INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ทำไมประท้วงกันแทบจะทั่วโลก

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ทำไมประท้วงกันแทบจะทั่วโลก

วันนี้ขอ”ตีกิน”(หมายถึง”ฉวยโอกาศแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรจะได้)จากข่าวที่เกิดขึ้นทั่วๆไปในโลกใบนี้ อีกสักครั้ง อย่างหน้าด้านๆเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ต้องใช้สติปัญญาอะไรมากนัก นอกจากการลอกข่าว ของสำนักต่างชาติ แล้วเอามาตบแต่ง เป็นของตนเอง

ทั้งนี้ เผื่อจะให้ข้อคิดอะไรเล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้อ่าน ซึ่งนับวันมีแต่จะน้อยลง ไม่สนใจต่อข้อเขียนต่างๆ เท่าไรนัก นอกจากเรื่องที่สนใจใคร่รู้จริง หรือติดใจในลีลาคนของเขียนเท่านั้น

ดังนั้น ถ้าพบว่ามีคนอ่านเรื่องนี้ แม้จะไม่กี่คน ก็เป็นที่พึงพอใจ ของผู้เขียนแล้ว

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้(บางแห่งก็หลายเดือนติดต่อกันมา เช่นที่ฮ่องกง) เกิดการประท้วงขึ้นตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ราวกับจะนัดกันไว้ ตั้งแต่ในเลบานอน, สเปน, ชิลี, โบลิเวีย ฯลฯ ด้วยสาเหตุ ด้วยวิธีและเป้าหมายที่ต่างกันไป

แต่ที่น่าสังเกตก็คือ หลักการใหญ่ในการประท้วงมีลักษณะคล้ายๆ กัน  แม้หลายแหล่ง แห่งที่เกิดข่าว จะอยู่ห่างกันนับพันๆไมล์ บางแห่งเกิดจากแรงบรรดาลใจ ที่ดูเหมือนจะลอกเลียนกันมา ในการ”จัดตั้ง”และในการ”เดินหน้าประท้วง”เพื่อบรรลุเป้าหมายของการประท้วง

เท่าที่จับใจความได้นั้นสาเหตุแห่งการประท้วง มาจากประเด็นปัญหาต่างๆ ดังต่อไปนี้

๑ ความไม่เท่าเทียมกัน

๒ การฉ้อราษฎร์บังหลวง

๓ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

๔ เสรีภาพทางการเมือง

ประการแรก ว่าด้วยความไม่เท่าเทียมกันนั้น พิจารณาได้จากการที่คนส่วนใหญ่ในสังคม ถูกกีดกันจากความมั่งคั่งของชาติ ที่ผูกขาดโดยคนกลุ่มเล็กๆในสังคม จนคนส่วนใหญ่รู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม นานเกินสมควรและทนไม่ได้อีกแล้ว

ยกตัวอย่างการประท้วงในเอกวาดอร์ ซึ่งเริ่มตันเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อรัฐบาลประกาศเลิกมาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง ที่ใช้มานานสิบๆ ปี ด้วยการเปิดไฟเขียวของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ราคาเชื้อเพลิงก็สูงขึ้นทันที คนจำนวนมากโวยว่า พวกเขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าเชื้อเพลิง ในราคาที่สูงขนาดนั้น กลุ่มชนพื้นเมืองต่างก็พากันกลัวว่า จะทำให้ค่าขนส่งและราคาอาหารขึ้นตามไปด้วย ชุมชนคนบ้านนอกอย่างพวกเขา จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

มีการประท้วงด้วยการปิดทางหลวง บุกรัฐสภา ปะทะกับกองกำลังรักษาความมั่นคง มวลชนเรียกร้องให้ยุติมาตรการนี้และให้หันกลับไปอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง ในที่สุดรัฐบาลก็เลยต้องถอย ยอมกลับไปใช้มาตรการอย่างเดิม

ส่วนที่โบลิเวีย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ไม่กี่วันนี่เอง นายอีโว โมราเลซ ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี  หลังจากเกิดการประท้วงต่อเนื่องกันมาหลายสัปดาห์ เรียกร้องให้เขาลาออก เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา นำประเทศไปสู่ความยากจน ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ครั้งที่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ๒๕๔๙ นั้น ความยากจนสูงถึง ๓๘ เปอรเซ็นต์ และในปี ๒๕๖๑ ความยากจนได้ลดลงมาอยู่ที่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ชาวบ้านกลับทนทานไม่ได้

ที่ชิลี ค่าขนส่งที่สูงพรวดพราด จุดให้เกิดการประท้วงที่นั่น รัฐบาลให้เหตุผลว่าเพราะราคาพลังงานสูงและค่าเงินก็ตกต่ำ รัฐตัดสินใจขึ้นค่าโดยสารทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า แต่ชาวบ้านกลับมองว่า นั่นเป็นการบีบคั้นคนจน

ได้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับฝูงชนที่เดินขบวนเพราะไม่พอใจภาพ ที่ประธานาธิบดีชิลี “เซบาสเตียน เปเนรา”ไปกินอาหารอิตาเลียน ที่ร้านหรูเลิศ เพราะเห็นว่า เป็นการสะท้อนถึง”ช่องว่าง”อย่างมากระหว่างชนชั้นสูงกับชาวบ้านธรรมดา

ข่าวอธิบายว่า ชิลีเป็นหนึ่งในชาติละตินอเมริกาที่มั่งคั่ง แต่ก็มีช่องว่างห่างกันมาก ระหว่าง”คนมี”กับ”คนจน”

ที่เลบานอน ก็เกิดการประท้วงด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกัน ในกรณีที่ทางการมีแผนขึ้นราคา WhatsApp (โปรแกรมส่งข้อความสำหรับโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน) ซึ่งกลายเป็นการจุดปัญหาเศรษฐกิจ ให้ลุกลามแพร่ขยายออกไป แปรสภาพไปเป็นปัญหาความไม่เท่าเทียมและการฉ้อราษฏร์บังหลวง ในขณะที่ระดับหนี้สินชาวบ้านพุ่งสูงพรวดพราด

ผู้ประท้วงในกรุงเบรุต รายหนึ่งบอกว่า “เราไม่ได้มาที่นี่ เพราะราคา”วอตส์แอพ”ที่แพงขึ้น แต่มาเพราะปัญหาอื่นๆ ตั้งแต่ราคาเชื้อเพลิงที่สูง อาหารแพงและทุกๆสิ่ง”

ประการที่ ๒ ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งเป็น”หัวใจ”ในการประท้วงรัฐบาลต่างๆ และมักจะโยงใยไปถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้วย

ในเลบานอนผู้ประท้วงบอกว่าพวกเขาตกอยู่ในทุกข์ยากเพราะภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่บรรดาชนชั้นผู้นำ กลับใช้หน้าที่และตำแหน่ง สร้างความร่ำรวยให้แก่ตนเอง

ในอียิปต์ ก็มีการประท้วงชนชั้นผู้นำเช่นกัน โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นักธุรกิจรายหนึ่งลี้ภัยไปอยูในสเปน กล่าวหาประธานาธิบดีฟัตตะห์ อัล-ซีซีแห่งอียิปต์ว่า ทั้งตัวเขาและทหารกระทำการฉ้อราษฏร์บังหลวง

ประการที่ ๓ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ซึ่งมีการประท้วงมาแล้วในหลายๆ ประเทศทั่วโลก พร้อมๆ กันเมื่อเดือนที่แล้ว รวมทั้งในสหรัฐ, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี,สเปน,ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, นิวซีแลนด์,อินเดียและแม้แต่ในไทยเรา (ซึ่งมีคนเข้าใจผิดว่าทำไมเราต้องเลียนแบบต่างชาติ) รวมทั้ง”เกรตา ธันเบอร์ก”สาวน้อยนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดนวัย ๑๖ ที่ไปปรากฎตัว กล่าวปราศรัย ณ ที่ประชุมใหญ่ องค์การสหประชาชาติ ตั้งข้อหาบรรดาผู้นำโลกให้ได้อายว่า “ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง”

ประการที่ ๔ ว่าด้วยเสรีภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นปัญหาที่ในหลายประเทศประท้วง เพราะไม่พอใจระบบการเมือง ที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าเหมือน”ติดกับดัก”

ยกตัวอย่างเช่น ฮ่องกงที่เริ่มมาแต่ห้าเดือนที่แล้ว ทั้งๆ ที่เริ่มต้นจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน แล้วก็ลุกลามกลายเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องการหลุดพ้นจากการครอบงำของระบอบคอมมิวนิสต์ จากจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ลึกๆ ลงไปก็เป็นปัญหาการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เพื่อความเท่าเทียมกันในการกระจายความมั่งคั่ง ที่ผูกขาดโดยกลุ่ม”อีลีท”ทุนนิยมในคราบคอมมิวนิสต์

กลยุทธ์ในการต่อต้านทางการของชาวฮ่องกงนั้น ปรากฏว่าในการประท้วงของชาว”คาตาลัน”ต่อต้านทางการสเปน ซึ่งจับตัวผู้นำของพวกเขาไป หลังจากพยายามเรียกร้องเสรีภาพทางการเมือง ด้วยการทำประชามติ (ซึ่งผิดกฎหมาย) ได้เอาอย่างฮ่องกงมาใช้ ด้วยวิธีการยึดสนามบิน”บาร์เซโลนา”

ซึ่งในกรณีนี้ จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อนำเอาเมืองไทยในปัจจุบัน มาเป็นตัวอย่าง แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะยังไม่มีการประท้วงใดๆเกิดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ ยังไม่”สุกงอม”พอ

เอาละ จบห้วนๆ แค่นี้ พอจะได้ข้อคิดอะไร บ้างไหมครับ

 

 

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *