INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

หลังหอประชุมเกษตร

คนที่ทำงานอยู่ในบริเวณเกษตรกลาง บางเขนนี้ ทราบดีว่าที่นี่มีตลาดนัดในวันทำงาน ทุกวันสลับสถานที่กัน ทั้งนี้เพราะมีหน่วยราชการหลายแห่ง แต่สำหรับผม ไม่ได้ไปเดินตลาดนัด แค่จอดรถรับส่งคนที่ไปตลาดนัดเป็นประจำ สถานที่คอยนั้น ก็แล้วแต่สถานการณ์ ที่เคยไป เช่น ที่ปั๊ม ปตท. ของกรมวิชาการเกษตรซึ่งมีร้านกาแฟให้นั่งได้นานหน่อย หรือที่จอดรถข้างหอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ตรงนี้ ในช่วงเช้า แน่นมาก ไม่สามารถมาจอดได้ แต่พอตอนเที่ยงๆบ่ายๆ ก็พอมีที่จอด

ในการรอคอยด้วยการเดินไปมาที่หลังหอประชุม นั้น ภาพในสมอง ก็หวนกลับไปเมื่อสมัยยังเป็นหนุ่มน้อย นิสิตเกษตร ตรงนี้คือบ้านของเรา ภาพของเพื่อนๆก็เลื่อนเข้ามาในสมองเป็นฉากๆ ทั้งเพื่อนสนิทที่มีกิจกรรมร่วมกันทุกวัน และเพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง อาจารย์ ตลอดจนรุ่นน้องสาวๆ ที่เราแอบมีจิตหมายปอง แต่ไม่กล้าไปใกล้ชิด แม้จะเอ่ยเอื้อนวาจาคุย ก็ยังไม่กล้า จึงโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานาน คนที่ พยายามจะจีบสาว แต่สาวไม่เล่นด้วย สมัยนั้น เขาเรียกว่า บุ๋ย แต่ผม ไม่กล้าแม้จะเข้าไปใกล้ๆสาวๆ จึงไม่มีโอกาสบุ๋ย เป็นได้แต่ เกษตรขี้เมา เผยแพร่ ชื่อเสียงว่าเกษตรกินเหล้าเก่ง ไปสู่สังคมภายนอก

เพื่อนหลายๆคนที่โลดแล่นอยู่ใน สมองในช่วงที่เดินเล่นอยู่นั้น มีทั้งที่ยังมีความแข็งแรงอยู่ ยังติดต่อไปมาหาสู่กัน และที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อนๆที่ทยอยจากไปอย่างไม่มีวันกลับนั้น เริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียน แล้วตอนจบใหม่ๆ ก็ทยอยจากไปตามดวงชาตาของแต่ละคน เมื่อกล่าวถึงดวงชาตาแล้ว ก็เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่คนเราสามารถเรียนรู้ เอาเวลาเกิดกับการโคจรของดวงดาวมาทำนายโชคชาตาราศีได้ ยกตัวอย่างเช่น มีเพื่อนผมอยู่คู่หนึ่ง ซึ่งอยู่หอพักเดียวกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน เขามีดวงเกิดเหมือนกัน และทั้งคู่ได้จากไปในเวลาใกล้เคียงกัน ด้วยลักษณะทีจากไปก็คล้ายกัน คือโดนยิง เพียงแต่คนหนึ่งไปเป็นทหาร นักบิน โดนผู้ก่อการร้ายในสมัยนั้นยิง และอีกคนหนึ่งโดนคู่อริยิงอย่างไม่รู้ตัวมาก่อน สำหรับผมเอง ก็มีเพื่อนเกิดในวันเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเกษตรรุ่นเดียวกัน ทำงานเป็นข้าราชการอยู่คนละแห่ง แต่ เชื่อไหมครับ ผมและเพื่อนคนนั้น ตอนที่เกษียณอายุพร้อมๆกัน ทำงานในตำแหน่งที่คล้ายกันมาก

สภาพของหอประชุมเกษตรในช่วงปัจจุบันนี้ ไม่ต่างจากสมัยก่อนมากนัก เป็นพื้นที่ว่างๆ ที่มีไม้ยืนต้นเก่าแก่ประดับอยู่ทั่วๆไป สถานที่นี้ คิดว่าคงจะมีคนมาเดินออกกำลังกายเช้าๆเย็นๆ เพราะดูเป็นกลางแจ้งอากาศดี คงไม่ค่อยมีฝุ่นละออง ถ้าจะอธิบายให้นึกภาพสถานที่ ก็ เริ่มจากวงนอก มีถนนลาดยางอยู่รอบๆ ตรงกลางเป็น ลานซีเมนต์ กว้างๆ ซึ่งใช้เป็นสถานที่เต้นรำมานานมากและหลังลานซีเมนต์นั้น ที่ติดกับกำแพงด้านหลังหอประชุมเป็นเวทีการแสดง ซึ่งเก่าแก่ มีเรื่องราวเป็นอดีตที่ประทับใจพวกเราเกษตรทุกๆคน คิดว่า ทั้งเวที และลานกว้างๆลีลาศนี้ คงจะมีมานานพร้อมๆกับการสร้างหอประชุม คือตั้งแต่สมัยที่ผมยังเด็ก อยู่ชั้นมัธยม ผ่านมาแถวนี้ ก็เห็นหอประชุมแห่งนี้ และได้ยินกิตติศัพท์เรื่องลีลาศโต้รุ่งกลางทุ่งบางเขน กับเพลงรำวง เกษตรนี่หล่อจริงๆ ผู้หญิงเขาอยากรู้จัก เกษตรนี่หล่อยิ่งนัก ถ้าใครรู้จักกินผักฟรีๆ ฯลฯ คุ้นกับสิ่งเหล่านี้ มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว

ในวันนั้น ที่ผมเดินไปมาเรื่อยๆที่หลังหอประชุมนั้น สักพักใหญ่ๆมี รถจักรยานยนต์ที่ติดแผงล้อเลื่อน ไว้ข้างๆเหมือนกับแผงลอยขายของเคลื่อนที่ มาจอดนอน ผมเดินผ่านเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นคนที่ อยู่บนจักรยานยนต์ เอนตัวหลับสนิท โดยเอาหัวพิงไปที่แผงลอยดังกล่าว แต่รู้สึกแปลก เพราะคนที่หลับอยู่นั้นลักษณะเหมือนพระ คือโกนผม โกนคิ้ว นุ่งสบงผ้าเหลืองและห่มผ้าไตรชั้นใน (ผ้าพาดบ่า) มีจีวรแขวนไว้ และที่บนแผงลอย มีบาตรพระวางอยู่

ที่คิดได้ในขณะนั้นคือ พระสงฆ์จะไม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ มาหลับที่หลังหอประชุมเกษตร แบบนี้แน่ แต่จะเป็นใคร ก็แล้วแต่ ถ้า ห่มผ้าจีวรเหมือนพระแล้วไปเดินบิณฑบาต ผู้ที่ตั้งใจทำบุญ หรือทำทานกับเขา ก็คงได้บุญเหมือนกัน เพราะได้รับความสบายใจว่าได้ทำบุญ แล้ว คิดย้อนไปถึงสภาพท้องที่หลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เอง ก็เห็นชายแต่งกายเป็นพระสงฆ์ เดินไปมาทั่วไปตามท้องถนนเพื่อขอให้ทำบุญ ถ้าคิดว่า การทำบุญคือการให้ ยังไงเราให้เขา แล้ว ผู้รับมีความสุข ผู้ให้ก็มีความสุข

กล่าวถึงการทำบุญ เรามักจะตั้งความหวังไปถึงชาติหน้า เพื่อให้ดีกว่า ชาตินี้ หรือได้ขึ้นสวรรค์ไปสู่ภพภูมิที่ดี ใครที่ปฏิบัติตัวชั่วช้าเลวทราม ก็จะตกนรก รับเวรกรรมที่ทำไว้ ผมเองก็ได้รับข้อมูลมาแบบนี้เหมือนกัน และพยายามจะทำบุญทำความดีเพื่อจะได้สบายในภายหน้า ในขณะนี้ หวังแต่เพียงว่า ถ้าทำความดี จิตใจมีเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดยเฉพาะกับผู้ที่ลำบากยากไร้ ก็จะทำให้เราสบายใจ เมื่อจิตใจดี ไม่เครียด และออกกำลังกายบ้าง ก็ทำให้สุขภาพดี และการที่เราทำความดีไปเรื่อยๆนี้ น่าจะส่งผลให้ลูกหลานเราดี หรือเอาตัวรอดในสังคมนี้ด้วย สำหรับชาติหน้านั้น ดูห่างไกล เกรงว่าจะไปไม่ถึง สงสัยจะตายก่อน

ผมยังเดินอยู่ที่หลังหอประชุม และคิดถึงเพื่อนๆในสมัยเรียน ซึ่งหลายๆคน ประสบความสำเร็จในชีวิต ไปถึงดวงดาว มีตำแหน่งหน้าที่ฐานะดี บางคนก็ได้เรียนสูงๆ เป็นอาจารย์ มีความรู้ มีลูกศิษย์ที่รักใคร่มากมาย และหลายๆคนก็ได้ประกอบธุรกิจด้วยตัวเอง ประสบความสำเร็จด้วยดี ทั้งนี้ เมื่อเราจบจากเกษตรแล้ว ถือว่าผ่านความยากลำบากในการเรียน การทำงานมาพอสมควร จึงไม่มีเพื่อนคนไหนที่ประสบความล้มเหลว หรือมีก็น้อยมาก จนนึกไม่ออก แต่ก็มีมัจจุราชที่มาพราก ให้พวกเราทยอยจากไปบ้าง ด้วยความคิดถึงเพื่อนๆเหล่านั้น ในรอบปี คือในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย เราก็ร่วมกันทำบุญกวดน้ำไปให้

ขณะที่เดินเล่นๆอยู่นั้น ก็มีคนเดินผ่านไปมาบ้างประปราย บางคนแต่งตัวเหมือนเป็นคนทำงานในสถานที่ราชการใกล้ๆ บางคนน่าจะเป็นนิสิตเพาะดูอ่อนเยาว์ และนิสิตหญิงที่แต่งชุดนิสิตเดินผ่านไปมา เห็นว่า เสื้อผ้า การแต่งตัว เป็นเครื่องชี้สถานะอย่างหนึ่งของคนสรวมใส่ เหมือนคนทำงานที่เดินผ่านไป พอเห็นก็พอจะเดาได้ว่าเขามีหน้าที่การงานแบบไหน โดยเฉพาะคนที่ใส่เสื้อยืดโปโลสีเหลือง มีข้อความลักษณะงานอยู่ด้านหลัง เสื้อเก่าและยืดๆหน่อย แต่เชื่อไหมครับ ถ้าเพื่อนๆผมบางคน มาเดินแถวนี้ จะไม่รู้เหมือนกัน ว่า เขาเป็น ดร. อาจารย์มหาวิทยาลัย หรือเป็นใครที่มีอดีตโชกโชนมาก่อน เพราะเพื่อนๆบางคนเหล่านั้น แต่งกายมอซอยิ่งกว่าคนใส่เสื้อยืดสีเหลืองเสียอีก ถ้ามีใครพบเพื่อนๆบางคนของผม เขาคงจะเรียก ลุง หรือ ป้า หรือสรรพนามอะไรก็ได้ที่คนทั่วไปจะเรียกเขา แต่ถ้าถูกเรียก ตา หรือยาย วันนั้น คงจะนอนไม่ค่อยหลับ แน่

สำหรับผม การแต่งกายในวันนั้น ก็คือ ลุง คนหนึ่งนั่นเอง ไม่มีใครสนใจมา รู้ว่า ลุงคนที่ยืนอยู่นี้ คือ เกษตรหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ที่เคยมายืนอยู่ที่นี่ เมื่อ ๕๕ ปีมาแล้ว แล้วเริ่มก้าวออกเดินไป โลดแล่นสู่โลกภายนอก บินไปหัวเห็ดเจ็ดย่านน้ำ บางครั้งแทบจะเอาชีวิตไม่รอด แล้วบัดนี้ ก็ได้กลับมายืนที่เดิม แบบ ลุงแก่ๆ คนหนึ่ง เท่านั้นเอง นี่แหละ “ชีวิต”
บู๊ คนเคยหนุ่ม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *