jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ความเจริญและความเสื่อมถอยของเศรษฐกิจจีน:จากอดีดถึงปัจจุบัน(1) - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความเจริญและความเสื่อมถอยของเศรษฐกิจจีน:จากอดีดถึงปัจจุบัน(1)

ความเจริญและความเสื่อมถอยของเศรษฐกิจจีน:จากอดีดถึงปัจจุบัน(1)

โดย รศ.ดร.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

ประเทศต่างๆในโลกมีความเจริญและความเสื่อมถอย ประเทศที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจกลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง แต่บางประเทศที่เคยล้าหลังกว่าประเทศอื่น ในเวลาต่อมา อาจกลายเป็นประเทศที่มีความเจริญรุ่งเรือง จีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี จากสมัยโบราณถึงปัจจุบัน ประเทศจีนได้ผ่านยุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองและยุคที่มีความเสื่อมมามากครั้ง ในสมัยโบราณ ประเทศจีนมีความเจริญก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆโดยส่วนใหญ่ของโลก ในประวัติศาสตร์จีนแม้มีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับศึกสงคราม มีสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่มีความโกลาหลวุ่นวาย ประชาชนมีความอดอยากขาดแคลน แต่โดยรวมแล้ว จีนเป็นประเทศที่มีความเจริญมั่งคั่ง มีระบบเศรษฐกิจที่มีความสลับซับซ้อน มี เกษตรกรรม อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าประเทศต่างๆในภูมิภาคต่างๆของโลกในสมัยก่อน

ก่อนศตวรรษที่ 17 จีนมีความเจริญก้าวหน้าในหลายด้านเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในทวีปยุโรป แต่หลังจากนั้น ประเทศในทวีปยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง ในขณะที่ประเทศจีนกลับมีความเสื่อมถอย จนถึงสมัยปลายราชวงศ์ชิง จีนต้องถูกรุกรานโดยประเทศต่างๆ จนมีสภาพเหมือนกึ่งเมืองขึ้น การปฏิวัติที่นำโดยซุนยัดเซ็นมีผลทำให้ประเทศจีนเปลี่ยนการปกครองจากระบบกษัตริย์เป็นสาธารณรัฐ ก็ไม่ได้ทำให้สภาพทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากนัก จากค.ศ. 1912 ที่มีการสถาปนาสาธารณรัฐจีนจนถึงปี 1949 ที่พรรคคอมมิวนิสต์ยึดครองอำนาจการปกครองของประเทศ จีนต้องผ่านช่วงเวลาที่มีการแย่งชิงอำนาจโดยนายทหารและขุนศึกที่ยึดครองพื้นที่ในมณฑลต่างๆของประเทศเป็นฐานกำลัง การรุกรานโดยประเทศญี่ปุ่น และการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลก๊กมินตั๋งกับกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์รวมกันเป็นเวลาหลายสิบปี

หลังจากที่ยึดครองอำนาจการปกครองประเทศโดยคอมมิวนิสต์แล้ว สภาพเศรษฐกิจของจีนมีการกระเตื้องขึ้นมาบ้างในช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นก็มีการเสื่อมถอยจากการดำเนินนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผิดพลาด มีช่วงเวลาหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากถึงกับต้องประสบกับความอดอยาก และมีคนตายจากการขาดแคลนอาหารเป็นจำนวนหลายพันล้านคน จนกระทั่งถึงปลายทศวรรษ1970 จีนมีการปฏิรูปขนานใหญ่ เศรษฐกิจจีนจึงได้กระเตื้องขึ้นมามาก จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชั้นนำของโลกในปัจจุบัน

การสาธยายถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจีนจากอดีตถึงปัจจุบันจะแบ่งออกเป็นหลายตอน ในตอนแรก กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจีนจากราชวงศ์ฉิน(秦)เมื่อกว่าสองพันปีก่อน ถึงราชวงศ์ชิง(清)ในต้นศตวรรษที่ 20 โดยสังเขป ต่อไปจะเล่าถึงประวัติศาสตร์การถูกรุกรานโดยประเทศในยุโรป และโดยประเทศญี่ปุ่นในปลายราชวงศ์ชิง และตอนสุดท้าย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจีนหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีค.ศ. 1949 จนถึงปัจจุบัน ในแต่ละตอน มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และสรุปถึงบทเรียนที่ได้รับจากการพัฒนาเศรษฐกิจจีนที่มีต่อประเทศอื่นๆในโลก

หลังจากที่ประเทศจีนมีการแตกแยกออกเป็นรัฐต่างๆจำนวนมากในสมัยเลียดก๊ก รวมเวลากว่า 500 ปี ฉินซีฮ่องเต้(秦始皇)สามารถปราบปรามรัฐต่างๆและรวบรวมการปกครองของประเทศเป็นปึกแผ่นในปีค.ศ.221 ก่อนคริสตกาล แต่ราชวงศ์ฉิน(秦)อยู่ได้เพียง 15 ปีก็ถูกโค่นล้มไป และเปลี่ยนมาเป็น ราชวงศ์ฮั่น(汉) ซึ่งมีการปกครองของประเทศโดยคนตระกูลหลิว(刘)เป็นเวลากว่า 400 ปี โดยแบ่งเป็นสองช่วงคือฮั่นตะวันตก(西汉)และฮั่นตะวันออก(东汉)แต่ละช่วงมีเวลาประมาณ 200 ปี

ในสมัยตอนปลายของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก บ้านเมืองก็เกิดความแตกแยกอีก มีการแบ่งแยกเป็นสามรัฐ หรือสามก๊ก(三国) เป็นเวลาประมาณ 50 ปีก่อนที่ราชวงศ์จิ้น(晉) จะรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้งหนึ่ง

แต่ราชวงศ์จิ้นก็อยู่ได้ไม่นาน ในสมัยราชวงศ์จิ้น เป็นช่วงเวลาที่ประเทศจีนมีความแตกแยกกัน แผ่นดินจีนแบ่งเป็นรับน้อยใหญ่จำนวนมาก นอกจากรัฐบาลของราชวงศ์จิ้นแล้ว ยังมีรัฐอื่นๆจำนวนมาก และมีอยู่หลายรัฐที่ที่สถาปนาโดยชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่คนเผ่าฮั่น ซึ่งแต่ละรัฐมักอยู่ได้ด้วยนานก็ถูกโค่นล้มไป

ช่วงแตกแยกและยุ่งเหยิงของแผ่นดินจีนจากราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์สุย(隋)ที่สามารถรวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้งหนึ่งรวมเวลาทั้งสิ้นเกือบ 300 ปี ราชวงศ์สุยอยู่ได้เพียง 20 ปีก็เปลี่ยนมาเป็นราชวงศ์ถัง(唐) ซึ่งสามารถครองอำนาจการปกครองประเทศได้นานถึงเกือบ 300 ปี

หลังจากราชวงศ์ถังแล้ว แผ่นดินจีนก็มีการแตกแยกอีกครั้งหนึ่งเป็นเวลากว่า 50 ปี จนถึงราชวงศ์ซ่ง(宋) ซึ่งสถาปนาขึ้นราว 1000 ปีก่อน ซ่งเป็นอีกราชวงศ์หนึ่งที่มีอำนาจการปกครองของประเทศได้เป็นเวลานานกว่า 300 ปี โดยแบ่งออกเป็นราชวงศ์ซ่งเหนือ(北宋)ที่ครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศ และซ่งใต้(南宋)ที่ครอบครองประเทศเฉพาะดินแดนที่อยู่ใต้แม่น้ำแยงซี แต่ละช่วงของราชวงศ์ซ่งมีเวลากว่า 150 ปี

หลังจากราชวงศ์ซ่งแล้ว แผ่นดินจีนถูกยึดครองโดยชนเผ่ามองโกล ซึ่งสถาปนาราชวงศ์เหวียน(元)ขึ้นในปี ค.ศ. 1279 แต่ราชวงศ์เหวียน อยู่ได้ไม่ถึง 100 ปี ก็ถูกโค่นโดยชาวฮั่นซึ่งขับชาวมองโกลออกไปและสถาปนาราชวงศ์หมิง(明)

หมิงครองอำนาจการปกครองประเทศได้เกือบ 300 ปี ก็ถูกชนเผ่าแมนจูโค่นล้มและสถาปนาราชวงศ์ชิง(清)ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายในประวัติศาสตร์จีน

หลังจากนั้นก็เป็นยุคสาธารณรัฐ(ค.ศ. 1912 ถึง 1949) และยุคทีปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์(สาธารณรัฐประชาชน)จนถึงปัจจุบัน

โดยสรุป ราชวงศ์ที่ปกครองประเทศจีนได้ยาวนานเป็นเวลาหลายร้อยปีหลังราชวงศ์ฉิน มีราชวงศ์ฮั่น(汉)ถัง(唐)ซ่ง(宋)หมิง(明)และชิง(清)

การพัฒนาเศรษฐกิจของจีนก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์ที่ปกครองประเทศ แต่มีลักษณะที่เริ่มด้วยความเจริญและจบลงด้วยความเสื่อมถอย โดยทั่วไป ในตอนต้นของราชวงศ์ สภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมักมีการปรับปรุงในทางที่ดีขึ้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมีความเสื่อมถอย เมื่อเศรษฐกิจและสังคมมีความเสื่อมทรามถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็มีผู้ขึ้นมาก่อการกบฏและทำให้มีการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์อีกครั้งหนึ่ง

โดยทั่วไป กษัตริย์และบริวารที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์มักเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ในตอนต้นของราชวงศ์ จึงมีการปรับปรุงนโยบายและวิธีการในการปกครองประเทศ ทำให้สภาพเศรษฐกิจของประเทศได้รับการฟื้นฟูให้ดีขึ้น แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่สิบปี สภาวะของบ้านเมืองก็เริ่มเสื่อมถอยลง หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงหรือมีการปฏิรูป เศรษฐกิจของประเทศก็จะค่อยๆเสื่อมลง แนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงในสภาพของบ้านเมืองคือ กษัตริย์และราชสำนักตลอดจนขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหราฟุ่มเฟือย ข้าราชการระดับต่างๆมีการทุจริตคอรัปชั่น ในขณะที่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาผู้ยากไร้มีความเป็นอยู่ที่อัตคัดขาดแคลน หากดินฟ้าอากาศ ไม่ดี หรือมีภัยธรรมชาติ ประชาชนจำนวนมากจะมีความอดอยาก และอาจถึงกับล้มตายเป็นจำนวนมาก เมื่อถึงตอนนั้น ก็จะมีคนที่เป็นผู้นำนำกองกำลังต่อต้านรัฐบาล ถ้าการต่อสู้กับรัฐบาลประสบผลสำเร็จ ผู้นำการต่อสู้ก็จะขึ้นมาเป็นกษัตริย์และสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้น แต่ถ้าการต่อสู้ประสบกับความล้มเหลว ผู้ก่อการต่อต้านรัฐบาลก็จะถูกจับเป็นกบฏและถูกประหารชีวิต

ถ้าการต่อสู้กับราชวงศ์เก่าได้รับชัยชนะ ก็จะมีการสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นและนำพาเศรษฐกิจของประเทศกลับเข้าสู่ยุคที่มีการพัฒนาไประยะหนึ่ง แล้วก็กลับเข้าสู่การเสื่อมถอย วงจรอุบาทก์ของการแย่งชิงอำนาจ และการเปลี่ยนแปลงราชวงศ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์จีน แม้บางราชวงศ์อยู่ได้นานเป็นเวลาหลายร้อยปี บางราชวงศ์อยู่ได้เพียงไม่กี่ปีหรือไม่กี่สิบปี แต่วงจรความเจริญและความเสื่อมได้เกิดขึ้นเป็นระลอก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายและวิธีการปกครองของแต่ละราชวงศ์ สภาพดินฟ้าอากาศ และการรุกรานของคนต่างรัฐที่เป็นชนกลุ่มน้อยหรือที่มาจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านพ้นไป เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่มีความสับซับซ้อนและเป็นไปในทิศทางที่มีการเจริญเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม ประชาชนจีนก็มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน

ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ถัง และซ่ง จีนเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านต่างๆมาก จีนมีการใช้เศรษฐกิจระบบตลาด มีการใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนตั้งแต่สมัยโบราณ โดยทั่วไป ประชาชนทุกคนมีสิริภาพในการประกอบอาชีพ และส่วนใหญ่มีทรัพย์สินของตนเอง การผลิตและการจำหน่ายสินค้า ก็เป็นไปโดยเสรี ยกเว้นในบางยุคบางสมัยที่รัฐบาลจีนมีการควบคุมการผลิต การค้า การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชน และมีการเก็บภาษีอากรในลักษณะที่ขูดรีด

ประเทศจีนสามารถผลิตเหล็ก ทองแดง ทองคำและทองสัมฤทธิ์ และนำโลหะเหล่านี้มาทำภาชนะ เครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับตั้งแต่สมัยโบราณ การผลิตสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น การทอผ้าและปั่นด้าย การทำผ้าไหม เครื่องปั้นดินเผา การปลูกผักผลไม้ ใบชา และมีการการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคมาเป็นเวลามาหลายพันปี

สิ่งประดิษฐ์ของจีนในสมัยโบราณที่มีการกล่าวขวัญกันมาจนถึงปัจจุบัน ที่เรียกกันว่า”จตุรประดิษฐ์”(四大发明)คือ เข็มทิศ ดินปืน กระดาษ และแท่นพิมพ์ กล่าวกันว่า จีนเป็นประเทศแรกที่ประดิษฐ์สิ่งเหล่านี้ และต่อมามีการเผยแพร่ไปยังประเทศอื่นๆในโลกตะวันตก ทำให้ประเทศในยุโรปสามารถใช้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านี้ เช่น ทางด้านการเดินเรือ การทำศึกสงครามและการเผยแพร่ความรู้วิทยาการ แต่ในจีนที่เป็นประเทศที่ประดิษฐ์สิ่งเอง กลับไม่มีการพัฒนาปรับปรุงและใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้มากนักเมื่อเทียบกับประเทศในโลกตะวันตก

จนกระทั่งสมัยราชวงศ์เหวียนเมื่อกว่า 700 ปีก่อน ความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนจีของจีนยังมีความเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศในโลกตะวันตก ตอนที่มาร์โคโปโล(Marco Polo) ไปอยู่ที่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์

เหวียนในศตวรรษที่ 14 เขารู้สึกประทับใจในความเจริญรุ่งเรืองและระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีนมาก แม้ในสมัยต้นราชวงศ์หมิง ประเทศจีนก็ยังมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูงกว่าประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรปหลายด้าน ในช่วงต้นของราชวงศ์หมิง จีนส่งกองเรือขนาดใหญ่ นำโดยเจิ้งเหอ ออกเดินทางจากประเทศจีนไปสู่ประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไปถึงประเทศอินเดีย คาบสมุทรอาหรับ และกล่าวกันว่าได้ไปถึงทวีปแอฟริกาทางเหนือและตะวันออก กองเรือที่นำโดยเจิ้งเหอมีการเดินทางทั้งหมดเจ็ดครั้งระหว่างปีค.ศ. 1405 ถึง 1433 การเดินเรือของกองเรือจากประเทศจีนเกิดขึ้นก่อนที่มีการสำรวจทางทะเลของประเทศในโลกตะวันตก เช่น ก่อนการค้นพบทวีปอเมริกาของโคลัมบัส (Christopher Columbus)เป็นเวลาหลายสิบปี โดยกองเรือของจีนมีขนาดใหญ่กว่ากองเรือของสเปนมาก แต่ละครั้งมีเรือที่ออกจากประเทศจีนกว่ร้อยลำและมีลูกเรือ กว่า 20,000 คน มีอุปกรณ์การเดินเรือที่เพรียบพร้อม

ทั้งเรื่องราวมาโค โปโล และโคลัมบัส แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศจีนในศตวรรษที่14 ที่เทียบเคียงได้หรือมีความกาวหน้ากว่าประเทศในโลกตะวันตก

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงเป็นต้นมา ความเจริญก้าวหน้าของประเทศจีนก็มีการเสื่อมถอยลง โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้มีบางช่วงเวลาที่ประเทศจีนสามารถขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง แต่โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจจีนมีการพัฒนาก้าวหน้าไม่มาก ในขณะที่ประเทศในโลกตะวันตกมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีมากตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา จากที่มีการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม(Renaissance) การปฏิรูปทางศาสนา(Reformation) การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีการเดินเรือซึ่งนำไปสู่การสำรวจทางทะเลขนานใหญ่ การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และการปฏิวัติอุตสาหกรรม หลังจากนั้น ประเทศต่างๆในยุโรปมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาก ประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากที่มีการประกาศอิสระภาพในปีค.ศ. 1776 แล้ว ก็มีการพัฒนาทางด้านต่างๆขึ้นมาก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดิมเป็นประเทศที่มีความล้าหลัง หลังจากการปฏิรูปในสมัยจักรพรรดิเมจิ(Meiji Restoration)แล้ว ญี่ปุ่นก็กลายเป็นประเทศที่มีเจริญความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการทหาร ประเทศในโลกตะวันตกและประเทศญี่ปุ่นจึงสามารถแซงหน้าประเทศจีนทางด้านแสนยานุภาพ และหันมารุกรานจีนตั้งแต่ราชวงศ์ชิงจนถึงสมัยสาธารณรัฐก่อนการยึดครองประเทศโดยคอมมิวนิสต์

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *