INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แดเนียล โกลแมน บิดาของความฉลาดทางอารมณ์ ตอนที่ 2

หนังสือ 1955 Emotional Inteligence ของแดเนียล โกลแมน จะเป็นรายการหนังสือขายดีที่สุดของนิวยอร์ค ไทม์ นานถึงหนึ่งปีครึ่ง ด้วยยอดขายมากกว่า 5 ล้านเล่มทั่วโลก และพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศ 30 ภาษา และเป็นหนังสือขายดีที่สุดภายในหลายประเทศ ความฉลาดทางอารมณ์เป็นความสามารถที่จะเข้าใจและจัดการอารมณ์ของเราเอง และบุคคลอื่นรายรอบเรา บุคคลที่มีระดับของความฉลาดทางอารมณ์สูงรู้ว่าพวกเขารู้สึกอะไร อารมณ์ของพวกเขาหมายความว่าอะไร และอารมณ์เหล่านี้สามารถกระทบต่อบุคคลอื่นอย่างไรการมีความฉลาดทางอารมณ์ของผู้นำจะสำคัญต่อความสำเร็จ ในที่สุดใครน่าจะบรรลุความสำเร็จมากกว่า – ผู้นำที่ร้องตะโกนทีมของพวกเขาเมื่อเขาอยู่ภายใตความเครียด หรือผู้นำที่ยังอยู่ภายในการควบคุม และประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น ? นานกว่าทษวรรษที่ผ่านมา แจ็ค เวลซ์ ซีอีโอก่อนหน้านี้ของเจ็นเนอรัล อิเล็คทริค ได้กล่าวถึงความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์ของผู้นำ ภายในคอลัมน์ของวอลล สตรีท เจอร์นัล “ความฉลาดของผู้นำจะต้องส่วนประกอบทางอารมณ์ที่เข้มแข็ง” เขาได้เขียนว่า ” เขาจะต้องมีระดับของการตระหนักตนเอง ความเจริญวัย และการควบคุมตนเองที่สูง เขาจะต้องสามารถต้านทานความโกรธ จัดการความตกต่ำ และเมื่อเวลาที่โชคดีได้เกิดขึ้น พอใจกับความสำเร็จด้วยส่วนที่เท่ากันของความสุขใจและความถ่อมตัว ไม่สงสัยเลยความฉลาดทางอารมณ์จะหาได้ยากกว่าความฉลาดทางหนังสือ แต่ประสบการณ์ของผมได้กล่าวว่ามันจะมีความสำคัญมากขึ้นอย่างแท้จริงต่อการสร้างผู้นำ เราไม่สามารถละเลยมันได้ความเป็นผู้นำจะเริ่มต้นและจบลงด้วยจุดแข็งภายใน เราต้องการความสามารถที่จะเข้าใจตัวเราเองให้ดี การเรียนรู้ การเจริญเติบโต และการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการปรับปรุงการตระหนักตนเองเมื่อ ค.ศ 2001 แจ็ค เวลซ์ ได้เกษียณจากตำแหน่งซีอีโอ ของจีอี ด้วยเงินชดเชย 417 ล้านเหรียญสูงที่สุดเท่าที่ซีอีโอทุกคนเคยได้รับ เขาได้ใช้เวลา 20 ปีก้าวไปขึ้นไปตามบันไดของผู้บริหาร ก่อนที่จะกลายเป็นซีอีโอหนุ่มที่สุดของบริษัทและเป็นประธานบริษัทนับตั้งแต่ ค.ศ 1981 และยึดครองจุดสูงสุด 20 ปีต่อมาการระเบิดของโรงงานได้เปลี่ยนแปลงแจ็ค เวลซ์ อย่างไร แจ็ค เวลซ์ ณ เวิรลด์ บิสซิเนส ฟอรัม ได้ถูกถามถึงเกี่ยวกับจุดพลิกผันภายในชีวิตของเขา และเขาได้ตอบว่า ผมได้ระเบิดโรงงานของจีอีภายในปีแรกที่ผมได้อยู่ที่นี่ ผมกำลังดำเนินงานโรงงานทดลองอยู่ โรงงานได้เกิดระเบิด – โรงงานทดลองกำลังทดสอบอยู่ เขาได้ทดลองกับสูตรใหม่อยู่และเสียงดังตูม เมื่อแจ็ค เวลซ์ มีอายุ 28 ปี เขาจะบริหารโรงงานทดลองผลิตพลาสติคใหม่ ภายหลังจากการทำงานไม่นาน ณ เจ็นเนอรัล อิเล็คทริค เท่านั้นเมื่อเขาได้รับปริญญาเอก เขากำลังนั่งภายในสำนักงานตรงข้ามโรงงานเมื่อเขาได้ยินเสียงระเบิดดังลั่น เขาได้ออกไปทางหน้าต่างและเห็นควันจำนวนมาก หลังคาได้ถูกทำลายลงและแก้วแตกกระจายไปทุกที่ ไม่น่าเชื่อไม่มีใครบาดเจ็บเลย แจ็ค เวลซ์ ได้ถูกส่งไปนิวยอร์ค เพี่อที่จะพบกับผู้บริหารระดับสูง แจ็ค เวลซ์ แน่ใจว่าเขาจะต้องถูกไล่ออก แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย และมันได้เปลี่ยนแปลงอาชีพของแจ็ค เวลซ์ อย่างมาก ชาร์ลี รีด นายของแจ็ค เวลซ์ จะใจเย็น เขาจะเมตตาและคิดถึงบุคคลอื่น ชาร์ลี รีด – วิศวกรเคมีและนักวิชาการเอ็มไอทีก่อนหน้านี้ – ได้ถามเขาอย่างใจเย็นอะไรได้เกิดขึ้น และเขารู้จะแก้ไขได้อย่างไรหรือไม่ เขาได้ใช้วิธีการโซคราตีสกับผมและทำให้ผมผูกพันอย่างไม่น่าเชื่อกับการเรียนรู้เกี่ยวกับผมได้ทำอะไรผิดภายในกระบวนการเขาได้ช่วยให้แจ็ค เวลซ์ เข้าใจทำไมการระเบิดได้้เกิดขึ้น และเขาควรจะกระทำอะไรแตกต่างออกไป ผมได้เรียนรู้ที่จะอย่าทุบตีบุคคลบางคนเมื่อพวกเขาได้ล้มลง บุคคลทุกคนทำผิดพลาดได้ ไม่มีใครจะพูดว่าผมอ่อนแอ แต่พวกเขาจะไม่พูดว่าผมทุบตีกับใครก็ตามที่พวกเขาได้ล้มลงในที่สุดแจ็ค เวลซ์ ได้กลายเป็นประธานบริษัทและซีอีโอของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริคระหว่าง ค.ศ 1981 และ ค.ศ 2001 แทนที่จะไล่แจ็ค เวลซ์ ออก ชาร์ลี รีดจะเข้าถึงใจ การเปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาดราคาแพงให้เป็นทั้งบทเรียนแก่แจ็ค เวลซ์ และโอกาสของนวัตกรรม ในที่สุดโครงการที่ล้มเหลวได้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าคู่แข่งขันที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงภัยของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริคในขณะที่เรากำลังก้าวไปข้างบนและเลยพ้นไป ระมัดระวังจะไม่ใส่ความทะเยอทะยานของเราบนหน้าผาก แจ็ค เวลซ์ ได้บอกแก่นักศึกษาบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยนอร์ธ เวสเทิรน มันเป็นธรรมชาติที่จะแสงหารตำแหน่งที่สูงขึ้น และกำหนดเป้าหมายต่อชีวิตทางวิชาชีพของเรา แต่ต้องเข้าใจว่าการก้าวขึ้นไปภายในบริษัทจะเป็นกระบวนการอย่างหนึ่ง มันไม่ได้เกิดขึ้นข้ามคืน เราจะต้องเพิ่มชั่วโมงและพิสูจน์ตัวเราเองด้วยการทำงานของเรา แต่ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องแทนที่จะไปเอาใจนาย

 

แจ็ค เวลซ์ คือ กูรูแท้จริงของความเป็นผู้นำ ดังนั้นอะไรที่เขาพูดคือหัวใจของการเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ อะไรคือความลับที่จะบันดาลใจและจูงใจบุคคลให้ทำอย่างดีที่สุด แจ็ค เวลซ ได้กล่าวว่า เคล็ดลับคือความจริงและความไว้วางใจ ถ้าบุคคลของเราไว้วางใจเรา พวกเขาจะบอกความจริงแก่เรา และเมื่อเราได้ความจริง เราจะต้องกระทะอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญทางการบริหารอายุ 80 ถึง 90 ปีได้กล่าวว่า ความจริงและความไว้วางใจจะมีบทบทาทที่ยิ่งใหญ่ บุคคลจะต้องไว้วางใจเรา เราจะต้องสร้างความไว้วางใจต่อบุคคล ความตรงไปตรงมาจะสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจ การสร้างความชัดเจนต่อบุคคลทุกคนของเราเกี่ยวกับพวกเขากำลังทำอย่างไร และอะไรที่พวกเขาต้องการทำที่จะปรับปรุงให้ดึขึ้ผมได้พูดกับบุคคลมากกว่าหนึ่งล้านห้าแสนคน 17 ที่ผ่านมาทั่วโลก ผมได้เดินทางไปประชุมครั้งแล้วครั้งเล่าภายหลังจากที่ผมได้เกษียณจากบริษัท ผมกับ ซูซี่ เวลซ์ ภรรยาของเขา ผมได้ถามคำถามนั้น และผมจะได้ไม่ถึง 10% จากบุคคลที่พวกเขายืนอยู่จุดไหนถ้าเราเป็นผู้นำและเราเป็นผู้บริหารน่าละอายกับเรา ถ้าบุคคลไม่รู้ว่าพวกเขายืนอยู่ตรงจุดไหน เราจะมีข้อผูกพันทางศีลธรรมนำชีวิตของบุคคล การพูดเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา และไม่ต้องบอกพวกเขาว่าพวกเขายืนอยู่ตรงจุดไหน
แจ็ค เวลซ์ ได้เขียนว่า บริษัทที่ได้ชัยชนะจะรับความเสี่ยงภัยและการเรียนรู้เข้าไว้ ผู้นำจะสร้างตัวอย่างและกระตุ้นบุคคลที่จะทดลองโดยไม่กลัวการทำความผิดพลาด การทดลองจะเป็นหัวใจของการเจริญเติบโต เราจะต้องแน่ใจว่าบุคคลของเรารู้สึกเชื่อมั่นต่อการทำความผิดพลาด ผู้นำจะต้องมั่นใจว่าบุคคลไม่เพียงแต่มองเห็นวิสัยทัศน์เท่านั้น แต่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่และหายใจด้วยวิสัยทัศน์ ผู้นำจะสร้างวิสัยทัศน์และจูงใจบุุคคลให้ยึดมั่นวิสัยทัศน์ พวกเขาจะพูดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์อยู่เสมอ และเสริมแรงวิสัยทัศน์ด้วยรางวัล เช่น เงินเดือน โบนัส หรือการยกย่อง แม้ว่าโดยไม่มีรางวัล เพียงแต่ร่วมวิสัยทัศน์ของเราในฐานะของผู้นำสามารถสร้างแรงจูงใจแก่บุคคลที่จะทำงานยากที่สุดให้บรรลความสำเร็จได้
ภายในหนังสือ Jack : Straight form the Gut แจ็ค เวลซ์ ได้ระบุหลักการบริหารและความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จของเขาภายในการปฏิรูปเจ็น
เนอรัล อิเล็คทริค ไว้หกข้อต่อไปนี้คือ
1 การเผชิญกับความเป็นจริง แจ็ค เวลซ์ได้กล่าวว่า ค่านิยมคือพฤติกรรมที่พรรณา เนื่องจากค่านิยมไม่ใช่วัตถุ แต่ค่านิยมจะระบุว่าองค์การและบุคคลจะกลายเป็นอะไรในที่สุด ผู้นำต้องอธิบายและเป็นแบบจำลองของค่านิยม การเผชิญกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ควรจะเป็น หรือเราอยากจะให้เป็น จะเป็นค่านิยมของจีอี ถ้าบุคคลไม่สามารถเผชิญกับความเป็นจริงได้ พวกเขาต้องออกไป เแจ็ค เวลซ์ มองจีอีว่าเหมือนกับเรือที่กำลังจม บริษัทกำลังสูญเสียมูลค่าตลาดและกลายเป็นระบบราชการเกินไป

2 การนำไม่ใช่การจัดการ ผู้นำจะต้องสัมผ้สจิตใจของบุคคล การช่วยให้บุคคลเจริญเติบโตและก้าวหน้า พวกเขาจะเดินไปทั่ว มือหนึ่งถือกระป๋องปุ๋ย และอีกมือหนึ่งถือเหยือกน้ำ พวกเขาจะใส่ปุ๋ยและรดน้ำดอกไม้(บุคคล) ภายในสวน(ธุรกิจ) บุคคลบางคนอาจจะถูกตัดออกไป แต่บุคคลทุกคนมีโอกาสที่จะก้าวหน้า

3 การจริงใจต่อบุคคลทุกคน ผู้นำมีข้อผูกพันที่จะต้องบอกบุคคลทุกคนว่า พวกเขากำลังทำได้แค่ไหน พวกเขายืนอยู่ตรงไหน ผลการปฏิบัติงานที่ไม่ชัดเจนจะไม่ยุติธรรมเลย เมื่อผู้นำจริงใจต่อบุคคล ความเปิดเผยจะกลับมายังผู้นำ เมี่อข่าวสารที่สับสนได้หมดไป บุคคลจะรวดเร็ว สร้างสรรค์ และกระตือรือล้นมากขึ้น

4 การเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนบุคคล ผู้นำต้องรับเอาและเสริมแรงการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ถ้าโลกภายนอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าบุคคลถายในแล้ว บริษัทจะกลายเป็นล้าหลังทันที แม้ว่าว่าจีอีจะยังคงเข้มแข็งอยู่ แจ็ค เวลซ์เชื่อว่าจีอีต้องเปลี่ยนแปลงก่อนที่เราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะตอบสนองต่อการแช่งขันในอนาคต

5 การควบคุมโชคชะตาชีวิตของตัวเอง หน่วยธุรกิจที่ได้ชัยชนะต้องเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ภายในตลาด หมายเลข 1 หรือ 2 สามารถป้องกันส่วนแบ่งตลาดได้ด้วยนวัตกรรมและการกำหนดราคา หมายเลขอื่นไม่สามารถทำได้ และต้องเผชิญกับความยากลำบากเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำด้วย ทำไมเราต้องขายธุรกิจหมายเลข 3 ที่มีกำไรไป เมื่อธุรกิจหมายเลขหนึ่ง 1 จาม หมายเลข 1 จะเป็นโรคปอดอักเสบ หมายเลข 1 ควบคุมชะตาชีวิตของตัวเองได้

6 ถ้าเราไม่มีข้อเปรียบทางการแข่งขัน อย่าไปแข่งขันเลย แจ็ค เวลซ์มองว่าจีอีต้องทำให้ดีกว่าดีที่สุด เมื่อตื่นนอนทุกวัน ถ้าเรารู้ว่าใครกำลังทำได้ดีกว่าเราแล้ว เราต้องกระ
ตุ้นบุคลคลของเราให้ค้นหาวิถีทางที่ดีกว่า เนื่องจากจีมีหน่วยธุรกิจถึง 350 หน่วย แจ็ค เวลซ์ ได้กำหนดให้หน่วยธุรกิจทุกหน่วยของจีอีต้องมีส่วนแบ่งตลาดเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ถ้าเป็นไม่ได้ หน่วยธุรกิจเหล่านี้จะต้องถูกแก้ไข ขาย หรือเลิกไป

 

แจ็ค เวลซ์ ได้ปรากฏตัวเป็นประจำ ณ ศูนย์การประชุมผู้บริหารของจีอี การพูดคุยกับผู้บริหารจีอีหลายคนพร้อมกัน เขาได้ถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก และม้วนแขนเสื้อของเขาขึ้นมา การส่งสัญลักษณ์ว่า เราทุกคนอยู่ด้วยกัน และต้องลงมือทำแล้ว
แจ็ค เวลซ์จะพูดและฟัง เขากระตุ้นให้ผู้บริหารพูดอย่างเสรี การร่วมความกลัว ความห่วงใย และความรู้ ผู้บริหารมองเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง และเต็มใจร่วมการเดินทางเพื่อการค้นพบของเขา ภายใต้การรับฟังผู้บริหาร แจ็ค เวลซ์ ได้มองเห็นจุดอ่อนและโอกาสของจีอี และสามารถเจรจาต่อรอง เพื่อที่จะลดการต่อต้านการปฏิรูปจีอีของเขาลงได้

แจ็ค เวลซ์ ได้ใช้ความเป็นผู้นำแบบ 4 E ภายในการปฏิรูปจีอี คือ

1 พลัง ผู้นำจะต้องมีความสามารถที่จะไป ไป ไป อยากจะทำและชอบการเปลี่ยนแปลง บุคคลที่มีพลังชอบที่จะก้าวไปข้างหน้าให้รวดเร็วกว่าบุคคลอื่น บุคคลเหล่านี้มีพลังที่ไร้ขอบเขต ตื่นขึ้นมาทุกวันพร้อมที่จะไปทำงาน พวกเขาวิ่ง 95 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในโลกที่หมุน 55 ไมล์ต่อชั่วโมง พวกเขาคือบุคคลที่ไม่บ่นเกี่ยวกับการทำวานหนัก พวกเขารักที่จะทำงาน

2 จุดพลัง ผู้นำจะต้องมีสามารถที่จะจุดพลังบุคคลอื่น บุคคลที่รู้ว่าจะกระ
ตุ้นบุคคลอื่นให้ทำงานอย่างไร พวกเขาสร้างวิสัยทัศน์ และบันดาลใจบุคคลให้ดำเนินตามวิสัยทัศน์

3 ข้อได้เปรียบ ผู้นำจะต้องมีข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ทำให้เขาเป็นคู่แข่งขันที่เข้มแข็ง และพวกเขากล้าตัดสินใจที่ยากด้วย
ผู้นำจะมีจิตวิญญานที่มุ่งการแข่งขัน พวกเขารู้ว่าจะตัดสินใจที่ยุ่งยากอย่างแท้จริงได้อย่างไร ปีเตอร์ ดรัคเกอร์เรียกว่า การตัดสินใจเป็นหรือตาย และไม่ยอมให้ความยุ่งยากขัดขวางพวกเขาเลย

4 การกระทำ ผู้นำจะต้องมีความความสามารถที่จะลงมือทำงาน การลงมือทำเพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ การทำงานให้บรรลุความสำเร็จ อีสามตัวแรกจะสำคัญ แต่ถ้าปราศจากผลลัพธ์ที่วัดได้ อีตัวอื่นจะใช้ได้น้อย ผู้นำที่ดีควรจะรู้ว่าจะเปลี่ยนพลังและข้อได้เปรียบให้เป็นการกระทำและผลลัพธ์ได้อย่าง
ไร

 

แจ็ค เวลซ์ และซูซี่ เวลซ์ เป็นคู่สามีภรรยาไอคอนของโลกธุรกิจ เขาเป็นซีอีโอที่ยาวนานของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค เธอเป็นนักหนังสือพิมพ์ธุรกิจและบรรณาธิการของฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ทั้งสองได้เขียนหนังสือด้วยกันเล่มหนึ่งที่ติดลำดับยอดขายสูงสุดคือ Winning
อะไรก็ตามที่เราต้องการรู้เกี่ยวกับแจ็ค เวลซ์ นั่นคือ เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับการได้ชัยชนะ ถ้าหน่วยธุรกิจของเจ็นเนอรัล ไม่ำป็นลำดับหนึ่งหรือสองภายในอุตสาหกรรม หน่วยธุรกิจต้องถูกขายหรือปิด แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่า การได้ชัยชนะและการทำกำไร เป็นความรับผิดชอบทางสังคมหมายเลขหนึ่งของบริษัท เขายืนยันว่าบริษัทที่ได้ชัยชนะสามารถให้คืนกลับแก่สังคมได้มากที่สุด และบุคคลของบริษัทจะมีความสุขมากที่สุด
ดังนั้นเนื่องจากความลุ่มหลงของเขาต่อการได้ชัยชนะ จนกลายเป็นที่มาของหนังสือเล่มหนึ่งของเขาชื่อ Winning ภายในหนังสือเล่มนี้ แจ็ต เวลซ์ ได้กล่าวว่า เราจะเป็นบริษัทที่มุ่งการแข่งขันมากที่สุดภายในโลก ด้วยการเป็นหมายเลข 1 หรือ 2 ภายในทุกตลาด
Winning เป็นหนังสือการบริหารและธุรกิจ ผู้เขียนคือ แจ็ค เวลซ์ และซูซี่ เวลซ์ ภรรยาของเขา หนังสือขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง ยอดขายมากกว่า 400, 000 เล่มภายในหกเดือนแรก แจ็ค เวลซ์ ได้รับค่าเขียนล่วงหน้า 4 ล้านเหรียญ ลดลงมาจาก 7. 1 ล้านเหรียญที่เขาได้เคยรับค่าเขียนจากหนังสือเล่มแรกของเขาคือ Jack : Straight from the Gut

แจ็ค เวลซ์ ใช้เวลามากกว่า 40 ปี ณ เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค ระหว่างเวลานี้เขาไดสร้างชื่อเสียงและปรัชญชาของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาได้เรียนรู้ว่าการบริหารเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่สามารถถูกใช้ทั้งสร้างและรื้อบริษัทได้ และเขาได้รับรู้ว่าแม้แต่บุคคลที่เป็นคนใช้จะมีความสำคัญต่อความสำเร็จโดยส่วนรวม ดังนั้นปรัชญาการบริหารของเขาจะมองที่ทั้งผู้บริหารและไม่ใช่่ผู้บริหารสามารถทำให้บริษีทดีขึ้นได้อย่างไรภายหลังจากที่แจ็ค เวลซ์ ได้เกษียณจากจีอี เขาได้กลายเป็นผู้เขียนหนังสือการบริหารขายดีที่สุด เช่น Winning และหนังสือชีวประวัติมากขึ้นของเขา Jack : Straight from the Gut ความทรงจำของเขา ณ เวลาที่อยู่จีอี มีคุณค่าต่อผู้นำธุรกิจทุกคน แนวคิดของปรัชญาทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำ และการบริหาร ของเขา สามารถประยุกต์ใช้ได้กับบริษัททุกขนาด เมื่อเราถามว่าทรัพย์สินยิ่งใหญ่ที่สุดของบริษัทคืออะไร แจ็ค เวลซ์ จะตอบว่า ทีมของเรา เกมของธุรกิจทั้งหมดจะมุ่งที่สิ่งหนึ่งคือ เราสร้างทีมที่ดีที่สุด เราจะชนะ ทีมที่มีผู้เล่นที่ดีที่สุดจะชนะ มันคือความจริงของกีฬา และมันคือความจริงของธุรกิจ เราต้องดึงดูดและรักษาผู้เล่นที่ดีที่สุดไว้กับทีมของเรา และผู้นำทีมควรจะใช้พลังและเวลาของพวกเขาประเมิน ฝึกสอน และสร้างความเชื่อมั่นตนเองแก่สมาชิกของทีม แจ็ค เวลซ์ ได้สร้างชื่อตัวเองจากการสร้างและการนำทีม ณ จีอี มานานกว่า 20 ปี เขาได้เขียนหนังสือที่ขายดีที่สุดไว้หลาบเล่ม และเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ก่อตั้งสถาบันการบริหาร แจ็ค เวลซ์ : โครงการ MBA ออนไลน์ ภูมหลังของแจ็ค เวลซ์ ไม่ได้มาจากการเงินและการบริหาร แต่เป็นวิศวกรรมเคมี เขาได้กล่าวว่า สาขาวิชานี้เหมือนเช่นวิศวกรรมได้ช่วยเขาภายในการตัดสินใจอยู่เสมอ เรากำลังทำงานอยู่บนเส้นทางที่ไม่รู้ และค้นหาคำตอบ การคิดจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการบริหาร แจ็ค เวลซ์จะเป็นผู้รับคำปรึกษาจากปีเตอร์ ดรัคเกอร์ บิดาของการบริหารสมัยใหม่ ด้วย ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ศึกษาจีอีอยู่หลายปี และให้คำปรึกษาแก่แจ็ค เวลซ์

แจ็ค เวลซ์ ชอบที่จะพูดว่า เราต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ความเป็นจริงที่ควรจะเป็น หรือความเป็นจริงที่อยากจะให้เป็น เขาได้จัดการความเป็นจริงของจีอี ด้วยการมองอย่างใกล้ชิด ณ การดำเนินงานทุกอย่าง และทำการเปลี่ยนแปลงทันที เขาอาจจะมองไม่เห็นความเป็นจริงตามที่เขาอยากจะให้เป็น แต่เขาจะกำหนดความเป็นจริงของจีอีให้เป็นภาพความคิดของเขาเองต้นกำเนิดของการเผชิญกับความเป็นจริงของแจ็ค เวลซ์ สามารถย้อนหลังกลับไปยังวัยเด็กของเขา แม่ของเขาจะกระตุ้นเขาอยู่เสมอ แจ็ค อย่าหลอกตัวเอง มองอะไรตามที่พวกมันเป็นอยู่ ไม่ใช่ตามที่เราอยากจะให้เป็น แจ็ค เวลซ์ไม่เคยลืมบทเรียนนี้เลย การเผชิญความเป็นจริงได้มีบทบาทที่ล้ำค่าต่อความสำเร็จของเขา แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าธุรกิจเหมือนกับชีวิต ลดลงมาให้เป็นสิ่งเดียวคือ การเผชิญกับความเป็นจริง และทำการตัดสินใจอย่างถูกต้องบนความเป็นจริงนั้นเมื่อแจ็ค เวลซ์ กลายเป็นซีอีโอของจีอี บุคคลส่วนใหญ่คิดว่าจีอีเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่เขามองว่าจีอีกำลังยุ่งยาก บริษัทกำลังสูญมูลค่าตลาดอย่างมาก และกำลังจมด้วยน้ำหนักของระบบราชการของตัวเอง แม้ว่าบุคคลส่วนใหญ่คิดว่าเขาควรจะเคารพบริษัทและประวัติของบริษัท แจ็ค เวลซ์ ได้ตัดสินใจเริ่มต้นการปฏิรูป และการสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่จากบนลงล่าง  ณ หัวใจของการปฏิรูปของแจ็ค เวลซ์ คือ การเผชิญกับความเป็นจริง ตั้งแต่วันแรกของการเป็นซีอีโอ เขาต้องแน่ใจอยู่เสมอที่จะมองอะไรที่เป็นจริง เขาไม่เคยหลอกตัวเองด้วยการคิดว่าอะไรจะดีขึ้นด้วยตัวมันเอง เมื่อเขาได้รับรู้ความเป็นจริงแล้ว เขาจะต้องดำเนินกลยุทธ์ที่ทำให้อะไรดีขึ้นการเผชิญกับความเป็นจริงมักจะหมายความถึงการพูดและการทำอะไรที่ไม่เป็นที่นิยม ใครต้องการได้ยินว่าธุรกิจไม่ดี หรืออะไรไม่ดีขึ้น แต่แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่า การยึดอยู่กับความเป็นจริงเท่านั้น จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ถ้าเราเพียงแต่อยู่บนเส้นทาง การบอกว่าบุคคลต้องเผชิญกับความเป็นจริงเท่านั้นแจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าเราจะมีถ้อยคำสองคำเท่านั้นของผู้นำคือ Truth and Trust : ความจริงและความไว้วางใจ แจ็ค เวลซ์ เป็นกูรูของความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดังนั้้นอะไรที่เขาพูดคือหัวใจของความเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จ ความลับที่จะบันดาลใจแและจูงใจบุคคลให้กระทำอย่างดีที่สุด ถ้าบุคคลของเราไว้วางใจเรา พวกเขาจะบอกความจริงแก่เรา และเมื่อเราได้ความจริง เราต้องทำตามอย่างรวดเร็วการบริหารคือการได้ความไว้วางใจ เพราะว่าส่วนประกอบที่สำคัญของความสำเร็จคือ การมีทีมที่ยิ่งใหญ่ ความสำเร็จของเรามาจากความสำเร็จของทีมของเรา เราต้องบันดาลใจพวกเขาให้สามารถทำงานด้วยกัน และเพื่อที่จะกระทำสิ่งเหล่านี้ พวกเขาต้องไว้วางใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องตามมุมมองของแจ็ค เวลซ์แล้ว การสร้างความไว้วางใจจะมาจากการทำสามสิ่งต่อไปนี้คือ 1 เราต้องตรงไปตรงมา ความจริงใจจะสำคัญต่อการสร้างความไว้วางใจ เราต้องสร้างความชัดเจนต่อบุคคลภายในทีมของเราว่า พวกเขากำลังทำได้ดีแค่ไหน และพวกเขาต้องปรับปรุงอะไร 2 เราต้องกำหนดวิสัยทัศน์ ทีมของเราต้องการรู้ว่าบริษัทพวกเขาจะไปที่ไหนในอนาคต 3 เราต้องสนุกสนาน แจ็ค เวลซ์มีความสนุกสนานภายในทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำ เขารักงานของเขา เขาชอบฉลองความสำเร็จ แม้แต่การฉลองความสำเร็จภายในครอบครัว เขาได้ฉลองความสำเร็จทีมโครงการอยู่เสมอเมื่อ ค.ศ 1999 ฮาร์วาร์ด บิสซิเนส รีวิว ได้ถามแจ็ค เวลซ์ ว่า อะไรสร้างผู้บริหารที่ดี เขาได้สรุปมุมมองของเขาต่อคำถามว่า ผมชอบถ้อยคำว่า “ผู้นำธุรกิจ” ผู้นำธุรกิจที่ดีจะสร้างวิสัยทัศน์ ลุ่มหลงตัวเองกับวิสัยทัศน์ และขับเคลื่อนอย่างไ่ม่ย่อท้อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ เหนือสิ่งอื่นใด ผู้นำที่ดีต้องเปิดกว้าง พวกเขาจะขึ้นไป ลงมา และวนเวียน รอบองค์การ เพื่อที่จะเข้าหาบุคคล พวกเขาจะไม่ยึดอยู่กับช่องทางที่กำหนดไว้ พวกเขาจะไม่เป็นทางการ พวกเขาจะตรงไปตรงมากับบุคคล พวเขาจะไม่เคยเบื่อหน่ายกับการเล่าเรื่องราวของพวกเขาภายในหนังสือ Jack : Straight from the Gut แจ็ค เวลซ์ เป็นทั้งนักเล่าเรื่องราวและผู้ฝึกสอน ด้วยการใช้ประสบการณ์ทางอาชีพของเขา เป็นฉากหลัง เพื่อที่จะร่วมความคิดของเขาต่อสิ่งที่ทำให้เรากลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ภายในการอ่าน 451 หน้าของ Straight from the Gut แจ็ค เวลซ์ ได้อ้างถึง ความลุ่มหลง ว่าเป็นคุณสมบัติหมายเลขหนึ่งที่เขาต้องการจากบุคคล เขาได้ยกย่องความลุ่มหลงจากความก้าวหน้าของเขาเองภายใน จีอี เขาได้สร้างความชัดเจนว่าความลุ่มหลงคือแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่าง โมเดลทางธุรกิจของจีอี ได้ใช้การเรียงลำดับ A , B และ C แก่บุคคลทุกคน เพื่อการพิจารณาว่าใครจะอยู่บน ” รายการเจับตามอง ” ของการเลื่อนตำแหน่ง ด้วยคำพูดของแจ็ค เวลซ์ A คือบุคคลที่มีความลุ่มหลง ผูกพันกับการกระทำ และเปิดรับความคิดใหม่จากทุกที่ พวกเขามีความสามารถกระตุ้นไม่เพียงแต่ตัวเอง แต่บุคคลทุกคนที่ติดต่อกับพวกเขา พวกเขาจะมุ่งทั้งประสิทธิภาพและความสนุกสนานภายในการทำธุรกิจ แจ็ค เวลซ์ เชื่อว่าการว่าจ้างบุคคลที่ดีที่สุด เราจะได้ความคิดที่ดี่สุด และถ้าความคิดเหล่านี้สามารถไหลเวียนได้อย่างเสรีภายในสภาพแวดล้มที่ื ” ไร้พรมแดนแล้ว ” แล้ว เราจะเป็นสถานที่ของการทำงานที่ดีที่สุดภายในโลก เขาได้ใช้เวลาอย่างมากกับการประเมิน การกำจัดบุคคลที่เป็นไม้ตายซาก และการระบุคคลที่เป็นดาวรุ่งของบริษัท แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า แม่ของเขาได้ให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างเดียวแก่เขาคือ ความเชื่อมั่นตนเอง ความเชื่อมั่นตนเองคือสิ่งที่ผมได้ค้นหาและพยายามสร้างภายในผู้บริหารทุกคน ความเชื่อมั่นตนเองจะทำให้เรากล้าหาญ กล้าเสี่ยงภัย และบรรลุสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ การสร้างความเชื่อมั่นตนเองจะเป็นส่วนสำคัญของความเป็นผู้นำ การให้โอกาสและความท้าทายแก่บุคคลทำสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะทำได้ และการให้รางวัลแก่พวกเขาภายหลังความสำเร็จแต่ละครั้งด้วยวิถีทางทุกอย่างที่เป็นไปได้แม่ของผมไม่เคยจัดการบุคคล แต่เธอรู้เกี่ยวกับการสร้างความเชื่อมั่นตนเอง ผมพูดติดอ่างตั้งแต่เด็ก บางครั้งอาจจะเป็นความตลก ครั้งหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัย ผมมักจะสั่งแซนวิสทูนาวันศุกร์ คาทอลิกกินเนื้อวันนี้ไมได้ พนักงานบริการกลับมาด้วยทูน่าแซนวิสคู่ไม่ใช่ชิ้นเดียว เพราะว่าเธอได้ยินผมพูดว่า ” Tu – Tuna Sanwiches ” แม่ของผมจะเป็นข้อแก้ตัวที่ดีมากต่อการพูดติดอ่างของผม เธอจะพูดว่า เนื่องจากเธอฉลาดมาก ไม่มีลิ้นของใครจะตามทันสมองของเธอได้ ที่จริงแล้วผมไม่เคยกังวลใจกับการพูดตะกุกตะกักของผมเลย ผมเชื่อต่อสิ่งที่เธอบอกผมว่า ความคิดของผมทำงานรวดเร็วกว่าปากของผม แจ็ค เวลซ์ ได้เคยเล่าเรื่องตลกของเขาว่า เขาเป็นเพื่อนกับเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ วันหนึ่งแนนซี่ คิสซิงเจอร์ ได้โทรศัพท์มาหาเขาที่จะให้ช่วยซ่อมแซมเครื่องใช้ภายในบ้าน เขาได้บอกแก่เธอว่า คุณคิดว่าผมเป็นอะไร ช่างซ่อมแซมหรือ ครั้งหนึ่ง เมื่อแจ็ค เวลซ์ได้ถูกถามว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่ เขาและอัลเฟรด สโลน อดีตซีอีโอที่เป็นตำนานของเจ็นเนอรัล มอเตอร์ เป็นผู้บริหารบริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองคนแห่งศตวรรษ แจ็ค เวลซ์ ได้ตอบว่า ผมไม่รู้จักอัลเฟรด สโลน

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *