INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มูจิ มินิมอลลิสซิ่ม : การออกแบบที่เรียบง่ายและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น

มูจิ มินิมอลลิสซิ่ม : การออกแบบที่เรียบง่ายและกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น

บุคคลบางคนได้เปรียบเทียบเรากับแอปเปิ้ล การสังเกตุการผสมของกระแสรายได้จากฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ แต่ไม่กี่ปีเมื่อพวกเขาได้เปิดร้านหมี่ โฮม มากขึ้น เสี่ยวหมีกำลังเริ่มต้นดูคล้ายกับบริษัทเทคแท้จริงน้อยลง และคล้ายกับผู้ค้าปลีกประเภทโดยเฉพาะมากขึ้น เรากำลังพูดเกี่ยวกับผู้ค้าปลีกญี่ปุ่น มูจิ
มูจิจะเป็นร้านค้าปลีกญี่ปุ่นที่ขายผลิตภัณฑ์บริโภคและครัวเรือนอย่างหลากหลายมาก เสียวหมี่ไม่เคยหมายถึงจะเป็นเพียงแต่ผู้ขายสมาร์ทโฟน เรากำลังมุ่งที่จะนำเสนอลูกค้าด้วยขอบเขตที่กว้างของผลิตภัณฑ์ ณ ราคาที่สามารถซื้อได้ เราต้องการผลิตภัณฑ์อิเล็คโทรนิคประมาณ 40 ประเภท ที่จะดึงดูดลูกค้าต่อแพลตฟอร์มการซื้อสินค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกออฟไลน์ บริษัทได้ลงทุนภายในผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ 55 ราย ไม่กี่ปีมานี้
ผมไม่รู้ที่จะอธิบายเสี่ยวหมี่ด้วยถ้อยคำไม่กี่คำอย่างไร ถ้าผมจะต้องอธิบาย ผมจะพูดว่าเสี่ยวหมี่ต้องการจะกลายเป็นมูจิของเทคโนโลยี ผมคิดว่าเราส่วนใหญ่รู้ว่ามูจิให้คุุณค่าการออกแบบและคุณภาพอย่างไร และรักษาร้านค้าออฟไลน์คุณภาพสูงมากอย่างไร เสี่ยวหมี่จะมุ่งวิถีทางเดียวกับมูจิ เเละเราได้ใช้การคิดแบบอินเตอร์เน็ตที่จะทำการค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์

บางครั้งเพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จ เราจะต้องต่อต้านนิสัย นั่นคือสูตรที่ใช้ได้ต่อมูจิ ผู้ค้าปลีกญี่ปุ่นที่อยู่ภายในยุคของความเกินจำเป็น พวกเขาได้โดดเด่นจากการแข่งขันด้วยการออกแบบและการขายผลิตภัณฑ์ที่เปลือยลงมาถึงแกน
ความไม่จำเป็นน้อยที่สุด เราเชื่อว่าเราสามารถปลดปล่อยลูกค้าด้วยการกำจัดลักษณะไม่จำเป็นทุกอย่างของผลิตภัณฑ์ที่เราผลิต ซาโตรุ มัตสึซากิ
ประธานของบริษัทเบื้องหลังมูจิ โรฮิน เคอิคาขุ กล่าว ณ การประชุมระดมความคิดการออกแบบของฟอร์จูนภายในสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ของเราทุกอย่างจะพื้นฐาน แก่นของชีวิต ผู้บริโภคจะเพิ่มคุณค่าแก่มัน วิถีทางลดความไม่จำเป็นให้นัอยที่สุดของมูจิสามารถถูกอธิบายเป็นต่อต้านการออกแบบ ต่อต้านการบริโภค
ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ 1980 ภายในญี่ปุ่นด้วยผลิตภัณฑ์เพียง 40 อย่าง ในขณะนี้มูจิ
ขายผลิตภัณฑ์ออกแบบอย่างเรียบง่าย 7,000 อย่างภายในร้านประมาณ 700 แห่งภายใน 31 ประเทศ ซาโตรุ มัตสึซากิ ได้อ้างความสำเร็จของบริษัทภายในต่างประเทศจากความเชื่อของเขาว่าลูกค้าภายในประเทศอื่นจะไม่แตกต่างจากญี่ปุ่น พวกเขาจะเคารพและชื่นชมความเรียบง่ายเป็นแก่นของชีวิต
ภายในเกือบสี่ทษวรรศนับตั้งแต่มูจิได้เปิดร้านแห่งแรกของพวกเขา แก่นชีวิต
ของชาวญี่ปุ่นได้วิวัฒนาการ การเดินทางต่างประเทศของชาวญี่ปุนในอดีตจะหายาก ปัจจุบันมันจะเป็นเรื่องธรรมดา มูจิได้ตอบสนองด้วยการเปิดโรงแรมมูจิ
การเดินทางได้กลายเป็นส่วนที่สำคัญของชีวิตในขณะนี้ ดังนั้นเรากำลังพยายามจะเข้าไปสู่ธุรกิจนี้ แต่กระนั้นโรงแรมของมูจิจะดำเนินตามปรัชญาของความเรียบง่ายอย่างเดียวกัน ห้องพักจะมีสิ่งไม่จำเป็นน้อยที่สุด และไม่พยายามจะสร้างความรู้สึกของความหรูหรา เราจะพยายามลอกเลียนความรู้สึกของบ้าน
คาเฟ่ แอนด์ มีล มูจิ มุ่งหมายที่จะทำอาหารให้เรียบง่ายเท่าที่จะเป็นไปได้ การนำออกมาของรสชาติทางธรรมชาติของส่วนผสม ด้วยความกรุณาของดิน ดวงอาทิตย์ และน้ำ การทานอาหารเรียบง่ายนั่นคือความอ่อนโยงต่อร่างกายของเรา เมตตาต่อโลกและความอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ณ คาเฟ่ แอนด์ มืล มูจิ ส่วนผสมคุณภาพจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรสชาติที่ยิ่งใหญ่
คาเฟ่ แอนด์ มีล มูจิ จะหาวัตถุดิบมาจากทั่วโลก เพื่อที่จะนำส่วนผสมดีที่สุดให้แก่เรา ผักตามฤดูกาลจะถูกใช้ภายในการปรุงอาหารอย่างแท้จริงของเรา
มูจิได้เข้าไปสู่ธุรกิจการสร้างบ้านภายในญี่ปุ่นตั้งแต่ ค.ศ 2004 ด้วยโมเดลบ้านไม้ การขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์เรียบง่ายแต่บันดาลใจของมูจิ ครอบคลุมทุกด้านของการดำรงชีวิต บ้านของมูจิจะแตกต่างอย่างมากจากบ้านที่นำเสนอโดยผู้สร้างบ้านสมัยเดิม เพราะว่าพวกเขาต้องการจะลบล้างวิถีทางบ้านพาณิชย์ได้ถูกออกแบบปัจจุบันนี้ การดำเนินตามปรัชญาตราสินค้าอย่างสม่ำเสมอ บ้านของมูจิจะเป็นกล่องว่างเปล่าเล็กแต่สามารถแก้ไขได้ พื้นที่ประมาณ 90 – 130 ตารางเมตร คุณลักษณะเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของบ้านมูจิคือแนวคิดของ บ้านห้องเดียว หมายความว่าพื้นที่ทั้งหมดจะถูกออกแบบคล้ายกับห้องใหญ่เดียว ไม่มีกำแพงแบ่งห้อง พื้นจะถูกเชื่อมต่อด้วยการใช้เพดานคู่และหน้าต่างสูง เครื่องตกแต่งหรือที่กั้นสามารถถูกใช้เป็นที่กั้นกลางได้ถ้าต้องการ
ในขณะที่นักการตลาดของโลกกำลังมุ่งเป้าหมายช่องทางที่แคบลง มูจิจะเจริญเติบโตด้วยกลยุทธ์ตรงกันข้าม ลักษณะพื้นฐานของชีวีตควรจะเหมือนกันต่อบุคคลทุกคน ไม่มองถึงเชื้อชาติ เพศ หรืออายุของพวกเขา นั่นคือทำไมเราได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เราเชื่อว่าบุคคลทุกคนสามารถใช้ได้
ภายในตลาดของปัจจุบันนี้จะเต็มไปด้วยการร้องตะโกนของตราสินค้าเพื่อความสนใจ มูจิจะแสดงความตรงกันข้ามของผู้บริโภคนิยม มูจิจะเป็นบริษัทค้าปลีกญี่ปุ่นของโลกขายผลิตภัณฑ์หลากหลาย เครื่องใช้ครัวเรือน เครื่องตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า และอาหาร มูจิมีชื่อเสียงมากที่สุดด้วยปรัชญชาของการออกแบบด้วยความสวยงามที่เรียบง่ายและธรรมชาติของญี่ปุ่น การนำเสนอ ณ ราคาที่สมเหตุผล มูจิจะลุ่มหลงกับการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นให้น้อยที่สุด การสะท้อนภายในองค์ประกอบน้อยแต่มาก
เมื่อ ค.ศ 1980 ซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุน เซยุ ได้สร้าง มูจิรูชิ เรียวฮิน : มูจิ เป็นตราสินค้าของห้าง การเริ่มต้นด้วยด้วยผลิตภัณฑ์ครัวเรือน 9 อย่าง และอาหาร 31 อย่าง มูจิรูชิ เรียวฮิน ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าสินค้าคุณภาพไม่มีตราสินค้า ความคิดคือ การผลิตและการขายผลิตภัณฑ์สวยงามและราคาไม่แพง โดยไม่มีการตกแต่งหรือการออกแบบจนเกินไป – ที่ลูกค้าญี่ปุ่นทุกคนอาจจะต้องการ
ภายในการเริ่มต้น ความสำคัญไม่ได้เจริญเติบโตธุรกิจ แต่ต้องการให้แนวคิดเป็นความจริง แต่กระนั้นเราได้ถูกชักจูงว่าเราอาจจะค้นพบอุปสงค์ต่อตราสินค้า “ไม่มีตราสินค้า” ของเรา ผลิตภัณฑ์และคุณค่าของมัน เลยพ้นญี่ปุ่นได้
มูจิได้ขายผลิตภัณฑ์ 30 อย่างยึดครองชั้นเคียงข้างตราสินค้าที่หรูหราภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเซยุของญี่ปุ่น ภายในปลาย ค.ศ 1980 เราได้ทดลองทำก่อน
มูจิ ได้มีส่วนร่วมภายในงานแสดงผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่น ณ ลอนดอน และได้กระตุ้นความสนใจอย่างมากจากผู้ค้าปลีกอังกฤษ แม้ว่าแฮร์รอดส์ จะเป็นรายแรกที่ถามเกี่ยวกับการวางขายผลิตภัณฑ์ บรรพบุรุษของเราได้ปฏิเสธ ความเชื่อว่าวัฒนธรรมธุรกิจของพวกเขาไม่เป็นการสอดคล้องที่ดี แต่เราได้เปิดตัวการลงทุนร่วมกับลิเบอร์ตี้ ร้านสรรพสินค้าของอังกฤษ และความเป็นหุ้นส่วนนั้นทำให้เรากล้าขึ้น เมื่อบริษัทได้มองเห็นหลักฐานของอุปสงค์ต่างประเทศต่อผลิตภัณฑ์ของเรา เราได้พยายามจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่เราจะไม่มีคู่แข่งขันที่ปรากฏขึ้น ณ เวลานั้น และการขาดบุคคลที่มีประสบการณ์และระบบบริษัทที่มั่นคงบังคับให้เราต้องระมัดระวัง เราได้เริ่มต้นที่จะเสี่ยงภัยต่างประเทศภายในวิถีทางที่รอบคอบ
เมื่อ ค.ศ 1991 หนึ่งปีภายหลังที่มูจิไดัถูกย้ายจากเซยุไปสู่เรียวฮิน เคอิคาขุที่ก่อตั้งใหม่ เราได้เปิดร้านภายในลอนดอนและฮ่องกง แต่เราได้รอจน ค.ศ 1998 ที่จะเปิดตัวที่อื่นภายในยุโรป และจน ค.ศ 2005 ที่จะเข้าไปสู่จีน
เมื่อ ค.ศ 2007 เราได้เปิดร้านอเมริกาแห่งแรกของเรา
มูจิได้นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพราคาไม่แพงและวางตลาดด้วยสโลแกน “ราคาต่ำอย่างสมเหตุผล” ไม่เหมือนกับตราสินค้าอื่น การบรรจุภัณฑ์ของมูจิไม่พยายามจะเลียนแบบคู่แข่งขันที่มีชื่อเสียงของพวกเขา กระดาษสีน้ำตาลและบรรจุภัณฑ์พลาสติคใส
ไม่มีชื่อตราสินค้า แต่จะเป็นคำอธิบายของเนื้อหาที่มองเห็นได้ชัดเจนเท่านั้น
มูจิ จะเป็นบริษัทค้าปลีกญี่ปุ่นที่ขายผลิตภัณฑ์บริโภคและครัวเรือนอย่างหลากหลาย ปรัชญาการออกแบบของมูจิคือ การกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็น และพวกเขาจะมุ่งการนำกลับมาใช้ใหม่ การลดความสูญเสียของการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ และนโยบายไม่มีโลโก้ หรือไม่มีตราสินค้า มูจิ ได้ถูกก่อตั้งโดย เซจิ ซึซูมิ ประธานซุปเปอร์มาร์เก็ต เซยุ
ณ เวลานั้น ญี่ปุ่นจะตระหนักตราสินค้าอย่างมาก ตราสินค้าหรูหราต่างประทศ
ได้กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างมาก เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
แต่ตรงกันข้ามผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำและราคาถูกจะใหญ่โตด้วย มูจิได้มองประเด็นทางสังคม ณ เวลานั้น พวกเขามุ่งหมายที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นอย่าง
แท้จริงภายในชีวิตประจำวันด้วยรูปร่างจำเป็นอย่างแท้จริง มูจิได้มองเข้าไปที่ธรรมชาติของสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า นี่คือปรัชญาของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของมูจินับตั้งแต่การกำเนิดของพวกเขา
การก่อตั้งมูจิไม่ได้มองย้อนกลับไปที่อดีตเท่านั้น หรือมุ่งที่อนาคตเท่านั้น การค้นหาสินค้าประจำวันด้วยสเน่ห์โดยทั่วไป การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสาน
ชีวิตสมัยใหม่กับวิสัยทัศน์มูจิของชีวิตที่เรียบง่ายและสบายใจ นวัตกรรม
ของมูจิจะเป็นการทบทวนของการดำรงชีวิตโดย “การค้นหาและการค้นพบ”
การค้นหาไปทั่วโลกต่อความจำเป็นที่ถาวรและยาวนาน การสำรวจคุณค่ารากฐาน มูจิจะปรับปรุงสิ่งที่ค้นพบให้สอดคล้องวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง วัฒนธรรม และประเพณีของเรา ในขณะที่รักษาแก่นของการสร้าง
และการผลิตมันใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ของมูจิ
มูจิได้กำเนิดตรงกันข้ามต่อนิสัยของลูกค้า ณ เวลานั้น การมองเห็นช่องว่างภายในตลาดต่อผลิตภัณฑ์ดี ราคาไม่แพง
มูจิได้สร้างตราสินค้าที่เข้มแข็งและมั่นคงและโมเดลธุรกิจที่ดีแก่พวกเขา การทุ่มเทของพวกเขาที่จะสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพไม่มีตราสินค้า ได้ถูกมองเป๊นหลักการแกนของพวกเขา มูจิจะมุ่งคุณภาพเมื่อพวกเขาคัดเลือกวัตถุดิบ การทำให้กระบวนการคล่องตัว การรวมสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้
และการรักษาการบรรจุภัณฑ์ให้เรียบง่าย การยึดอยู่กับหลักการเหล่านี้ทำให้พวกเขารักษาต้นทุนไว้ให้ต่ำและราคาที่สามารถซื้อได้ มันได้สร้างภาพพจน์ความเป็นมิตรทางสภาพเเวดล้อมมากขึ้นแก่บริษัทด้วย เมื่อพวกเขาได้ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ กระบวนการน้อยลง และทรัพยากรน้อยลง
เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จ บางครั้งเราจะต้องต่อสู้กับนิสัย นั่นจะเป็นสูตรที่ได้ถูกใช้กับมูจิ ผู้ค้าปลีกญี่ปุ่น มูจิได้โดดเด่นจากการแข่งขัน ด้วยการออกแบบและขายผลิตภัณฑ์ที่ได้ถูกแกะออกถึงแกนที่จำเป็น
เราเชื่อว่าเราสามารถปลดปล่อยลูกค้าด้วยการกำจัดลักษณะที่ไม่จำเป็นทุกอย่างของผลิตภัณฑ์ที่เราผลิต ความมุ่งหมายของเราคือ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่
จำเป็นอย่างแท้จริงภายในชีวิตประจำวันด้วยรูปร่างที่จำเป็นอย่างแท้จริง
โดยทั่วไปมูจิ ได้ถูกอ้างถึงเป็นบริษัท “ไร้ตราสินค้า” เมื่อผลิตภัณฑ์ของพวกเขาจะไม่ติดโลโก้ ความสวยงามที่เรียบง่ายของมันที่ได้กลายเป็นความหมายอย่างเดียวกับการออกแบบของญี่ปุ่นร่วมสมัย การทำให้ผลิตภัณฑ์สอดคล้อง
เข้าไปในความหลากหลายของบ้านและวิถีชีวิต เหตุผลอย่างหนึ่งที่ตราสินค้าได้กลายเป็นนิยมแพร่หลายอย่างมาก มูจิจะเป็นมากกว่าแนวโน้ม ความมุ่งหมายของบริษัทคือ การปรับปรุงวิถีทางที่บุคคลมีชีวิตอยู่อย่างต่อเนื่อง
บุคคลหลายคนคิดว่าผลิตภัณฑ์ของมูจิจะเรียบง่ายมาก การตัดการตกแด่ง
อย่างมากและความหรูหราออกไป แต่ความไม่จำเป็นและความเรียบง่ายไม่ได้เป็นคุณลักษณะเท่านั้นของมูจิ มูจิจะท้าทายอยู่เสมอ และมูจิจะเป็นคำถามที่ยิ่งใหญ่ มูจิจะไม่เป็นแนวโน้ม
มูจิได้วางแผนขยายตัวอย่างกระตือรือร้นไปสู่อเมริกา การฉลองครบรอบปีที่สิบของร้านค้าสองแห่งแรกภายในอเมริกาภายในโซโหและฟิฟธ์ อเวนิว นิวยอร์ค การยึดครองโลกของบริษัทจะเปรียบเทียบได้กับน้ำไหลไปค่อนข้างช้าไปสู่ช่องว่างที่มันได้พบ มูจิจะคล้ายกับน้ำ ดังนั้นถ้าเรามีรอยแหว่ง เราจะมี
มูจิ
เมื่อ ค.ศ 2019 บริษัทจะมีร้านมูจิ 917 แห่งทั่วโลกรวม 420 แห่งภายในญี่ปุ่น
และมูลค่าตลาด 6.81 พันล้านเหรียญเมื่อ ค.ศ 2018 พวกเขาได้เปิดร้านยุโรปแห่งแรกภายในปารีสเมื่อ ค.ศ 2014 และมีร้าน 42 แห่งภายในยุโรป และ 25 แห่งภายในอเมริกาและแคนาดาเมื่อ ค.ศ 2019 ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างได้ถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ตามธรรมชาติ ใช้งานหลายอย่าง อยู่ยาวนาน และปรับปรุงชีวิตภายในบ้าน ตั้งแต่เครื่องพ่นกลิ่นหอมเพื่อการผ่อนคลาย ถุงเท้าเก้าสิบองศาที่ไม่ลื่น ไปจนถึงเบาะที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสุขสบายอย่างแท้จริง
มูจิจะพยายามรักษาราคาให้ต่ำด้วยการให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดต่อกระบวนการและบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์กระดาษของมูจิส่วนใหญจะไม่ได้ฟอกสี และด้วยการใช้วัตถุดิบที่ทิ้งแล้วเป็นกองราคาถูก
เราจะมีร้านมูจิมากกว่า 700 แห่งทั่วโลก วางขายผลิตภัณฑ์มากกว่า 7,000 อย่างตั้งแต่เสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ครัวเรือน ไปจนถึงอาหาร หรือแม้แต่บ้าน แต่รากฐานของอุดมการณ์ของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่วันที่เราไ้ด้สร้างความคิด เหมือนกับเข็มทิศที่ชี้ไปทางทิศเหนือ เราได้มุ่งตัวเราเองอย่างต่อเนื่องต่อพื้นฐานและความเป็นสากลของชีวิตประจำวัน
เป้าหมายของมูจิจะดูเหมือนกับความเป็นจริงและมนุษยชาติ เป้าหมายหมายเลขหนึ่งของเราคือ ความสุขของบุคคลทุกคนที่ทำงาน ณ เรียวฮิน คิคากุ
วัฒนธรรมบริษัทอุดมคติของเราคือ บุคคลทุกคนได้ถูกกระตุ้นที่จะทดลองความท้าทายใหม่ ทำงานหนัก และรู้สึกถึงความสำเร็จ นี่คือเราสามารถรวบรวมปรัชญาของมูจิไว้อย่างไร และกลายเป็นบริษัทระดับโลกด้วยกำไรระดับโลก
การทำงานเพื่อมูจิจะคล้ายกับจานละครสัตว์หมุน เราจะต้องย้ายที่เสียบเพื่อที่จะให้จานหมุนอยู่ตลอดเวลา

แนวคิดไม่มีตราสินค้าของมูจิ หมายความว่าเงินจำนวนน้อยได้ถูกใช้กับการโมษณา หรือการตลาดสมัยเดิม และความสำเร็จของมูจิ
จะเกิดจากปากต่อปาก ประสบการณ์การซื้อสินค้าที่เรียบง่าย และขบวนการต่อต้านตราสินค้า การไม่มีตราสินค้าของมูจิหมายถีงผลิตภัณฑ์จะดึงดูดลูกค้าที่พอใจผลิตภัณฑ์ไม่มีตราสินค้า เพื่อเหตุผลความรู้สึกเกี่ยวกับความสวยงาม
ด้วย และเพราะว่ามันจะเป็นทางเลือกต่อผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าสมัยเดิม
แม้ว่ามูจิจะมีคู่แข่งขันทำสิ่งเดียวกันเหมือนเช่นอีเกียและยูนิโคล่ พวกเขาจะสร้างช่องทางต่อตัวพวกเขาเองเป็น ตราสินค้า “ไม่มีตราสินค้า” มูจิไม่ได้เผชิญการแข่งขันโดยตรง เนื่องจากสไตล์ผลิตภัณฑ์เรียบง่ายและพื้นฐาน และปรัชญาที่ไม่เหมือนใครของพวกเขา แต่กระนั้นมูจิได้เผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่งขันที่สำคัญสามราย ที่จริงแล้วเมื่อมองถึงการแข่งขันทางผลิตภัณฑ์ มูจิแข่งขันกับอิเกียบนครื่องตกแต่งบ้าน ยูนิโคล่บนเสื้อผ้า และเฮมาบนเครื่องใช้ครัวเรือนและเครื่องเขียน อีเกียและมูจิจะแตกต่างกันภายในเอกลักษณ์และกลยุทธ์ของพวกเขา มูจิจะมีร้านค้าภายในเมืองและมุ่งเป้าหมายชาวเมืองหนุ่มสาว หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวด้วยร้านค้าภายในสถานีรถไฟและสนามบิน ในขณะที่ร้านค้าใหญ่ของอิเกียจะอยู่ภายนอกเมือง และมุ่งเป้าหมายครอบครัวส่วนใหญ่
ยูนิโคล่แข่งขันกับมูจิบนเสื้อผ้าส่วนหนึ่งของธุรกิจ พวกเขาทั้งสองจะเป็นตราสินค้าญี่ปุ่น ยูนิโคล่จะเป็นผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าใหญ่ที่สุดภายในญี่ปุ่น
กลยุทธ์ของพวกเขาจะอยู่บนพื้นฐานการขายเสื้อผ้าคุณภาพและพื้นฐาน
ด้วยสีแตกต่างกันและราคาไม่แพง
ยูนิโคล่จะไม่มุ่งแนวโน้มของแฟชั่นเสื้อผ้า การทำให้พวกเขาสามารถรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ผลิตและสร้างความประหยัดจากขนาด ในกรณีโลโก้ของพวกเขา ตราสินค้าสองอย่างเหล่านี้จะใช้กลยุทธ์ ไม่มีโลโก้ พวกเขาไม่ใส่โลโก้บนเสื้อผ้าของพวกเขา พวกเขาทั้งสองจะใช้จัตุรัสสีแดงมองเห็นได้ ดังนั้นเมื่อมองถึงกลยุทธ์ ยูนิโคล่จะใกล้กับมูจิมาก แต่กระนั้นยูนิโคล่จะมีทางเลือกของเสื้อผ้าที่นำเสนอกว้างกว่ามูจิ และเสื้อผ้าของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงทุกฤดูกาล พวกเขาจะมีร้านค้ามากกว่ามูจิ
เฮมาจะเป็นคู่แข่งขันสำคัญรายที่สามมีศักยภาพแข่งขันกับมูจิ เฮมาได้ขายเครื่องใช้ครัวเรือนและเครื่องเขียนราคาถูก เสื้อผ้าและอาหารดัทช์ ผลิตภัณฑ์ตราสินค้านี้จะไม่พื้นฐานเหมือนมูจิ มันจะสดใสและต้นกำเนิด ผลิตภัณฑ์จะ
ดูเหมือนสแกนดิเนเวีย แต่กระนั้นเฮมาจะคล้ายมูจิ พวกเขาจะมุ่งเป้าหมายชาวเมือง เราสามารถพบร้านค้าเฮมาภายในมอลล์และสถานีรถไฟที่จะจับนักท่องเที่ยว
ในขณะที่อิเกียและยูนิโคล่จะเป็นคู่แข่งขันใกล้ชิดที่สุดของมูจิ มูจิไม่มีตราสินค้าได้สร้างช่องทางวางตำแหน่งตัวเอง ผลิตภัณฑ์ของมูจิสามารถถูกรับรู้ได้ง่ายและดึงดูดลูกค้าจำนวนมากเนื่องจากการออกแบบที่สวยงาม ผลิตภัณฑ์
ของมูจิจะสอดคล้องกับบ้านจำนวนมากทั่วโลก แม้ว่าผลิตภัณฑ์ได้ถูกสร้าง
เพื่อความมุ่งหมายโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ของมูจิง่ายที่จะเข้าใจ ไม่มีปุ่มและปลั้กควบคุมจุกจิกเลย
มูจิจะเป็นตราสินค้าครัวเรือนระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง บริษัทไม่ได้จำกัดตัวเองที่สไตล์ญี่ปุ่น แต่พวกเขายังคงเข้มแข็งเป็นตราสินค้าญี่ปุ่น ดังที่ตราสินค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะเชื่อมโยงกับถ้อยคำคุณภาพ สิ่งนี้จะทำให้มูจิมีข้อได้เปรียบต่อคู่แข่งขัน มูจิจะเป็นตราสินค้าญี่ปุ่นเชื่อมั่นอย่างเข้มแข็งต่อปรัชญาและคุณค่าตราสินค้าของพวกเขา การทุ่มเทภายในการผลิตสินค้าคุณภาพไม่มีตราสินค้า สามารถถูกมองเห็นได้ภายในหลักการแกนของพวกเขา เมื่อพวกเขาทำการคัดเลือกวัตถุดิบ มูจิจะมุ่งที่คุณภาพ การใช้อะไรที่จำเป็นจะถูกมองเห็นได้ภายในกระบวนการของมูจิ ข้อสุดท้ายการบรรจุภัณฑ์จะเรียบง่าย ด้วยหลักการแกนสามข้อที่กล่าวถึง มูจิสามารถรักษาการกำหนดราคาให้สามารถซื้อได้และความเป็นมิตรทางสภาพแวดล้อม
ตราสินค้า “ไม่มีตราสินค้า” จะไม่มีงบประมาณการโฆษณาอย่างใหญ่โต
ปากต่อปากเป็นสิ่งที่มูจิได้ใช้ที่จะแพร่กระจายการรับรู้ตราสินค้า บริษัทใช้ทรัพยากรที่จะรับรองว่าพวกเขาได้ให้ประสบการณ์ภายในร้านค้าอย่างดีเยี่ยม
แก่ลูกค้า แทนการรณรงค์อย่างมากมาย มูจิชอบที่จะเข้าถึงบุคคลผ่านทางกิจกรรมและพูดคุยภายในร้าน การทำให้ต้นทุนการตลาดของพวกเขาต่ำ และการกำหนดราคาที่ต่ำ
แนวคิดตราสินค้าของมูจิจะไม่เหมือนใคร “โลโก้ไม่มีตราสินค้า” และการออกแบบที่เรียบง่าย มูจิจะวางตำแหน่งเป็นตราสินค้าราคาที่สมเหตุผล การรักษาขายปลีกของผลิตภัณฑ์ให้ต่ำกว่าปรกติ เพื่อที่จะให้แนวคิดตราสินค้าเหล่านี้เป็นจริง มูจิจะมีวิธีการโดยเฉพาะของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยหลักการสามข้อ
1 การคัดเลือกวัตถุดิบ
มูจิจะเลือกวัตถุดิบดีที่สุดเพื่อการสร้างผลิตภัณฑ์ เกณฑ์สำคัญที่สุดของมูจิของการคัดเลือกวัตถุดิบคือ คุณภาพ บริษัทจะใช้วัตถุดิบอุตสาหกรรมที่ทิ้งแล้ว พวกเขาสามารถซื้อเป็นกองได้ ณ ต้นทุนต่ำ เราจะค้นหาทั่วโลกเพื่อวัตถุดิบที่เหมะสมที่สุด บริษัทจะเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่เป็นแนวเดียวกับหลักการของการทำให้กระบวนการคล่องตัวด้วย
2 การทำให้กระบวนการคล่องตัว
กระบวนการที่ไม่จำเป็นจะไม่ถูกรวมไว้ภายในกระบวนการผลิต มูจิเพียงแต่พยายามทำสิ่งที่เพียงพอเมื่อมาถึงกระบวนการภายในการผลิต ด้วยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ บริษัทไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทาสีหรือการย้อมสี
ภายใต้การทำให้กระบวนการคล่องตัว มูจิสามารถลดความสูญเสีย
และต้นทุนระหว่างการผลิตของพวกเขา กระบวนการที่แต่ละผลิตภัณฑ์ถูกผลิตจะถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ กระบวนการที่ไม่เกิดผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะถูกกำจัด การเหลือกระบวนการที่จำเป็นอย่างแท้จริงเท่านั้น
3 การทำให้บรรจุภัณฑ์เรียบง่าย
เมื่อมูจิทำการบรรจุภัณฑ์ พวกเขาจะเน้นจุดเด่นของสีและรูปร่างตามธรรมชาติ ไม่ใช่การตกแต่ง มูจิจะใช้การบรรจุภัณฑ์เป็นกองและวางผลืตภัณฑ์ภายในภาชนะที่ราบเรียบและเหมือนกัน วิถีทางนี้จะช่วยรักษาทรัพยากรและลดความสูญเสีย ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะปรากฏภายในบรรจุภัณฑ์เรียบง่าย การระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์และราคาขายปลีกเท่านั้น ข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งของความเรียบง่ายของตราสินค้า

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *