INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

รีด ฮาสติ้ง ซีอีโอ ของเน็ตฟลิกซ์ จะภูมิใจต่อทุกการตัดสินใจที่เขาไม่ได้ทำ

รีด ฮาสติ้ง ซีอีโอ ของเน็ตฟลิกซ์ จะภูมิใจต่อทุกการตัดสินใจที่เขาไม่ได้ทำ

เมื่อเราคิดถึงเกี่ยวกับการค้นหาออนไลน์ เราจะติดถึงกูเกิ้ล เมื่อเราคิดถึงกระดาษบันทึกกาว เราจะคิดถึงโพสท์ อิท และเมื่อเราคิดถึงการดูภาพยนตร์มาราธอน เราจะคิดถึงเน็ตฟลิกซ์ เน็ตฟลิกซ์ ชื่อเต็ม เน็ตฟลิกซ์ อิงค์. บริษัทมีเดียสตรีมมิ่งและเช่าวีดีโอ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1997 โดยผู้ประกอบการและวิศวกรซอฟท์แวร์
อเมริกันสองคน รีด ฮาสท์ติ้ง และมาร์ค แรนดอลฟห์ ที่จะใช้อินเตอร์เน็ตเช่าภาพยนตร์บนดีวีดี บริษัทได้เริ่มต้นจากซิลิคอน แวลลี่ย์ แคลิฟอร์เนีย และได้เจริญเติบโตกลายเป็นแฟลตฟอร์มความบันเทิงชั้นนำของโลก พวกเขาจะมีการทำรายการต้นกำเนิดด้วย
การบริการอย่างเดียวของพวกเขาจะประมาณ 15% ของอัตราการส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตของโลก ไม่เลวเลยต่อบริษัทที่ไดเริ่มต้นส่งดีวีดีด้วยไปรษณีย์หอยทาก ไปรษณีย์อืดอาด เมื่อพวกเขาได้เปิดครั้งแรก เน็ตฟลิกซ์จะเป็นการบริการเช่าภาพยนตร์ทางอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง บริษัืทจะให้บุคคลเช่าดีวีดีออนไลน์ เริ่มแรกบริษัทได้ใช้การบริการดีวีดีเช่าส่งทางไปรษณีย์ด้วยการใช้โมเดลจ่ายค่าเช่าต่อครั้ง แต่กระนั้นภายใต้โมเดลธุรกิจนี้ ลูกค้าสามารถเก็บดีวีดีได้นานตามที่เขาชอบ แต่สามารถเช่าภาพยนตร์ใหม่ได้ต่อเมื่อส่งคืนภาพยนตร์เดิมเท่านั้น
ในที่สุดเน็ตฟลิกซ์ได้แนะนำโมเดลสตรีมมิ่งเมื่อ ค.ศ 2010 โมเดลธุรกิจที่เรารู้จักกันวันนี้ โมเดลของเน็ตฟลิกซ์ได้ท้าทายยักษ์ใหญ่
บล็อกบัสเตอร์ที่ยึดครองตลาดอยู่ ตามที่เรารู้บล็อกบัสเตอร์ไม่สามารถแข่งขันและล้มละลายไปเมื่อ ค.ศ 2010 ที่จริงแล้วบล็อกบัสเตอร์มีโอกาสที่จะซื้อเน็ตฟลิกซ์ 50 ล้านเหรียญ เราอาจจะสงสัยว่าทำไมพวกเขาใช้ชื่อเน็ตฟลิกซ์ “Net” จะเป็นคำย่อของ Internet และ “Flix” จะเป็นคำสแลงของภาพยนตร์
พวกเขาได้ปฏิรูปวิถีทางที่บุคคลดูภาพบนตร์และรายการทีวี ก่อนหน้านี้บุคคล
จะคุ้นเคยกับการดูภาพยตร์และรายการทีวีโดยใช้เครือข่ายเคเบิ้ล แต่ในขณะนี้วิถีทางที่พวกเขาดูได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ววันแล้ววันเล่า เน็ตฟลิกซ์ ได้ถูกมองเป็นการลบdzzล้างโทรทัศน์ที่สำคัญครั้งแรก การบังคับให้บริษัทเคเบิ้ลเปลี่ยนแปลงวิถีทางที่พวกเขาทำธุรกิจ
เมื่อเน็ตฟลิกซ์ สตาร์ทอัพ ได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1997 การบริการเริ่มแรกของพวกเขาจะไม่ดึงดูดต่อลูกค้าส่วนใหญ่ที่เช่าภาพยนตร์จากบล็อกบัสเตอร์ เน็ตฟลิกซ์จะมีการเชื่อมต่อออนไลน์เท่านั้นและสต็อคภาพยนตร์จำนวนมาก แต่การจัดส่งทางไปรษณีย์หมายความว่าภาพยนตร์ที่เลือกใช้เวลาหลายวันจะมาถึง การบริการจะดึงดูดลูกค้าไม่กี่กลุ่มบุคคลที่ไม่สนใจกับภาพยนตร์ใหม่ บุคคลที่เพิ่งจะมีเครื่องเล่นดีวีดี และบุคคลที่ชอบออนไลน์ ถ้าในที่สุดเน็ต
ฟลิกซ์ไม่ได้เริ่มต้นที่จะบริการส่วนของตลาดที่กว้างขึ้น การตัดสินใจของบล็อกบัสเตอร์ที่ละเลยคูแข่งขันนี้จะไม่เป็นข้อผิดพลาดทางกลยุทธ์ บริษัทสองบริษัทตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันแก่ลูกค้าที่แตกต่างกันของพวกเขา แต่กระนั้นเมื่อเทคโนโลยีใหม่ทำให้เน็ตฟลิกซ์เปลี่ยนแปลงไปเป็น
สตรีมมิ่งวีดีโอทางอินเตอร์เน็ต ในที่สุดบริษัทได้กลายเป็นดึงดูดต่อลูกค้าแกนของบล็อกบัสเตอร์ การนำเสนอการคัดเลือกเนื้อหาที่กว้างด้วยการชมได้ทั้งหมดตามสั่ง เน็ตฟลิกซ์จะมีความหมายอย่างเดียวกับวืดีโอ แพลตฟอร์ม
บางทีเราอาจจะคุ้นเคยกับเรื่องราวการก่อตั้งของเน็ตฟลิกซ์ : เรื่องราวที่รีด ฮาสติ้งส์ได้เกิดความคิดเพื่อเน็ตฟลิกซ์ เมื่อเขาต้องเสียค่าปรับเกินกำหนดของภาพยนตร์อพอลโล 13 ของบล็อกบัสเตอร์ เขาจะกระดากใจและคิดว่าเราจะมีวิถีทางที่ดีกว่าของการเช่าภาพยนตร์ – โดยทั่วไปจะเป็นภาพยนตร์ใหม่ เราเคยได้ยินเรื่องราวรีด ฮาสติ้งส์และการเช่าวีดีโอเกินกำหนดหรือไม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเน็ต ฟลิกซ์ ได้เกิดความคิดของธุรกิจการเช่าดีวีดีทางไปรษณีย์ที่นำไปสู่การเดูวีดีโอออนไลน์ทั่วประเทศและคว่ำโลกของสื่อยี่สิบปีที่แล้ว เพราะว่าเขาได้ส่งคืนวีดีโอช้า
รีด ฮาสติ้งส์ ได้กล่าวว่าเขาได้เกิดความคิดของเน็ตฟลิกซ์ภายหลังจากที่ต้องจ่ายค่าปรับ 40 เหรียญจากการส่งคืนวีดีโอช้า เขาได้เช่าวีดีโอเรื่องอพอลโล 13 จากร้านวีดีโอบล็อกบัสเตอร์ท้องที่ของเขา
จุดความตื่นเต้นที่ยิ่งใหญ่เน็ตฟลิกซ์ บริษัทเช่าวีดีโอและสตรีมมิ่งสื่อ ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1997 โดยผู้ประกอบการชาวอเมริกันชื่อ รีด ฮาสติ้งส์ และมาร์ค แรนดอลฟ์ สำนักงานใหญ่ของบริษัทอยู่ที่ลอส กาโตส แคลิฟอร์เนีย เมื่อ ค.ศ 1999 บริษัทได้เริ่มต้นการบริการสมาชิกออนไลน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต สมาชิกจะเลือกภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์จากเว็บไซต์ของเน็ตฟลิกซ์ จากนั้นบริษัทจะส่งดีวีดีทางไปรษณีย์แก่ลูกค้าพร้อมกับซองส่งกลับจ่ายล่วงหน้า ด้วยศูนย์การกระจายมากกว่า 100 แห่ง
แม้ว่าโดยทั่วไปลูกค้าจะจ่ายค่าเช่าเป็นค่าสมาชิกรายเดือนคงที่ด้วยจำนวนวีดีโอมากที่สุดที่พวกเขาต้องการ จำนวนดีวีดีภายในการครอบครองของพวกเขา ณ เวลาหนึ่งอาจจะถูกจำกัดตามแผนสมาชิกของพวกเขา ปัจจุบันธุรกิจที่สำคัญของบริษัทคือการบริการโอทีที
สตรีมมิ่งบนพื้นฐานการบอกรับเป็นสมาชิก ด้วยการนำเสนอสตรีมมิ่งออนไลน์ของหอภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ รวมทั้งการผลิตภาพยนตร์ภายในบริษัท
เมื่อ ค.ศ 2019 เน็ตฟลิกซ์จะมีการบอกรับเป็นสมาชิกที่จ่ายเงินมากกว่า 148 ล้านคนทั่วโลก รวมทั้ง 60 ล้านคนภายในอเมริกา เมื่อเน็ตฟลิกซ์ ได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1997 บล็อกบัสเตอร์จะเป็นผู้นำที่ไม่มีข้อโต้แยังภายในอุตสาหกรรมเช่าวีดีโอ ระหว่าง ค.ศ 1985 และ ค.ศ 1992 ร้านเช่าวีดีโอของบล็อกบัสเตอร์ได้เจริญเติบโตจากร้านเช่าแห่งแรกของพวกเขาภายในดัลลัส เท็กซัส กลายเป็นร้านเช่า 2,800 แห่งทั่วโลก สองปีต่อมาเวียคอมได้ซื้อบล็อกบัสเตอร์มูลค่า 8.4 พันล้านเหรียญ ณ เวลาที่เน็ตฟลิกซ์ ได้แสดงตัวขี้นภายในฉากด้วยการบริการเช่าวีดีโอทางไปรษณีย์ การปรากฏขึ้นของเรื่องราวคลาสสิคเดวิด ต่อสู้ โกไลแอธ จะเป็นตัวอย่างในที่สุดของเทคโนโลยีลบล้างภายในตลาด
ภายในสี่ปีผ่านมา สมาชิกของเนตฟลิกซ์ ได้เจริญเติบโต ณ อัตราเฉลี่ย 26% รายได้ของบริษัทได้เจริญเติบโต ณ อัตราเฉลี่ย 30% ภายในสี่ปีที่ผ่านมา
และ ณ อัตราเฉลี่ย 26% ภายในสามไตรมาสแรกของ ค.ศ 2019 ฐาณที่เข้มแข็งและการเจริญเติบโตของเนตฟลิกซ์ของสมาชิก 158 ล้านคน ได้สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันแก่บริษัทเหนือกว่าคู่แข่งขันรายอื่นภายในตลาด
นอกจากนี้เนตฟลิกซ์ได้สร้างการเจริญเติบโตน่าประทับใจภายในตลาดระหว่างประเทศ บริษัทได้เข้าไปสู่ตลาดลาตินอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง อัฟริกา และเอเชีย แปซิฟิค เพื่อที่จะสนับสนุนการเจริญเติบโตนี้ต่อไป เน็ต
ฟลิกซ์ ได้ผลิตเนื้อหาต้นกำเนิดภาษาท้องที่ภายในตลาดระหว่างประเทศด้วย
ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยต่อการเจริญโตของสมาชิกที่น่าประทับใจของเนตฟลิกซ์ คืิอ การมุ่งเนื้อหาของเนตฟลิกซ์ ในขณะที่เนตฟลิกซ์ ได้เริ่มต้นสตรีมมิ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเนื้อหาเท่านั้น บริษัทได้เข้าใจความสำคัญของการผลิตเนื้อหาของพวกเขาเองตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทรับรับรู้ว่าถ้าออนไลน สตรีมมิ่งคืออนาคต มันจะเป็นเรื่องเวลาเท่านั้นจนกว่าบริษัทสื่ออื่นจะเข้ามาด้วยตัวพวกเขาเองภายในสตรีมมิ่ง แทนการให้สิทธบัตรภาพยนตร์และรายการทีวีของพวกเขาแก่เนตฟลิกซ์ ดังนั้นด้วยหอของเนื้อหาต้นกำเนิด เนตฟลิกซ์กำลังตระเตรียมเพื่อในที่สุดเหมือนเช่นดิสนีย์จะดึงเนื้อหาของพวกเขาจากเนตฟลิกซ์ใส่ตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มของพวกเขาเอง
เน็ตฟลิกซ์ ได้เผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงของเนื้อหาจากเหมือนเช่นวอร์เนอร์ มีเดีย และดิสนีย์ พวกเขาจะเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ เช่น สตาร์วอร์ และสตูดิโอเหมือนเช่นพิกซาร์ เน็ตฟลิกซ์ ได้ใช้เงิน 15 พันล้านเหรียญกับเนื้อหาต้นกำเนิด เมื่อ ค.ศ 2019 การยอมรับว่าต้นทุนของการสร้างเนื้อหาของตัวเองจะสูงต่อเนตฟลิกซ์ แต่กระนั้นภายในระยะยาวการสร้างเนื้อหาของพวกเขาเองจะถูกลง เมื่อบริษัทได้ทำงานโดยตรงกับผู้สร้างและประหยัดโสหุ้ย ยิ่งกว่านั้นพวกเขาจะเป็นเจ้าของสิทธิของเนื้อหาที่สร้าง ภายใต้ความนิยมแพร่หลาย นักลงทุนได้สงสัยต่อความยั่งยืนของการใช้เงินของบริษัท เน็ตฟลิกซ์ ได้ใช้เงินมากกว่า 10 พีนล้านเหรียญต่อการพัฒนาเนื้อหาต้นกำเนิดระหว่าง ค.ศ 2017 -2018
ภายใต้การมองการใช้จ่ายกับเนื้อหาต้นกำเเนิดและความนิยมแพร่หลายของเนื้อหาของเนตฟลิกซ์ เมื่อ ค.ศ 2013 เนตฟลิกซ์ ได้สร้างเนื้อหาต้นกำเนิดครั้งแรก House of Cards : เกมอำนาจ ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ ออกฉายพร้อมกันสิบสามตอนทางเน็ตฟลิกซ์ ภาพยนตร์ชุดทางการเมืองที่สร้างชื่อเสียงแก่เนตฟลิกซ์ และได้รับการยกย่องจากบารัค โอมาบา ประธานาธิบดีอเมริกัน อย่างมาก การเพิ่มจำนวนสมาชิกมากขึ้นแก่เนตฟลิกซ์ House of Cards ได้ปฏิรูปเนตฟลิกซ์ จากบริษัทที่อาศัยส่วนใหญ่บนเนื้อหาของสตูดิโออื่นและการเช่าดีวีดีให้เป็นจักเกอร์นอตแห่งฮอลลีวูด ภาพยนตร์ที่ชนะรางวัลแอมมี่ย์และ
ออสการ์ การแสดงและสารคดี ความสำเร็จของ House of Cards ได้ช่วยให้เน็ตฟลิกซ์ ถูกต้องสมควรและพิสูจน์ว่าลูกค้าจะกระหายรายการช่วงเวลาสั้นลง รายการส่วนใหญ่ของเนตฟลิกซ์ จะมีเพียง 8 – 13 ตอน ที่พวกเขาสามารถชมอย่างมาราธอน

ณ เน็ตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้ง ต้องการจะพัฒนาวัฒนธรรมสถานที่ทำงานที่บุคคลสนุกสนานมาทำงานทุกวัน ดังนั้นเขาจะพอใจความเป็นผู้นำแบบมีส่วนร่วม
ผู้นำแบบมีส่วนร่วมจะกระตุ้นการสื่อสารแบบสองทาง บุคจะถูกกระตุ้นให้ร่วมมุมมองของพวกเขาอย่างเปิดเผย และมีส่วนร่วมภายในการตัดสินใจ รีด ฮาส
ติ้ง ได้สนับสนุนบุคคล ณ เน็ตฟลิกซ์ ให้ข้อมูลและใช้การสื่อสารสองทาง วัฒนธรรม ณ เน็ตฟลิกซ์ จะคล้ายกับวัฒนธรรมแบบผู้ประกอบการ บุคคลจะมีแรงจูงใจสูง และแสดงความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สูง
ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเนตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้ง ได้แนะนำวิถีทางสร้างสรรค์ที่จะให้ค่าตอบแทนแก่บุคคลอย่างไร เขาจะยอมให้พวกเขาเลือกค่าตอบแทนอะไรที่พวกเขาชอบ เงินสดหรือหุ้น รีด ฮาสติ้ง จะให้ค่าชดเชยที่ใจกว้างแก่บุคคลของเขา เขาได้ปลี่ยนแปลงการลาป่วยและการหยุดงานด้วย เมื่อ ค.ศ 2015 เนตฟลิกซ์ ได้ประกาศการลาเลี้ยงดูลูกอย่างไม่จำกัดแก่บุคคล ณ เนตฟลิกซ์
ซีอีโอของเนตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้งได้บริหารบริษัทร้อนแรงที่สุดภายในโลกที่ได้ใช้เงิน 6 พันล้านเหรียญกับรายการทีวีและภาพยนตร์เมื่อ ค.ศ 2017 แต่เขาจะไม่มีสำนักงานของเขาเองเลย เเละทำงานส่วนใหญ่ของเขาด้วยการใช้เพียงแต่
สมาร์ทโฟน เหตุผลไม่ใช่การพยักหน้าไปสู่ความเสมอภาค หรือต้องการจะรู้สึกอยู่ท่ามกลางบุคคลของเขา แต่เขาเพียงแต่ไม่ต้องการสำนักงาน
น่าจะประมาณ 2008 ที่ผมได้ยกเลิกคอกทำงานของผม เพราะว่าผมไม่ต้องลงนามเอกสาร เมื่อ 2008 เน็ตฟลิกซ์ส่วนใหญ่จะใช้การลงนามทางอิเล็กโทรนิค และความต้องการกระดาษและสำนักงานได้หายไป ผมไม่ค่อยจะใช้คอกทำงานของผม และผมเพียงแต่ไม่มีความต้องการมัน มันดีต่อผมที่จะพบบุคคลทุกคนรายรอบอาคาร
รีด ฮาสติ้ง จะไม่มีคอกทำงาน ณ สำนักงานเนตฟลิกซ์ของเขา เขาได้กล่าวว่าเขาไม่มีคอกทำงานตั้งแต่ ค.ศ 2008 เพราะว่าเขาไม่ต้องใช้มัน รีด ฮาสติ้งจะใช้การลงนามทางอิเล็กโทรนิค ต่อเอกสารที่เขาต้องลงนาม เนื่องจากเขาไม่มีคอกทำงาน มันสามารถทำให้เขาที่จะพบกับบุคคลรายรอบอาคารได้ สำนักงานของผมคือโทรศัพท์ของผม ส่่วนหนึ่งของทำไมรีด ฮาสติีง ไม่ต้องการสำนักงาน เพราะว่าเขามักจะเดินทาง เขาจะต้องเดินทางระหว่างประเทศค่อนข้างมาก
ทำไมรีด ฮาสติ้ง ภูมใจภายในการตัดสินใจทุกอย่างที่เขาไม่ได้ทำ เพื่อการเป็นผู้นำที่คิดสร้างสรรค์ เราจะต้องสามารถตัดสินใจที่เคลื่อนทีมและโครงการของพวกเขาไปข้างหน้า แต่กระนั้น ตามมุมมองของรีด ฮาสติ้ง ซีอีโอของเน็ต
ฟลิกซ์ เพื่อการเป็นผู้นำที่ดีขึ้น เราอาจจะไม่ต้องการตัดสินใจอะไรก็ตาม
เขาได้อธิบายว่าเราต้องตัดสินใจให้น้อยลงไม่ใช่มากขึ้น บางครั้งรีด ฮาสติ้ง ทั้งไตรมาส เขาไม่ได้ทำการตัดสินใจอะไรเลย และภายในบางกรณี เขาไม่รู้แม้แต่ได้ตัดสินใจอะไรไป ภายในการถอยกลับจากการตัดสินใจ รีด ฮาสติ้งสามารถทำให้บุคคลของเขารับผิดชอบ การมีส่วนร่วมน้อยที่สุดของเขา
จะเป็นวิถีทางอย่างหนึ่งของการให้อำนาจบุคคล ณ เน็ตฟลิกซ์ เพื่อที่จะให้ความรู้แก่บุคคลที่พวกเขาต้องการทำการตัดสินใจได้ดีที่สุด ข้อมูลจะถูกร่วมท่ามกลางบุคคลทุกคน โดยไม่มองถึงบทบาทหรือตำแหน่ง เมื่อบุคคลได้รับความรู้ พวกเขาน่าจะรับผิดชอบและเป็นเจ้าของการติดสินใจและผลลัพธ์มากขึ้น
ภายใต้การให้อำนาจแก่บุคคล รีด ฮาสติ้ง เชื่อว่าพวกเขาจะรอบรู้เพียงพอที่จะบริหารงานขับเคลื่อนด้วยความเป็นอิสระ และในที่สุดทำสิ่งที่ถูกต้องแก่เน็ตฟลิกซ์ ตัวพวกเขาเอง และครอบครัวของพวกเขา รีด ฮาสติ้ง จะเป็นผู้นำที่ภูมิใจตัวเขาเองกับการตัดสินใจไม่กี่อย่าง ความมุ่งหมายของเขาคือ การทำให้บุคคลเป็นเจ้าของการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ “House of Cards” ภาพยนตร์ชุดใช้ 30 นาทีเท่านั้นต่อรีด ฮาสติ้งที่จะให้ไฟเขียวเพื่อการสร้างเป็นเนื้อหาต้นกำเนิดของเน็ตฟลิกซ์
เขาจะยกย่องวัฒนธรรมบริษัทของความเป็นอิสระและการให้อำนาจ ผู้มีส่วนช่วยที่สำคัญไม่เพียงแต่ความสำเร็จของการออกฉายเท่านั้น แต่เพียงเพื่อการ
ออกฉายได้ถูกยอมรับอย่างรวดเร็วด้วย เขายอมรับการตัดสินใจเได้กิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเป็นเพราะว่าบุคคลได้วางรากฐานที่จะทำมันให้เกิดขึ้นแล้ว
ผู้นำเชิงปฏิรูปจะมีค่านิยมที่ชัดเจนและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งภายในองค์การของพวกเขา และการนำโดยตัวอย่างอยู่เสมอ พวกเขาจูงใจและบันดาลใจ
บุคคลให้ทำงานไปสู่ความสำเร็จขององค์การ พวกเขามีพลังที่จะปฏิรูปอนาคตขององค์การ ด้วยการกระตุ้นนวัตกรรมท่ามกลางบุคคลของพวกเขา กฏและข้อบังคับสมัยเดิมจะถูกโยนทิ้งหน้าต่าง เพื่อการเจริญเติบโต นวัตกรรม และการปฏิรูป
แนวคิดของความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปอาจจะย้อนหลังภายใน ค.ศ 1970 เมื่อเจมส์ ดาวน์ตัน ได้สร้างถ้อยคำความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป และต่อมาเจมส์ เบิรน ได้ขยายภายในหนังสือคลาสสิคของเขา Leadership เจมส์ เบิรน ได้ใช้ถ้อยคำความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปครั้งแรกภายใน ค.ศ 1978 อธิบายกระบวนการที่ผู้นำและผู้ตามช่วยเหลือระหว่างกันที่จะยกระดับของขวัญกำลังใจและแรงจูงใจให้สูงขึ้น ด้วยจุดแข็งของวิสัยทัศน์และบุคลิกภาพของพวกเขา ผู้นำเชิงปฏิรูปสามารถบันดาลใจผู้ตาม
ที่จะเปลี่ยนแปลงความคาดหวัง การรับรู้ และเเรงจูงใจทำงานไปสู่เป้าหมายร่วม กลับกันเขาได้มองเห็นว่าโมเดลของความเป็นผู้นำส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานของกระบวนการแลกเปลี่ยน การมุ่งที่การแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำและผู้ตาม เช่น การเลื่อนตำแหน่งสำหรับการปฏิบัติงานที่ดีเยี่ยม และการลงโทษสำหรับการมาทำงานสาย ความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปจะไม่อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ “การให้และการรับ” แต่อยู่บนบุคลิกภาพของผู้นำ และความสามารถทำการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวอย่าง และถ่ายทอดวิสัยทัศน์และเป้า
หมายที่ท้าทาย
การปฏิรูปภายในการสตรีมมิ่งอุตสาหกรรมความบันเทิง รีด ฮาสติ้ง ซีอีโอของเนตฟลิกซ์
จะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดของความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปภายในทศวรรษที่ผ่านมา ที่จริงแล้วรีด ฮาสติ้ง ได้ทำงานก่อนหน้านี้ภายในอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ ดังนั้นเขาจะไม่มีแนวคิดรับรู้มาก่อนเกี่ยวกับการทำสตรีมมิ่งบริษัทความบันเทิงอย่างไร ความเป็นอิสระเช่นนี้ทำให้เขาแนะนำความคิดใหม่ที่กล้าหาญ เขาได้เจริญเติบโตเนตฟลิกซ์จากศูนย์เป็นหกสิบพันล้านเหรียญภายในยี่สิบปี
รีด ฮาสติ้ง ได้แสดงความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปภายในหลายวิถีทาง
เขาจะมีวิสัยทัศน์ทรัพยากรมนุษย์ของเขาเอง การยกเลิกการประเมินที่เป็นทางการและโบนัส ในขณะที่กระตุ้นบุคคลทำการตัดสินใจของพวกเขาเอง ตราบเท่าที่พวกเขา “กระทำภายในผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของเน็ตฟลิกซ์”
รีด ฮาสติ้ง ได้เสนอแนะบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของเขาไว้ต่อไปนี้
1 เราจะกลับมาสู่พื้นฐานอยู่เสมอ และอ่านหนังสือของจิม คอลลินส์
หนังสือธุรกิจคลาสสิคยังมีคุณค่าต่อการอ่าน รีด ฮาสติ้ง ได้กล่าวว่า Beyond Entrepreneur ของจิม คอลลินส์
จะเป็นหนังสือดีที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่าน ในขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่
จะตระหนักถึงหนังสือเล่มอื่นของคอลลินส์ เช่น Good to Great และ Build to Last Beyond Entrepreneur จะมีคุณค่าเหลือเกินที่ผู้ประกอบการควรจะจดจำ 65 หน้าแรก
2 เราจะไม่รีรอขอคำแนะนำจากผู้ประกอบการ
ทุกปี รีด ฮาสติ้ง ได้พยายามอ่านใหม่ Beyond Entrepreneur โดย จิม คอลลินส์ การให้ความสนใจพิเศษต่อแปดสิบหน้าแรก เชาได้กล่าวว่าสองบทแรกจะครอบคลุมแนวทางความเป็นผู้นำ : ความเด็ดขาด ความน่าเชื่อถือ การสื่อสาร การสัมผัสส่วนบุคคล ทักษะทางบุคคล และการมุ่งอนาคตที่จิม คอลลินส์้ เรียกว่า “ไปข้างหน้าเสมอ”
3 เราจะต้องทำการตัดสินใจให้น้อยลง
รีด ฮาสติ้ง มักจะพูดเกี่ยวกับเขาทำการตัดสินใจให้น้อยลงน้อยลงอย่างไรเมื่อเน็ตฟลิกซ์ได้เจริญเติบโต การปล่อยการตัดสินใจมากขึ้นแก่บุคคลของเขา ตัวอย่างสำคัญที่เขาได้อ้างถึงจะมาจากการเปิดตัวภาพยนตร์ชุดของบริษัท ในขณะที่มันกำลังเตรียมการที่จะไฟเขียว House of Cards รีด ฮาสติ้ง ได้กล่าวว่าเขาโดยส่วนบุคคลทบทวนการตัดสินใจเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั่น ทำนองเดียวกัน ในขณะที่รีด ฮาสติ้ง กำหนดวิสัยทัศน์เพื่อการขยายตัวไปทั่วโลกของบริษัท ผู้บริหารระดับสูงจะนำการตัดสินใจตลาดไหนควรจะเข้าใป รีด ฮาสติ้ง ได้กล่าวว่า “ผมจะภูมิใจภายในการตัดสินใจน้อยลงเท่าที่เป็นไปได่ เมื่อเรามีขนาดที่แท้จริง งานส่วนใหญ่ของผมจะเป็นเพียงแต่วิสัยทัศน์
4 เราอย่าพยายามที่จะเป็นบุคคลบางคน
ผู้ประกอบการจะต้องเป็นตัวพวกเขาเอง และไม่แสร้งทำเป็นรีด ฮาสติ้ง หรือมารค ซักเกอร์เบิรก หรือบิลล เกตส์ กว้าง นั่นหมานความวาพวกเขาจะต้องพอใจกับตัวพวกเขาเอง ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา ผู้นำจะได้รับความเคารพเมื่อบุคคลทุกคนรับรู้ว่าเราน่าเชื่อถือและทำสิ่งที่ดีที่สุดต่อบริษัท เมื่อเราซ่อนเร้นการกระทำ เมื่อเราแสร้งทำ เราจะสูญเสียความไว้วางใจอย่างรวดเร็ว
5 การคึดถึงการแข่งขันภายในแง่กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รีด ฮาสติ้ง จะมีมุมมองที่กว้างมากของการแข่งขันของเนตฟลิกซ์ เราแข่งขันกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการจะพักผ่อน กิจกรรมที่ย้ายเราออกไปจากการเพียงดูเเต่โทรทัศน์
6 จงอย่ารักษาวัฒนธรรมของเรา เราต้องปรับปรุงมัน
บุคคลที่เข้ามาใหม่มักจะถามเกี่ยวกับการรักษาวัฒนธรรมเนตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้ง ได้บอกพวกเขาว่า เน็ตฟลิกซ์ ไม่ได้มองวัฒนธรรมเป็นบางสิ่งบางอย่างที่คงที่ แต่บางสิ่งบางอย่างที่จะต้องปรับปรุง
7 ภายหลังจากความผิดพลาด ให้อภัยตัวเราเองและก้าวต่อไป
ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงมักจะมีเวลายากลำบาก การยกโทษตัวพวกเขาเองภายหลังที่พวกเขาได้ทำความผิดพลาด เพื่อประโยชน์ของบริษัท เราจะเพียงแต่รู้สึกน่ากลัว เราจะพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องต่อบริษัทภายในวิถีทางที่มีจริยธรรม
8 จงอย่าสะสมเงินทุนของเรา เราต้องใช้มัน
บริษัทเทคโนโลยีบางบริษัทจะมีเงินสิบหรือแม้แต่ร้อยพันล้านเหรียญภายในธนาคาร มันจะน่ากลัวที่บริษัทซิลิคอน แวลลี่ย์ส่วนใหญ่ได้บริหารเงินทุนผิดพลาดอย่างไร คณะกรรมการบริษัทจะห่วงใยมากเกินไปเกี่ยวกับการไม่ล้มละลาย และด้วยเหตุนี้พวกเขาต้องการจะรักษาเงินสดไว้กับมือมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขาต้องการกันชนความปลอดภัย มันไม่มีประสิทธิภาพที่จะมีการประกันภัยมากเกินไป
9 การอ้างอิงจะเป็นเครื่องมือการว่าจ้างที่สำคัญ อย่าไปละเลยมัน
การสัมภาษณ์อาจจะประเมินสูงไปภายในกระบวนการว่าจ้าง ผู้สมัครงานที่ชำนาญสามารถทำให้เรางง สิ่งที่เขาพบมีคุณค่ามากกว่าคือ การอ้างอิง เขาทำงานหนักที่จะให้พวกเขาเปิดเผยเกี่ยวกับผู้สมัครงาน เนื่องจากบุคคลมักจะไม่ต้องการที่จะวิจารณ์ลบ วิถีทางหนึ่งที่เขาได้กระทำสิ่งนี้ด้วยการใช้สไกป์ที่ไหนก็ตามเท่าที่เป็นไปได้ บุคคลยากที่จะโกหกผม
10 การวางแผนสิ่งที่เราต้องการให้บริษัทกลายเป็น
ตอนเริ่มต้นเมื่อคู่แข่งขันยังคงเป็นร้านเช่าวิดีโอ บล็อกบัสเตอร์ และธุรกิจจะเป็นการส่งไปรษณีย์ดีวีดีไปยังลูกค้า รีด ฮาสติ้ง จะบอกใครก็ตามที่อยากจะฟัง เราจะมีเหตุผลที่ทำไมไม่เรียกบริษัท ดีวีดี-บาย-เมลดอทคอม ธุรกิจระยะยาวจะเป็นสตรีมมิ่ง ดังนั้น รีด ฮาสติ้ง ได้เลือกชื่อทีครอบคลุมทั้งระยะเริ่มแรกของธุรกิจและสิ่งที่เขาควดหวังมันจะกลายเป็นตลอดเวลา
11 การดูแลตัวเราเอง
ผู้บริหารจะต้องใช้เวลาพัฒนาทักษะใหม่ ผสมพันธุ์ข้ามกันด้วยการพูดคุยกับผู้บริหารคนอื่น แม้แต่การเรียนโยคะ และอย่าลืมการรักษาอนามัยส่วนบุคคล แม้ว่าบางสิ่งบางอย่างอาจจะดูแล้วไม่เหมือนการบริหาร เมื่อไม่เข้าร่วมทำ สามารถเป็นสัญญานของความเป็นผู้นำไม่ดีได้ โดยเฉพาะสิ่งที่ยากลำบาก
รีด ฮาสติ้ง ได้ให้ตัวอย่างจากบริษัทเริ่มแรกที่เขาได้พยายามจะบริหารธุรกิจและเขียนรหัสเลยเวลาเข้านอน การให้ความสนใจไม่เพียงต่อความต้องการส่วนบุคคล
12 การบริหารคนเก่งจะเป็นหัวใจ
การบริหารคนเก่งมักจะเป็นทักษะการบริหารที่ถูกมองข้าม แต่ไม่ใช่ ณ เน็ตฟลิกซ์ รีด ฮาสติ้ง จะให้ความสนใจต่อการบริหารคนเก่งมากกว่าทักษะทางการบริหารอื่นอะไรก็ตาม บริษัทจะมีชื่อเสียงต่อไม่มีนโยบายการลาหยุด การปล่อยให้บุคคลกำหนดตารางเวลาหยุดของพวกเขาเอง ตราบเท่าที่พวกเขาทำงานได้สำเร็จ ข้อวิจารณ์ได้เสนอแนะว่ามันจะกดดันให้บุคคลลาหยุดน้อยเกินไป แต่รีด ฮาสติ้ง ได้กล่าวว่ามันช่วยให้เนตฟลิกซ์ดึงดูดบุคคลที่มีความสามารถ

เมื่อเน็ตฟลิกซ์ ได้เปิดตัวเมื่อ ค.ศ 1997 บล็อกบัสเตอร์จะเป็นผู้นำที่ไม่มีข้อโค้แยังภายในอุตสาหกรรมเช่าวีดีโอ ระหว่าง ค.ศ 1985 และ ค.ศ 1992 ร้านเช่าวีดีโอของบล็อกบัสเตอร์ได้เจริญเติบโตจากร้านเช่าแห่งแรกของพวกเขาภายในดัลลัส เท็กซัส กลายเป็นร้านเช่า 2,800 แห่งทั่วโลก สองปีต่อมาเวียคอมได้ซื้อบล็อกบัสเตอร์มูลค่า 8.4 พันล้านเหรียญ ณ เวลาที่เน็ตฟลิกซ์ ได้แสดงตัวขี้นภายในฉากด้วยการบริการเช่าวีดีโอทางไปรษณีย์ การปรากฏขึ้นของเรื่องราวคลาสสิคเดวิด ต่อสู้ โกไลแอธ มันจะเป็นตัวอย่างในที่สุดของเทคโนโลยีลบล้างภายในตลาด หรือมันจะเป็นเรื่องราวของการเขย่าความเป็นผู้นำที่โค่นล้มอาณาจักร ที่จริงแล้วเมื่อ ค.ศ 2000 – บางทีการรับรู้ว่ามันง่ายกว่าที่จะต่อสู้เคียงข้างบล็อกบัสเตอร์แทนการต่อสู้กับพวกเขา – รีด ฮาดติ้งส์ ซีอีโอของเน็ตฟลิกซ์ ได้เข้าหาจอห์น แอนทิโอโค ด้วยข้อเสนอของการรวมบริษัท รีด ฮาสติ้งส์ ได้กำหนดมูลค่าเน็ตฟลิกซ์ 50 ล้านเหรียญ และเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอ ทีมงานของเน็ตฟลิกซ์จะบริหารตราสินค้าออนไลน์ของบล็อกบัสเตอร์ แต่ข้อตกลงไม่เคยกลายเป็นจริง ณ เวลานั้น จอห์น แอนติโอโกมองเน็ตฟลิกซ์ ว่าเป็นมันฝรั่งลูกเล็ก และรับรู้ว่าสายเกินไปของการมีแพลต
ฟอร์มออนไลน์เท่านั้นจะเป็นวิถีทางแห่งอนาคต เมื่อ ค.ศ 2004 บล็อกบัสเตอร์ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มเช่าดีวีดีออนไลนคล้ายเน็ตฟลิกซ์ และแม้แต่ได้ยกเลิกค่าปรับที่ไม่นิยมแก่การเช่าที่เลยกำหนด เมื่อ ค.ศ 2006 สมากชิกการบริการออนไลน์ของบล็อกบัสเตอร์ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านคน ระหว่างนั้นภายในปีเดียวกัน จำนวนสมาชิกของเน็ตฟลิกซ์ได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 6.3 ล้านคนเมื่อ ค.ศ 2007 จอห์น แอนติโอโก ได้ออกไปจากบล็อกบัสเตอร์ ค่าปรับเกินกำหนดได้ถูกนำมาใช้อีก และความพยายยามออนไลน์ของบล็อกสเตอร์ได้ถูกให้ความสำคัญน้อยลง โชคชะตาของบริษัทได้ถูกปิดผนึก เมื่อ ค.ศ 2010 บล็อกบัสเตอร์ได้เผชิญกับการล้มละลาย การขาดทุนมากกว่า 1 พันล้านเหรียญ
นานหลายปีที่บล็อกบัสเตอร์ได้ยึดครองพื้นที่การเช่าวัดีโอ แต่ ณ จุดหนึ่งพวกเขาได้สูญเสียการมองเห็นว่าพวกเขาอยู่ภายในธุรกิจอะไรที่แท้จริง แทนที่จะมุ่งการให้ความบันเทิงและราคาถูกแก่ลูกค้าของพวกเขา – บางสิ่งบางอย่างที่เน็ตฟลิกซ์ได้ทำ ย้อนหลังไปก่อนที่อินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นส่วนสำคัญเกือบทุกด้านของชีวิตของเรา เรายากที่จะมองเห็นว่าร้านของบล็อกบัสเตอร์จะหายไป บล็อกบัสเตอร์บรรลุความสำเร็จเริ่มแรก เพราะว่าพวกเขาทำธุรกิจแกนได้ดีกว่าใคร : การส่งความบันเทิงแก่บ้านของลูกค้าแต่ตามที่เรารู้เมื่อเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไป แทนการลงทุนกับการค้นหาวิถีทางใหม่ที่จะส่งความมุ่งหมายที่แท้จริงของพวกเขา นวัตกรรมของบล็อกบัสเตอร์จะหยุดนิ่ง เมื่อครั้งหนึ่งบริษัทที่บรรลุความสำเร็จไ้ด้สูญเสียการสัมผัสกับความมุ่งหมายที่สร้างความยิ่งใหญ่แก่พวกเขา ความหายนะย่อมจะตามมาเมื่อเราได้ขุดคุ้ยเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเน็ตฟลิกซ์ และบล็อกบัสเตอร์ มันจะกลายเป็นความชัดเจนว่าในที่สุดบล็อกบัสเตอร์ได้รับรู้ว่าโมเดลธุรกิจของเน็ตฟลิกซ์คืออนาคต และพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงที่จะรับมือกับมัน แต่ตอนสุดท้ายมันจะช้าไปและน้อยเกินไป บล็อกบัสเตอร์ไม่เคยวิวัฒนาการไปสู่โมเดลธุรกิจที่ทันสมัยเพื่อที่จะแข่งขันกับเน็ตฟลิกซ์ได้ บล็อกบัสเตอร์ได้สูญเสียลูกค้าของพวกเขาจากการละเลยของผู้บริหาร ความกลัวการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาได้กระจายไปภายในการตัดสินใจทางธุรกิจทุกอย่าง การขัดขวางพวกเขาจากการกระทำเริ่มแรก เราจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ได้สร้างการตกต่ำของบริษัท รวมทั้งความไม่เข้าใจว่าพวกเขาอยู่ภายในธุรกิจที่แท้จริงอะไร – ความบันเทิงไม่ใช่การค้าปลีก – และไม่คล่องตัวเพียงพอที่จะปรับตัว ในขณะที่เน็ตฟลิกซได้พัฒนาโมเดลธุรกิจที่ทำให้กระบวนการเช่าวีดีโอเรียบง่าย การสร้างความสนุกสนานมากขึ้นแก่ลูกค้า บล็อกบัสเตอร์คิดเกี่ยวกับทำรายได้ของพวกเขาสูงสุดเท่านั้นเมื่อ ค.ศ 1985 ร้านเช่าวีดีโอแห่งแรกของบล็อกบัสเตอร์ได้เปิดขึ้นมาภายในดัลลัส เท็กซัส ณ เวลาที่ร้านเช่าวืดีโอส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก การเลือกวิดีโอที่จำกัด บล็อกบัสเตอร์ได้เปิดด้วย 8,000 เทปบนชั้นวางรายรอบร้าน และกระบวนการชำระเงินด้วยคอมพิวเตอร์ ร้านแห่งแรกได้บรรลุความสำเร็จ และบล็อกเตอร์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในที่สุดได้กลายเป็นผู้จัดหาความบันเทิงภาพยนตร์ภายในบ้านใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก บล็อกบัสเตอร์ถูกก่อตั้งโดยเดวิด คุก ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ให้การบริการซอฟท์แวร์แก่อุตสาหกรรมน้ำมันภายในเท็กซัส เดวิด คุก ได้มองเห็นโอกาสภายในธุรกิจการเช่าวีดีโอ และภายหลังจากการเปิดร้านบล็อกบัสเตอร์แห่งแรก เขาได้ขายส่วนหนึ่งของธุรกิจแก่เวนย์ ฮุยเซนก้า นักลงทุน ต่อมาเดวิด คุก ได้ออกไปจากบล็อกบัสเตอร์ และเวนย์ ฮุย
เซนก้าได้เข้าควบคุมบริษัท และย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ฟอร์ต ลอเดอร์เดล ฟลอริดา ภายใต้ความเป็นผู้นำของ เวนย์ ฮุยเซนก้า บอลคบัสเตอรได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วการตะครุบร้านวิดีโอที่มีอยู่ และการเปิดร้านวิดีโอใหม่ เมื่อ ค.ศ 1988 บล็อกบัสเตอร์ จะเป็นร้านวีดีโอแนวหน้าของอเมริกา เมื่อต้น ค.ศ 1990 บล็อกบัสเตอร์ได้เปิดตัวร้านวีดีโอที่หนึ่งพัน และได้ขยายตัวไปสู่ตลาดต่างประเทศ เมื่อ ค.ศ 1994 เวียคอม สื่อยักษใหญ่ ได้ซื้อบล็อกบัสเตอร์ เมื่อกลาง ค.ศ 1990 ดีวีดี ได้สร้างการปรากฏตัวครั้งแรก และเมื่อ ค.ศ 1977 เน็ตฟลิกซ์ การเช่าดีวีดีออนไลน์ ได้ถูกก่อตั้ง ภายในระยะเวลาเดียวกัน อเมซอน ดอทคอม ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิรช ได้เปิดตัวร้านดีวีดี

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *