INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อิหร่านศึกษา : การท่องเที่ยว วัฒนธรรม นวัตกรรมและการเมือง ตอนที่๗ 

 

อิหร่านศึกษา : การท่องเที่ยว วัฒนธรรม นวัตกรรมและการเมือง ตอนที่๗ 

ประเสริฐ สุขศาส์นกวิน

อาจารย์ประจำภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์  วทส.

 

 

อิหร่านกับโครงการพลังงานนิวเคลียร์ ตอนที่๒ 

วันนี้เมื่อพูดถึงประเทศอิหร่านในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและบทวิเคราะห์ วิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางตามหลักภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นหนึ่งที่ประชาคมโลกและนานาประเทศจับตามองมากที่สุด คือ “โครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน” เนื่องจากชาติมหาอำนาจตะวันตกให้ความสำคัญ และพวกเขาถือว่าเป็นประเด็นสำคัญของความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นโยบายโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน ในสมัยประธานาธิบดี ฮะซัน รูฮานี ได้มีท่าทีในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์บางอย่าง นั่นคือ แสดงจุดยืนในความชอบธรรมของโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติ  ถึงแม้ว่าจะมีแรงความกดดันของสหรัฐฯก็ตาม   และดร.ฮะซัน รูฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านพร้อมจะเจรจาข้อตกลงปัญหานิวเคลียร์ และต่อมาอิหร่านได้แสดงจุดยืนให้เห็นถึงความปรารถนาที่ให้นานาชาติและชาตะวันตกเองได้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของอิหร่านในเรื่องโครงการนิวเคลียร์

ด้วยกับความพยายามทางการทูตของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติก็คาดหวัง จะให้การเจรจาในครั้งนี้บรรลุข้อตกลงและ ลงนามบางอย่างระหว่าง 6 ประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหรัฐ และ เยอรมนี  หลังการเจรจานานถึง 5 วันในสวิตเซอร์แลนด์ โดยเชื่อว่าจะนำมาซึ่งสันติภาพในตะวันออกกลางและของโลกตามที่หลายฝ่ายมุ่ง หวัง ทั้งนี้ ได้ย้ำถึงสิทธิในการเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเพื่อใช้สำหรับการพัฒนาด้าน พลังงานในประเทศ

ถึง แม้ว่าสหรัฐฯ จะอ้างตลอดเป็นเวลา 8 ปีมาแล้วว่า อิหร่านนั้นใช้โครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติมาบังหน้าเพื่อพัฒนาอาวุธ นิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯก็ไม่สามารถหาหลักฐานที่ชัดเจนมาพิสูจน์ความจริงได้ แม้กระนั้นก็ตาม ข้ออ้างของสหรัฐฯเรื่องโครงการอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านก็ทำให้สหประชาชาติลง มติคว่ำบาตรอิหร่านมาแล้ว 4 รอบ

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานว่า ข้อตกลงปัญหานิวเคลียร์อิหร่านที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่าง 6 ประเทศมหาอำนาจ (P5+1) และรัฐมนตรีอิหร่านได้ข้อยุติเป็นผลสำเร็จได้ จากการที่เหล่าประเทศมหาอำนาจร่วมเรียกร้องให้กรุงเตหะรานจำกัดนโยบาย นิวเคลียร์เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจนาน 6 เดือน

พร้อมกัน นี้เหล่าชาติมหาอำนาจได้เสนอข้อแลกเปลี่ยนมาตรการผ่อนคลายการคว่ำบาตรทาง เศรษฐกิจให้กับกรุงเตหะราน และถ้ารัฐบาลอิหร่านยอมรับข้อเสนอ ทุกฝ่ายจะเดินหน้าหาข้อยุติในการตกลงยกสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่า อิหร่านจะไม่ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ทางด้านหัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียูเผย ว่า ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IEAE จะเป็นผู้คอยดูแลควบคุมปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านครั้งนี้ และข้อตกลงชั่วคราวนี้จะทำให้มีระยะเวลาและโอกาสนำไปสู่ “การแก้ปัญหาที่ครอบคลุม” ต่อไปสำหรับโลกตะวันตกและอิหร่าน

เนื้อหา ในข้อตกลง ระบุให้ช่วงเวลา 6 เดือนนับจากนี้ อิหร่านต้องจำกัดการเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ และยุติการดำเนินการที่โรงงานนิวเคลียร์ในเมือง “อารัก” รวมถึงอนุญาตให้สหประชาชาติส่งตัวแทนเข้าสังเกตการณ์ความคืบหน้าได้ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน   ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ นานาชาติ อาทิ จีน  และสหรัฐฯ ต่างแสดงความยินดีกับข้อตกลงดังกล่าว โดยประธานาธิบดี “บารัก โอบามา” ของสหรัฐฯ แถลงว่า อิหร่านยังต้องเข้าร่วมเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามผลในอีก 6 เดือน โดยในระหว่างนี้สหรัฐฯ จะยังไม่ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรใดๆ เพิ่มเติม

โอ บามา อดีตประธานาธิบดี สหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองฝ่ายค้าน ที่โจมตีข้อตกลงของที่ประชุม 6 ฝ่ายกับอิหร่าน ว่าด้วยโครงการนิวเคลียร์ ว่าเป็นการโอนอ่อนให้อิหร่านมากไป

ดัง นั้นการบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ของอิหร่านกับกลุ่ม 5+1 ณ กรุงเจนีวาล่าสุดชี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของนโยบายต่าง ประเทศของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ที่สำคัญการบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ได้ทำให้โครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อ สันติของอิหร่านเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกอย่างเป็นทางการทันที

รายงาน ข่าวระบุอีกว่า ภายใต้ข้อตกลงนี้อิหร่านจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นสามารถเข้ามาตรวจสอบ โครงการอาวุธนิวเคลียร์ได้มากขึ้น และได้รับการผ่อนคลายทางการค้ามูลค่ากว่า 6,100 ล้านดอลลาร์ ที่ทำให้อิหร่านต้องตกอยู่ภายใต้ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ จำนวนนี้รวมทั้งการยึดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างแดนเป็นจำนวนเงิน 4,200 ล้านดอลลาร์ โดยอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้ชาวอิหร่านนอกประเทศสามารถส่งเงินกลับประเทศได้ รวมทั้งอนุญาตให้สามารถส่งออกปิโตรเคมีและวิศวกรรมยานยนต์ได้

นอกจาก นี้ รวมทั้งการยกเลิกการห้ามอิหร่านค้าทองคำ และจะไฟเขียวให้ธนาคารต่างๆ สามารถดำเนินธุรกรรมด้านการเงินกับอิหร่านได้ นอกจากนี้ยังจะมีการยกเลิกมาตรการขนส่งและประกันราคาน้ำมัน แต่ยังไม่มีการยกเลิกการห้ามอิหร่านขายน้ำมัน

ซัยยิด อับบาส อารักจีย์ และทีมเข้าร่วมเจรจาจากประเทศอิหร่านได้กล่าวว่า “การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ของอิหร่านกับประเทศ 6 ชาติมหาอำนาจ ทำให้สิทธิการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านถูก ยอมรับจากประชาคมโลกอย่างเป็นทางการแล้ว”

ประเทศอิหร่านเปิดใช้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของประเทศวันนี้ โดยมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าในอัตรา 1,000 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 30,000 ล้านบาท

โดยการเปิดครั้งนี้ล่าช้ากว่ากำหนดมาก เพราะกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง และชาติตะวันตก คัดค้านโครงการนี้ เพราะเกรงว่าอิหร่านจะใช้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นสถานที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แบบลับๆ  ขณะที่ อิหร่านชี้แจงย้ำว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ เป็นการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติอย่างแท้จริง

โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลในเขตบูเชห์ กรุงเตหะราน จะผลิตกระแสไฟฟ้าสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดปัญหาขาดแคลนพลังงานในประเทศ จากเดิมที่ใช้พลังงานจากถ่านหิน

อย่างไรก็ตามอิหร่านเป็นประเทศเดียว ที่เปิดใช้โรงงานนิวเคลียร์ โดยไม่ร่วมข้อตกลงด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ กับสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือไอเออีเอ ที่พยายามดึงอิหร่านเข้ามาร่วมสนธิสัญญาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539(อิหร่านเปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรก Produced by VoiceTV)

ในยุคของนายบารัค โอบามา รัสเซียเข้ามามีบทบาทในตะวันออกกลางมากยิ่งขึ้น รวมถึงรัสเซียยังให้การสนับสนุนของอิหร่าน ขณะนั้น สหรัฐฯ ที่มีนายบารัค โอบามาเป็นประธานาธิบดี มีท่าทีที่ประนีประนอมและมองว่าไม่มีวิธีไหนที่จะดีกว่าการทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน เพราะกลัวว่า จะไม่สามารถยับยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านได้ ขณะที่อิหร่านที่ถูกคว่ำบาทมานาน และมีเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จึงเห็นด้วยว่าจะต้องทำข้อตกลงนิวเคลียร์ขึ้นเพื่อประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย(ดร.มาโนชญ์ อารีย์  : สหัฐฯ-อิหร่านขัดแย้งเรื่องอะไร? ข่าว Mthai News)

ความปรารถนาของสหรัฐฯในยุค บารัค โอบามา ต้องการที่จะให้อิหร่านเข้ามาสู่โต๊ะเจรจามากกว่าจะปล่อยให้อิหร่านดำเนินการด้านโครงการนิวเคลียร์โดยอิสระ ดังนั้นจึงจะเห็นถึงความสำเร็จหนึ่งของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โอบามา คือ การกำหนดให้มีชาติมหาอำนาจ ๖ ชาติ เจราจากับอิหร่านเรื่องประเด็นนิวเคลียร์

ทำให้ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2015 ชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ ประกอบด้วย สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ สหรัฐฯ ที่นำโดยนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯในขณะนั้น ร่วมกับอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน และเยอรมนี ทำข้อตกลงนิวเคลียร์ร่วมกับอิหร่าน(ดร.มาโนชญ์ อารีย์  : สหัฐฯ-อิหร่านขัดแย้งเรื่องอะไร? ข่าว Mthai News)

โดยข้อตกลงนี้ ระบุว่าอิหร่านจะไม่สามารถเสริมสร้างแร่ยูเรเนียมเกินระดับ 300 กิโลกรัม (แร่ชนิดนี้สามารถเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้) นอกจากนี้ในสัญญายังระบุห้ามไม่ให้อิหร่านใช้อาวุธนิวเคลียร์ เป็นเวลา 15 ปี เพื่อแลกกับการที่ทางสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหประชาชาติ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน (ดร.มาโนชญ์ อารีย์  : สหัฐฯ-อิหร่านขัดแย้งเรื่องอะไร? ข่าว Mthai News)

ในยุคโอบามา จะเห็นว่า การบรรลุข้อตกลงเจรจานิวเคลียร์อิหร่านถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและประชาคมโลต่างก็แสดงออกด้วยความยินดีและเห็นถึงความจริงใจของประเทศอิหร่าน

ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ที่ยุ่งยาก และตัดทุกหนทางที่อิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ก็ย้ำกับผู้นำอิสราเอลว่าข้อตกลงนี้ไม่ได้ลดความกังวลเรื่องอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและการมุ่งร้ายต่ออิสราเอล

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย  ยกย่องว่าเป็นทางเลือกอันแข็งแกร่งเพื่อเสถียรภาพและความร่วมมือ ทำให้โลกได้ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ พร้อมรับปากว่าจะทำให้ข้อตกลงนี้เป็นผล ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษกล่าวว่า โลกจะปลอดภัยมากขึ้น อิหร่านเองก็จะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจผู้นำโลกร่วมยินดีต่อข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ยกเว้น อิสราเอล ( เอบีนิวส์ทูเดย์:ผู้นำโลกร่วมยินดีต่อข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ยกเว้น อิสราเอล)

และยังมีผู้นำอีกหลายประเทศที่ได้แสดงท่าทียินดีกับข้อตกลงนิวเคลียร์

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีที่มองว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการทูตสากล

  • ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวว่า โลกกำลังก้าวไปข้างหน้าและเรียกร้องอิหร่านช่วยชาติมหาอำนาจยุติความขัดแย้งในซีเรีย “ตอนนี้อิหร่านจะมีความสามารถทางการเงินมากขึ้น ในขณะที่จะไม่มีมาตรการคว่ำบาตรอีกต่อไปแล้ว เราต้องระมัดระวังอย่างที่สุดต่อสิ่งที่อิหร่านจะเป็นไปนับแต่นี้”
  • ส่วนโลกตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวตแสดงความหวังว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้อิหร่านยุติการแทรกแซงประเทศอื่นในภูมิภาคแล้วหันไปพัฒนาประเทศตนเองเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งภูมิภาค

 

  • ซีเรีย พันธมิตรสำคัญของอิหร่านมองว่า อิหร่านได้รับชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ ในข้อตกลงดังกล่าว พร้อมแสดงความยินดีกับ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ต่อจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ทั้งของอิหร่าน ภูมิภาคและของโลก
  • บัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ หวังว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยให้เกิดสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในภูมิภาคและโลก
  • สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์จักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ทรงหวังว่า ข้อตกลงนี้จะส่งผลดีนอกเหนือไปจากเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
  • นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกว่าข้อตกลงนี้จะช่วยให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้นและตอนนี้ อิหร่าน มีโอกาสที่แท้จริงที่จะได้รับประโยชน์จากการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

 

  • ซิกมาร์ กาเบรียล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเยอรมนี บอกว่ามีแผนเดินทางเยือนอิหร่านเร็วๆนี้ “มันจะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงต่อบางภาคอุตสากรรมของเยอรมนี จากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นปกติและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับอิหร่าน ทั้งหมดล้วนเกิดจากข้อตกลงของวันนี้”
  • อัฟกานิสถาน เพื่อนบ้านของอิหร่านก็แสดงความยินดีต่อข้อตกลงนี้เช่นกัน บอกว่ารู้สึกยินดีต่อความพยายามที่มีเป้าหมายเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
  • ปากีสถานระบุมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ถือเป็นการ “ปักหมุดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคของเรา”

- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บอกว่าอิหร่านสามารถเล่นบทบาทสำคัญในภูมิภาค หากว่าหยุดแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ อย่างเป็นอิรัก ซีเรีย เลบานอนและเยเมน (เอบีนิวส์ทูเดย์:ผู้นำโลกร่วมยินดีต่อข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ยกเว้น อิสราเอล)

อิหร่าน ได้พิสูจน์ให้ประชาคมโลกเห็นว่า แท้จริงสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยการนำของประธานาธิบดี ฮะซัน รูฮานี มีความปรารถนาจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลกใบนี้ พร้อมกับสำแดงเจตนารมณ์ว่าการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันตินั้นเป็นความชอบธรรม ของอิหร่าน ไม่ได้เป็นภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือเป็นภัยก่อการร้ายแก่ประชาคม โลก เพราะอิหร่านได้ยึดหลักนโยบายหนึ่งคือ รักษาความสัมพันธ์ต่อนานาประเทศอย่างสันติและจะไม่ก่อสงคราม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *