลเต็มใจไปร้านอาหาร พวกเขาสามารถมาสู่สำนักงานได้ คุณสามารถทำงานจากบ้านและยังคงมีอาชีพหรือไม่
ธนาคารบางแห่ง เช่น มอร์แกน สแตนลีย์ และโกลด์แมน เเซคส์ ได้กำหนดเป้าหมายเชิงรุกต่อการกลับมาสำนักงาน มาตรฐานเทียบเคียง
นิยมแพร่หลายที่สุดปรากฏเป็นวันแรงงาน บุคคลทุกคนต้องกลับมา
สำนักงานภายหลังวันเเรงงาน
เดวิด โซโลมอน ซีอีโอโกลด์แมน เเซคส์ เป็นผู้ขัดขวางที่สำคัญคนหนึ่ง
ของการทำงานจากบ้าน เขาเชื่อว่ามันคุกคามต่อรากฐานของธนาคารลงทุน ซีอีโอที่ต่อต้านการทำงานที่ไหนก็ตาม ได้นำงานสำนักงานเกือบทั้งหมด
กลับมาสู่ก่อนระดับก่อนการแพร่โรคระบาด แต่ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการ
กฏ ก่อนการแพร่โรคระบาดประมาณ 75% ของบุคคลของเราอยู่ภายใน
สำนักงานของวันใดก็ตามของสัปดาห์
ผมไม่ต้องการกฏ ผมต้องการวัฒนธรรมตรงที่เราเเสดงตัว บริการลูกค้า
ของเรา ข้อวิจารณ์ของเขาไม่เหมือนกับอีรอน มัสก์ ซีอีโอหายากคนหนึ่ง
จากซิลิคอน เเวลลี่ย์ ยืนยันต่อกฏผ้าห่มต่อบุคคลทุกคนอยู่ภายในสำนัก
งาน กลัวว่ามิฉะนั้นแล้วประสิทธิภาพของพวกเขาไม่บรรลุความต้องการ
ที่สูงของเขา
แต่กระนั้น เดวิด โซโลมอน ชี้ว่าเขาไม่ได้ต่อต้านความยืดหยุ่นต่อบุคคล
โดยเฉพาะ ถ้าพวกเขามีความรับผิดชอบมากขึ้น เช่น ลูก ผมไม่ต้องการ
กฏ ผมต้องการวัฒนธรรม ตรงที่เราแสดงตัวบริการลูกค้าของเรา เราทำงานหนัก เราชี้แนะบุคคลของเรา เราสอนบุคคลของเรา เราพยายาม
เพื่อความเป็นเลิศ
โกลเเมน เเซคส์ ต้องการให้บุคคลกลับมาภายในสำนักงาน 5 วันต่อสัปดาห์ เดวิด โซโลมอนไม่ได้มองว่าการทำงานจากบ้านเป็น “นิว นอร์แมน” – ความปรกติใหม่ และได้เรียกมันเป็น “ความผิดปรกติ” แทน มัน
ไม่ใช่นิว นอร์มอล มันเป็นความผิดปรกติที่เรากำลังแก้ไขอย่างรวดเร็ว
เท่าที่เป็นไปได้ เขากล่าวว่าธนาคารลงทุน ได้ดำเนินงานตลอด ค.ศ
2020 จากไม่ถึง 10% ของบุคคลของเราภายในสำนักงาน การมุ่งเน้น
ของเขาต่อการนำบุคคลกลับมาสำนักงานขัดเเยังกับหลายบริษัทอื่นที่
เสนอเเนะว่าการทำงานจากบ้านควรจะกลายเป็นถาวร เขาเสนอเเนะว่า
การทำงานจากบ้านไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการทำงาน ณ โกลด์แมน เเซคส์ โลกของธุรกิจกลายเป็นแบ่งเเยกระหว่างการทำงานที่บ้าน และ
การทำงานที่สำนักงานไปแล้ว แต่ เดวิด โซโลมอน ได้ให้ตราสินค้าแก่
การทำงานที่ไหนก็ตาม ความผิดปรกติ
ซีอีโอบางคนได้รับรู้ประโยชน์ทำงานที่ไหนก็ตามเสนอแก่บุคคลของ
พวกเขา แต่กระนั้นผู้นำบางคนได้ต่อต้านด้วยวาจาต่อแนวโน้ม ผู้วิจารณ์
เสียงดังที่สุดคนหนึ่งเป็นเดวิด โซโลมอน เรียกการทำงานที่ไหนก็ตาม
เป็นความผิดปรกติที่เรากำลังแก้ไขอย่างรวดเร็วเท่าที่เป็นไปได้ เขาได้
ส่งสัญญานนำนายธนาคารของเขากลับข้างหลังโต๊ะสำนักงานของพวก
เขา การเรียกการทำงานที่บ้านเป็นความผิดปรกติ เขาได้ปฏิเสธทำงาน
จากบ้านเป็น นิว นอร์มอล และเรียกมันเป็น ความผิดปรกติ แทน
อิรอน มัสก์ เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งต่อนโยบายการกลับสำนักงาน และได้ยื่นคำขาดต่อบุคคลของเทสลา กำหนดให้พวกเขาใช้ต่ำสุด 40 ชั่วโมง
ภายในสำนักงานต่อสัปดาห์ “แลบท้อป คลาส” มีชีวิตอยู่ภายใน ลา-ลา
แลนด์ เขาไม่ชอบบุคคลทำงานจากบ้าน เขาได้ประกาศการสิ้นสุดของ
การทำงานที่ไหนก็ตามแก่บุคคลของเทสลา พวกเขาต้องกลับมาสำนักงาน
หรือพวกเขาควรจะแกล้งทำทำงานที่ไหนก็ตาม
เขาได้เรียกความต้องการของ “แลบท้อป คลาส” ทำงานจากบ้านว่า ไม่มีศีลธรรม คุณจะทำงานจาก
บ้าน และคุณจะทำให้ใครอีกไหมทำรถยนต์ของคุณทำงานภายในโรงงาน
หรือ การประกาศว่าการทำงานจากบ้านเป็น ความผิดทางศีลธรรม และ ไร้สาระ การโต้เเย้งมันไม่ยุติธรรมต่อบุคคลไม่สามารถทำงานจากบ้าน
อิรอน มัสก์ ได้ยกเลิกการทำงานที่ไหนก็ตาม ณ ทวิตเตอร์ ภายหลังการ
ซื้อบริษัทของเขา เขาไม่ลังเลใจเกี่ยวกับการร่วมการกำจัดนโยบายการ
ทำงานจากที่บ้านของเขา ภายในการสัมภาษณ์ อิรอน มัสก์ ร่าเริงมากกว่า
ปรกติ การอ้างเหตุผลว่าการทำงานที่ใหนก็ตามสวนทางประสิทธิภาพ
ผมเป็นผู้เชื่อมั่นที่เข้มแข็งว่าบุคคลจำเป็นต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นหน้ากัน อิรอน มัสก์ กล่าว ก่อนการนำมารี อองตัวเนต
ราชินีคนสุดท้ายของฝรั่งเศส มาสู่การอธิบาย
แนวคิดทั้งหมดของการทำงานจากบ้านคล้ายกับการปลอมของคำพูดเปรียบเทียบของมารี อองตัวเนต “ให้พวกเขากินเค้ก” ราชินี
ฝรั่งเศส ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ภายหลังการถูกบอกว่าชาวฝรั่งเศส
กำลังเผชิญการขาดเเคลนขนมปัง เนื่องจากการเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ไม่ดี
ด้วยเหตุนี้ได้กลายเป็นความอดอยาก มารี อองตัวเนต ได้ตอบว่า ให้พวกเขากินเค้ก ถ้าพวกเขาไม่สามารถรับภาระขนมปังได้ ทั้งที่เค้กราคาเเพงกว่าขนมปังมาก มันได้สะท้อนการขาดเข้าใจของเธอต่อสถานการณ์
คุณจะทำงานจากที่บ้าน และคุณจะทำให้ใครก็ตามทำรถยนต์ ทำงานภายในโรงงานหรือ บุคคลที่มาซ่อมเเซมบ้านของคุณ พวกเขาไม่สามารถทำงานจากที่บ้าน แต่คุณสามารถหรือ มันดูเหมือนเป็นความถูกต้องทางศีลธรรมหรือ นั่นเป็นความเสียหายอน่างยับเยิน อิรอน มัสก์ กล่าว
อิรอน มัสก์ ได้แสดงความคิดเห็นของเขาว่าการทำงานจากบ้านไม่เพียง
แต่ประสิทธิภาพน้อยเท่านั้น เเต่เป็นความผิดทางศีลธรรมด้วย เขายืนยัน
ว่ามันได้ส่งข้อมูลที่ผิดแก่บุคคลไม่มีทางเลือกทำงานที่ไหนก็ตาม เช่น
คนงานโรงงาน และคนงานสำคัญอื่น เขาได้กำหนดให้บุคคลของเทสลาใช้ต่ำสุด 40 ชั่วโมงภายในสำนักงานต่อสัปดาห์ เขาได้เตือนพวกเขาจะ
สูญเสียงาน ถ้าพวกเขาไม่ยอมทำตาม ถ้าคุณต้องการทำงาน ณ เทสลา
คุณต้องการทำงาน ณ สเปซเอ็กซ์ คุณต้องการทำงาน ณ ทวิตเตอร์
คุณต้องมาสำนักงานทุกวัน อิรอน มัสก์ กล่าว
อิรอน มัสก์ ได้ยกเลิกนโยบายทำงานจากบ้านของทวิตเตอร์ และออก
คำสั่งบุคคลกลับมาสำนักงาน ภายหลังจากการปลดบุคคลออกจากงานไปเเล้ว 3,700 คน เขาได้บอกบุคคลว่า ถนนข้างหน้าลำบาก และต้องการการทำงานอย่างเข้มข้นที่จะบรรลุความสำเร็จ การทำงานจากบ้านไม่ถูก
ยอมให้ต่อไปอีกแล้ว ยกเว้นภายในสถานการณ์พิเศษ ด้วยการตรวจสอบ
ส่วนบุคคลโดยอิรอน มัสก์
อิรอน มัสก์ ได้กล่าวว่า เราไม่มีทางที่จะเคลือบน้ำตาลข้อมูลเกี่ยวกับโฉมหน้าเศรษฐกิจ และมันจะกระทบต่อทวิตเตอร์อย่างไร กฏใหม่ถูก
เตะทันที คาดหวังให้บุคคลกลับมาสำนักงานอย่างน้อยที่สุด 40 ชั่วโมง
ต่อสัปดาห์ ก่อนการเข้ามาของอิรอน มัสก์ ทวิตเตอร์ ได้กำหนดนโยบายทำงานจากที่ไหนก็ตามแก่บุคคลของพวกเขา บุคคลหลายคนได้ถูกผลัก
ดันไปสู่ทำงานที่ไหนก็ตามจากการแพร่โรคระบาด
การซื้อทวิตเตอร์ของอิรอน มัสก์ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
ต่อบริษัทคือ การปลดบุคคลออกจากงานประมาณ 50% ของบริษัท และ
การสิ้นสุดของนโยบายทำงานจากที่ไหนก็ตามอย่างถาวร ตรงกันข้าม
เเจ็ค ดอร์ซี่ย์ ซีอีโอก่อนหน้านี้ของทวิตเตอร์ เป็นผู้สนับสนุนมายาวนาน
ต่อการทำงานที่ไหนก็ตาม ภายใตัการบริหารของเขา ทวิตเตอร์เป็นหนึ่ง
ของบริษัทแรกประกาศนโยบายทำงานจากบ้านอย่างถาวร ระหวางการ
แพร่โรคระบาดเมื่อ ค.ศ 2020 นโยบายนี้ไม่ได้ยกเลิกระหว่างที่เขาเป็น
ซีอีโอทวิตเตอร์ และผู้สืบทอดของเขา ปารัก อักราวัล ได้ดำเนินนโยบายทำงานจากที่ไหนก็ตามต่อไป
สำนักงานต้องเป็นตรงที่เพื่อนร่วมงานแท้จริงของคุณอยู่ ไม่ใช่สำนัก
งานปลอมที่ไหนก็ตาม ถ้าคุณไม่แสดงตัว เราจะสันนิษฐานว่าคุณได้
ลาออกไปแล้ว และอย่าคิดเพราะว่าคุณอยู่สูงขึ้นไปภายในบริษัทที่
คุณจะถูกให้บัตรผ่าน คุณยิ่งอาวุโสมากเท่าไร การปรากฏตัวของคุณ
ยิ่งต้อวถูกมองเห็นได้มากขึ้นเท่านั้น การก้าวไปนี้ไม่น่าประหลาดใจ
อิรอน มัสก์ มีชื่อเสียงต่อการทำงานหลายร้อยชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ
เขาเรียกร้องมาก เพชรถูกสร้างภายใต้ความกดดัน และอิรอน มัสก์
เป็นผู้สร้างเพชรที่เชี่ยวชาญ
เขาได้แสดงความโกรธแลบท้อปจากบ้านลดประสิทธิภาพลง และส่งสัญญานที่ผิดแก่คนงานโรงงาน และบุคคลอื่นที่ไม่มีทางเลือกนั้นด้วย
การทำงานที่ไหนก็ตามโดยพื้นฐานไม่ยุติธรรม เนี่องจากเรามีบุคคลทำงานภายในอุตสาหกรรมไม่มีทางเลือกทำงานจากบ้าน
เขาได้กล่าวว่าบริษัทเทคมากขึ้น เช่น อเมซอน และเเอปเปิ้ล ต้องการให้
บุคคลของพวกเขากลับมาสำนักงาน อิรอน มัสก์ ตัวเขาเองได้ยกเลิก
นโยบายทำงานจากที่บ้าน ณ ทวิตเตอร์ เมื่อเขาได้ยึดครองแพลตฟอร์ม
สื่อทางสังคม

ภายใต้ข่าวพาดหัวอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสตาร์บัคส์และดิสนีย์สั่งให้บุคคลกลับมาสำนักงาน คุณอาจจะคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นของการกลับมาสำนักงานใหม่ทั่วทั้งหมด แต่ข่าวพาดหัวนี้แสดงความเป็นจริงของคลื่นลูกใหม่ หรือมันเป็นเพียงแค่คลิกเบตต่อบุคคลอยากรู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการคุกคามของการกลับสำนักงานอย่างบังคับ
ทำนองเดียวกับบริษัทที่ยิ่งใหญ่อื่นหลายบริษัท ดิสนี่ย์ ยอมให้บุคคล
ทำงานจากบ้านระหว่างการแพร่โรคระบาด เพื่อที่จะช่วยเหลือให้การ
เเพร่โรคระบาดช้าลง และในขณะนี้ดิสนี่ย์ได้ก้าวไปสู่การนำบุคคล
กลับมาสำนักงาน ยุคของการทำงานจากบ้านได้สิ้นสุดลง ณ ดิสนี่ย์
บ้อบ ไอเกอร์ กลับมาเป็นซีอีโอครั้งที่สองของเขา ณ ดิสนี่ย์ ได้อธิบายการเปลี่ยนแปลงเป็นวิถีทางอย่างหนึ่งที่จะกระตุ้นความร่วมมือร่วมใจ
เห็นหน้ากันเพื่อความคิดสร้างสรรค์
ซีอีโอของดิสนีย์ บ้อบ ไอเกอร์ ได้ประกาศว่าบุคคลของดิสนี่ย์ ต้องมาสำนักงานสี่่วันต่อสัปดาห์ เขากล่าวว่า บุคคลทำงานได้ดีขึ้นอยู่ด้วยกัน
เห็นหน้ากัน
เมื่อผมได้พบกับบุคคลภายในบริษัทตลอดไม่กี่ปีที่แล้ว ผมได้จดจำคุณค่าอย่างมากภายในการอยู่ด้วยกันกับบุคคลที่คุณทำงานด้วย ดังที่คุณได้ยินผมพูดหลายครั้ง ความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจและวิญญาน
ของเราคือใคร และเราทำอะไร ณ ดิสนี่ย์ และภายในธุรกิจสร้างสรรค์เหมือนของเรา ไม่มีอะไรสามารถทดแทนความสามารถที่จะเชื่อมโยง
สังเกตุ และสร้างสรรค์กับเพื่อนร่วมงานมาจากการการอยู่ด้วยกันทางกายภาพ ไม่ใช่โอกาสที่จะเจริญเติบโตทางวิชาชีพด้วยการเรียนรู้จาก
ผู้นำและที่ปรึกษา มันเป็นความเชื่อของผมว่าการทำงานด้วยกันเห็นหน้ากันมากขึ้นจะให้ประโยชน์ต่อความคิดสร้างสรรค์ของบริษัท วัฒนธรรม
และอาชีพของบุคคลของเรา
ระหว่างการแพร่โรคระบาด บุคคลถูกบังคับให้ทำงานจากบ้าน และบุคคลหลายคนแบ่งแยกเวลาของพวกเขาระหว่างที่บ้านและสำนักงาน
ภายในโมเดล “ผสม” ดิสนี่ย์เป็นบริษัทหนึ่งที่ใช้การทำงานอย่างยืดหยุ่น ในขณะนี้บุคคลทำงานภายในแฟชั่นผสม ได้ถูกขอให้ใช้สี่วันต่อสัปดาห์ภายในสำนักงาน เป้าหมายคือวันจันทร์ถึงวันพฤหัส เป็นวันทำงานอย่างเห็นหน้าตา ผมกังวลมายาวนานเกี่ยวกับผลกระทบทางลบต่อบุคคลที่ไม่ใช้เวลามาก ณ สำนักงาน ผมได้ใช้เวลาอย่างมากที่นี่ และผมหวังว่ามันไม่ได้เหงาเลย บ้อบ ไอเกอร์ กล่าว
สตาร์บัคส์ซีอีโอ โฮวาร์ด ชูลท์ รำคาญบุคคลไม่รับฟังต่อการขอกลับมา
สำนักงานของเขา และในขณะนี้เขาได้ออกคำสั่งการกลับมา บริษัทได้
ประกาศว่าบุคคลอาศัยอยู่ภายในระยะการเดินทางของสำนักงานของ
พวกเขา ต้องมาทำงานสามวันต่อสัปดาห์ สตาร์บัคส์ ได้ขอบุคคลอยู่
ใกล้สำนักงานใหญ่ของบริษัทภายในซีแอตเติ้ลมาสำนักงานสามวันต่อ
สัปดาห์ วันอังคาร วันพุทธ์ และวันที่สามเลือกได้
กำลังงานบริษัทของยักษ์ใหญ่กาแฟได้ทำงานที่ไหนก็ตามนับตั้งแต่
การเริ่มต้นการแพร่โรคระบาด สตาร์บัคส์ ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวเท่านั้น
บังคับนโยบายกลับมาสำนักงาน
ภายในโพสท์บนเว็บไซต์ของสตาร์บัคส์ โฮวาร์ด ชูลท์ ได้กล่าวว่า การ
ทำงานจากบ้านทำร้ายวัฒนธรรมบริษัท เขายืนยันว่าสตาร์บัคส์ได้ใช้
“พิธีการ” เช่น การทดสอบกาแฟ และการเล่าเรื่อง สร้างความรู้สึกของ
ความสนิทสนมกันท่ามกลางบุคคล และการกลับมาสำนักงานจะชุบชีวิต
และคิดค้นใหม่ การทำงานที่ไหนก็ตามมีผลตามมาที่ไม่มุ่งหมาย ความ
กลัวว่าบริษัทกาแฟสูญเสียศิลปของความร่วมมือร่วมใจ และการเชื่อม
โยงต่่อภารกิจรรวม บางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่
โฮวาร์ด ชูลท์ ยอมรับว่าการให้บุคคลกลับมาสำนักงานเป็นงานที่ยาก แม้ว่าผมได้พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้บุคคลกลับมาสำนักงาน
ผมไม่บรรลุความสำเร็จ โฮวาร์ด ชูลท์ กล่าวว่า พวกเขาไม่ได้กลับมา ณ ระดับที่เขาต้องการ ผมได้อ้อนวอนพวกเขา ผมกล่าวว่าผมจะคุกเข่าของผมลงผมจะทำการวิดพื้น อะไรที่คุณต้องการ ขอให้กลับมา
เราเป็นกลุ่มร่วมมือร่วมใจสร้างสรรค์มาก ผมรับรู้ว่า ผมเป็นบุคคลตกยุคภายในรุ่นที่แตกต่างกัน ผมคุ้นเคยกับการอยู่ภายในสำนักงาน ตั้งแต่เจ็ดโมเช้าถึงหนึ่งทุ่มอยู่้เสมอภายในความพยายามที่จะสร้างตัวอย่าง
แต่กระนั้นเขายังคงไม่บรรลุความสำเร็จด้วยความพยายามที่จริงจังของ
เขา บุคคลไม่ได้กลับมา ณ ระดับที่ผมต้องการพวกเขา ผมคิดว่าบุคคลจะกลับมาสองหรือสามวันต่อสัปดาห์ ภายในการทำงานอย่างเห็นหน้ากัน
สำคัญต่อความสำเร็จของบริษัท การขาดการเชื่อมโยงของมนุษย์ได้วางตราสินค้าสตาร์บัคส์บนอันตราย บุคคลหลายคนอยากได้ความหมายที่
ยิ่งใหญ่ภายในงานของพวกเขา ตามการสำรวจปีที่ผ่านมา บุคคลของ
สตาร์บัคส์ได้สูญเสียความศรัทธาต่อจริยธรรมและผลกระทบทางสังคมของบริษัท
โฮวาร์ด ชูลท์ กล่าวว่า มันไม่ยุติธรรมที่บุคคลของสำนักงานสามารถทำงานจากบ้านได้ ในขณะที่บุคคลของร้าน บาริสต้าต้องทำงานที่เห็น
หน้ากัน
พวกเขาไม่มีสิทธิพิเศษทำงานจากบ้าน ดังนั้นสตาร์บัคส์ ได้กล่าวว่า
บุคคลศูนย์กลางสนับสนุนต้องมาสำนักงานอย่างน้อยที่สุดสามวันต่อ
สัปดาห์ เปรียบเทียบกับความผูกพันก่อนหน้านี้ของอย่างน้อยที่สุด
หนึ่งวันต่อสัปดาห์
แต่โฮวาร์ด ซูลท์ รำคาญอย่างผิดหวังที่บุคคลได้ละเลยการร้องขอ
ก่อนหน้านี้กลับมาสำนักงาน เราได้ทำสัญญาระหว่างกันอยู่ภายในสำนักงานหนึ่งถึงสองวันต่อสัปดาห์ภายในตารางเวลาผสม ตามการรูดป้ายมันชัดเจนว่าจำนวนที่ดีของหุ้นส่วนเอสเอสซีไม่ได้บรรลุคำสัญญา
ต่ำสุดของมัน – สตาร์บัคส์้ ได้เรียกบุคคลของพวกเขาว่าหุ้นส่วน และสำนักงานใหญ่ของพวกเขา ศูนย์สนับสนุนสตาร์บัคส์ หรือเอสเอสซี
โฮวาร์ด ชูลท์เรียกความสามารถทำงานที่ไหนก็ตามว่าสิทธิพิเศษไม่ได้ร่วมโดยบุคคลทำงานภายในร้านกาแฟ โรงงานผลิต และศูนย์กระจาย
ซีอีโอทำให้ชัดเจนว่าการกลับมาสำนักงานใหม่เป็นข้อบังคับ บุคคลของสำนักงานต้องมาสำนักงานสามวันต่อสัปดาห์ การแสดงความสามัคคีมากขึ้นกับบุคคลภายในร้านที่ไม่มีสิทธิพิเศษนั้น
มันเป็นเวลาต่อเรากลับมาสำนักงานทำงานสำคัญต่อภารกิจเผชิญหน้า
กัน และเห็นหน้าตากัน มันเป็นเวลาที่เราสร้างใหม่และชุบชีวิตพลังของศูนย์สนับสนุนสตาร์บัคส์ และสำนักงานภูมิภาคเป็นศูนย์กลางที่เจริญเติบโต
บริษัทได้ก้าวไปสู่โมเดลผสมกัน บุคคลตกลงที่จะมาสำนักงานหนึ่งหรือ
สองวันต่อสัปดาห์ แต่ข้อมูลจากการรูดป้ายของเรา มันชัดเจนว่าจำนวน
ที่ดีของเอสเอสซี ไม่ได้บรรลุคำสัญญาต่ำสุดของหนึ่งวันต่อสัปดาห์ของพวกเขา โฮวาร์ด ชูลท์ กล่าวว่าสามวันต่อสัปดาห์เป็นข้อกำหนด เเละเราคาดหวังบุคคลทุกคนต้องเคารพมัน
บุคคลของสำนักงานบริษัททั่วประเทศเริ่มต้นทำงานจากบ้านเมื่อ ค.ศ
2020 เนื่องจากการแพร่โรคระบาด บุคคลหลายคนใช้โอกาสที่จะก้าว
ไปไกลจากศูนย์กลางบริษัืท ผลลัพธ์ทำให้สำนักงานบริษัทกลายเป็น
กลายเป็นเมืองร้าง พวกเขาได้สร้างความกดดันต่อบุคคลด้วย การให้
คุณค่าต่อความร่วมมือร่วมใจเมื่อบุคคลทำงานด้วยกันและเห็นหน้ากัน
หลายบริษัทได้เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่จะรักษาสำนักงานบริษัทที่
ไม่ได้ใช้
โฮวาร์ด ชูลท์ กล่าวว่า การกลับมาสำนักงานต้องการรักษาวัฒนธรรม
ที่ขึ้นอยู่กับพิธีการ เช่น การชิมกาแฟ การเล่าเรื่อง หรือการวางงานออก
แบบบนกำแพง มันยุติธรรมมากขึ้นต่อบุคคลภายในร้าน เรามีผลตามมา
ที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้นจากการทำงานเสมือนจริงอย่างมาก

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *