INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

การประยุกต์ใช้สายพานประกอบของเฮนรี่ ฟอร์ดกับแมคโดนัลด์ ฟาสต์ฟูด

การประยุกต์ใช้สายพานประกอบของเฮนรี่ ฟอร์ดกับแมคโดนัลด์ ฟาสต์ฟูด

กาลครั้งหนึ่งชายคนหนึ่งชื่อเฮนรี่ ฟอร์ด ได้ปฏิรูปอุตสาหกรรมรถยนต์
และโลก เมื่อเขาได้คิดค้นการประกอบชิ้นส่วนตามสายพานภายในการผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรก ระบบการผลิตใหม่ของเขาได้ลดเวลาของการผลิตรถยนต์หนึ่งคันจากมากกว่าสิบสองชั่วโมงเป็นสองชั่วโมงสามสิบนาที
แต่กระนั้นเฮนรี ฟอร์ด จะได้ความคิดมาจากโรงฆ่าสัตว์ วิลเลียม คลานน์ ผู้บริหารของฟอร์ด ได้ประทับใจต่อประสิทธิภาพของโรงฆ่าสัตว์สวิฟท์ภายในชิคาโก เมื่อซากสัตวได้ถูกเชือดเนื้อเเคลื่อนไปตามสายพาน ดังนั้นเมื่อ ค.ศ 1913 เฮนรี่ ฟอร์ด อายุ 50 ปี ได้แนะนำกระบวนการประกอบตามสายพานภายในโรงงานรถยนต์ของเขา และประสิิทธภาพการผลิตได้เพิ่มสูงขึ้นแปด
เท่า ในไม่ช้าการประกอบตามสายพานได้กลายเป็นการปฏิบัตโดยทั่วไปภายในโรงงานทั่วโลก
การแบ่งการผลิตรถยนต์เป็นขั้นตอนทำซ้ำที่ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องใช้คนงานที่มีทักษะอะไร คนงานสามารถเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว การผลิตจำนวนมากได้เกิดขึ้นจากการใช้การประกอบชิ้นส่วนตามสายพานที่มีผลกระทบไปทั่วโลก
รถฟอร์ดโมเดลทีจะเป็นรถยนต์คันแรกที่ได้ถูกผลิตเป็นจำนวนมากครั้งแรกของโลกด้วยการประกอบชิ้นส่วนตามสายพาน ก่อนหน้านี้ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ผลิตรถยนต์ด้วยช่างทำด้วยมือราคาแพง ฟอร์ด มอเตอร์ได้สร้างความประหยัดจากขนาดจากการผลิตแบบจำนวนมาก ต้นทุนการผลิตได้ลดลง
อย่างมากจาก 3,000 เหรียญต่อคันเหลือเพียง 900 เหรียญต่อคัน – ค่าเงิน ค.ศ 2501
เฮนรี่ ฟอร์ด ไม่ได้คิดค้นรถยนต์ หรือเขาไม่ได้คิดค้นการผลิตแบยจำนวนมากหรือสายพานประกอบชิ้นส่วน เขามีชื่อเสียงเพราะว่าเขาใช้แนวคิดเหล่านี้กับการผลิตรถยนตร์ที่เชื่อถือได้และราคาไม่แพง เฮนรี่ ฟอร์ด ได้กล่าวว่า ผมกำลังทำให้รถยนต์เป็นประชาธิปไตย เมื่อผมทำได้สำเร็จแล้ว บุคคลทุกคนจะมีรถยนต์หนึ่งคัน
ฟอร์ด โมเดลที จะเป็นรถยนต์ที่่ถูกผลิตโดยฟอร์ด มอเตอร์ตั้งแต่ ค.ศ 1908 จนถึง ค.ศ 1927 บุคคลธรรมดาสามารถจะซื้อได้ โมเดลทีได้ช่วยให้อเมริกาเข้าไปสู่ยุคของรถยนต์
การปฏิรูปอุตสาหกรรมรถยนตร์ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกโดบเฮนรี่ ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งฟอรด มอเตอร์ ก่อนหน้านี้การผลิตรถยนตร์จะเป็นระบบช่างฝีมือ ต่อมา
เฮนรี่ ฟอร์ดได้ริเริ่มการผลิตรถยนตร์โดยใช้การประกอบชิ้นส่วนตามสายพาน การใช้เครื่องจักรเป็นครั้งแรกภายในอุตสาหกรรมรถยนตร์ เนื่องจากการประกอบชิ้นส่วนตามสายพานเป็นระบบการผลิตแบบจำนวนมาก ดังนั้นต้นทุนการผลิตรถยนตร์จะต่ำมาก โมเดล ที คือรถยนตร์ฟอร์ดรุ่นแรกที่ใช้การผลิตแบบการประกอบชิ้นส่วนตามสายพาน ราคาขายประมาณคันละ 800 เหรียญเท่านั้น
การประกอบชิ้นส่วนตามสายพานของเฮนี่ ฟอร์ดได้ทำให้เป็นไปได้ที่ชาวอเมริกันทุกคนจะเป็นเจ้าของรถยนต์หนึ่งคัน เมื่ออุตสาหกรรมรถยนต์ได้ระเบิดขึ้น ชาวอเมริกันมากขึ้นและมากขึ้นได้ขับรถยนต์ ร้านอาหารได้วิวัฒนาการขึ้นมาด้วย ร้านอาหารหลายแห่งได้เริ่มต้นเพิ่มช่องขับรถยนต์
เข้ามาซื้อ ดังนั้นบุคคลสามารถซื้ออาหารและกินภายในรถยนต์ของพวกเขา และ “ฟาสตฟูด” ได้กำเนิดขึ้นมา แต่ไม่ได้เป็นฟาสต์ฟูดที่เรารู้จักกันวันนี้
เพื่อที่จะทำอาหารอย่างรวดเร็ว ร้านอาหารบางแห่งได้จ้างพ่อครัวทำอาหารรวดเร็ว
พ่อครัวที่ชำนาญการทำอาหารที่ไม่ต้องเตรียมมาก ความต้องการพ่อครัวทำอาหารรวดเร็วจะเพิ่มสูงขึ้น แต่กระนั้นการบริการและความสะดวกจะไม่สมบูรณ์ มันจะรวดเร็วแต่ไม่รวดเร็วเพียงพอ รวมกับความต้องการพ่อครัวที่ทำอาหารรวดเร็วได้เพิ่มสูงขึ้น ค่าจ้างของพวกเขาจะสูงขึ้น ดังนั้นต้นทุนของอาหารจะเพิ่มมากขึ้น การเข้ามาของสองพี่นองแมคโดนัลด์ได้เริ่มต้นขึ้น
ภายใต้การยืมแนวคิดของเฮนรี่ ฟอร์ด สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้สร้างสายพานประกอบภายในครัวเรียกว่า สปีดี้ ซีสเต็ม ระบบนี้จะแตกต่างอย่างมากจากที่ร้านอาหารอื่นกำลังทำอยู่ แทนการใช้พ่อครัวที่ต้องมีทักษะทำ
อาหารรวดเร็ว พวกเขาได้ใช้บุคคลที่ไม่มีทักษะจำนวนมาก บุคคลแต่ละคน
จะทำแต่ละขั้นตอนเท่านั้นภายในกระบวนการเตรียมอาหาร ดังนั้นค่าจ้าง
ของพวกเขาจะต่ำ ต้นทุนอาหารจะต่ำลง พ่อครัวที่มีประสบการณ์ได้ถูก
แทนที่ด้วยบุคคลที่ไม่มีทักษะและแทนที่ได้ง่าย กระบวนการจะเป็น
อัตโนม้ติิืื : ร้านอาหารได้กลายเป็นโรงงานไปแล้ว
งานที่ซับซ้อนและใช้ทักษะได้ถูกทำให้เรียบง่ายลงและแบ่งเป็นขั้นตอน
ที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีทักษะ แรงขับเคลื่อนที่มุ่งไปสู่ระบบอัตโนมัต
และการทำให้เป็นมาตรฐานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตรถยนต์หรือร้าน
อาหารเท่านั้น มันได้แพร่หลายและคลานเข้าไปสู่เกือบทุกอุตสาหกรรม

        

การบริการที่รวดเร็วขึ้นแก่ลูกค้าจะเป็นอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่หรือไม่ที่จะลดเวลาของการนำส่ง สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้รับรู้ว่าการลดจำนวนรายการอาหารลงจะทำให้ทรัพยากรไม่ถูกจำกัดช่วยให้การจัดส่งรวดเร็วขึ้น ดังนั้นพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะมุ่งแฮมเบอร์เกอร์และรายการเสริมเท่านั้น รายการอาหารได้กลายเป็นสั้นลง เพื่อการลดเวลาที่จะจัดส่งต่อไปอีก สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้ลอกเลียนแบบสายพานประกอบของเฮนรี่ ฟอร์ด ก่อนหน้านี้แมคโดนัลด์จะเตรียมแซนวิสเป็นกองและรักษาให้อุ่นไว้ภายในเตา แต่การสูญเสียได้เพิ่มมากขึ้นภายในวันที่อุปสงค์น้อยลง ดังนั้นพวกเขาได้เริ่มต้นที่จะรักษาแผ่นเนื้อ สลัด และส่วนผสมอื่นไว้ให้พร้อม และประกอบเป็น
แซนวิสต่อเมี่อลูกค้าได้สั่งซื้อเท่านั้น เวลาที่ต้องใช้ภายในกระบวนการจะไม่
กี่นาที การช่วยให้พวกเขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ สินค้าคงเหลือได้ถูกลดลงด้วย ความเสี่ยงภัยของการสูญเสียได้ถูกกำจัดไป
พวกเขาได้เริ่มต้นพัฒนาสายพานประกอบที่จะเตรียมแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนฟาย และเครื่องดื่ม เครื่องมือได้ลดเวลาต่อไปอีก การทดสอบได้ชี้ว่าลูกค้ามีความสุขและประหลาดใจที่พวกเขาได้รับอาหารอย่างรวดเร็ว สายพานประกอบได้ทำให้ต้นทุนลดลงด้วย เมื่อเครื่องมือได้จัดส่งอย่างรวดเร็ว ยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้น และได้ช่วยให้แมคโดนัลด์ขายแฮมเบอร์เกอร์ได้ราคาถูกกว่าคู่แข่งขัน เมื่อเครื่องมือได้ถูกใช้ทำงานส่วนใหญ่ สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้เป็นอิสระที่จะมุ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ณ ทุกขั้นตอน การเพิ่มคุณภาพของแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนฟราย และเครื่องดื่มได้สูงขึ้น พวกเขาได้มองเห็นว่าคู่แข่งขันกำลังผสมส่วนผสมอื่นภายในแผ่นเนื้อ เพื่อที่จะลดต้นทุนที่กระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของพวกเขา สองพี่น้องแมคโดนัลด์จะมีความรับผิดชอบด้วย
การรับรองว่าแมคโดนัลด์จะขายแผ่นเนื้อร้อยเปอรเซ็นต์เท่านั้น พวกเขาจะไม่ประนีประนอมคุณภาพ พวกเขาได้ใช้ความพยายามมากขึ้นที่จะรับรองว่าแผ่นเนื้อจะมีไขมันเพียงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ เฟรน ฟรายของพวกเขาจะดีกว่าคู่แข่งขันทุกรายภายในเมือง
เราจะกลายเป็นตราสินค้าแนวหน้าที่ยั่งยืนไม่ได้ ถ้าคุณภาพของบริษัทจะถูกเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์เท่านั้น สองพี่น้องแมคโดนัลด์ไม่ได้มุ่งแต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการเท่านั้น แต่จะเป็นคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อที่จะให้ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมด้วย พวกเขาได้ออกแบบร้านอาหารที่จะเพิ่มคุณภาพของทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกค้าได้มองเห็น สัมผัส สูดดม ได้ยิน และลิ้มรส
เส้นโค้งที่ใหญโต โครงสร้างรูปแปดเหลี่ยม แผงที่กั้นกระจก ระหว่างห้องครัวและพื้นที่จัดส่ง สถานที่จะถูกรักษาให้สะอาด บุคคลได้ถูกอบรมที่จะเกี่ยวพันอย่างเป็นมิตรกับลูกค้าของพวกเขา
โอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนความจงรักภักดีไปยังตราสินค้าจะสูงถ้าเขาได้ออกไปจากสถานที่ด้วยประสบการณ์บริการที่ดีเกี่ยวกับตราสินค้า ปัจจัยอย่างหนึ่งที่มีโอกาสขัดขวางประสบการณ์บริการที่ดีคือความวิตกกังวลที่ซ่อนเร้นของลูกค้า เราจะต้องออกแบบจุดสัมผัสของลูกค้าทุกจุดด้วยวิถีทางที่ไม่กระตุ้นความวิตกกังวลภายในลูกค้า สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้สังเกตุว่าความวิตกกังวลธรรมดาอย่างหนึ่งของลูกค้าส่วนใหญ่ของพวกเขาคือ อนามัยและความปลอดภัยของอาหาร
ดังนั้นเราจะต้องไม่มีจุดสัมผัสของลูกค้าใดเลยที่กระตุ้นความรู้สึกเหล่านี้ พวกเขาได้พยายามรักษามาตรฐานที่สูงของอนามัยและความสะอาดภายในและรายรอบร้านอาหาร สองพี่น้องได้รับรองว่าบุคคลของพวกเขาจะต้องใส่เสื้อผ้าที่สะท้อนอนามัยและความสะอาด พวกเขาได้จูงใจบุคคลที่จะยึดมั่นกับมาตรฐานอนามัยตลอดเวลา ลูกค้าจะถูกยอมให้มองเห็นห้องครัว
ที่อาหารได้ถูกเตรียมและทำ
ดังนั้นการนำเสนอของแมคโดนัลด์จะเป็นการบริการที่รวดเร็ว ราคาต่ำ คุณภาพอาหาร และความสะอาด ดังคำนิยามกลยุทธ์ของไมเคิล พอร์เตอร์ แมคโดนัลด์กาลังนำเสนอทั้งคุณค่าและราคาต่ำแก่ลูกค้า
เมื่อเรย์ คร็อค ได้ควบคุมแมคโดนัลด์ภายใน ค.ศ 1955 เขาจะชอบความคิดของแมคโดนัลด์ของ
การเปรียบเทียบการผลิตกับสายพานประกอบรถยนต์
เขาได้เริ่มต้นมองทุกสิ่งทุกอย่างจากมุมมองของสายพานประกอบ เขารู้สึกว่ากระบวนการผลิตและสายพานประกอบควรจะปรับปรุงต่อไปอีก ประสบการณ์ของเรย์ คร็อค – ภายในอตสาหกรรมถ้วยกระดาษและการพัฒนาเครื่องทำ
มิลค์เชค – ได้ให้ความรู้แก่เขาเกี่ยวกับการไหลของกระบวนการและการออกแบบอุปกรณ์
เรย์ คร็อค เชื่อว่าแมคโดนัลด์จะต้องสร้างประสบการณ์ที่สม่ำเสมอภายในร้านอาหารทุกแแห่ง ด้วยการสร้างมาตรฐานของคุณภาพอาหาร ความรวดเร็วของการบริการ วิธีการเตรียมอาหาร สภาพแวดล้อม และความสะอาด ทำนองเดียงกับสายพานประกอบ เรย์ คร็อค ได้พยายามจะถอดบุคคลออกจากสมการและใช้การปฏิบัติงานของระบบ การปรับปรุงการบริการที่ขึ้นอยู่กับบุคคลจะไม่สม่ำเสมอ เมื่อบุคคลมีทัศนคติ ทักษะ รสนิยม พฤติกรรม ประสบการณ์ที่
แตกต่างกัน
ธุรกิจจะต้องกระทำกิจกรรมหลายร้อยอย่าง เพื่อที่จะผลิต ขาย และจัดส่่งผลิตภัณฑ์ ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้กล่าวว่า เพื่อที่จะสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน บริษัทจะต้องกระทำกิจกรรมบางอย่างที่แตกต่างจากคู่แข่งขัน และกระทำกิจกรรมที่เหมือนกัน – ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ – ด้วยวิถีทางที่แตกต่างกัน
เรย์ คร็อค จะดูกิจกรรมแต่ละอย่างและทุกอย่างของแมคโดนัลด์ด้วยความระมัดระวัง เขาจะค้นหาความเป็นไปได้ของวิถีทางใหม่ของการกระทำกิจกรรมบางอย่างอยู่เสมอ
การให้คุณภาพที่สม่ำเสมอของร้านอาหารทุกแห่งจะต้องไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถและทักษะของบุคคล คำตอบอย่างหนึ่งคือ การสร้างมาตรฐานของ
การเตรียมส่วนผสมหลายอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีมงานของเรย์ คร็อคได้พัฒนาวิธีการและอุปกณ์ภายในการเตรียมส่วนผสมโดยไม่มีการใช้มือ
เราจะมีตัวอย่างต่อไปนี้
แป้งแฮมเบอร์เกอร์จะถูกเตรียมและครึ่งปรุงโดยไม่ใช้มือเลย แมคโดนัลด์ได้ยืนยันแก่ลูกค้าว่าคุณภาพอาหารจะต้องมีรสชาติเดียวกันทั่วโลก โรเบิรต ซามวลสัน นักเศรษฐศาสตร์ ได้ยกย่องแมคโดนัลด์ จากการทานบิคแมค ณ ร้านอาหารแมคโดนัลด์ที่โตเกียว ว่า ไม่ใช่รสชาติคล้ายกับอเมริกันบิคแมค แต่เป็นรสชาติอย่างเดียวกันเลย
แมคโดนัลด์ได้ใช้การควบคุมมาตรฐานการซื้อมันฝรั่งที่เข้มงวดมาก ซัพพลายเออร์ได้ตกตะลึงเมื่อแมคโดนัลด์ได้ใช้เครื่องไฮโดรมิเตอร์วัดระดับความชื้นของมันฝรั่ง และไม่ยอมชื้อมันฝรั่งที่เนื้อไม่แข็งตามข้อกำหนด เมื่อแมคโดนัลด์ได้เปิดร้านอาหารครั้งแรกที่รัสเชีย แมคโดนัลด์ได้ส่งผู้ควบคุณภาพไปช่วยเกษตรกรรัสเซียเรียนรู้วิธีการปลูกมันฝรั่งที่มีคุณภาพสูง ผู้ทำขนมปังของแมคโดนัลด์จะต้องมีวิธีการอบแป้งอย่างมีคุณภาพ บางครั้งผู้ควบคุมของแมคโดนัลด์ได้ไปที่โรงงานบรรจุเนื้อตอนตีสาม และได้ยกเลิกสัญญาเมื่อได้พบเนื้อที่มีคุณภาพต่ำทันที
แมคโดนัลด์ได้ควบคุมซัพพลายเออร์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด แม้แต่การใช้ห้องทดลองทดสอบความหนาของชิ้นแตงกวาอยู่เสมอ แมคโดนัลด์ได้ใช้กฏและระเบียบวิธีการปฏิบัติงานควบคุมการทำอาหารทุกอย่างเช่น การควบคุมอุณหภูมิ เวลาการทอด และจำนวนเกลือของเฟรนฟรายด์ ถ้าเฟรนฟรายด์สีไม่ดี หรือน้ำมันมากเกินไปต้องทิ้ง หรือเฟรนฟรายด์ที่ทอดแล้วต้องอยู่ภายในตู้ที่มีแสงไฟไม่เกินเจ็ดนาที เราจะมีเรื่องราวที่บอกเล่าอยู่เสมอเมื่อเรย์ ครอคได้เยี่ยมร้านอาหาร ครั้งหนึ่งเขาไม่พอใจต่อการเข้าแถวรอคอยที่ยาวของลูกค้า เขาได้เดินไปที่เคาน์เตอร์ แนะนำตัวเองแก่ลูกค้า แล้วบอกแก่ลูกค้าว่า ลูกค้าต้องได้อาหารที่อุ่นเท่านั้น หรือไม่ลูกค้าต้องได้เงินคืน เขาได้เคยขัดถูห้องน้ำที่สกปรก และเก็บเศษขยะภายในร้านอาหารด้วยตัวเอง เรื่อราวเหล่านี้ได้ถูกบอกเล่าไปทั่งทั้งแมค โดนัลด์ จนทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของแมคโดนัลด์ไปเลยทีเดียว
ืเพื่อการจัดส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพดีภายในเวลาที่รวดเร็วด้วยราคาต่ำที่สุด เรย์ คร็อค มองเห็นว่าการวางผังร้านอาหารจะมีความสำคัญด้วย จุดสำคัญของการวางผังสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีคือ การรวมความต้องการของลูกค้้าและความต้องการของบุุคคล ณ แมคโดนัลด์ เพื่อการไหลเวียนของวัสดุ งาน และข้อมูลอย่างราบรื่น การเกี่ยวพันกับลูกค้ารับคำสั่งซื้อจะง่ายภายในเวลาที่รวดเร็ว บุคคลของร้านอาหารจะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จะบริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว การวางผังได้ถูกออกแบบที่จะใช้พื้นที่มากที่สุด และการระบายอากาศที่ดี การควบคุมสภาวะบรรยากาศภายในร้านอาหารระหว่างฤดูร้อนและฤดูหนาว
เรย์ คร็อค ได้มองหาวิถีทางที่จะลดจำนวนขั้นตอนของการปฏิบัติงานและ
การใช้เวลาอยู่เสมอ ด้วยการทำงานภายในอุตสาหกรรมเเครื่องทำมิลค์เชค เขารู้สึกว่าเครื่องมือจะแก้ปัญหาที่สำคัญได้ และลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์ลงได้ การสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัท เขาเชื่อว่าอุปกรณ์จะมีกำลังมาก ทำความสะอาดและใช้ได้ง่าย และรสชาติจะสม่ำเสมอ การทำอาหารด้วยเครื่องมือจะสร้างอนามัยได้มากขึ้น
เรย์ คร็อค จะให้ความสำคัญต่อบรรจุภัณฑ์ของการนำอาหารกลับของลูกค้า การมองเห็นได้ทั้งลูกค้าและไม่ใช่ลูกค้า และโอาสที่จะแสดงคุณภาพ ความซื่อสัตย์ และความปลอดภัยของตราสินค้า เขาได้เลือกกระดาษคุณภาพดีเพื่อการนำอาหารกลับ เมื่อ ค.ศ 1961 เขาได้ปรับปรุงรูปภาพของบรรจุภัณฑ์และเป็นครั้งแรก เขาได้แสดงความสะดุดตาต่อเส้นโค้งที่มีชื่อเสียงของแมโดนัลด์ และเรย์ คร็อค คิดว่าเราควรจะใช้ประโยชน์จากความคุ้นเคยนี้ช่วยการรับรู้และจำตราสินค้าได้ นอกจากถ้อยคำแล้ว สัญลักษณ์จะสื่อสารได้ดีเมื่อมองเห็นแม้ว่าจากระยะทางที่ไกล ปัจจุบันนี้เราสามารถมองเห็นเส้นโค้งที่วางตำแหน่งมองเห็นได้ชัดเจนต่อผู้ขับรถยนต์บนทางหลวง สัญลักษณ์ที่แสดงคุณภาพอาหารที่มั่นใจได้ สัญลักษณ์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างรวดเร็ว
แมคโดนัลด์จะเป็นหนี้ความสำเร็จเริ่มแรกของพวกเขาต่อการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวพันกับการแลกกันอย่างชัดเจน การเลือกความแตกต่างไม่เพีียงพอที่จะรับประกันข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนได้ เมื่อคู่แข่งขันสามารถลอกเลียนแบบการนำเสนอคุณค่าได้ง่าย แต่พวกเขาจะพบกับความยุ่งยากที่จะลอกเลียนแบบสิ่งหนึ่ง – การแลกกัน การแลกกันจะเป็นกิจกรรมที่ตราสินค้าไม่เลือกกระทำ กิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และค่านิยมแกนของตราสินค้า ถ้าไม่มีการแลกกัน
เราจะไม่มีการเลือก และดังนั้นความต้องการกลยุทธ์จะไม่มี – ไมเคิล พอร์เตอร์
ความต้องการจะเจริญเติบโตได้สร้างแรงกดกันอย่างมากต่อธุรกิจ และพวกเขาได้สร้างการประนีประนอมบางอย่าง พวกเขาได้เพิ่มลำดับของการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย การนำพวกเขาไปสู่ที่จะสูญเสียวิถีทางของพวกเขา
เมื่อ ค.ศ 1948 สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้เริ่มต้นมุ่งแฮมเบอร์เกอร์ เฟรน ฟราย และรายการที่ที่เกี่ยวพันเท่านั้น พวกเขาได้ตัดสินใจขยายกำลังที่จุดแข็งแกนของพวกเขาเท่านั้น ที่ไหนก็ตามแผ่นแฮมเบอร์เกอร์จะเป็นเนื้อชิ้นหนึ่ง แต่ภายในแมคโดนัลด์แล้ว มันจะเป็นชิ้นหนึ่งของเนื้อด้วยจิตวิญญาน ตั้งแต่ตอนเริ่มต้น พวกเขาจะมุ่งมั่นการรักษาแผ่นเนื้อหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเขาไม่เคยยอมผสมอะไรก็ตามกับเนื้อ ในขณะที่คู่แข่งขันกำลังผสมบางสิ่งบางอย่างภายในแผ่นเนื้อที่จะประหยัดต้นทุน คู่แข่งขันจะเจาะรูภายในแผ่นเนื้อคล้ายกับโดนัท และอุดรูด้วยผ้กดองหรือส่วนผสมอื่น แต่แมคโดนัลด์ไม่เคยประนีประนอมคุณภาพของพวกเขา พวกเขาได้พัฒนาการทดสอบอย่างเข้มงวดที่จะรักษาไขมันสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่ระบุไว้
แมคโดนัลด์ได้ละเว้นจากการขายพิซซ่าส์เมื่อพวกเขาคิดว่ามันจะกระทบต่อจุดแข็งแกน ภายใน ค.ศ 1960 ร้านอาหารหลายแห่งกำลังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากโทรศัพท์ ตู้เพลง และเครื่องขายสินค้า บุคคลหลายคนได้เข้าหาเรย์ คร็อคที่จะยอมให้มีเครื่องเล่นเหล่านี้ แต่เรย์ คร็อคจะมั่นคงและไม่เคยยอม เขารู้สึกว่ามันจะสร้างการจราจรที่ไม่ก่อผลภายในร้านอาหาร และสร้างความไม่สะดวกแก่ลูกค้าหลัก การกระทบต่อค่านิยมแกนของตราสินค้า การลดระดับภาพพจน์ครอบครัวของแมคโดนัลด์ลง

ขั้นตอนแรกของธุรกิจอะไรก็ตามคือ การพิจารณาว่าพวกเขาจะยึดครองพื้นที่ภายในจิตใจของลูกค้าได้อย่างไร เราจะเรียกว่า “การวางตำแหน่ง” การวางตำแหน่งจะเป็นถ้อยคำของการรับรู้ตราสินค้าของลูกค้าสัมพันธ์กับตราสินค้าของคู่แข่งขัน ลูกค้าจะสะดุดตาตราสินค้าต่อเมื่อเรามีความแตกต่างจากตราสินค้าอื่น
แมคโดนัลดิได้นำเสนอคุณค่าอะไรภายในปีเริ่มแรกของพวกเขา เมื่อ ค.ศ 1930 แนวคิดของฟาสต์ฟูดจะแพร่หลายท่ามกลางมวลชน ร้านอาหารขับรถยนต์เข้ามาซื้อจะแตกหน่อภายในหลายสถานที่ รายการอาหารฟาสต์ฟูดจะวิวัฒนาการอยู่ที่บาร์บีคิวเนื้อ หมู และไก่ ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าวนี้ เมื่อ ค.ศ 1937 สองพี่น้องมอริช และริชาร์ด แมคโดนัลด์ ได้เริ่มต้นร้านอาหารฟาสต์ฟูดของพวกเขาเอง ณ ซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนีย ในไม่ช้าธุรกิจได้ดึงดูดเด็กวัยรุ่นจำนวนมากและได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สองพี่น้องแมคโดนัลด์รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ทำกำไรเพียงพอ แม้ว่าที่จอดรถยนต์ของพวกเขาจะเต็มตลอดเวลา สองพี่น้องได้รับรู้ว่าเหตุผลอย่างหนึ่ง พวกเขากำลังขายอาหารหลายอย่างเหมือนกับ
คู่แข่งขันอื่น ทรัพายากรของพวกเขาได้ถูกยืดเกินขอบเขต การกระทบต่อคุณภาพและเวลาบริการ สองพี่น้องแมคโดนัลด์ได้ตระหนักว่าการนำเสนอของพวกเขากำลังกลายเป็นผลิตภัณฑ์ “เลียนแบบ” ผลิตภัณฑ์เพื่อบุคคลทุกคนจะคล้ายกับผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพื่อบุคคลใดเลย ผลิตภัณฑ์เลียนแบบส่วนใหญ่ได้ล้มเหลวที่จะบรรลุยอดขายที่เหมาะสม ภายหลังระยะเวลาหนึ่ง เพราะว่าการวางตำแหน่งของพวกเขาจะอยู่บนพื้นฐานของดีกว่าคู่แข่งขันไม่ใช่คุณค่าต่อลูกค้า สองพี่น้องแมคโดนัลด์ไม่ต้องการจะตกหลุมพรางของกลายเป็นผลิตภัณฑ์เลียนแบบ
พวกเขาต้องการจะมุ่งการให้บางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกัน บางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าต่อลูกค้า “แฮมเบอร์เกอร์” จะเป็นอาหารที่ชื่นชอบโดยทั่วไปภายในอเมริกา ณ เวลานั้น สองพี่น้องแมคโดนัลด์จะให้ความแตกต่างอะไร
บริษัทที่ใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างได้สำเร็จจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มสูงขึ้น ถ้ารากฐานของการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ได้ดึงดูดต่อลูกจำจำนวนมาก ส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นจะนำไปสู่ความประหยัดจากขนาดและการลดต้นทุนอย่างอื่น ดังนั้นการสร้างความแตกต่างที่บรรลุความสำเร็จจะนำไปสู่การลดต้นทุน และบริษัทจะกลายเป็นผู้นำทางต้นทุนด้วย
แมคโดนัลด์ได้ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างมาแต่เดิม แมคโดนัลด์ได้สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการของพวกเขาจากคู่แข่งขัน
ณ แมคโดนัลด์ พวกเขาจะมีบริการหลายอย่างแก่ลูกค้า ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของร้านอาหารและผู้รับแฟรนไชส์ โดยปรกติ ณ แมคโดนัลด์ ครั้งหนึ่งจะมี ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ไดรฟ์ ทรู อาหารเช้า อาหารเที่ยง และไวไฟ ปัจจุบันนี้ร้านอาหารแมคโดนัลด์ส่วนใหญ่จะมีไวไฟฟรีแก่ลูกค้า การช่วยให้ลูกค้าสนุกสนานกับอาหารในขณะที่ทำงาน บริษัทหว้งว่าไวไฟฟรีจะช่วยดึงลูกค้ามาที่ร้านอาหารระหว่างช่วงเวลาที่แออัด และซื้อเครื่องดื่มของแมค คาเฟ่ หรืออาหารปรกติ – คุณค่าภายในอาหารของเรา คุณค่าภายในบริการของเรา
แมคโดนัลด์ได้ใช้การแบ่งส่วนตลาดที่สร้างความแตกต่าง การมุ่งเป้าหมายครอบครัวและเด็กด้วย “แฮปปี้ มิิว” และราคา
การมุ่งค่านิยมสี่ตัว คุณภาพ บริการ ความสะอาด และคุณค่าอย่างสม่ำเสมอภายในร้านอาหารของบริษัทตลอดเวลา การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อที่จะกลายเป็นผู้นำส่วนแบ่งตลาดภายใน
อุตสาหกรรมฟ้าสต์ฟูด ฐานะทางตลาดนี้ได้ทำให้แมคโดนัลด์ลดต้นทุนของพวกเขาได้ ดังนั้นแมคโดนัลด์จะเป็นผู้นำต้นทุนภายในอุตสาหกรรมฟ้าสต์ฟูดแมคโดนัลด์ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกกว่าเปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน
การทำกำไรที่สูงของแมคโดนัลด์จะขึ้นอยู่กับทั้งการสร้างความแตกต่างและความเป็นผู้นำทางต้นทุน เราจะลอกเลียนแบบกลยุทธ์แต่ละอย่างได้ยากอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้ทั้งสองกลยุทธ์จะทำให้แมคโดนัลด์มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่มีต้นทุนการลอกเลียนแบบสูงมาก

  

ไมเคิล พอร์เตอร์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Competitive Advantage เมื่อ ค.ศ 1985 และได้กลายเป็นคัมภีร์ไบเบิ้ลของผู้บริหารบริษัท การสะท้อนความคิดของข้อได้เปรียบการเปรียบเทียบของเดวิด ริคาร์โด นักเศรษฐศาสตร์ศตวรรษที่ 19 หนังสือเล่มนี้ตามมากับหนังสือคลาสสิคชื่อ Competitive Strategy ของไมเคิล พอร์เตอร์ พิมพ์เมื่อ ค.ศ 1980 เป็นสหายคู่เคียงที่ขาดไม่ได้เลยของหนังสือ Competitive Strategy หนังสือ Competitive Advantage พิมพ์เมื่อ ค.ศ 1985 พิมพ์ 30 ครั้ง และแปลเป็นภาษาต่างประเทศ 13 ภาษา
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีการทำกำไรที่สูงกว่าคู่แข่งขัน เนื่่องจากบริษัทมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน บริษัทสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยวิถีทางอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองวิถีทางต่อไปนื้คือ
1 บริษัทสามารถผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกัน ณ ต้นทุนและราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน หรือ 2 บริษัทสามารถผลิตและขายผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ณ ราคาที่สูงกว่าคู่แข่งขัน ตามวิถีทางแรกบริษัทมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ ตามวิถีทางที่สองบริษัทมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์สม้ยเดิมกับกลยุทธ์การแข่งขัน ตามโมเดลกลยุทธ์การแข่งขันของไมเคิล พอร์เตอร์แล้ว บริษัทมีกลยุทธ์การแข่งขันอยู่สามทางเลือก เพื่อที่จะใช้สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งขันภายในอุตสาหกรรมคือ 1 กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุน 2 กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง 3 กลยุทธ์การจำกัดขอบเขต
กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุนมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ เพื่อที่จะกำหนดราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่งขัน
การเป็นผู้นำทางต้นทุนภายในอุตสาหกรรม บริษัทได้
มุ่งการลดต้นทุนโดยการเพิ่มประสิทธิภาพของแรงงาน การสร้างความประหยัดจากขนาด และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์
์์์ความเป็นผู้นำทางต้นทุนได้บรรลุความสำเร็จคือ ลินคอล์น อีเล็คทริค วอลมาร์ท สโตร์ และเซ้าธ์เวสท์แอร์ไลน์
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างจะมีข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง เพื่อการกำหนดราคาที่สูงกว่าคู่แข่งขัน การเป็นผู้สร้างความแตกต่างภายในอุตสาหกรรม บริษัทจะมุ่งการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ นวัตกรรม และการตอบสนองลูกค้าที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างได้บรรลุความสำเร็จคือ โซนี่ ครอปอเรชั่น สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ และเด็มเล่อร์ เบนซ์
กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตจะมุ่งตลาดที่แคบ หรือส่วนของตลาดเดียวเท่านั้น ไม่เข้าไปแข่งขันกับผู้นำต้นทุนหรือผู้สร้างความแตกต่างภายในตลาดที่กว้างหรือส่วนของตลาดหลายส่วน แต่ผู้จำกัดขอบเขตจะต้องเลือกระหว่างการใช้กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งต้นทุนต่ำ หรือกลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งความแตกต่าง ตัวอย่างของบริษัทที่ใช้กลยุทธ์การจำกัดขอบเขตที่มุ่งความแตกต่างได้บรรลุความสำเร็จคิอ ปอร์เช่ ผู้ผลิตรถสปอร์ตราคาแพง
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้ใช้ถ้อยคำว่า “การติดอยู่ตรงกลาง” เรียกบริษัทที่ไม่สามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยกลยุทธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนหน้านี้ได้เลย
ไมเคิล พอร์เตอร์ยืนยันว่า การใช้กลยุทธ์การแข่งขันหลายอย่างรวมกันทำให้ให้บริษัทตกอยูตรงกลางของตลาดการแข่งขันได้ บริษัทจะไม่มีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันเลย – ข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ หรือข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง บริษัทที่พยายามจะบรรลุทั้งต้นทุนต่ำและความแตกต่าง เหมือนกับรักพี่เสียดายน้อง ได้เผชิญกับความล้มเหลวในที่สุด
ไมเคิล พอร์เตอร์ ยืนยันว่าบริษัทที่ได้พยายามใช้กลยุทธ์ของความเป็นผู้นำทางต้นทุนและการสร้างความแตกต่างรวมกันจะเผชิญกับความล้มเหลว เหตุผลได้ถูกแสดงไว้ภายในรูป เราจะมีวิถีทางสองอย่างของการทำกำไรสูงภายในอุตสาหกรรม 1 การขายผลิตภัณฑ์ราคาสูง และได้ส่วนแบ่งตลาดน้อย (การสร้างความแตกต่าง) หรือ 2 การขายผลิตภัณฑ์ราคาต่ำ และได้ส่วนแบ่งตลาดมาก(ความเป็นผู้นำทางต้นทุน) บริษัทที่ไม่ได้เลือกสองกลยุทธ์นี้ หรือพยายามใช้ทั้งสองกลยุทธ์นี้ (ราคาปานกลาง และส่วนแบ่งตลาดปานกลาง)
ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้เสนอแนะโมเดลกลยุทธ์การแข่งขันของเขาเมื่อ ค.ศ 1980 แต่เมื่อสภาพแวดล้อมการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไป เขาต้องกลับมา
ทบทวนความคิดเริ่มแรกของเขาเมื่อ ค.ศ 1991 เนื่องจากการวิจัยต่อมาเสนอแนะว่าบริษัทที่ได้ยกระดับความสามารถดีเด่นสูงขึ้นไปอีก พวกเขาสามารถใช้กลยุท์การแข่งขันทางความเป็นผู้นำทางต้นทุนและกลยุทธ์การสร้างความแตกแตกต่างรวมกันได้สำเร็จ การสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันควบคู่ – ช้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำรวมกับข้อได้เปรียบทางความแตกต่่าง ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เข้มแข็งที่สุด ตัวอย่างของบริษัทเหล่านี้คือ โตโยต้า มอเตอร์ แมคโดนัลด์ อีเกีย และวอลล์มาร์ท
ตำรากลยุทธ์ส่วนใหญ่ปัจจุบันนี้ ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ของกลยุทธ์เพิ่มเติมจากกรอบข่ายกลยุทธ์การแข่งขันของไมเคิล พอร์เตอร์ เรียกว่ากลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุนและการสร้างความแตกต่างรวมกันภายในหนังสือกลยุทธ์ ค.ศ 2002 ของไมเคิล ฮิทท์ หรือกลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดภายในหนังสือกลยุทธ์ ค.ศ 2001 ของอาร์เธอร์ ทอมพ์สัน
อาร์เธอร์ ทอมพ์สัน ได้ขยายกรอบข่ายกลยุทธ์การแข่งขันสี่ทางเลือกของไมเคิล พอร์เตอร์ ด้วยการเพิ่มกลยุทธ์อย่างที่ห้าเข้ามาคือ กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุด กลยุทธ์ต้นทุนที่ดี่สุดจะเป็นกลยุทธ์การรวมกันของข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำ และข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดจะมุ่งที่การเพิ่มคุณค่าแก่เงินของลูกค้าด้วยการมุ่งทั้งต้นทุนต่ำและความแตกต่าง
วัตถุประสงค์คือ การนำเสนอคุณลักษณะทางผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกันหรือเทียบเคียงกันได้กับคู่แข่งขัน ณ ราคาที่ต่ำกว่า ผู้บริหารบางคนจะไม่ต้องการให้บริษัทของเขาแข่งขันบนพื้นฐานของราคาที่ต่ำหรือผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง พวกเขาต้องการทุกอย่าง บริษัทจะใช้กลยุทธ์ของการกำหนดราคาที่ต่ำ
และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง
ตามรูป กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดจะยืนหยัดอยู่ ณ พื้นที่ตรงกลางระหว่างข้อได้เปรียบทางต้นทุนและข้อได้เปรียบทางความแตกต่าง และระหว่างการดึงดูดตลาดที่กว้างและตลาดที่แคบ จุดยืนของการวางตำแหน่งทางการแข่งขันของกลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุด กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดจะเป็นกลยุทธ์ผสม การสร้างความสมดุลของการเน้นต้นทุนค่ำและการเน้นความแตกต่าง ตลาดเป้าหมายคือ ลูกค้าที่มีความตระหนักทางราคา ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้มีต้นทุนที่ดีที่สุดคือ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะดีถึงดีเยี่ยม ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งขัน
บริษัทสามารถกำหนดราคาต่ำกว่าคู่แข่งขันที่ขายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะความดึงดูดอย่างเดียวกัน บ่อยครั้งลูกค้าจำนวนมากจะชอบผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ราคาถูกเหมือนกับผลิตภัณฑ์พื้นฐานของผู้นำทางต้นทุน หรือไม่ใช่ราคาแพงเหมือนกับผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของผู้สร้างความแตกต่าง แต่ถ้าบริษัทไม่มีทรัพยากรและความสามารถของการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ณ ต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งขันแล้ว กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดไม่ควรจะถูกแนะนำ ตัวอย่างที่ดีของการใช้กลยุทธ์ต้นทุนที่ดีที่สุดได้บรรลุความสำเร็จคือ การผลิตรถยนต์รุ่นเล็กซัส ของโตโต้า มอร์เตอร์
เราจะต้องยอมรับว่า การบริหารคุณภาพโดยส่วนรวม และการผลิตทันเวลา ได้สร้างความสำเร็จแก่บริษัทญี่ปุ่นภายในอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อีเล็คโทรนิค และเครื่องดนตรี บริษัทญี่ปุ่นจะมีความสามารถ
รวมกันระหว่างต้นทุนต่ำและคุณภาพสูง การบริหารคุณภาพโดยส่วนรวม ได้ทำลายความเชื่อว่าเราจะต้องมีการแลกกันระหว่างคุณภาพสูงและต้นทุนต่ำไปแล้ว

   

กลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน จะเป็นมุมมองทางกลยุทธ์อย่างหนึ่งของชาน คิม และเรเน โมบอญ นักวิชาการจากอินเสียด ฝรั่งเศสที่แตกต่างจากไมเคิล พอร์เตอร์ พวกเขาเชื่อว่าบริษัทส่วนใหญ่จะแข่งขันกันอย่างรุนแรงภายในทะเลสีแดงด้วยการใช้กลยุทธ์ต้นทุนต่ำหรือกลยุทธ์ความแตกต่าง การนำไปสูการทำกำไรที่ตกต่ำลงตลอดเวลา กลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงินจะอยู่บนรากฐานมุมมองว่าการเจริญเติบโตทางกำไรในอนาคตจะมาจากการเข้าไปสู่ทะเลสีน้ำเงินที่ไร้การแข่งขัน ไมเคิล พอร์เตอร์ จะสร้างความชัดเจนระหว่างการเลือกความแตกต่างหรือต้นทุนต่ำ เขาได้เตือนถึง “การติดอยู่ตรงกลาง” ของการประนีประนอมระหว่างสองอย่าง เขาได้อธิบายเริ่มแรกของปัญหาการติดอยู่ตรงกลางว่า การทำกำไรของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทนโดยทั่วไปของอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าจะขึ้นอยู่กับข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทภายในอุตสาหกรรมด้วย เขายืนยันว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันจะมาจากการเลือกระหว่างกลยุทธ์สองอย่างคือต้นทุนต่ำหรือความแตกต่าง ตรงกลางระหว่างต้นทุนต่ำและความแตกต่างไม่ได้เป็นสถานที่ที่ดีของการติดอยู่
ตรงกันข้าม ชาน คิม และเรเน โมบอญ ยืนยันว่ากลยุทธ์สีน้ำเงินจะแสวงหาการรวมกันของต้นทุนต่ำและความแตกต่างด้วยการใช้ถ้อยคำว่า “นวัตกรรมทางคุณค่า” สร้างแพลทฟอร์มที่จะนำบริษัทออกจากทะเลสีแดงที่วุ่นวายด้วยปลาฉลามวนเวียนอยู่ ไปสู่ทะเลสีน้ำเงินที่มีปลาอย่างมากมายภายในหนังสือ Blue Ocean Strategy ชาน คิม และเรเน โมบอญ ได้พยายามจะเชื่อมโยงระวห่างนวัตกรรม อรรถประโยชน์ ราคา และต้นทุน พวกเขาได้ท้าทายการต้องเลือกระหว่างความแตกต่างและต้นทุนต่ำด้วยการยืนยันว่าทั้งความแตกต่างและต้นทุนต่ำจะบรรลุความสำเร็จด้วยกันได้
ชาน คิม ได้ยืนยันว่าวิถีทางการแข่งขันของกลยุทธ์การแข่งขันจะมีข้อบกพร่อง ยิ่งกว่านั้นพวกเขาได้กล่าวว่าสาขาวิชากลยุทธ์ได้สร้างเครื่องมือหลายอย่างที่จะแข่งขันภายในทะเลสีแดงรวมทั้งพลังห้าอย่างของอุตสาหกรรมและกลยุทธ์การแข่งขันสามอย่างของไมเคิล พอร์เตอร์ เพื่อการวิเคราะห์อุตสาหกรรมที่มีอยู่ภายในสภาพแวดล้อมปัจจุบันนี้ บริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง และพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสร้างส่วนแบ่งตลาด เมื่อผลิตภัณฑ์ได้เผชิญกับแรงกดดันทางราคา
เราจะมีความเป็นได้อยู่เสมอที่บริษัทจะอยู่ภายใต้การคุกคาม โดยปรกติสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อบริษัทกำลังดำเนินงานอยู่ภายในตลาดที่อิ่มตัวเรียกกันว่า ” ทะเลสีแดง”เมื่อเรามีโอกาสของการเจริญเติบโตอย่างจำกัด บริษัทจะพยายามและมองหาเส้นทางของการค้นพบธุรกิจใหม่ การเปิดตลาดใหม่ที่ยังไม่มีการแข่งขันเรียกว่า “ทะเลสี่น้ำเงิน” ทะเลสีน้ำเงินจะมีอยู่เมื่อเรามีโอกาสของการทำกำไรที่สูง
ชาน คิม และเรเน โมบอญ ได้ค้นพบแนวคิดใหม่ภายหลังจากที่พวกเขาได้ทำการศึกษากลยุทธ์ของบริษัทมากกว่า 150 บริษัทภายใน 30 อุตสาหกรรม นานกว่า 100 ปี พวกเขาได้ค้นพบว่ากลยุทธ์ที่ดีที่สุดของบริษัทคือการสร้างอุปสงค์ภายในตลาดใหม่ แทนที่จะแข่งขันภายในตลาดเดียวกัน และพวกเขาจะเรียกว่า กลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงิน ชาน คิม และเรเน โมบอญ ได้พิมพ์การค้นพบเหล่านี้ภายในหนังสือของพวกเขาชื่อ The Blue Ocean Strategy ค.ศ 2005 หนังสือเล่มนี้ได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศ 43 ภาษา ยอดขายมากกว่า 3.5 ล้านเล่ม กลยุทธ์ทะเลสีน้ำเงินจะแสวงหาพร้อมกันของความแตกต่างและต้นทุนต่ำที่จะเปิดตลาดใหม่และสร้างอุปสงค์ใหม่

โดยทั่วไปบริษัทที่มีธุรกิจหลายอย่างจะมีการกำหนดกลยุทธ์สามระดับคือ
1 กลยุทธ์ระดับบริษัท กลยุทธ์ระดับบริษัทจะมุ่งที่การกำหนดกลยุทธ์โดยส่วนรวมของบริษัท และการพัฒนากลุ่มธุรกิจที่เข้มแข็ง กลยุทธระดับบริษัทจะตอบคำถามที่สำคัญว่าบริษัทควรจะอยู่ภายในธุรกิจอะไร บริษัทควรจะเข้าไปสู่ธุรกิจอะไร และบริษัทควรจะจัดสรรทรัพยากรไปยังธุรกิจแต่ละอย่างอย่างไร กลยุทธ์ระดับบริษัทได้แก่ กลยุทธ์การเจริญเติบโต กลยุทธ์การอยู่คงที่ และกลยุทธ์การหดตัว
2 กลยุทธ์ระดับธุรกิจ กลยุทธ์ระดับธุรกิจจะมุ่งที่การกำหนดกลยุทธ์การแข่งขันของธุรกิจแต่ละอย่าง ธุรกิจแต่ละอย่างจะแข่งขันให้ชนะคู่แข่งขันอย่างไรภายในอุตสาหกรรม ดังนั้นเรามักจะเรียกกลยุทธ์ระดับธุรกิจว่ากลยุทธ์การแข่งขัน กลยุทธระดับธุรกิจได้แก่ กลยุทธ์ความเป็นผู้นำทางต้นทุน กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง และกลยุทธ์การจำกัดขอบเขต
3 กลยุทธระดับหน้าที่ กลยุทธ์ระดับหน้าที่จะมุ่งที่การใช้ทรัพยากรและความสามารถของหน้าที่แต่ละอย่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน เพื่อที่จะสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจแต่ละอย่าง กลยุทธระดับหน้าที่ได้แก่ กลยุทธ์การผลิต กลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การเงิน กลยุทธ์ทรัพยากรมนุษย์ และกลยุทธ์การวิจัยและพัฒนา
กลุ่มกลยุทธ์จะเป็นแนวคิดหนึ่งที่ถูกใช้ภายในการบริหารเชิงกลยุทธ์ กลุ่มกลยุทธ์จะหมายถึงกลุ่มบริษัทภายในอุตสาหกรรมที่มีโมเดลธุรกิจหรือกลยุทธ์การแข่งขันอย่างเดียวกัน นักวิชาการกลยุทธ์มักจะใช้ตารางสองมิติวางตำแหน่งบริษัทตามมิติที่สำคัญที่สุดสองมิติ เพื่อที่จะแยกคู่แข่งขันโดยตรง –
คู่แข่งขันที่ใช้โมเดลธุรกิจหรือกลยุทธ์อย่างเดียวกัน – จากคู่แข่งขันโดยอ้อม
ไมเคิล ฮันท์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้สร้างถ้อยคำกลุ่มกลยุทธ์ภายในรายงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาเมื่อ ค.ศ 1972 ด้วยการวิเคราะห์อุตสาหกรรมเครื่องใช้ภายในบ้านและได้ค้นพบกลุ่มย่อยภายในอุตสาหกรรมที่แสดงการแข่งขันที่สูง เขาได้อ้างถึงการมีอยู่ของกลุ่มย่อยภายในอุตสาหกรรมที่แข่งขันตามมิติที่แตกต่างกัน การสมรู้ร่วมคิดที่รู้แก่ใจจะยุ่งยากมากขึ้น กลุ่มกลยุทธ์ที่ไม่สมส่วนกันเหล่านี้ทำให้อุตสาหกรรมสร้างนวัตกรรมได้รวดเร็วกว่า ราคาต่ำกว่า คุณภาพสูงกว่า และการทำกำไรต่ำกว่าโมเดลเศรษฐศาสตร์สมัยเดิมที่ได้คาดคะเนไว้
อิทธิพลของพลังห้าตัวของไมเคิล พอร์เตอร์ ได้สูญเสียความสำคัญลง เมื่อกลุ่มกลยุทธ์สามารถมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันภายในอุตสาหกรรม ธุรกิจใหญ่จะมีอำนาจการต่อรองสูงกับซัพพลายเออร์ของพวกเขาสูงกว่าธุรกิจเล็ก
เมื่อพวกเขามีปริมาณการสังซื้อที่สูงกว่า แนวคิดของกลุ่มกลยุทธ์จะมุ่งที่การแข่งขันภายในกลุ่มมากขึ้น ภายในกลุ่มกลยุทธ์เหล่านี้ การแข่งขันจะรุนแรง เมื่อการแข่งขันกับกลุ่มอื่นจะสำคัญน้อยกว่า ร้านอาหารหรูหราจะไม่แข่งขันอย่างรุนแรงกับร้านอาหารฟาสต์ฟูด
การวิเคราะหกลุ่มกลยุทธ์ได้ถูกแนะนำครั้้งแรกโดยไมเคิล ฮันท์ และได้
กลายเป็นเครื่องมือการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ที่รับรู้อย่างแพร่หลาย
การช่วยให้ผู้บริหารวางตำแหน่งบริษัทภายในกลุ่มกลยุทธ์ที่สอดคล้องดีที่สุดกับจุดแข็งของบริษัท บริษัทจะแข่งขันอย่างรุนแรงภายในกลุ่มกลยุทธ์
ของพวกเขาเอง มากกว่าที่พวกเขาจะข้ามไปยังกลุ่มกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน
เมอร์ซีเดส เบนซ์ และบีเอ็มดับบลิวจะเป็นคู่แข่งขันที่รุนแรง แต่ไม่ได้มองว่า
เกียและฮุนไดจะเป็นคู่แข่งขันโดยตรงของพวกเขา
ภายในอุตสาหกรรมยา เราอาจจะรวมกลุ่มบริษัทยาเป็นกลุ่มกลยุทธ์สองกลุ่ม
กลุ่มกลยุทธ์ที่หนึ่งได้เลือกกลยุทธ์การวางตำแหน่งบนพื้นฐานของการค้นพบและการพ้ฒนายาใหม่ เราจะเรียกว่ากลุ่มบริษัทยาที่มีลิขสิทธ์ เช่น ไฟเซอร์ เมิรค และอีไล ลิลลี่
การพัฒนายาตัวใหม่จะมีค่าใช้จ่ายอาร์ แอนด์ ดี สูง การนำยาใหม่ออกสู่ตลาดจะมีค่าใช้จ่ายอาร์ แอนด์ ดี สูงถึงสองร้อยล้านเหรียญ และใช้เวลากับการวิจัยและทดลองทางคลีนิคเป็นสิบปี แต่บรืษัทยาที่มีลิขสิทธ์จะมีกำไรสูงตลอดอายุของลิขสิทธ์ เนื่องจากบริษัทจะผูกขาดการผลิตและการขายได้นานสิบเจ็ดปี ด้งนั้นพวกเขาจะใช้กลยุทธ์ความเสี่ยงภัยสูงและตอบแทนสูง
กลุ่มกลยุทธ์ที่สองจะเรียกว่ากลุ่มบริษัทยาลอกเลียนแบบ เช่น คาร์เตอร์ วอลเลช ไอซีเอ็น ฟาร์มาซูติคอล และแมเรียน แลปส์
เนื่องจากกลยุทธ์การวางตำแหน่งของบริษัทยาลอกเลียนแบบจะมุ่งที่การลอกเลียนแบบยาที่บุกเบิกของบริษัทยาที่มีลิขสิทธ์โดยที่สิทธบัตรหมดอายุแล้ว พวกเขาจะมีค่าใช้จ่ายอาร์ แอนด์ ดี ต่ำ และมุ่งการแข่งขันทางราคา บริษัทยาลอกเลียนแบบจะใช้กลยุทธ์ความเสี่ยงภัยต่้ำและผลตอบแทน่ต่ำ เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องลงทุนหลายร้อยล้านเหรียญกับการคิดค้นยาตัวใหม่ และกำหนดราคายาไว้ต่ำ
โดยทั่วไปบริษัทภายในกลุ่มบริษัทยาที่มีลิขสิทธ์จะมีกำไรสูงกว่าบริษัทภายในกลุ่มบริษัทยายาลอกเลียนแบบ ทำไมบริษัทยาไม่ย้ายจากกลุ่มกลยุทธ์ที่มีกำไรต่ำไปสู่กลุ่มกลยุทธ์ที่มีกำไรสูงกว่า คำตอบคือกลุมกลยุทธ์จะถูกแยกจากกันด้วยอุปสรรคการย้าย บริษัทยาที่มีลิขสิทธ์ได้สร้างความสามารถทางอาร์ แอนด์ ดี ที่เข้มแข็งมายาวนาน การแสดงว่าบริษัทยาลอกเลียนแบบไม่สามารถสร้างควาทางมสามารถอาร์ แอนด์ ดี ได้ง่ายที่จะแข่งขันภายในกลุ่มบริษัทยาที่มีลิขสิทธ ความแตกต่างภายในการทำกำไรระหว่างกลุ่มกลยุทธ์สามารถยังคงมั่นคงในระยะยาวภายใต้อุปสรรค
การย้ายที่สูง
แม้ว่าแมคโดนัลด์และโอลีฟ การ์เด็นจะเป็นส่วนหนึ่งของอุตสสาหหกรรมอาหารเดียวกัน พวกเขาจะมีภารกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์แตกต่างกัน ดั้งนั้นพวกเขาจะอยู๋ภายในกลุ่่มกลยุทธ์ที่แตกต่่างกัน โดยทั่วไปพวกเขาจะมีส่วนร่วมกันน้อย และให้ความสนใจระหว่างกันน้อยภายในการแข่งขัน แต่กระนั้นเบอร์เกอร์ คิงและฮาร์ดดี้จะมีส่วนร่วมอย่างมากกับแมคโดนัลด์ในแง่ของกลยุุทธ์ที่เหมือนกันของพวกเขา ด้วยการผลิตปริมาณสูงของอาหารราคาต่ำ และการมุุ่งเป้าหมายการขายไปยังครอบครัว ดังนั้นพวกเขาจะเป็นคู่แข่งขันทีี่่เข้มแข็งของแมคโดนนัลด์และอยู่ภายในกลุ่มกลยุทธ์เเดียวกัน

คู่แข่งขันที่รุนแรงที่สุดรายหนึ่งของแมคโดนัลด์ภายในอุตสาหกรรมฟาสต์ฟูดคือ ยัม แบรนด์ บริษัทแม่ของทาโก้ เบลล์ เคเอฟซี และพิพซ่า ฮัท ภายใต้การเปรียบเทียบ แมคโดนัลด์จะมีร้านอาหารมากกว่า 36,800 แห่งทั่วโลกเมื่อปลาย ค.ศ 2016 ยัม แบรนด์ จะมีร้านอาหารมากกว่า 43,600 แห่ง เคเอฟซี จะเป็นร้านอาหาร
ฟ้าสต์ฟูดใหญ่ที่สุดลำดับสองตามหลังแมคโดนัลด์ และเป็นคู่แข่งขันลำดับสูงสุดรายแห่งของแมคโดนัลด์ เคเอฟซี ได้เจริญเติบโตด้วยจำนวนร้าน
อาหารเกือบ 20,000 แห่งภายในมากกว่า 120 ประเทศเมื่อ ค.ศ 2015
เบอร์เกอร์ คิง บริษัทลูกของเรสทัวรองต์ แบรนด์ อินเตอร์แนชั่นแนล จะเป็นร้านอาหารฟ้าสต์ฟูดใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1953 รายการอาหารของเบอร์เกอร์ คิง : ซอฟท์ ดริงค์ ฮอทด้อก แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ และเฟรน
ฟราย จะอร่อยและชื่นชอบไปทั่วโลก ด้วยรายได้มากว่า 4 พันล้านเหรียญและทรัพย์สินมูลค่า 18.4 พันล้านเหรียญเมื่อ ค.ศ 2015 เบอร์เกอร์ คิง ได้วางตำแหน่งตัวพวกเขาเองเป็นพลังที่จะทำให้คู่แข่งขันพ่ายแพ้ภายใน
อุตสาหกรรมฟ้าสต์ฟูดได้ พวกเขาจะมีร้านอาหารมากกว่า 15,000 แห่งทั่วโลกภายใน 100 ประเทศ ด้วยชื่อของพวกเขาสะกดว่า “เบอร์เกอร์” เราจะไม่่มีข้อสงสัยเลยว่าเบอร์เกอร์ คิง จะเป็นคู่แข่งขันลำดับสูงสุดรายหนึ่งของแมคโด
นัลด์
การแข่งขันระหว่างแมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์ คิง จะแสดงการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นไอคอนและสำคัญอย่างหนึ่งภายในประวัติของอเมริกา นานกว่า 60 ปี แมคโดนัลด์ จะเป็นผู้บุกเบิกที่ได้กำหนดมาตรฐานแก่ผู้รับแฟรนไชส์อื่นทุกราย แต่เราจะมีสัญญานที่ชัดเจนว่าบทบาทเหล่านี้จะต้องถูกปรับปรุง เบอร์เกอร์ คิง กำลังบังคับให้แมคโดนัลด์ต้องปรับตัวกับมัน
แมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์ คิง ได้เริ่มต้นภายในธุรกิจอาหารแฟรนไชส์ เมื่อ ค.ศ 1955 และ 1953 ตามลำดับ ร้านอาหารแต่ละแห่งได้โอ้อวดกับผลิตภัณฑ์ไอคอนของพวกเขา เบอร์เกอร์ คิง จะมีวอปเปอร์ และแมคโดนัลด์จะมีบิคแมค ที่จริงแล้ววอปเปอร์และบิคแมค จะเป็นสองเบอร์เกอร์ขายดีที่สุดอยู่แล้วตลอดเวลา เบอร์เกอร์ คิงได้โอ้อวดว่าพวกเขาจะมียอดขายวอปเปอร์ 2.1 พันล้านชิ้นต่อปี แต่แมคโดนัลด์ จะถ่อมตัวด้วยการรบอกว่ายอดขายบิคแมค 550 ล้านชิ้นต่อปี
บริษัทแต่ละบริษัทได้ผลักดันการปรากฏตัวระหว่างต่างประเทศของพวกเขาอย่างต่อเนื่องด้วยผลลัพธ์ที่คละกัน เหตุผลอย่างหนึ่งคือวัฒนธรรม เช่น ชาวยุโรปจำนวนมากมองฟ้าสต์ฟูดว่าเป็นประเพณีธาตุแท้ของชาวอเมริกัน บางครั้งรายการอาหารของแมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์ คิง ได้ต่อสู้ที่จะดึงดูดลูกค้าต่างประเทศ การละทิ้งตลาดต่างประเทศที่ไม่ได้พัฒนาโดยเฉพาะภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค
สงครามเบอร์เกอร์ จะเป็นลำดับของการรณรงค์การโฆษณาเปรียบเทียบครั้งคราวที่แสดงการแข่งขันอย่างรุนแรงระหว่างแมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์ คิง และร้านอาหารฟ้าสต์ฟูดอื่นภายในอเมริกา ถ้อยคำได้ถูกใช้ครั้งแรกระหว่างปลาย ค.ศ 1970
เนื่องจากความพยายามของเบอร์เกอร์ คิง ที่จะสร้างตลาดและความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้วยการโจมตีขนาดของแฮมเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ที่ใหญ่ขึ้น
การรณรงค์ แมควอปเปอร์ของเบอร์เกอร์ คิง จะเป็นการทดลองอย่างหนึ่ง ภายในการสร้างสันติภาพ เบอร์เกอร์ คิง ได้เรียกร้องการหยุดยิงของสงครามเบอร์เกอร์ กับแมคโดนัลด์คู่แข่งขันที่ยาวนานของพวกเขา การนำเสนอวันสันติภาพ 21 กันยายน 2015 ร้านอาหารสองแห่งจะเก็บความแตกต่างของพวกเขาไว้ก่อน และรวมพลังที่จะทำและบริการ ” แมควอปเปอร์ ” เบอร์เกอร์
รักสันติภาพที่รวมส่วนผสมรสชาติที่ดีที่สุดทุกอย่างจากบิคแมคของแมคโด
นัลด์และวอปเปอร์ของเบอร์เกอร์ คิง
การแข่งขัันวางเดิมพันระหว่างแมคโดนัลด์และยัม แบรนด์ ได้เกิดขึ้นภายในจีน เมื่อ ค.ศ 2014 แมคโดนัลด์ได้วางแผนจะเพิ่มร้านอาหาร 300 แห่งภายในปีนี้ รวมแล้วแมคโดนัลด์จะมีร้านอาหารมากกว่า 2,000 แห่งภายในจีน ยัม แบรนด์ จะมีร้านเคเอฟซีอยู่แล้วมากกว่า 4,000 แห่ง และร้านพิซซ่า ฮัท 1,000 แห่งภายในจีน แมคโดนัลด์อาจจะมีกลยุทธ์ที่ดีเพื่อการเจริญเติบโตธุรกิจจีนของพวกเขา แต่บริษัทได้รอนานเกินไป และปล่อยให้ยัม แบรนด์ สร้างความใหญ่นำหน้าไป
ตราสินค้าเคเอฟซีของยัม แบรนด์ จะเป็นตราสินค้าต่างประเทศที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดภายในจีน ด้วยการจัดหารสชาติท้องที่ภายในรายการอาหารทางเลือก แมคโดนัลด์ได้เพิ่มรายการอาหารบางอย่างที่เป็นรสชาติของจีน
แต่แฮมเบอร์เกอร์จะเป็นรสชาติที่ชอบภายในประเทศที่คุ้นเคยกับหมู ไก่
และปลามากขึ้น
ยัม แบรนด์ อิงค์ ยัม แบรนด์จะเป็นบริษัทร้านอาหารใหญ่ที่สุดของโลก รายได้รวมเมื่อ ค.ศ 2016 คือ 366 พันล้านเหรียญ จำนวนบุคคลมากกว่า 90,000 คน และร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดส์ทั่วโลกมากกว่า 50,000 แห่งภายใน 135 ประเทศ มากกว่าแมคโดนัลด์ประมาณ 2,000 แห่ง ชื่อตราสินค้าของบริษัท เคเอฟซี พิซซ่า ฮัท และทาโก้ เบลล์ คือผู้นำโลกของไก่ พิซซ่า และอาหารเม็กซิกัน ยัม แบรนด์ได้กลายเป็นบริษัท 500 ลำดับของวารสารฟอร์จูน ก่อนหน้า ค.ศ 2011 ยัมแบรนดฺ์ได้ซื้อร้านอาหารลอง จอห์น ซิลเวอร์ และเอ แอนด์ ดับบลิว เข้ามาด้วย เราอาจจะประหลาดใจว่าทำไมยัม แบรนด์ ขายผลิตภัณฑ์ของเป้ปซี่ ความเป็นมาของยัมแบรนด์ ชื่อเดิมคือไทรคอน โกรเบิ้ล เรสทัวรองค์ ก่อนหน้านี้ยัมแบรนด์เป็นบริษัทลูกของเป้ป แม้ว่าร้านอาหารจะเป็นธุรกิจใหญ่ทที่สุดของเป้ปด้วยยอดขายประมาณ 31.8 พันล้านของกลุ่ม ธุรกิจร้านอาหารสร้างกำไรประมาน 22% ของกำไร 3.7 พันล้าน การแตกธุรกิจร้านอาหารออกไป ได้สร้างบริษัทร้านอาหารใหญ่ที่สุดรายหนึ่งภายในอเมริกา เปีปซี่ จะเป็นผู้ดำเนินงานร้านอาหารใหญ่ที่สุดลำดับสองตามหลังแมคโดนคลด์ภายในอัมริกาเท่านั้น การแยกร้านอาหารออกไป ได้สร้างควมุอใจแก่ผู้ถือหุ้น การทำให้บริษัทสามารถมุ่งธุรกิจน้ำอัดลม และธุรกิจอาหารว่างได้อย่างเต็มที่ โค้ก กำลังได้ส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการสูญเสียของเป้ปทั่วโลก
เนื่องจากยุคนั้นเป้ปซี่ได้กระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่สองอย่างคือธุรกิจร้านอาหาร : เคเอฟซี พิซซ่า ฮัท และทาโก้ เบลล์และธุรกิจอาหารว่าง : ฟิโตรเลย์ เนื่องจากเป้ปซี่มองว่าบุคคลโดยทั่วไปต้องกิน ดื่ม และขบเคี้ยว การสร้างการเสริมแรงทางการขายระหว่างธุรกิจน้ำอัดลมและธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการใช้ เคเอฟซี หรือพิซซ่า ฮัท เป็นช่องทางการขายน้ำอัดลมด้วย เพื่อที่จะเพิ่มการทำกำไรให้สูงขึ้น : 1+1 = 3 หรือมากกว่า แต่กระนั้น เมื่อ ค.ศ 1997 เป้ปซี่ได้ขายหน่วยธุรกิจร้านอาหารของบริษัทคือ เคเอฟซี พิพซ่า ฮัท และทาโก้ เบลล์ ออกไป เนื่องจากเป้ปซี่มองว่าอุตสาหกรรมร้านอาหารฟ้าสท์ฟูดส์ต้องใช้เงินลงทุนสูง และการแข่งขันรุนแรง เป้ปซี่กลัวว่า หน่วยธุรกิจร้านอาหารอาจจะมีผลกระทบต่อหน่วยธุรกิจน้ำอัดลมที่เป็นธุรกิจแกนของบริษัท เป้ปซี่ได้ขายหน่วยธุรกิจร้านอาหารด้วยการแตกไปเป็นบริษัทใหม่คือ บริษัทยัมแบรนด์ ณ ปัจจุบันนี้ ตอนเริ่มแรกยัมแบรนด์มีผู้รับแฟรนไชส์ร้านอาหารประมาณ 60% ปัจจุบันนี้ผู้รับแฟรนไชส์ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 75%

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *