INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว

อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว

หัวใจที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวของผม ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครคุยด้วย นั่งคำนึงถึงแต่ความหลัง ที่บางอย่างไม่ควรทำ แต่ได้ทำลงไป เป็นกรรมที่ติดตัวไปเรื่อยๆ และบางอย่างที่ควรทำ ก็ไม่ได้ทำ คิดเสียดายอาลัยอาวรณ์อยู่คนเดียว ตอนนี้ไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ชีวิตที่เงียบเหงาได้พาตัวเองไปที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เดินเล่นๆ เห็นเด็กๆ แต่งนักเรียน ไปกลับโรงเรียน หรือจับกลุ่มคุยกันสนุกสนาน เห็นหนุ่มๆสาวๆ เดินกันไปมา เป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว เป็นคู่ หรือบางคนก็เดินคนเดียว เขาเหล่านั้นทำให้เห็นชีวิตเราที่วัยผ่านไป ไม่สามารถจะกลับคืนมาอีก มีแต่ต้องเดินต่อไป ตรงนี้คือปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต กลุ่มคนที่อยู่ในอดีตร่วมกับเรานั้น ตอนนี้เขาอยู่กับลูกหลาน อยู่กับธรรมะ อยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ และอีกหลายๆคนอยู่ที่โรงพยาบาล สถานที่นัดพบของพวกคนรุ่นเรา

สาวๆสวยๆต่างก็เดินผ่านไป แต่ที่ไม่สวยเดินอยู่ก็มีตั้งหลายคน คิดว่า คนไม่สวยน่าจะมีอะไรดีบ้าง แม้ไม่มีสิ่งภายนอกดึงดูดให้เข้าไปหา เพราะคนเราทุกคนจะได้ในส่วนที่ดีและไม่ดีแตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด คือ อัธยาศัยไมตรีที่งดงาม ผมคิดว่า ในสังคมของเราน่าจะมีสิ่งนี้ เลย ทำการทดลอง เดินชนคนที่ไม่ค่อยสวย เมื่อขอโทษ เขาก็ตอบสนองว่าไม่เป็นไรค่ะ ลุงแก่แล้ว หูตาไม่ค่อยดี (เฮ้อ ) เอาแบบนี้ดีกว่า ลองชนสาวๆสวยๆบ้าง เลือกคนนี้ดีกว่า แต่งตัวแบบอเมริกัน ดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปรากฏว่าเสียงที่ตอบสนองออกมา เป็นเสียงผู้ชายเต็มตัว “ ไม่เป็นไรฮ่ะ ชนบ่อยๆก็ได้ หนูช้อบชอบ”

ปกติ สไตล์อเมริกัน เป็นค่านิยมของเรามาเป็นเวลานาน ยกตัวอย่าง ถ้าจะกินข้าวผัด ก็ต้องข้าวผัดอเมริกัน จะดื่มกาแฟ ก็ต้องสั่ง อเมริกาโน จะแต่งตัว ก็ต้องแต่งแบบมะกัน แต่เวลาเป็นหัด ทำไมถึงเป็นหัดเยอรมัน ไปได้

เมื่อพูดถึงอาหารอเมริกันแล้ว เราก็คิดถึง แฮมเบอร์เกอร์กับ French fried ที่เขามาเปิดขายที่บ้านเราทั่วๆไป ซึ่งผมเองก็ชอบไปอุดหนุน และนั่งเล่นมากๆ อย่างน้อยถ้าไม่ต้องการของหนักท้อง ก็สั่ง French fried กับ coke มานั่งกินเล่น ปรากฏว่ามีเพื่อนเตือนมาทาง Line ว่ามันฝรั่ง มีสาร oxalate สูง ซึ่งก็เพิ่งทราบ ก่อนนี้คิดว่า สารนี้มีเฉพาะในผักเท่านั้น คงจะทราบดีแล้วว่า สาร oxalate นี้ ทำให้เกิดนิ่วในไตได้ เมื่อสมัยหนุ่มๆที่ยังรับผิดชอบถั่วเหลืองอยู่ ได้จัดสัปดาห์รณรงค์บริโภคถั่วเหลือง ร่วมกับ สมาคมถั่วเหลืองอเมริกัน และสถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในครั้งแรกๆ ได้เรียนเชิญ ท่านศาสตราจารย์ ดร. ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ในช่วงสมัยนั้น ท่านทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่ง ได้ให้เกียรติมาร่วมกิจกรรมกับเรา โดยบรรยายทางวิชาการหลายครั้ง สิ่งที่ผมจำได้จนกระทั่งปัจจุบันนี้ คือ ภาวะทุพโภชนาการ โดยเฉพาะ ถ้าจะกินเฉพาะผัก ผักพื้นเมืองบางชนิดเช่นผักติ้ว จะมี oxalate สูง อาจจะทำให้เกิด นิ่วในไตได้ ทางที่จะบรรเทาในเรื่องนี้ คือต้องบริโภคเนื้อสัตว์ด้วย เช่นเนื้อวัว เป็นต้น แต่ปัจจุบัน เห็นว่า ให้เน้นเนื้อปลาจะดีกว่า และดื่มน้ำเยอะๆ ต่อมา ก่อนที่ผมจะเกษียณอายุราชการ คุณหมอไกรสิทธิ์ ได้ทำงานที่ FAO โรม ได้ส่งผมให้เป็นผู้แทน FAO ไปประชุมกับองค์การอาหารโลก ( WFO ) ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น ได้มีมติ ให้รณรงค์ บริโภค ผักและผลไม้ เป็นประจำทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ กรัม หรือเกือบครึ่ง กก. นั่นเอง ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งในส่วนต่างๆของระบบอาหารลง ซึ่งผมได้นำมาบอกกล่าวเผยแพร่เสมอๆ จนเดี๋ยวนี้

เกี่ยวกับความเจ็บป่วยแล้ว ทำให้ผมคิดถึงเมื่อครั้งที่ต้องผ่าตัดเมื่อประมาณ ๔ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่บรรยากาศวันแรกที่ไปนอนโรงพยาบาล คืนนั้น ได้อาบน้ำสระผมเป็นปกติอย่างดี จนกระทั่งเช้ามืด ประมาณ ตี ๔ พยาบาลได้มาสวนอุจจาระ เพื่อจะได้ถ่ายให้หมด เป็นการเข้าห้องน้ำอาบน้ำ และขับถ่ายอย่างปกติสุขก่อนผ่าตัด แล้วหลังจากนั้น นับไปอีก เกือบ ๒๐ วัน รอให้แผลหาย จึงจะได้อาบน้ำ อีก ตอนที่ เข้าห้องอาบน้ำอีกครั้งหนึ่ง มีความสุขยิ่ง

ผมคิดว่าการ อาบน้ำเป็นความสุขของชีวิต เมื่ออาบน้ำเสร็จ ได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าซักรีดใหม่ๆ ทำให้ชีวิตสดชื่น สมองแจ่มใส ยกเว้นเมื่อตอนอากาศร้อนจัดๆ พออาบน้ำเสร็จ ออกจากห้องน้ำ ก็มีเหงื่อออกเลย เมื่อเดือนที่ผ่านมา ครอบครัวลูกสาวได้พาหลานๆตัวเล็กๆ ๓ คน มาหาเป็นเวลา ๒ อาทิตย์ ในขณะที่อยู่ด้วยกันนั้น หลาน ๒ คนแรก เข้าห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวเอง แต่คนเล็กสุด แม่เขายังต้องทำให้อยู่ เพราะเพิ่ง ๓ ขวบ ขณะที่ลูกอาบน้ำไม่ว่าช่วงเช้าหรือเย็น แม่เขาจะเตรียมเสื้อผ้าให้ลูกๆใส่ มักจะเป็นเสื้อผ้าที่เหมือนๆกัน ๓ ขนาด วางเรียงกันจากใหญ่ไปเล็ก ความจริง ตอนที่ทุกคนเผลอๆ น่าจะลอง สลับเสื้อผ้าของหลานๆ คงจะสนุก คือ หลานคนโต คงจะใส่เสื้อผ้าคับติ้ว แล้วคนกลางก็จะสรวมเสื้อผ้าหลวมๆของพี่ชาย ดูตลกน่าขำแต่มาคิดได้เมื่อหลานๆกลับไปแล้ว เลยไม่ได้ทำ อย่างไรก็ตาม ขอสรุปตรงนี้ว่า การอาบน้ำ เป็นความสุขของชีวิต โดยเฉพาะตอนที่เราเพลียๆ เหนื่อยๆ เนื้อตัวเหนียวเหนอะ อาบน้ำเสร็จ แต่งตัวสบายๆ จิตใจก็สดใส

เมื่อสมัยก่อนที่ได้ทำงานประจำอยู่ต่างจังหวัดที่มีแม่น้ำลำคลอง จะมีบ้านปลูกเรียงรายริมน้ำ ชาวบ้านก็อาบน้ำ หรือซักเสื้อผ้าตามแม่น้ำลำคลอง บรรยากาศแบบพื้นบ้านนี้ ผมชอบมาก ขณะที่อาบน้ำในลำคลอง บางครั้งก็มีก้อนอุจจาระลอยผ่านไป เปรียบดังชีวิตเรา ที่ว่า “ ชีวิตพี่เหมือนกับขี้ลอยน้ำ” ปัจจุบันนี้ บางครั้งเวลากลางคืน ดึกๆ ไม่มีใครสนใจใครแล้ว ก็เคยออกมาอาบน้ำที่ก๊อกน้ำหลังบ้าน โดยไม่ต้องนุ่งอะไร เพราะมั่นใจว่าคงไม่มีใครอยู่แถวนั้น หรือถ้าใครจะเข้ามา ก็นับว่าโชคดี เพราะจะเจอสิ่งที่หาดูไม่ได้ในเวลาปกติ อาบไปก็คิดถึงความหลังในสมัยก่อน ที่ห้องอาบน้ำมักจะอยู่ภายนอกบ้าน หรือ ภายในแต่เปิดด้านบนไว้ระบายอากาศให้สดชื่น ทั้งนี้ การอาบน้ำแบบ open air เป็นเรื่องที่เป็นความสุขมากๆ

มีบ้านหรูๆบางแห่ง เขาทำห้องน้ำชั้นบน เปิดโล่งด้านบน มีเพียงเพิงหลังคากันฝนไว้ ซึ่งทำให้รับบรรยากาศภายนอกเต็มที่ แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวไม่มีใครเห็น และมีอีกแห่งหนึ่ง ห้องน้ำบนหน้าผาของภูเขาสูงแถวเพชรบูรณ์ ที่เปิดข้างฝาทางหน้าผาโล่งไว้ เพราะตรงนั้น ไม่มีใครจะผ่านไปได้ เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน ทำให้ห้องน้ำนั้นๆ เหมือนกลางแจ้ง ดูเปิดเผย น่าใช้เป็นอย่างยิ่ง

กลับมาที่ศูนย์การค้า ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังต้องแวะไปอยู่เป็นประจำ เพราะไปซื้ออาหาร และผลไม้ประจำวัน ไปในสถานที่ซ้ำกัน จน รปภ. ที่เฝ้าประตูจำได้ เขาเปิดปิดประตูให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ชีวิตเขาในกาลข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง เราก็ไม่รู้ หวังเพียงอย่างเดียวว่าเขาคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ตลอดไป คงจะต้องมีทางที่จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคนอื่นๆที่ทำงานในห้าง สาวๆหลายคนเป็นตัวแทนร้านค้าหรือสินค้าพยายามจะพูดคุย แนะนำสินค้ากับผู้คนที่ผ่านไปมา ซึ่งบางคนก็ปฏิเสธอย่างสุภาพด้วยความเห็นใจ บางคนก็เดินเฉยไม่รู้ไม่เห็นอะไร แต่ผมเห็นใจคนขายของ นะครับ คงไม่มีใครอยากมาทำงานที่ยากลำบากในหน้าที่แบบนี้ เขาต้องทำเพราะมีทางเลือกน้อย ช่องทางทำมาหากินลำบาก หวังว่า สักวันหนึ่งเขาคงจะได้เปลี่ยนงานที่ดีขึ้น สำหรับผมที่เดินผ่านไป ไม่มีใครมาขายอะไรผมหรอก แค่เดินเซไปเซมาไม่ล้มผ่านเขาไห้เป็นภาระ เขาก็คงดีใจแล้ว

ที่หมู่บ้านริมคลองแห่งหนึ่ง มีสาวน้อยมาอาบน้ำที่ท่าน้ำทุกวัน และก็มีชายแก่มานั่งดูทุกวัน แต่ไม่ทักทาย ไม่พูดคุย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาถามสาวน้อยว่า หนูๆ ไม่กลัวไอ้เข้หรือ สาวน้อยตอบว่า ไม่กลัว ไอ้เข้มันไม่มาแถวนี้หรอก มีแต่ไอ้เฒ่า มาทุกวัน
บู๊ คนเคยหนุ่ม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *