INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

วิธีคิดของผู้นำ:ความแตกต่างเชิงนโยบาย ตอนจบ

วิธีคิดของผู้นำ:ความแตกต่างเชิงนโยบาย ตอนจบ

สำนักข่าวอิศรา

@การปรับลดงบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐอเมริกา และการใช้งบประมาณเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด 19

ข้ามมาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทางด้านของกระทรวงกลาโหมสหรัฐหรือเพนตากอนเอง  ก็มีการยื่นของบประมาณกลาโหมในปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ 7.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (21,897,300,000,000 บาท)

แต่รัฐบาลกลาง ก็ยังมีความกังวลว่า ตัวเลขการของบของเพนตากอนจะไม่สอดคล้องกับสภาวะการขาดดุลงบประมาณที่คาดว่าจะขาดดุลเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีที่มาจากการระบาดของไวรัสโควิด 19

ดังนั้น จึงมีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลน่าจะตัดงบประมาณในส่วนของเพนตากอนลงไปอีกอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มหาศาล และหลายๆ โครงการที่ใช้เงินเป็นจำนวนมาก เช่นโครงการจัดซื้อเครื่องบินรบสมรรถนะสูงอย่างเอฟ 35 ก็จะถูกระงับการจัดซื้อไว้ก่อนเช่นกัน

เครื่องบินรบรุ่น  F-35A รุ่นย่อยที่ราคาถูกที่สุดคือลำละ 98 ล้านดอลลาร์ (3.5 พันล้านบาท ราคานี้ไม่รวมเครื่องยนต์) (อ้างอิงรูปภาพจาก https://www.defenseworld.net)

ขณะที่กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐฯหรือ HHS ซึ่งเป็นกระทรวงหน้าด่านในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณไปยังโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทั่วสหรัฐฯ เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (5,435,500,000,000 บาท) เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรง ณ เวลานี้

ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯล้มเหลวในเรื่องของการจัดหาเครื่องช่วยหายใจและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากบริษัทต่างๆเพื่อให้สอดรับกับความต้องการในช่วงต้นของการแพร่ระบาด

แต่ล่าสุดทาง HHS ก็สามารถที่จะจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจได้เป็นจำนวนนับพันเครื่องเพื่อที่จะใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 แล้ว

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการปรับปรุงนโยบายเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของ HHS แล้ว นโยบายด้านหุ่นยนต์ของสหรัฐฯ ก็เป็นสิ่งที่ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19

โดยก่อนหน้าที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสนั้น มีประเด็นถกเถียงกันอย่างรุนแรงว่าหุ่นยนต์กำลังจะเข้ามาแย่งงานของแรงงานที่เป็นมนุษย์ไปจนหมด

แต่พอเกิดการระบาดขึ้น ภาคส่วนธุรกิจของสหรัฐฯต่างก็ยอมรับว่าหุ่นยนต์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับภาคเอกชนในการที่จะอยู่รอดในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดนี้ ส่งผลทำให้ความต้องการการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน

@การตอบสนองด้านการคลังต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศรัสเซีย

ประเทศรัสเซีย เป็นอีกประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 อย่างรุนแรงทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่มากกว่า 6.5 แสนราย และยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่ตกลงเนื่องจากความต้องการในการใช้พลังงานนั้นลดลงทั่วโลก ในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ผ่านมา

ทำให้ รัสเซีย ซึ่งแม้ว่าจะมีการใช้งบประมาณทางทหารอยู่ที่ 6.92 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,148,660,000,000 บาท) และงบประมาณทางด้านสาธารณสุขของประเทศรัสเซียอยู่ที่ 3.9 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณด้านกลาโหม

แต่กองทัพรัสเซีย ก็มีการปรับงบประมาณและการปฏิบัติการณ์ของกองทัพให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ได้มากที่สุด

ทั้งการสร้างศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมใน 15 พื้นที่ทั่วประเทศรัสเซีย การตั้งจุดตรวจสำหรับฆ่าเชื้อทั่วประเทศ การปรับปรุงความพร้อมของกองกำลังทหารที่จะปฏิบัติการณ์ในสภาวะปนเปื้อนในด้านนิวเคลียร์ เคมี และชีวภาพ เพื่อจะให้กองทหารเหล่านั้นเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการทำความสะอาดสถานที่ติดเชื้อต่างๆ

โดยมีรายงานว่าในช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา รัสเซียได้จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเป็นจำนวน 5 หน่วย เพื่อจะรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศ และยังได้ส่งกองกำลังพิเศษซึ่งรับผิดชอบในด้านการฆ่าเชื้อโควิด 19 ออกไปปฏิบัติการณ์ยังประเทศต่างๆทั่วภูมิภาคยุโรปด้วยเช่นกัน

กองกำลังทหารซึ่งรับผิดชอบด้านการฆ่าเชื้อโควิด 19 กำลังปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอิตาลีในช่วงปลายเดือน มี.ค. (อ้างอิงวิดีโอจากช่อง Ruptly)

มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วง 3 เดือนหลังจากนี้ ประเทศรัสเซีย ได้วางกรอบเอาไว้ว่าจะต้องผลิตเครื่องช่วยหายใจให้ได้อย่างน้อย 6,000 เครื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทั่วประเทศ พร้อมกับการผลิตยา Avifavir ซึ่งทางรัสเซียอ้างว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดนี้ คือ ความพยายามของกองทัพและหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศมหาอำนาจหลักๆทั่วโลก ซึ่งมีทั้งการที่จะปรับลดงบประมาณ ปรับรูปแบบการดำเนินการทางทหารและระบบสาธารณสุขของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีความเหมาะสมเพื่อที่จะรับมือกับไวรัสโควิด 19 ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ในปี 2563 และอาจจะลากยาวไปจนถึงปี 2564

ส่วนกองทัพไทย จะมีการปรับรูปแบบการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เพื่อจะรับมือกับโรคโควิดซึ่งเป็นภัยคุกคามอันดับ 1 ของทั่วโลกเวลานี้แบบไหน เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

สาธารณชนน่าจะมีคำตอบที่ชัดเจนกันดีอยู่แล้ว 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *