INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

3M บริษัทนวัตกรรมระดับโลกที่ไม่เคยหยุดการคิดค้น

3M  บริษัทนวัตกรรมระดับโลกที่ไม่เคยหยุดการคิดค้นเลย นวัตกรรมของ 3M ได้ปรับปรุงชีวิตประจำวันของบุคคลหลายร้อยล้านคนทั่วโลกให้ดีขึ้น เราได้ทำให้การขับรถยนต์กลางคืนง่ายขึ้น การทำให้อาคารปลอดภัยมากขึ้น การทำให้คอนซูมเมอร์ อีเล็คโทรนิคเบาขึ้น หรือแม้แต่เราได้ช่วยส่งมนุษย์ลงบนดวงจันทร์  บริษัทได้มีการกระจายธุรกิจอย่างกว้างขวาง  3M ผลิตและขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 55,000 อย่าง    ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ความปลอดภัย ไปจนถึงการบริโภค ทำไม 3M มีลักษณะเฉพาะ  จอร์จ บัคลี่ย์ อดีตซีอีโอ ของ 3M ได้กล่าวว่า “ไม่มีบริษัทไหนเลยเหมือนกับเราภายในอเมริกา ไม่มีบริษัทไหนเลยเหมือนกับเราภายในโลก” คำพูดของเขาน่าจะถูกต้อง
    3M ไม่ได้เป็นกลุ่มบริษัทเหมือนกับเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค หรือยูไนเต็ด เทคโนโลยีที่อยู่ภายในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย  3 M   ไม่ได้เป็นบริษัทเทคโนโลยีเหมือนกับแอปเปิ้ลหรือโซนี่ที่อยู่ภายในอุตสาหกรรมเดียว แต่ 3M เป็นซัพพลายเออร์แก่บริษัทเหล่านี้ทุกบริษัท  3M อยู่ทุกหนทุกแห่ง นี่คือประเด็นที่จอร์จ บัคลี่ย์ พยายามจะกล่าวถึง เมื่อเขากำลังพูดคุยกับผู้เขียนบทความจากวารสารฟอร์จูน  ไอโฟนของเขาได้ดังขึ้น ภาพลูกสาวของเขาได้ปรากฏขึ้น “พ่อกำลังประชุม” เขาพูดและวางสายลง  เขาได้กล่าวว่า เรามีอุปกรณ์ของ 3 M หลายอย่างอยู่ภายในไอโฟน  การยืนยันว่า 3 เอ็ม อยู่ทุกหนทุกแห่ง
  แอปเปิ้ลและบริษัทอื่นหลายบริษัทไม่สามารถทำสิ่งที่พวกเขาทำได้ถ้าไม่มี 3M เราไม่รู้เลยว่า ผลิตภัณฑ์หลายอย่างของ  3M ได้ถูกฝังอยู่ภายในผลิตภัณฑ์และสถานที่อื่น : รถยนต์ โรงงาน โรงพยาบาล บ้าน และสำนักงาน
จอร์จ บัคลี่ย์ ได้กล่าวว่า ความมุ่งหมายของบริษัทที่ผมสามารถบอกได้ดีที่สุดคือ การคิดค้นสิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์  ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่เป็นลักษณะเฉพาะของ 3M  คือ วัฒนธรรมที่ชุบเลี้ยงนวัตกรรม นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทเมื่อ ค.ศ 1902 สูตรแห่งความสำเร็จของเราจะเหมือนกับปัจจุบันนี้คือ นวัตกรรมบวกความอุตสาหะ – ภายในผลิตภัณฑ์ของเรา บุคคลของเรา และตราสินค้าของเรา
  วิลเลียม แมคไนท์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่และนักปรัชญาทางธุรกิจ เขาทำงานอยู่ ณ  3M ยาวนานถึง 59 ปี และเป็นซีอีโอที่ยาวนานของ 3M เขาได้เข้ามาทำงานที่ 3M เมื่อ ค.ศ 1907 เป็นพนักงานบัญชี และได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว  จนกลายเป็นซีอีโอ เมื่อ ค.ศ 1929  เขาได้สร้างวัฒนธรรมการบริหารที่มุ่งนวัตกรรมของ 3M ขึ้นมา
 วิลเลียม แมคไนท์ ได้เรียนรู้บทเรียนที่สำคัญเกี่ยวกับการยอมให้วิศวกรทำตามสัญชาติญาน
ของพวกเขา ในไม่ช้าเขาได้ประมวลเป็นนโยบายเรียกว่ากฎ 15% การกระตุ้นให้วิศวกรของ 3M ใช้ 15% ของเวลางานทำโครงการวิจัยอะไรก็ได้ที่พวกเขาชอบ เขาได้บอกแก่ผู้บริหารว่า  “ถ้าเรากั้นรั้วรายรอบบุคคลของเรา เราย่อมจะได้แกะ เราควรจะให้บุคคลมีโอกาสที่พวกเขาต้องการ” ปัจจุบันกฎ 15% ยังคงมีอยู่ ณ 3M  เรื่องราวคลาสสิคของกฎ 15% คือ  การค้นพบนวัตกรรมที่โด่งดังของ 3 M   โพสท์อิท โน้ต โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่ออาร์เธอร์ ฟราย
   วิลเลียม แมคไนท์ ได้วางหลักการบริหารที่เรียบง่ายเรียกกันว่าหลักการของแมคไนท์- พลังนำทางเบื้องหลังการเจริญเติบโตและชื่อเสียงของ 3M ไว้ดังต่อไปนี้ :
  “เมื่อธุรกิจของเราเจริญเติบโต เราได้กลายเป็นความจำเป็นมากขึ้นที่จะต้องมอบหมายความรับผิดชอบ และกระตุ้นบุคคลให้ใช้ความคิดริเริ่ม ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าบุคคลได้กระทำอย่างถูกต้องแล้ว ความผิดพลาดของบุคคลจะไม่ร้ายแรงในระยะยาวเท่ากับความผิดพลาดที่ผู้บริหารได้กระทำ ถ้าพวกเขาได้เผด็จการ และสั่งการแก่บุคคลที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของพวกเขาว่า บุคคลจะต้องทำงานของพวกเขาอย่างไร ผู้บริหารที่วิจารณ์อย่างไม่สร้างสรรค์เมื่อความผิดพลาดได้เกิดขึ้นย่อมจะทำลายความคิดริเริ่มได้ และสิ่งสำคัญคือ เราต้องมีบุคคลที่สร้างสรรค์จำนวนมาก ถ้าเราต้องการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
 วัฒนธรรมของกูเกิ้ลได้รับอิทธิพลอย่างมากจากปรัชญาการบริหารของวิลเลียม แมคไนท์ กูเกิ้ลได้กระตุ้นวิศวกรของบริษัทให้ใช้  20% ของเวลาการทำงานมุ่งความคิดสร้างสรรคฺของพวกเอง
  อาร์เธอร์  ฟราย    นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งของ 3 M ต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ กระดาษคั่นหน้าหนังสือเพลงสวดมักจะหล่นอยู่เสมอ ทำให้หาหน้าไม่เจอ ดังนั้นเขาได้เกิดความคิดอยากจะได้กระดาษคั่นที่มีกาวอ่อนติดและดึงออกโดยไม่มีร่องรอย และติดกับไปใหม่กับหน้าหนังสือเพลงสวดได้  เขาทราบว่า สเป็นเซอร์ ซิลเวอร์ นักวิทยาศาสตร์อีกคนหนึ่งของ 3 เอ็ม ได้ค้นพบกาวอ่อนนี้ แต่ได้ทิ้งไป เนื่องจาก 3 เอ็ม ต้องการกาวเหนียว  ดังนั้นพวกเขาได้ร่วมมือกันโดยใช้กฏ 15%  พัฒนาโพสท์อิสท์โน้ตขึ้นมาได้จนสำเร็จด้วย    และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้สร้างกำไรแก่ 3 M สูงมาก
   นักวิชาการมองว่านวัตกรรมจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในระยะแล้วการแข่งขันจะเป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่ถูกขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม แม้ว่าไม่ใช่นวัตกรรมทุกอย่างจะบรรลุความสำเร็จ    แต่นวัตกรรมจะเป็นแหล่งที่มาที่สำคัญของการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัท แกเร็ธ โจน และชาร์ ฮิลล์ ผู้เขียนร่วมหนังสือ Strategic Management ได้ชี้เห็นปัจจัยสี่ตัวที่สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัท – ต้นทุนต่ำ และความแตกต่าง – คือ ประสิทธิภาพ คุณภาพ นวัตกรรม และการตอบสนองลูกค้า       
3M แต่เดิมเป็นบริษัทเหมืองแร่   ชื่อของบริษัทคือ  Minesota Mining and Manufacturing นวัตกรรมได้เป็นแรงขับเคลื่อนนับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งขึ้นมา จากการเป็นผู้ผลิตกระดาษทรายรายเล็ก ปัจจุบันสก็อตช์เทปของบริษัทเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายท่ามกลางลูกค้าทั่วโลก Scoth Tape เป็นชื่อตราสินค้าเทปของ 3M และเป็นส่วนหนึ่งของตราสินค้าสก็อตซ์
   อัลเล็น จาคอบสัน เป็นซีอีโอของ 3M เมื่อ ค.ศ 1987 ภายใน 3M ได้เรียกเขาว่า “แจ็ค”   และเข้าร่วมกับ 3M เมื่อ ค.ศ 1947 เป็นวิศวกรผลิตภัณฑ์ ณ ห้องทดลองเทป และทำงานอยู่ 3M นานถึงสามสิบกว่าปี
  ความเป็นผู้นำของอัลเล็น จาคอบสัน ได้มุ่งนวัตกรรมอย่างเข้มแข็ง การขยายตัวระหว่างประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพ  อัลเล็น จาคอบสัน เป็นผู้นำที่สำคัญ ณ  เวลาที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อภายในประวัติของ 3M และได้สร้างรากฐานแก่ 3M ยุคใหม่  เขามีสไตล์การบริหารแบบจริงใจแต่ไม่ไร้เหตุผล  และได้นำวินัยทางการเงินมาใช้กับบริษัท เมื่อ ค.ศ 1992 เขาได้ถูกขนานนามว่า American Manager of the Year จากสมาคมนักบริหารของประเทศ
 เขาเชื่อว่าผู้บริหารระดับสูงอาจจะเดินหลงทาง ถ้าพยายามแสดงความคิดของพวกเขาเองมากเกินไป เราต้องสนับสนุนความคิดของบุคคลของเรา แม้ว่าวิศวกรได้ถูกสนับสนุนให้ใช้ 15% ของเวลาการทำงานทำโครงการวิจัยที่ชอบ แต่สิ่งจูงใจนี้ได้ซ่อนการบังคับไว้อยู่ อัลเล็น จาคอบสัน ยืนยันว่า 25% ของยอดขายต่อปีของหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วยต้องได้มาจากผลิตภัณฑ์ใหม่ห้าปีก่อนหน้านี้ด้วย “หล้กการ 25% ของผลิตภัณฑ์ใหม่” ได้สร้างความมั่นใจว่าวิศวกรของ 3M ต้องให้ความสำคัญกับศักยภาพทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ใหม่ของพวกเขา การผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและการตลาดมีความสำคัญ  ณ  3M   เพราะว่าบริษัทต้องการค้นหาผลิตภัณฑ์เพื่อตลาด  หรือตลาดเพื่อผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ
   เรื่องราวการสร้างนวัตกรรมที่เป็นตำนานของ 3M คือ  การคิดค้นเทปกาวของริชาร์ด ดริว วิศวกรหนุ่ม นักเล่นแบนโจวงท้องที่ เขาได้เข้าร่วมกับ 3M เมื่อ ค.ศ 1921
 ริชาร์ด ดริว ได้ใช้เวลาไปเยี่ยมอู่รถยนต์ท้องที่ เพื่อที่จะทดสอบกระดาษทรายหลากหลายชนิด  เขาได้มองเห็นการทาสีรถยนต์สองสีที่นิยมแพร่หลาย ณ เวลานั้น ช่างทาสีรถยนต์กำลังพ่นสีตัวรถและหลังคา แต่ทั้งสองส่วนใช้สีต่างกัน ดังนั้นช่างทาสีรถยนต์ต้องปิดทับส่วนที่ไม่ต้องการพ่นสีด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เคลือบกาวที่ทำจากบ้าน แต่เนื่องจากกาวเหนียวมากได้ลอกสีรถยนต์ติดออกมาด้วย ทุกครั้งที่ดึงดึงกระดาษหนังสือพิมพ์ออกมา
 เนื่องจาก 3M รู้วิธีการหลายอย่างของการทำกาว เพื่อการผลิตกระดาษทราย ริชาร์ด ดริว ได้ใช้เวลาภายในห้องทดลองของ 3M  คิดค้นสูตรกาวของเขาอยู่  แต่เมื่อวิลเลี่ยม แมคไนท์ ซีอีโอของ 3M ในขณะนั้นได้มองเห็นริชาร์ด ดริว กำลังทำโครงการที่ไม่ใช่ทางการของบริษัทอยู่   เขาได้ขอให้ริชาร์ด ดริวกลับไปทำงานปรับปรุงกระดาษทราย แต่ริชาร์ด ดริว ไม่ยอมและมุ่งการคิดค้นของเขาต่อไปอีก ในที่สุดเมื่อสองปีผ่านไปเขาสามารถคิดค้นเทปกาวแรกของโลกขึ้นมาได้สำเร็จ เป็นเทปกระดาษสีน้ำตาลกว้างสองนิ้วด้านหลังเป็นกาวอ่อน  ลอกออกได้ง่าย และไม่ทำลายสี เรียกว่าสก็อตเทปกาว จุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมของ 3M  และวิลเลียม แมคไนท์ ได้เรียนรู้บทเรียนของเขาจากริชาร์ด ดริว
 ริชาร์ด ดริวได้ให้ช่างทาสีรถยนต์ทดลองใช้ แต่ปิดแล้วหลุดอยู่หลายครั้ง  จนช่างทาสีรถยนต์หงุดหงิดและพูดประชดว่า “เอาเทปไปคืนเจ้านายสก็อตซ์ของคุณไปเลย และบอกพวกเขาด้วยว่าใส่กาวให้มากกว่านี้” คำว่าสก็อตช์ หมายความว่าขี้เหนียว  ณ เวลานั้น ชาวสก็อตช์ ถูกมองว่าขี้เหนียว  หมายความว่า เป็นเทปกาวที่ผู้ผลิตขี้เหนียว ไม่ย่อมทากาวทั้งแถบ เอาเทปกาวของคุณไปทากาวทั้งแถบ   อย่าทากาวเพียงแค่ริมขอบ
 เมื่อ ค.ศ 1930 ริชาร์ด ดริว ได้คิดค้นสก็อตเทปขึ้นมา เป็นเทปใสแรกของโลก นอกเหนือจากการคิดค้นเทปกาวแรกของโลกขึ้นมาแล้วเมื่อ ค.ศ 1925   และจดทะเบียนภายใต้ชื่อว่า  “Scotch Brand”

Cr: รศ.สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *