INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เอ็กซ์ซอน โมบิล : ต้นกำเนิดจากสแตนดาร์ด ออยล์ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์

เอ็กซ์ซอน โมบิล : ต้นกำเนิดจากสแตนดาร์ด ออยล์ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์

บริษัทที่ใช้การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะซื้อบริษัทที่ดำเนินงานภายในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมเดียวกัน เหตุผลบางอย่างที่ทำไม
บริษัทได้เลือกที่จะรวมธุรกิจตามแนวดิ่งคือ การทำใหลูกโซ่อุปทานเข้มแข็งขึ้น การลดต้นทุนการผลิตลง และการยึดกำไรจากต้นน้ำหรือปลายน้ำ
บริษัทอาจจะบรรลุการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งด้วยการขยายตัวจากภายใน การซื้อ หรือการรวมกัน การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะเป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์อย่างหนึ่ง การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะหมายถึงระดับของการควบคุมที่บริษัทได้ใช้กับอุปทานของวัตถุดิบและอุปสงค์ของผลผลิตของบริษัท เราจะมีการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งอยู่สองประเภทคือ การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งไปทางหลัง จะแสดงการขยายการควบคุมของบริษัทไปยังแหล่งวัตถุดิบ การรวมธุรกิจไปทางต้นน้ำ เช่น เมื่อผู้ผลิตรถยนต์ได้ซื้อผู้ผลิตเหลีก ผู้ผลิตรถยนต์กำลังควบคุมแหล่งของวตถุดิบที่สำคัญของพวกเขา การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งไปทางหน้าจะแสดงการควบคุมของบริษัทไปยังลูกค้า การรวมธุรกิจไปทางปลายน้ำ เช่น เมื่อผู้ผลิตรถยนต์ได้ซื้อบริษัทรถเข่า ผู้ผลิตรถยนต์กำลังควบคุมลูกค้ารายสำคัญของผลผลิตของพวกเขา
โอลิเวอร์ วิลเลียมสัน จะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันที่ได้รับโนเบล ไพรซ์ ทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อ ค.ศ 2009 เขาจะเป็นนักวิชาการอยู่ที่มหาวิทยาลัย
แคลิฟอร์เนีย เบิรคเล่ย์ และ
เป็นผู้เขียนที่ได้ถูกอ้างอิงมากที่สุดคนหนึ่งภายในสังคมศาสตร์ ผลงานของเขาจะมุ่งที่ต้นทุนธุรกรรมทางเศรษฐศาสตร์
และแสดงต้นทุนทางธุรกรรมจะอธิบายายการมีอยู่ การทำหน้าที่ และแสดงคุณลักษณะของหน่วยธุรกิจอย่างไร
การศึกษาต้นทุนทางธุรกรรมจะช่วยอธิบายได้ว่าเมื่อไรการรวมธุรกิจตามแนวดิ่งจะเหมาะสม ตามมุมมองนี้แล้วบริษัทอาจจะซื้อจากซัพพลายเออร์ภายในตลาด หรือบริษัทอาจจะผลิตวัตถุดิบเหล่านี้เอง ตามแนวคิดของโอลิเวอร์ วิลเลียมสัน นักเศรษฐศาสตร์ต้นทุนทางธุรกรรมที่มีอิทธิพล การทำธุรกิจควรจะเกิดขึ้นภายในตลาดหรือภายในบริษัทขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพเทียบเคียงของวิถีทางแต่ละอย่าง ถ้าบริษัทต้องการวัตถุดิบที่การแข่งขันด้วยต้นทุนทางธุรกรรมต่ำ บริษัทควรจะซื้อวัตถุดิบเหล่านี้จากตลาดแทนการรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง แต่กระนั้นเมื่อต้นทุนทางธุรกรรมสูง บริษัทจะถูกกระตุ้นให้ผลิตวัตถุดิบเหล่านี้เอง แทนการซื้อจากตลาด ความล้มเหลวทางตลาดจะเกิดขึ้น

จอห์น ดี รอคกี้เฟลเลอร์ ผู้ก่อตั้งสแตนดาร์ด ออยล์ คอมพานี ได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดและผู้ใจบุญที่สุดคนหนึ่ง การรวมธุรกิจตามแนวนอนได้ถูกสร้างชื่อเสียงโดยสแตนดาร์ด ออยล์ ของจอห์น รอคกี้เฟลเลอร์
จอห์น รอคกี้เฟลเลอร์ จะเป็นนักอุตสาหกรรม เขาเกิดภายในนิวยอร์ค เขาได้ถูกฝึกอบรมเป็นนักบัญชี แต่เข้าสู่ธุรกิจน้ำมันไม่นานภายหลังจากการค้นพบ่อน้ำมันที่ทัชวิลล์ เพนซิลวาเนีย โดยเอ็ดวิน เดรค
เมื่อ ค.ศ 1869 เขาได้ก่อตั้งสแตนดาร์ด ออยล์ และภายใน 15 ปี สแตนดาร์ด ออยล์ ได้ควบคุมเกือบจะผูกขาดอุตสาหกรรมน้ำมันอเมริกัน การกลั่นน้ำมัน 90% ของน้ำมันของประเทศ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้ใช้กลยุทธ์ของการสร้างการผูกขาดเสมือนจริง ขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการผลิต – การกลั่นน้ำมัน ได้ถูกเรียกว่าการรวมธุรกิจตามแนวนอน เพื่อที่จะกำจัดคู่แข่งขันของเขา จอห์น รอคกี้ เฟลเลอร์ ได้ใช้ขนาดที่เหนือกว่าของบริษัทที่จะเจรจาต่อรองอัตราพิเศษจากรถไฟที่ขนส่งทั้งน้ำมันของเขาและคู่แข่งขัน การทำให้คู่แข่งขันเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ภายในธุรกิจ

รอน เชอร์นาว จะเป็นนักเขียน นักข่าว นักประวัติศาสตร์ และนักชีวประวัติ ชาวอเมริกัน เขาได้เขียนชีวประวัติขายดีที่สุดและชนะรางวัลจากบุคคลประวัติศาสตร์จากโลกของธุรกิจ การเงิน และการเมืองอเมริกันจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ น่าจะเป็นนักธุรกิจที่โต้เถียงกันมากที่สุดภายในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ข้อวิจารณ์ได้กล่าวหาว่าอาณาจักรของเขาได้ถูกสร้างบนยุทธวิธีที่ขาดศีลธรรม การสมรู้ร่วมคิดกับรถไฟ การกำหนดราคาเพื่อกำจัดคู่แข่งขัน การจารกรรมทางอุตสาหกรรม และกามให้สินบลแก่ข้าราชการ ยักษใหญ่ได้ใช้มากกว่าสามสิบปีหลบหลีกการตรวจสอบ จนกระทั่งเทดดี้ รูสเวลท์และผู้ทำลายทรัสต์ของเขาได้เริ่มดำเนินการปราบปรามอย่างอดทนที่จะนำแสตนดาร์ด ออยล์ ลงสู่อ่าว
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ บุคคลที่มียุทธวิธีทางธุรกิจที่โหดร้าย ความสามารถที่พิเศษ และความฉลาดทางกลยุทธ์ และความลุมหลงต่อการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เขาจะเป็นนักธุรกิจน้ำมันร่ำรวยที่สุดภายในประวัติศาสตรฺ์ และเมื่อ ค.ศ 2017 เขายังคงเป็นบุคคลมั่งคั่งที่สุดภายในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อเขาเป็นเด็กหนุ่ม จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะมีเป้าหมายสองอย่างภายในชีวิต ทำเงิน 100,000 เหรียญ อยู่ให้ถึงอายุ 100 ปี เขาได้กำหนดเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่แก่ตัวเขาเอง และดำเนินตามเป้าหมายด้วยการยืนหยัดอย่างไม่ย่อท้อ เขาได้ฝีกอบรมตัวเขาเองที่จะควบคุมอารมณ์ ความปราถนา และตารางเวลา ดังนั้นเขาสามารถกำกับความพยายามทุกอย่างของเขาไปสู่การบรรลุเป้าหมายของเขา
เกือบ15 ปีมาแล้วที่ปรึกษาของผมคนหนึ่งได้บอกผมว่า “เงินสามารถเปลี่ยนแปลงบุคคลได้” ภายในชีวประวัติของนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ของรอน เชอร์นาว ใช่ นั่นคือจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ เขาได้เขียนเกี่ยวกับ ณ เวลาหนึ่ง จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์
ได้หยุดเขียนจดหมายรายละเอียดไปยังภรรยาของเขาเกี่ยวกับธุรกิจ ในเวลาเดียวกันเขาได้ยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดกฏหมายเต็มที่ รวมทั้งการให้สินบนแก่ข้าราชการ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะเคร่งศาสนามาก และมองตัวเขาเองเป็นบุคคลที่ชอบธรรม เขาจะยึดถือความคิดเห็นของตัวเขาเองอย่างเคร่งครัด เขาจะพิจารณาว่าอะไรก็ตามที่เขาทำจะถูกต้อง ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม พฤติกรรมของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่า “ต่อต้านการแข่งขัน”
ภายในศาสนาจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะเป็นคริสต์ศาสนิกชน ภายในเศรษฐกิจเขาจะเป็นมาร์กซิสต์


ภายในการสำรวจทุนนิยมแบบดาร์วินของยุคก่อนจอหน์รอคกี้ เฟลเล่อร์ คาร์ล มาร์ก ได้วิเคราะหข้อบกพร่องที่สำคัญของมันจะเป็นความโกลาหลของการผลิต สงครามราคาที่ไร้ความรู้สึกและพ่ายแพ้ต่อสู้กันของอุตสาหกรรม การไม่ลดผลผลิตลงเมื่อตลาดกลายเป็นวุ่นวาย แต่ได้ยุ่งเกี่ยวกับภายในสิ่งที่จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ เรียกว่าการแข่งขันที่ล่มจม รอคกี้จะเห็นด้วยกับคาร์ล มาร์ก ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับความโกลาหลของการผลิตเท่านั้น แต่เกี่ยวกับการรักษาด้วย
เมื่อต้น ค.ศ 1870 ธุรกิจน้ำมันของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้แสดงความโกลาหลนี้ภายในช่วงเวลาที่ยุ่งยาก ราคาน้ำมันได้ลดลง จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ อายุ 29 ปี บริษัทใหม่ของเขาจะ
อยู่บนความเสี่ยงภัย เขาได้แสวงหาที่จะทดแทนความโกลาหลด้วยความเป็นระเบียบ เขาได้ใช้ถ้อยคำกับการแข่งขันว่า ความร่วมมือ หรือ การรวมกัน
สำนวนที่ต้องการให้ดูเป็นผู้ดีเหล่านี้ คาร์ล มาร์ก ได้ใช้ชื่อที่แท้จริงของมันคือ การผูกขาด แทนการตอบสนองอย่างไม่สิ้นสุดที่จะส่งสัญญานการเปลี่ยนแปลงราคา รอน เชอร์นาว ได้เขียนว่าจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ และกัปตันอุตสาหกรรมอื่นได้สมคบที่จะฆ่าทุนนิยมการแข่งขัน เพื่อความได้เปรียบของทุนนิยมการผูกขาดใหม่ การไปสู่ปลายทางนั้น เขาได้คิดอุบายการสมรู้ร่วมคิดกับรถไฟอิสเทิร์น การให้สัญญาลับแก่จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ที่จะได้เงินคืนไม่เพียงแต่ทุกบาร์เรลของน้ำมันขนส่งโดยสแตนดาร์ด ออยล์เท่านั้น
แต่เป็นทุกบาร์เรลของน้ำมันที่ขนส่งโดยคู่แข่งขันของพวกเขาด้วย
เครื่องมือการแข่งขันที่ไม่มีใครเทียบเท่าอย่างโหดร้ายภายในอุตสาหกรรม
ภายใน “การสังหารหมู่คลีฟแลนด์” เมื่อ ค.ศ 1872 จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้ซื้อ 22 ของ 26 คู่แข่งขันของเขา ถ้าเราไม่ขายเราจะถูกขยี้ออกไป
ก่อนที่เจฟฟ์ บีซอฟ จะกลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดของโลก นักธุรกิจใหญ่ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้สร้างสถิติด้วยความมั่งคั่งของเขา ทั้งเป็นบุคคลที่ใจบุญและขุนนางที่โหดเหี้ยมของสแตนดาร์ด ออยล์ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีคนแรกของอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1916 ณ เวลานั้น จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะมั่งคั่งเกือบ 2% ของเศรษฐกิจของชาติ
และปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้ว โชคลาภของเขาจะเป็นความมั่งคั่งประมาณ 24 พันล้านเหรียญปัจจุบันนี้ ถ้าเจฟฟ์ บีซอส บุคคลร่ำรวยที่สุดที่จะควบคุมส่วนแบ่งเศรษฐกิจอย่างเดียวกันวันนี้ เขาจะต้องทำให้ความมั่งคั่งของเขาเป็นมากกว่าสองเท่าประมาณ 399.2 พันล้านเหรียญ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้ถูกเชื่อว่าเป็นชาวอเมริกันร่ำรวยที่สุดภายในประวัติศาสตร์ รอน เชอร์นาว ผู้เขียนหนังสือ Titan : The Life of John D. Rockefeller Sr. ยืนยันว่าขอบคุณต่อ
สไตล์ความเป็นผู้นำที่แน่วแน่ของเขา เขาจะเป็นนักธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง ภายในหนังสือของเขา รอน เชอร์นาว ได้บรรยายหลักการบริหารที่หลากหลายของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเขาปฏิรูปอุตสาหกรรมน้ำมันเท่านั้น แต่ได้ขับเคลื่อนเขาไป


ไปสู่ชื่อเสียงและโชคลาภด้วย ภายในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตของเขา จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้บริจาคเงินแก่การกุศล และสร้างสถาบันเหมือนเช่น มูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ มหาวิทยาลัยรอคกี้เฟลเล่อร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก รอน เชอร์นาส ได้เขียนว่าขุนนางนักปล้นที่โหดร้ายที่สุด ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นผู้ใจบุญที่สำคัญที่สุด
1 จงซื่อสัตย์และเชื่อถือได้
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะเป็นผู้ยึดติดกับข้อเท็จจริง เขาไม่เคยหลอกลวงตัวเลขหรือใช้ภาษาที่คลุมเครือที่จะบิดเบือนความจริง และเขาต้องมั่นใจที่จะชำระหนี้โดยไม่ล่าช้า สิ่งนี้ได้บันดาลใจความจงรักภักดีจากนายธนาคาร การช่วยชีวิตแก่ธุรกิจของผู้มีอิทธิพลน้ำมัน ครั้งหนึ่งกรรมการธนาคารได้ค้ดค้านการขยายสินเชื่อแก่รอคกี้ ภายหลังจากเขาได้ยุ่งยากไฟไหม้โรงกลั่น
2 การใช้เวลาพักผ่อน
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะไมพอใจต่อความเชื่อว่าเขาหมกมุ่นงาน “ผมรู้ว่าไม่มีอะไรที่น่ารังเกียจและน่าสงสารมากกว่าบุคคลที่ทุ่มเทเวลาตื่นนอนของทั้งวันทำเงินเพื่อเงิน” เขาได้กล่าวไว้ภายในบันทึกความทรงจำ ไม่เหมือนกับมหาเศรษฐีทำงานหามรุ่งหามค่ำบางคน จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะทำงานอย่างสบายมากกว่า เขาจะม่อยหลับหลังอาหารเที่ยง และงีบบนเก้าอี้เลานจ์หลังอาหารเย็น เขาได้ติดตั้งสายโทรเลขระหว่างที่ทำงานและบ้าน เขาสามารถใช้สามหรือสี่ชั่วโมงตอนเที่ยงระหว่างสัปดาห์ ณ ที่บ้าน ทำสวนและสนุกสนานกลางแจ้ง
3 การกำหนดตารางเวลาวันของเรา
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะวางแผนวันของเขาคล้ายกับลานนาฬิกา และแต่ละชั่วโมงของชีวิตนักธุรกิจจะเป็นการแบ่งแยกเป็นหมวดหมู่ที่ตายตัว และงบประมาณที่เข้มงวด ตั้งแต่งานไปถึงศาสนา ไปถึงครอบครัวและแม้แต่ออกกำลังกาย ตารางเวลาที่ตายตัวนี้ได้ช่วยให้จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จัดการกับความตึงเตรียด ณ อาณาจักรน้ำมันของเขาได้ที่สามารถกลายเป็นไม่สามารถบริหารได้ง่าย
4 การเคารพบุคคลของเรา
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ชอบที่จะชี้ว่านโปเลียน โบนาพาร์ต จะไม่บรรลุความสำเร็จเลยโดยไม่
มีนายพลของเขา ทำนองเดียวกันจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ เชื่อว่าความสำเร็จของเขาส่วนหนึ่งจะเกิดขึ้นจากความสามารถของเขาที่จะกระตุ้นบุคคล เขาได้ให้ความเป็นอิสระแก่เพื่อนร่วมงานภายในงานของพวกเขา การรู้กาลเทศะและปล่อยตามสบาย เขาจะไม่ตอบสนองอย่างโมโหกับข้อวิจารณ์ และยังคงสุภาพ
แม้แต่ภายในสถานการณ์ที่ร้อนแรง

5 การสร้างเอกภาพ
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะมีความสามารถยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งคือ การจูงใจเพื่อนบุคคลที่หลากหลายของเขา วิถึอย่างหนึ่งที่เขาได้ทำสิ่งนี้คือการวางพรีเมียมบนความสามัคคีภายใน และการไกล่เกลี่ยการโต้แย้งท่ามกลางผู้บริหารสแตนดาร์ด ออยล์ เขาชอบที่จะฟังความคิดเห็นของบุคคลทุกคนก่อนการแสดงของเขาเอง และมักจะสร้างการประนีประนอมที่จะรักษาความยึดเหนี่ยว แทนการออกคำสั่งโดยตรง เขาชอบที่จะวางกรอบการตักสินใจของเขาเป็นข้อแนะนำหรือคำถาม
6 การมอบหมายงาน
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะต้องมอบหมายความรับผิดชอบแก่บุคคลอื่น เพื่อที่จะบริหารบริษัทใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ ที่จริงแล้วส่วนหนึ่งของหลักการของสแตนดาร์ด ออยล์ คือ การฝึกอบรมบุคคลให้ทำงานของเรา ดังที่ครั้งหนึ่ง
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ได้บอกแก่ผู้สมัครงานว่า ไม่มีใครทำอะไรก็ตาม ถ้าเราสามารถให้ใครก็ตามทำมันได้ ตราบเท่าที่เราสามารถให้บุคบางคนที่เราสามารถไว้วางใจได้ ฝึกอบรมเขาภายในงาน นั่งลง ยกส้นเท้าจองคุณขึ้น และคิดถึงวิถีทางบางอย่างแก่สแตนดาร์ด ออยส์ ที่จะทำเงิน
7 การมุ่งมั่นความสมบูรณ์แบบ
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะเป็นบุคคลสมบูรณ์แบบที่คลั่งไคล้ เขาจะไม่ยอมทำอะไรก็ตามอย่างส่งเดช ไม่ว่ามันจะน่าเบื่อแค่ไหน ในฐานะหัวหน้าของสแตนดาร์ด ออยล์ รอคกี้ได้เขียนจดหมาธุกิจเป็นแสนฉบับ แม้แต่การคัดลายมือให้โอกาสเขาที่จะบรรลุความสมบูรณ์แบบ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์
จะลงนามจดหมายแต่ละฉบับอย่างถูกต้องและระมัดระวัง ราวกับว่าลายเซ็นของเขาเป็นงานศิลปอย่างหนึ่ง เขาต้องการความเป็นเลิศไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงส่วนบุคคล แต่ได้กระจายไปทั่วองค์การ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมของบริษัท
8 การเฝ้าดูการเงินของบริษัทอย่างใกล้ชิด
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะมีสไตล์ความผู้นำที่สายตายาว และการพึ่งพาตัวเลขที่จะบอกเขาถ้าบริษัทได้อยู่บนลู่ทาง เขาจะเก็บบันทึกที่เขียนด้วยมือของการเงินบริษัททุกอย่าง และบันทึกต้นทุนทุกตัวลงมาทศนิยมตัวสุดท้าย ด้วยการกระทำสิ่งนี้ จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์สามารถสร้างเครื่องวัดที่มีตัวตน เขาสามารถเปรียบเทียบการดำเนินงานและบริษัทลูกของเขาได้ สิ่งนี้ทำให้เขาตัดความรู้สึกโดยบุคคลได้ เมื่ออภิปรายความสามารถทางตัวเลขได้มีส่วนช่วยต่อความสำเร็จของเขาอย่างไร เขาจะกลาาวว่า ผมวางแผนการกระทำด้วยตัวเลข
ไม่มีอะไรนอกจากตัวเลข
9 การสร้างระบบสนับสนุน
แม้ว่าจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะมีข้อโต้แย้งและความบาดหมางกับผู้นำ ณ บริษัทของเขา
ดังที่รอคกี้ ได้อธิบายมันว่า กรรมการของสแตนดาร์ด ออยล์ จะถูกผูกพันภายในความเป็นพี่น้องโดยความเชื่อที่เกือบจะลึกลับ และความสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งของพวกเขาจะเกิดขึ้นจากความเชื่อร่วมระหว่างกัน
ความผูกพันที่ยึดแน่นนี้ได้นำไปสูความต่อเนื่องของความเป็นผู้นำ ณ สแตนดาร์ด ออยล์ และทำให้บริษัทต่อต้านต่อผู้ตรวจสอบของรัฐบาลและนักข่าวที่อยากรู้อยากเห็นได้ พวกเขาไม่สามารถจะเจาะกลุ่มของบุคคลที่มีใจเดียวกันได้
10 การสนับสนุนการแข่งขัน
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ เชื่อว่าถ้าไม่มีการแข่งขันบริษัทสามารถพลาดพลั้งเป็นยักษ์ใหญ่ที่เฉื่อยชาได้ง่าย เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ เขาได้สร้างคณะกรรมการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสาขาวิชาที่แตกต่างกัน พวกเขาจะสร้างมาตรฐานของการดำเนินงานแก่ทุกบริษัทลูกของสแตนดาร์ด ออยล์
ในขณะที่คณะกรรมการเหล่านี้จะยอมให้ผู้บริหารแลกเปลี่ยนความเข้าใจเแล้ว พวกเขาได้ส่งเสริมการแข่งขันท่ามกลางหน่วยงานท้องที่ ด้วยการแสดงตัวเลขการปฏิบัติงาน และการกระตุ้นแต่ละบริษัทลูกที่จะแข่งขันเพื่อสถิติและรางวัล
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะไม่เชื่อภายในการแข่งขันของอุตสาหกรรม เขาได้คิดสร้างสรรค์ภายในธุรกิจโดยการสร้างทรัสต์ครั้งแรก และเขาได้ปฏิรูปโมเดลธุรกิจหลายครั้ง จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้คิดสร้างสร้างสรรค์ภายใต้ชื่อบริษัท สแตนดาร์ด ออยล์ การกำเนิดของสแตนดาร์ด ออยล์
ได้เจริญเติบโตเมื่อเมื่อเขาได้ทำการรวมธุรกิจตามแนวนอน เมื่อสแตนดาร์ด ออยล์ ได้ก้าวไปสู่การรวมธุรกิจตามแนวดิ่ง บริษัทได้กลายเป็นการผูกขาด การรวมธุรกิจตามแนวดิ่งได้ครอบคลุมการผลิตน้ำมัน การขนส่ง การกลั่น และการตลาด จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะไม่มีคู่แข่งขันเลย
“ถ้าเรามีความพ่ายแพ้ เราจะมีความต้องการ ถ้าเรามีความต้องการ เราจะมีโอกาส”
ถ้าจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ มองเห็นความพ่ายแพ้ เขารู้ที่จะมองหาความต้องการ และในที่สุดคือโอกาส ความพ่ายแพ้ได้นำเขาที่จะถามคำถามที่ถูกต้อง เพื่อที่จะสร้างโอกาส


แม่ของผมจะกล่าวอยู่เสมอว่า “ความสิ้นเปลืองที่จงใจ จะสร้างความต้องการที่น่าเสียใจ”
ความเชื่อนี้ได้สร้างอัศจรรย์ภายในชีวิตธุรกิจและชีวิตส่วนบุคคลของเขา
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะอยู่ห่างจากยาสูบและแอลกอฮอลตลอดทั้งชีวิต เขามองทั้งสองอย่างว่าเป็นความสิ้นเปลือง และได้อ้างเหตุผลจากการเตือนใจของแม่ของเขาอย่างสม่ำเสมอ เขาเชื่อว่าวิถีทางทำเงินจะต้องซื้อเมื่อเลือดกำลังท่วมถนน
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ จะเป็นบุคคลแรกที่เคยสะสมเงินพันล้านเหรียญ เขาจะถืือ 1.6% ของเงินทั้งหมดภายในอเมริการะหว่างช่วงเวลาชีวิตของเขา จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ แอนดรูว์ คาร์เนกี้ และเจพี มอร์แกนจะถือส่วนใหญของความมั่งคั่งของประเทศ บุคคลสามคนรวมกันจะถือหนึ่งล้านล้านเหรียญ และส่วนที่เหลืออยู่ของอเมริกาจะยากจน
ดังที่เราสามารถจินตนาการได้ มันจะเป็นระยะเวลานี้ที่จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์จะเป็นสัญลักษณ์ความโลภของบริษัท แต่กระนั้นการรับรู้ของประชาชนได้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปต่อมาภายในชีวิตของเขา เมื่อเขาได้ใช้ความพยายามทางการช่วยเหลือเพี่อนมนุษย์อย่างกว้างขวาง
ความมั่งคั่งอย่างมหาศาลและความสำเร็จของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้ทำให้เขาเป็นเป้าหมายของนักข่าวที่ชอบขุดคุ้ย นักการเมืองปฏิรูป และบุคคลอื่นที่ได้มองเขาเป็นสัญลักษณ์ความโลภของบริษัท และวิจารณวิธีการที่เขาได้สร้างอาณาจักร
ดังที่นิว ยอร์ค ไทม์ ได้รายงานเมื่อ ค.ศ 1937 “เขาได้ถูกกล่าวหาจากการบดขยี้การแข่งขัน การได้ความร่ำรวยด้วยเงินคืนจากรถไฟ การให้สินบนที่จะสอดแนมคู่แข่งขัน การบังคับคู่แข่งขันให้ร่วมกับสแตนดาร์ด ออยล์ ภายใต้การคุกคามที่จะให้ออกจากธุรกิจ การสร้างโชคลาภอย่างมหาศาลด้วยการทำลายบุคคลอื่น เป็นต้น
จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้เกษียณจากการดำเนินธุรกิจประจำวันของสแตนดาร์ด ออยล์เมื่อ ค.ศ 1890
บันดาลใจส่วนหนึ่งโดยนักธุรกิจที่ยิ่งใหญยุคทองอาชีพเดียวกัน แอนดรูว์ คาร์เนกี้ ที่ได้สร้างโชคลาภอย่างมากมายภายในอุตสาหกรรมเหล็ก ต่อจากนั้นได้กลายเป็นผู้ใจบุญด้วยการบริจาคเงินของเขาอย่างมากมาย จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้บรจาคเงินมากกว่าครึ่งพันล้านเหรียญแก่การศึกษา ศาสนา และวิทยาศาสตร ผ่านทางมูลนิธรอคกี้เฟลเล่อร์ เขาได้ให้เงินทุนกับการสร้างมหาวิทยาลัยชิคาโก และสถาบันวิจัยทางการแพทย์
รอคกี้เฟลเล่อร์ ปัจจุบันนี้คือมหาวิทยาลัยรอคกี้เฟลเล่อร์ จอห์น รอคกี้เฟล
เล่อร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ 1937 ภายในออร์มอนด์ บีช ฟลอริดา แต่กระนั้นมรดกของเขาจะมีชีวิตอยู่
จอห์ รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้ถูกมองว่านักธุรกิจแนวหน้าคนหนึ่งของอเมริกา และได้ถูกยกย่องต่อการช่วยเหลือสร้างอเมริกาที่เป็นอยู่วันนี้ เมื่อเขาได้เสียชีวิตไปเมื่อ ค.ศ 1937 ทรัพย์สินของเชาจะประมาณ 1.5% ของการผลิตทางเศรษฐกิจของอเมริกา ภายในการเจริญเติบโตของมรดกของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ครอบครัวของเขาได้กลายเป็นหนึ่งของครอบครัวที่มีพลังมากที่สุดภายในโลก
เอ็กซ์ซอน โมบิล คอรปอเรชัน จะป็นบริษัทน้ำมันข้ามชาติอมริกัน สำนักงานใหญ่อยู่ภายในเออรวิงก์ เท็กซัส
เอ็กซ์ซอน คอมพานีก่อนหน้านี้ ได้ถูกก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1882 เป็นส่วนหนึ่งของสแตนดาร์ด ออยล์ ทรัสต์ เมื่อ ค.ศ 1899 ได้กลายเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นแก่ทุกบริษัทที่รวมกลุ่มก่อนหน้านี้เป็นทรัสต์ เมื่อ ค.ศ 1911 ศาลสูงของอเมริกาได้ตัดสินให้สแตนดาร์ด ออยล์ ทรัสต์ปลดเปลื้องตัวเองเป็นบริษัทลูกอเมริกัน 33 บริษัท เมื่อ ค.ศ 1972 สแตนดาร์ด ออยล์ – นิว เจอร์ซี่ ได้กลายเป็นเอ็กซ์ซอน คอรปอเรชั่น บริษัทจะเป็นการสืบทอดโดยตรงจากสแตนดาร์ด ออยล์ของจอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์
เอ็กซ์ซอน และโมบิล ได้ประกาศข้อตกลงที่แน่นอนของการรวมสองบริษัทเมื่อ 1 ธันวาคม ค.ศ 1998 ชื่อของบริษัทคือ เอ็กซ์ซอน โมบิล เอ็กซ์ซอนโมบิล
จะเป็นการรวมกันของเอ็กซ์ซอน คอรป – สแตนดาร์ด ออยล์ คอมพานี ออฟ
นิว เจอร์ซี่ ก่อนหน้านี้ – และโมบิล คอรป- สแตนดาร์ด ออยล์ คอมพานี ออฟ นิวยอร์ค การรวมบริษัท 75.3 พันล้านเหรียญที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมน้ำมันมากเท่ากับบริษัทตัวพวกเขาเอง การแต่งงานของเอ็กซ์ซอนและโมบิล บริษัทน้ำมันอเมริกันหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสอง ได้สร้างการรวมบริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด บริษัทน้ำมันซื้อขายหุ้นใหญ่ที่สุด และบริษัทใหญ่ที่สุดของโลก
นานกว่า 135 ปีที่ผ่านมาเอ็กซ์ซอนโมบิลได้วิวัฒนาการจากนักการตลาด
น้ำมันก๊าสภูมิภาคภายในอเมริกา ปัจจุบันเราจะดำเนินงานภายในส่วนใหญ่ของประเทศของโลก และรู้จักกันดีที่สุดโดยชื่อตราสินค้าที่คุ้นเคยคือ เอ็กซ์ซอน เอสโซ่ และโมบิล

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *