INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไวรัส มหาภัย

ไวรัส มหาภัย
ในที่สุด ผมก็ติด โควิด ๑๙ ศัตรูที่มีภัยร้ายแรง ของชาวโลกจนได้ ถ้าอยู่บ้าน พอถึงเวลา ๑๑ โมงเศษๆ ต้องเปิดทีวีดูแถลงข่าวของ ศบค. คุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน เป็นผู้แถลง ซึ่งผมพยายามลุ้นไม่ให้มีตัวเลขที่ไม่พึงประสงค์ เช่นติดเชื้อเพิ่มหลายคน หรือเสียชีวิต ขนาดในช่วง ออกไปข้างนอก ก็เปิดดูทางโทรศัพท์มือถือ แถลงข่าวนี้ได้ดูเป็นประจำ

สถานภาพตอนนี้ ที่มีการระบาด ของโควิด ๑๙ ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไปไหนบนถนน มีรถว่างและสถานที่จอดรถ สะดวกสบาย รวมทั้งการเดินทางไกลๆเช่น เชียงใหม่มากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม รถว่างมาก ที่กรุงเทพฯเองก็สบายๆ และยังไม่ต้องคิดว่าจะไป ที่ไหน เพราะทุกแห่งปิดหมด(ตอนนี้เริ่มลดหย่อนแล้ว) รวมทั้งกิจกรรมทางสังคมก็งดหมดทุกอย่าง เหมาะกับคนสูงอายุ ที่ไม่เคยใช้ชีวิตเงียบๆ ก็ได้สัมผัสกับความสงบของชีวิตในครั้งนี้ ตอนกลางคืน หลังเคอร์ฟิว ได้ออกไปเดินสังเกตการณ์ที่ถนนพหลโยธิน ปากซอยหน้าบ้านแถวบางเขน เห็นความเงียบสงบของถนน ซึ่งเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อ ปี ๒๕๕๔ ดูแปลกตาที่ถนนเส้นนี้ รถวิ่งตลอดไม่เคยว่าง แต่ตอนนี้ เงียบมาก ทำให้คิดถึงเมื่อระหว่างปี ๒๕๐๗-๒๕๑๑ ที่ผมอยู่หอพักที่เกษตร ซึ่งอยู่ที่ตรงนี้เหมือนกัน ตอนนั้น พอตกค่ำ ก็ไม่มีรถวิ่ง หรือนานๆมาคัน มีแต่จักรยานของนิสิต ที่ขี่ไปมาครองถนนแทนรถยนต์

สำหรับผม แม้จะใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่ชุมนุมชน เพื่อไม่ให้ใครรังเกียจ ก็ไม่ได้กลัวไวรัสนี้มากนัก เพราะได้รับข้อมูล ว่า ไวรัสจะไม่เจริญ ในที่อุณหภูมิสูงๆ ฉะนั้น ที่บ้าน ค่อนข้างร้อน และภายในรถยนต์ที่จอดอยู่ก็อบแดด ร้อนมาก ไวรัสคงอยู่ไม่ได้ ขนาดผมยังเหงื่อแตกแล้วแตกอีก อาบน้ำแล้ว ก็อาบน้ำอีก ร้อนมากจริงๆ ยิ่งตอนนี้ ฝนตกทุกๆวัน ชะล้างความสกปรกที่มีอยู่ออกไป คิดว่าโอกาสที่ไวรัสจะระบาด คงจะน้อยลง ถ้าไม่มีใครนำเชื้อมาจากภายนอก หมายถึง ถ้ายังไม่เปิดให้คนเดินทางเข้ามาประเทศไทย ขณะนี้ คาดว่าน่าจะปลอดภัย

ตามประสบการณ์ของผม ประเทศหนาว ไม่ว่าในแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้จำนวนมาก และมีตัวเลขเสียชีวิตหลายคน ผมคิดว่าในช่วงเดือน มกราคม ถึงเมษายน ในประเทศเหล่านั้นยังหนาวอยู่ ซึ่งท่ามกลางอากาศหนาวๆนี้ ผู้คนแถวนั้น ต้องอยู่ในอาคารที่ปิดประตู หน้าต่างตลอดเวลา ไม่ค่อยอาบน้ำ และใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ โดยเฉพาะเสื้อหนาว เนื่องจาก ไม่มีเหงื่อ และไม่ค่อยได้ล้างมือ เพราะน้ำร้อน ทำให้มือแตก ยิ่งสภาพแวดล้อมเหมาะกับการเจริญของเชื้อแล้ว และผู้คนก็ไม่ได้ป้องกันเท่าที่ควร ตัวเลขคนติดเชื้อและเสียชีวิตจึงเกิดขึ้นมาก นี่คิดเล่นๆนะครับ จริงเท็จอย่างไรก็ไม่ทราบได้

ทราบจากทางสื่อมวลชนว่าให้อยู่บ้าน ก็ต้องทำตาม เนื่องจากเป็นคำแนะนำของทางการ สมาชิกของบ้านก็อยู่กันพร้อมหน้า ทำอาหารกินเองทุกมื้อ และแน่นอน ต้องล้างภาชนะหลังจากใช้งานแล้ว ซึ่งผมจะรับอาสาอยู่บางโอกาส เพราะทำกับข้าวไม่เป็น มีอยู่เช้าวันหนึ่ง ที่เรากำลังทำอาหารกันอยู่ ทางฝ่ายแม่บ้าน ก็สั่งให้ผมเปิดนม ก็ตกใจ เพราะเป็นเวลาทำอาหาร แต่คิดว่าคงมีตัวอะไรเข้าไปตอมหรือกัด ก็รีบช่วยถกเสื้อให้ แต่โดนตวาดกลับทันที ว่าเปิดนมกล่องโน่น เพราะนมใส่กาแฟหมด เฮ้อ โล่งไปที เพราะเรายังกินกาแฟใส่นมอยู่ทุกวัน

เป็นความสุขทางใจของผมคนเดียวในบ้าน ที่กินกาแฟใส่น้ำตาลและนมครบสูตรแบบสมัยก่อน มีหลายๆคนเปลี่ยนเป็นกาแฟอย่างเดียว แต่ผมเห็นว่าอายุมากแล้ว ขอกินตามความเคยชินดีกว่า เป็นอะไรก็เป็นกัน ถึงผมจะจากไป เร็วๆนี้ ก็คงไม่ได้มีใครสนใจมากนัก เพราะเหลือแต่ความชราให้พบเห็น นอกจากนั้น ผมยังกินอาหารตามสบายๆ ไปตรวจสุขภาพแต่ละครั้ง ค่าของไขมันขึ้นสูงเกินขีดจำกัดที่เขากำหนดไว้ทุกครั้งไป

เมื่อตอนเด็กๆ ชอบแกล้งเพื่อน เอาของที่เพื่อนรักไปซ่อน แล้วดูเพื่อนตามหาของด้วยความสนุกสนาน ตอนนี้ วันเวลาผ่านไป ๗๐ ปีแล้ว ขณะที่เก็บตัวอยู่ที่บ้าน มีแต่ของหาย ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหาของ เหมือนกับการชดใช้กรรม โดยเฉพาะกุญแจรถ หายเป็นประจำเกือบทุกวัน ครั้งที่หายนานที่สุดขณะที่อยู่เชียงใหม่ ตั้ง ๓-๔ วันหาไม่พบ จึงเรียกช่างกุญแจมาทำใหม่ เสียไป ๑,๕๐๐ บาท ขณะที่จ่ายเงินยังคิดว่า เสียเงินแล้ว เดี๋ยวได้เจอกุญแจ แล้วก็เจอจริงๆ อยู่บนโต๊ะที่เราใช้ทุกวัน เพียงแต่มีกองหนังสือที่เราไม่ได้ใช้ทับไว้ จากการทำกุญแจทำให้ทราบว่า เฉพาะลูกกุญแจไม่สามารถจะสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ มีกลไกเป็นลูกกลมๆเล็กๆในกุญแจที่สร้างโปรแกรมให้สตาร์ตรถติด เมื่อเจอกุญแจเดิม ก็ต้องไปทำโปรแกรม ที่ร้านกุญแจใหม่ จึงจะใช้การได้

วันนี้บัตรจอดรถหาย ตอนที่ไปตลาด บองมาเช่ อยู่ใกล้กับหมู่บ้านประชานิเวศน์ ๑ และวัดเสมียนนารี เมื่อถึงเวลากลับ หาบัตรจอดรถไม่เจอ เดินวนแถวนั้น หลายเที่ยวจนเปียกเหงื่อโชก ก็หาไม่เจอ ถามใครก็ไม่เห็น จนหมดใจ คิดว่าคงต้องเสียเงินค่าบัตรหาย ๓๐๐ บาท แต่ก็เฉลียวใจ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ปรากฏว่าบัตรจอดรถติดแน่นอยู่ด้านหลังโทรศัพท์ อาจจะมีแม่เหล็กดูดไว้ ยังไงก็ไม่ทราบได้ มิน่า! เอามือคลำเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ทั้งๆที่มั่นใจว่าเอาบัตรหย่อนใส่ไว้ตรงนี้ เพราะล้วงไปในกระเป๋ากางเกงครั้งใด เจอแต่มือถืออย่างเดียว ไม่เคยคิดว่ามันจะแปะติดกันอย่างแนบสนิท

เมื่อได้ออกไปข้างนอก เห็นทุกคนสรวมหน้ากากอนามัย รู้สึกปลื้มใจ ที่พี่น้องคนไทยให้ความร่วมมือกันทั่วหน้า ผมเองก็ไม่หวั่น เตรียมหน้ากากไว้ใส่พร้อม ถ้าลืม ก็ไปซื้อที่ 7- eleven ได้ แต่มีอยู่สถานที่หนึ่ง ที่ผู้คนก็เยอะ บางแห่งแออัด กลับไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือถ้าใครอยากจะใส่ ก็ใส่ ห้อยไว้ที่คางดูงามสง่ายิ่งนัก ที่กล่าวถึงนี้ คือห้องอาหาร หรือร้านอาหาร ขณะที่กิน จึงใส่หน้ากากไม่ได้ สำหรับเรื่องหน้ากากนี้ ในขณะที่เดินสวนกับบางคนที่สรวมหน้ากากไว้ที่คาง ผมรู้สึกสงสารใบหูของเขา ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวหน้ากาก ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะคางอยู่ไกลจากหู มากกว่าจมูกและปากที่ใส่หน้ากากปกติ อย่างไรก็ตาม มีหน้ากากอนามัยอยู่ที่คาง ก็ยังดี เพราะคิดว่า เขาก็ใส่เหมือนกัน แต่ตอนนั้น ช่วงที่เราเห็น เขาอาจจะเปิดให้จมูกโล่งพักหายใจระยะหนึ่ง และการใส่หน้ากาก ก็มีข้อดีเล็กๆน้อยๆ นอกจากกันไวรัสแล้ว จะไอ จะจาม หรือสำหรับ คนที่ชอบกินทุเรียน และสะตอ จะเรอ หรือพูดอะไร ก็ไม่มีใครได้กลิ่น เพราะหน้ากากปิดไว้เรียบร้อยแล้ว อีกเรื่องหนึ่ง สำหรับผมนั้น หูไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เพราะหูเสื่อม ใครพูดไม่ค่อยได้ยิน ต้องนั่งจ้องริมฝีปากว่าเขาพูดอะไร แต่ตอนนี้ หูมีบทบาทหน้าที่มากขึ้น เพราะเป็นที่เกี่ยวของขาแว่นตา แล้วยังเป็นที่ยึดหน้ากากอนามัยอีก ถ้าขาดใบหูทั้ง ๒ ข้าง ชีวิตนี้ คงไม่รื่นรมย์แน่

ประสบการณ์เรื่อง โควิด๑๙ นี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ คนไทยต้องรับทั่วหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใด เพราะการระบาด ที่นำด้วยคนจะไปได้ทั่ว เร็ว ไม่มีอาการ และไม่เห็นตัว เป็นมัจจุราชมาทำลายล้างชาวโลกโดยแท้ เป็นโชคดี ที่ รัฐบาลโดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง และใช้งบประมาณ จำนวนมาก ทำให้ ช่วงนี้ สถานการณ์ที่รุนแรงเบาบางลง จะคอยว่าเมื่อไหร่ เปิดประเทศ ให้มีการเข้าออกโดยเสรี เมื่อนั้น มันอาจจะมาอีกก็ได้ ถ้าการผลิตวัคซีนไม่ทันการ สำหรับเงินที่รัฐบาลต้องใช้จ่ายไปในทุกวันนี้ นั้น คิดว่าเป็นเงินในอนาคต ที่พวกเราคนไทยต้องร่วมกันรับผิดชอบ เหมือนกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ คิดว่า งบประมาณมหาศาลมากมาย ซึ่งสังเกตดูแล้ว ก็ไม่มีใครคิดเสียดาย ต่างก็ยอมรับกันอยู่ งบประมาณที่หมดไปจำนวนนี้ สามารถช่วยชีวิตคนไทย ไม่ให้ตายด้วยโรคนี้ เป็นพันๆหมื่นๆคนเลยทีเดียว สวัสดีครับ

บางเขน ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๓
บู๊ คนเคยหนุ่ม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *