INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

โรเบิรต โอเว็น บิดานักสังคมนิยมของอังกฤษ

โรเบิรต โอเว็น บิดานักสังคมนิยมของอังกฤษ

เราอาจจะมีความทรงจำของการเรียนรู้เกี่ยวกับโรเบิรต โอเวนภายในประวัติศาสตร์ ณ โรงเรียน และความพยายามของเขาที่จะสร้างชุมชนยูโทเปีย
ณ นิว ลานาร์ค ภายในสกอตแลนด์ โรเบิรต โอเวน เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจเพื่อสังคม ส่วนใหญ่ผ่านทางคำพูดของเด็กภายในหมู่บ้าน เขาร่วมกับเดวิด เดล
ได้สร้างโมเดลหมู่บ้านบนริมฝั่งแม่น้ำไคลด์ด้วยโรงงานทอฝ้าย บ้านอาศัย ร้านค้า และโรงเรียน มันเป็นความก้าวหน้าภายในหลายวิถีทาง – ชั่วโมงการทำงานลดลง สภาวะการทำงานที่ดี การดูแลสุขภาพ การเข้าโรงเรียน และบ้านอาศัยที่ดี – เปรียบเทียบกับสภาวะการทำงานที่ไหนก็ตาม ณ เวลานั้น โรเบิรต โอเวน เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง การเดินทางชีวิตของเขา
จะเป็นตัวอย่างของการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมอย่างกล้าหาญ ระหว่างระยะเริ่มแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
โรเบิรต โอเวน เป็นบุคคลนำหน้าเวลาของเขา ระหว่างช่วงชีวิตของเขา
เขาได้พยายามที่จะปรับปรุงสุขภาพ การศึกษา สิทธิ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนงาน ความพยายามขับเคลื่อนที่จะสร้างสังคมที่ดีกว่าต่อทุกคนได้นำเขาไปทั่วโลก จากหมู่บ้านโรงงานเล็ก ภายในลานาร์ค สกอตแลนด์ ไปสู่นิว ฮารโมนี่
อินเดียนา อเมริกา
โรเบิรต โอเวน เกิดที่เวลส์ ภายในอังกฤษ เมื่อ ค.ศ 1771 ลูกชายของคนขายอานม้าและขายเครื่องเหล็ก ได้กลายเป็นเจ้าของโรงงานที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยชื่อเสียงของผู้ผลิตฝ้ายที่ดี
แต่กระนั้นเขาไม่ได้เป็นเพียงแต่นักธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จและเคารพเท่านั้น
เขาเป็นนักปฏิรูปสังคมมีชื่อเสียงทึ่สุดของช่วงเวลานั้นด้วย ผู้บุกเบิกสังคมนิยมอังกฤษสมัยใหม่ และเป็นแหล่งบันดาลใจต่อสหกรณ์และขบวนการสหภาพการค้า นักคิดต้นกำเนิด บุคคลที่มีจินตนาการ ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ นักอุดมคติ และบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด โรเบิรต โอเวน มีจุดแข็งที่จะพยายามและบรรลุความเป็นจริงอุดมคติของเขา
ณ อายุเพียงสิบปี เขาได้ฝึกงานกับผู้ผลิตเสื้อผ้า นายจ้างของเขามีห้องสมุดที่ดี และโรเบิรต โอเว็นได้ใช้เวลาของเขาอย่างมากอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเกี่ยวกับข้อโต้เถียงทางศาสนา นำเขาไปสู่ที่จะสรุปว่าเรามีข้อบกพร่องพื้นฐานทางศาสนา
ณ ช่วงเวลาหนึ่งเขาได้ยินเกี่ยวกับความสำเร็จของริชารด อาร์คไรท์กับโรงงานสิ่งทอของเขาภายในครอมฟอร์ด โรเบิรต โอเวน ทันทีที่จะมองเห็นโอกาสของวิถีทางนี้ของการผลิตเสื้อผ้า และเเม้ว่าเขามีอายุสิบเก้าปีเท่านั้น
โรเบิรต โอเว็นอายุสิบห้าปีเมื่อเขามาถึงแมนเชสเตอร์ อังกฤษ และความสำเร็จเกิดขึ้นภายในช่วงต้น เขาได้พบวิศวกรหนุ่มชื่อ เออร์เนสท์ โจนส์ และเมื่อ ค.ศ 1789 เชื่อว่าเครื่องจักรใหม่คืออนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอ โรเบิรต
โอเวนได้ขอยืมเงิน 100 ปอนด์ จากพี่ชายของเขา และเข้าไปสู่ธุรกิจ การผลิตเครื่องจักรทำเส้นด้าย เรียกว่าเครื่องปั่นด้าย ใช้ผลิตเส้นด้ายจากฝ้าย โรเบิรต โอเวนบริหารธุรกิจในขณะที่โจนส์ดูแลเครื่องจักร เขาได้ขายหุ้นของเขาภายในธุรกิจเมื่อ ค.ศ 1789 และในไม่ช้าภายหลังจากนั้นเขาได้ไปบริหารโรงงานที่มีคนงาน 500 คนของปีเตอร์ ดริงค์วอรเตอร์ที่ได้ประยุกต์ใช้ครั้งแรกเครื่องยนต์ปั่นด้ายของบูลตันและวัตต์ โรเบิรต โอเวนได้ทุ่มเทตัวเขาเองอย่างเข้มงวด การใช้หกสัปดาห์ศึกษาโรงงาน
และการนำเสนอการปรับปรุงหลายอย่างต่อกระบวนการผลิต และบริษัทได้กลายเป็นมีชื่อเสียงต่อคุณภาพของเส้นด้าย โรเบิรต โอเวนได้พบกับนักธุรกิจหลายคนที่เกี่ยวพันภายในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่น เดวิด เกล เจ้าของคอร์ตัน ทวิสท์ คอมพานี ภายในนิว ลานาร์ค
สกอตแลนด ์ ธุรกิจการทอฝ้ายใหญ่ที่สุดภายในอังกฤษ บุคคลสองคนได้กลายเป็นเพื่อสนิท และเมื่อ ค.ศ 1799 โรเบิรต โอเวน ได้แต่งงานกับน้องสาวของเดวิด เดล
ด้วยการสนับสนุนทางการเงินของนักธุรกิจหลายคนจากแมนเชสเตอร์
เมื่อ ค.ศ 1810 โรเบิรต โอเวนได้ซื้อโรงงานสิ่งทอสี่โรงของเดลภายในนิว
ลานาร์ค 60,000 ปอนด์ ภายใต้การควบคุมของโรเบิรต โอเวน คอรตัน ทวิสท์ ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แต่กระนั้นโรเบิรต โอเวนไม่ได้มุ่งที่การทำเงินเท่านั้น เขาได้สนใจภายในการสร้างรูปแบบใหม่ของชุมชน นิว ลานาร์ค ด้วย เขาได้มีการวิจารณ์เจ้าของโรงงานที่ว่าจ้างเด็ก ภายในบริเวณการผลิต มันเป็นเรื่องธรรมดาต่อพ่อแม่ที่จะส่งลูกของพวกเขาทั้งชายและหญิงอายุเจ็ดหรือแปดปีภายในฤดูหนาวหรือฤดูร้อน ณ หกโมงตอนเช้า บางครั้งยังมืดอยู่ และท่ามกลางหมอกและหิมะ ไปสู่โรงงานที่มักจะร้อนและอุณหภูมิสูง
เดวิด เดล เริ่มแรกได้สร้างบ้านจำนวนมากใกล้กับโรงงานของเขาภายในนิว ลานาร์ค ณ เวลาที่โรเบิรต โอเวนมาถึง บุคคลมากกว่า 2,000 คนอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านนิว ลานาร์ค การตัดสินใจครั้งแรกอย่างหนึ่งเมื่อเขาได้กลายเป็นเจ้าของโรงงานคือ การสร้างโรงเรียน โรเบิรต โอเวนเชื่อว่าการศึกษาสำคัญอย่างมากภายในการพัฒนาบุคคลที่เขาต้องการ เขาได้เลิกการว่าจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบปี และลดชั่วโมงแรงงานลงเป็นสิบชั่วโมงต่อวัน เด็กอายุน้อยต้องไปโรงเรียนเด็กที่เขาสร้าง เด็กอายุมากทำงานภายในโรงงาน แต่ต้องเข้าโรงเรียนณ เวลาหนึ่งของวันด้วย
ในฐานะเจ้าของโรงงานฝ้าย โรเบิรต โอเวน เป็นนักอุตสาหกรรมเริ่มแรกสร้างวิสัยทัศน์ของวิถีทางที่มีมนุษยธรรมมากขึ้นภายในการบริหารโรงงานที่เขาเรียกว่าสหกรณ์ และระบบการศึกษาแก่คนงาน เขาได้ถูกเรียกกว่านักสังคมนิยมคนแรกของอังกฤษ บุคคลที่เชื่อภายในความเป็นเจ้าของร่วมกันของธุรกิจ
โรเบิรต โอเวน เป็นนักอุดมคติ บุคคลบางคนที่ให้ความคิดมาก่อนการปฏิบัติ ที่นำความคิดของเขาไปสู่อเมริกา แต่ไม่บรรลุความสำเร็จ
ผู้ก่อตั้งของนิว ลานาร์ค คือ เดวิด เดล นายธนาคารและผู้ประกอบการชาว
กลาสโกว และริชารด อาร์คไรท์ นักคิดค้นแลผู้บุกเบิกการปั่นฝ้ายอุตสาหกรรม
การเป็นหุ้นส่วนของพวกเขาได้เลิกไปภายหลังหนึ่งปีเท่านั้น แต่เดลได้ดำเนินงานนิว ลานาร์ค ต่อไปอีกสิบห้าปี การสร้างประเพณีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ครั้ง
เมื่อ ค.ศ 1786 เดวิด เดล ได้ยึดครองเพียงผู้เดียวของสิ่งที่กลายเป็นนิว ลานาร์ค เมื่อ ค.ศ 1790 เขามีโรงงานสิ่งทอสี่โรง การว่าจ้างคนงาน 1,334 คน เพื่อการให้ที่พักแก่พวกเขา เดวิด เดลได้สร้างหมู่บ้านของนิว ลานาร์ค
ด้วยกำลังงานของเขาที่ได้เปลี่ยนไปครั้งแรก
เป็นเด็ก จากกำลังงานรวมเมื่อ ค.ศ 1793 ประมาณ 1,150 คน มากกว่า 800 คนเป็นเด็ก เด็กหลายคนมาจากเอดินเบอระและกลาสโกว วันทำงานของพวกเขา
เริ่มต้นหกโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม นี่ดูแล้วไม่น่าพอใจอย่างมาก แตโดยมาตรฐานของเดวิด เดล เป็นนายจ้างที่เข้าใจอย่างดี เด็กมีอาหารและที่พักอย่างดี เด็กถูกกำหนดให้เข้าโรงเรียนสองชั่วโมงแต่ละวัน ภายหลังจากสิบสามชั่วโมงภายในโรงงานของพวกเขา โดยทั่วไปโรงงานของเขาดีกว่าโรงงานอื่นมาก
ภายในสกอตแลนด ณ เวลานั้น
ภายใต้การบริหารของโรเบิรต โอเวน จาก ค.ศ 1800 ไปถึง ค.ศ 1825 โรงงานฝ้ายและหมู่บ้านของนิว ลานาร์ค ได้กลายเป็นโมเดลชุมชนที่ขับเคลื่อนไปสู่ความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองผ่านทางเทคโนโลยีใหม่ของการปฏิวัติอุตสาหกรรม การทำให้นิว ลานาร์คมีชื่อเสียงระหว่างปะเทศต่อการปฏิรูปทางสังคมและการศึกษาโดยโรเบิรต โอเวน นิว ลานาร์ค มีโรงเรียนทารกแห่งแรกภายในโลก สถานเลี้ยงเด็กกลางวันแก่แม่ทำงาน การดูแลทางแพทย์ไม่เสียเงิน และการศึกษาแก่เด็ก เด็กอายุต่ำกว่าสิบปีจะไม่ถูกอนุญาติทำงานภายในโรงงาน
โรเบิรต โอเว็น เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม เขาได้บุกเบิกธุรกิจเพื่อสังคม ส่วนใหญ่ผ่านทางถ้อยคำของเด็กดำรงชีวิตภายในหมู่บ้าน โรเบิรต โอเวน เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม ไม่เพียงแต่เป็นผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ – นิว ลานาร์ค เป็นธุรกิจด้วยความมุ่งหมายทางสังคม ไม่ใช่การกุศล
ธุรกิจซื้อขายเพื่อกำไร และใช้กำไรเพื่อความมุ่งหมายทางสังคม เช่น การจัดหาบ้านที่เหมาะสม การดูแลสุขภาพ และร้านค้าขายอาหารและสินค้าจำเป็น ณ ราคาที่คนงานรับภาระได้ ถ้าเรามีโอกาสไปเยี่ยมนิว ลานาร์ค
เราจะได้ยินโรเบิรต โอเวนถูกมองค่อนข้างห่างเหินโดยคนงานของเขา พวกเขามองโรเบิรต โอเวน มีความคิดที่แปลกที่พวกเขาไม่เข้าใจ แต่พวกเขารู้สึกว่าเขาอยู่ทางฝ่ายของพวกเขา
เมื่อโรเบิรต โอเวน มาที่ นิว ลานาร์ค เด็กอายุห้าปีกำลังทำงานสิบสามชั่วโมงต่อวันภายในโรงงานสิ่งทอ ต่อมาโรเบิรต โอเวน ได้อธิบายต่อคณะกรรมการรัฐสภาว่า ผมได้พบเด็ก 500 คนที่นำมาจากบ้านยากจน ส่วนใหญ่เป็น
อิดินเบอระ และโดยทั่วไปเด็กเหล่านี้มีอายุห้าและหกปี ไปถึงเจ็ดและแปดปี ชั่วโมงทำงานเวลานั้นสิบสามชั่วโมง แม้ว่าเเด็กเหล่านี้ไดักินอาหารดี โดยทั่วไปแขนขาของพวกเขาจะผิดปรกติ การเจริญเติบโตของพวกเขาได้ถูกหยุดยั้ง
แรงงานเด็กได้ถูกปฏิบัติตลอดเกือบประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แต่ได้ถึงจุดสุดขีดระหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรม สภาพการทำงานที่น่าสงสาร โรงงานที่แออัดและไม่สะอาด การขาดระเบียบความปลอดภัยหรือข้อบังคับ และชั่วโมงที่ยาวนานได้กลายเป็นบรรทัดฐาน
ข้อบังคับของแรงงานเด็กได้เริ่มต้นจากวันเริ่มแรกของการปฏิวัติอุตสาหกรรม กฏหมายฉบัับแรกที่จะควบคุมแรงงานเด็กภายในอังกฤษได้ถูกใช้เมื่อ 1803 และ ค.ศ 1819 กฏหมายโรงงานได้ถูกใช้ที่จะควบคุมชั่วโมงการทำงานของเด็กภายในโรงงานและโรงงานฝ้าย 12 ชั่วโมงต่อวัน ตามกฏหมายโรงงานของอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 19 เด็กอายุไม่ถึงเก้าปีไม่ถูกยอมให้ทำงาน อายุ 9 – 16 ปีทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวันตามกฏหมายโรงงานฝ้าย เมื่อ ค.ศ 1856 กฏหมาย
อนุญาติให้แรงงานเด็กอายุเลยเก้าปี ทำงาน 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กลางวันหรือกลางคืน เมื่อ ค.ศ 1901 อายุเด็กที่อนุญาติให้ทำงานได้เพิ่มเป็น 12 ปี
วันทำงานแปดชั่วโมงได้เริ่มต้นชีวิตเป็นความฝันของนักสังคมนิยม เจ้าของโรงงานสิ่งทอและนักปฏิรูปสังคมชาวเวลซ์ โรเบิรต โอเว็น ได้ถูกยกย่องเป็นบุคคลแรกที่ได้สร้างถ้อยคำว่า แรงงานแปดชั่วโมง พักผ่อนแปดชั่วโมง และหยุดพักแปดชั่วโมง แก่คนงานภายในต้นศตวรรษที่ 19 นี่ได้ดีขึ้นอย่างมากจากวันทำงาน 12 หรือ 14 ชั่วโมง รวมทั้งเด็ก ณ เวลานั้น ตลอด 100 ปีต่อมา สหภาพแรงงานภายในอเมริกาได้ผลักดันและชนะการใช้มาตรฐานแปดชั่วโมงภายในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน เฮนรี่ ฟอรด ได้สร้างความคิดต่อไปภายในกระแสหลักของ ค.ศ 1926 ด้วยการกำหนดห้าวันสัปดาห์ทำงาน 40 ชั่วโมงภายในโรงงานของบริษัท เมื่อ ค.ศ 1940 รัฐสภาได้กำหนดอย่างเป็นทางการสัปดาห์ทำงานของชาวอเมริกัน ณ 40 ชั่วโมง
ปรัชญาของโรเบิรต โอเวนเพื่อการปฏิรูปสังคมได้กลายเป็นเรียกกันว่าโอเวนนิยม
ที่อ้างว่าธุรกิจและสังคมโดยทั่วไปสามารถถูกปฏิรูปเพื่อให้ดีขึ้นโดยสังคมนิยมอุดมคติ โรเบิรต โอเว็นมักจะถูกเรียกเป็นนักสังคมนิยมคนแรกของอังกฤษ
เชื่อว่าทรัพย์สินเอกชน ความมั่งคั่ง การแข่งขัน และความไม่รู้ สร้างความชั่วร้ายทางสังคม แต่โรเบิรต โอเวนเชื่อว่าความชั่วร้ายทางสังคมเหล่านี้สามารถถูกกำจัด ไม่ใช่ผ่านทางศาสนา หรือผ่านทางความรับผิดชอบของบุคคลเหมือนที่หลายคนคิดเวลานั้น แต่ผ่านทางอุดมคติทางสังคมนิยม ในฐานะของนักสังคมนิยมอุดมคติ โรเบิรต โอเวนเชื่อว่าถ้าชุมชนร่วมทุกสิ่งทุกอย่างและตัดสินใจทางชุมชน พวกเขาสามารถสร้างยูโทเปียได้
การศึกษาเป็นหัวใจต่อแผนเพื่อยูโทเปียของโรเบิรต โอเวน โรเบิรต โอเวนเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่บุคคลเจริญเติบโตจะกำหนดคุณลักษณะของพวกเขา ดังนั้นถ้าบุคคลได้เจริญเติบโตล้อมรอบอาชญกรรมและความยากจน พวกเขาจะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างเดียวกันเหล่านี้ แต่ถ้าการศึกษาได้ถูกให้แต่อายุเริ่มต้น สังคมที่สมบูรณ์สามารถบรรลุได้
โรเบิรต โอเว็นมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ เขาได้ทุ่มเทชีวิตของเขาเขียนเกี่ยวกับและดำเนินตามยูโทเปียนี้ เมื่อ ค.ศ 1799 ปีเดียวกับที่เขาแต่งงานกับคาโลไรน์ เดล โรเบิรต โอเวน ได้ซื้อโรงงานนิว ลานาร์ค ภายในสกอตแลนด์ ตรงที่เขาได้เริ่มต้นที่จะดำเนินการการปฏิรูปสังคมนิยมเหล่านี้ บุคคลสองพันคนอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านของนิว ลานาร์ค อาชกรรมและความยากจนจะรุนแรง ในขณะที่บุคคลอื่นมองเพียงแค่อีกโรงงานหนึ่ง โรเบิรต โอเวนมองเป็นโอกาสเพื่อยูโทเปีย

โรเบิรต โอเว็น เป็นนักอุตสาหกรรมชาวอังกฤษ มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ ค.ศ 1771 ถึง ค.ศ 1858 ระหว่างจุดสูงสุดของการปฏิวัตอุตสาหกรรม เขาเป็นเจ้าของโรงงานสิ่งทอหลายโรงภายในนิว ลานาร์ค สกอตแลนด์ ปัจจุบันนี้นักประวัติศาสตร์ได้อ้าง โรเบิรต โอเวนเป็นนักสังคมนิยมอุดมคติ โรเบิรต โอเว็น เชื่อว่ามันเป็นความสำคัญและความจำเป็นที่นักอุตสาหกรรมดำเนินธุรกิจอย่างมีกำไรที่ทำให้พวกเขามั่งคั่ง เขาเชื่อว่ามันเป็นความสำคัญที่คนงานภายในอุตสาหกรรมจะต้องถูกปฏิบัติอย่างยุติธรรมด้วย ภายในโรงงานของเขาเอง
โรเบิรต โอเวน ได้ปรับปรุงชีวิตคนงานของเขาภายในหลายทางมีทั้ง การสร้างร้านของบริษัทขายสินค้าแก่คนงาน การจำกัดชั่วโมงทำงานของคนงาน การจัดหาการดูแลสุขภาพ และการให้การศึกษาต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่
ณ เวลานั้น เป็นเรื่องธรรมดาต่อเจ้าของธุรกิจที่จะจ่ายคนงานเป็นเหรียญ
ที่สามรถใช้ซื้อภายในร้านค้าของบริษัทเท่านั้น บ่อยครั้งที่เจ้าของธุรกิจจะสต็อคร้านค้าของบริษัทด้วยสินค้าคุณภาพต่ำและกำหนดราคาสูง เพื่อสร้างความมั่งคั่งมากขึ้นแก่พวกเขา โรเบิรต โอเวน ได้ใช้ความคิดของร้านค้าบริษัท
แต่สต็อคด้วยสินค้าคุณภาพสูงและกำหนดราคาอย่างยุติธรรมแก่คนงานของเขา ต่อไปเขาได้วางข้อจำกัดของชั่วโมงที่คนงานทำงานภายในโรงงานของเขา เขาเชื่อว่าคนงานควรจะถูกจำกัดทำงานวันละแปดชั่วโมง แตกต่างจากวันละสิบสองถึงสิบหกชั่วโมง ณ เวลานั้น เขาได้กล่าวว่า “แรงงานแปดชั่วโมงต่อวันเพียงพอต่อมนุษย์ทุกคนแล้ว” เขาได้ยืนยันต่อไปว่าแปดชั่วโมงต่อวันเพียงพอที่จะรับภาระอาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัยจำเป็นได้ เขาเชื่อว่าคนงานควรจะมีเวลาว่างทุ่มเทต่อการศึกษาและการพักผ่อนของพวกเขาเอง และเวลาเพียงพอเพื่อการหลับนอน ดังนั้นโรเบิรต โอเว็น ได้สร้างสโลแกนว่า “แรงงานแปดชั่วโมง พักผ่อนแปดชั่วโมง หยุดพักแปดชั่วโมง”
โรเบิรต โอเวน ไม่ว่าจ้างเด็กทุกคนอายุต่ำกว่าสิบปี และส่งเสริมความคิดของการศึกษาและการดูแลสุขภาพแก่คนงานทุกคนของเขา การศึกษาแก่เด็กไม่ได้ถูกปฏิบัติโดยทั่วไปเวลานั้น และไม่มีการบังคับเจ้าของธุรกิจต้องให้การศึกษาเบื้องต้นแก่คนงานของพวกเขา แต่โรเบิรต โอเวนเชื่อว่ามันสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลที่จะได้รับการศึกษา และต่อเด็กที่จะมีโอกาสเรียนรู้ ไม่ใช่ถูกบังคับไปสู่โรงงานเมื่ออายุน้อยอยู่ เมื่อ ค.ศ 1816 เขาได้เปิดสถาบันที่จะให้การศึกษาแก่เด็กของโรงงานนิว ลานาร์คของเขาภายในการอ่าน การเขียน คณิตศาสตร์ และประวัตืศาสตร์ โรเบิรต โอเวน เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ 1858 อายุ 87 ปี ปัจจุบันนี้โรเบิรต โอเวนได้ถูกจดจำเป็นนักสังคมนิยมเริ่มแรก และมักจะถูกอ้างเป็นนักสังคมนิยมอุดมคติ เคียงข้างชารลส์ ฟูริเออร์ เขาได้ถูกยกย่องด้วยการแนะนำความคิดสังคมนิยมภายในอังกฤษที่ช่วยปฏิรูปสังคมระหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรม
โรเบิรต โอเวน ได้ถูกเรียกว่าบิดาสังคมนิยมของอังกฤษ
เขาเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการสหกรณ์ และเชื่อมั่นภายในการควบคุมของคนงาน แม้ว่าเขาเป็นนายทุนตัวเขาเอง เขาเป็นผลิตผลของการช่วยตนเอง และนักปฏิบัติอย่างมาก
และมุ่งวิธีการไปสู่ผลลัพธ์ วิสัยทัศน์ของเขาการเป็นหมู่บ้านของสหกรณ์ ระเบียบของโลกใหม่ของการช่วยเหลือร่วมกันและความเสมอภาคทางสังคมและความพี่น้องกัน โรเบิรต โอเวนได้สร้างโมเดลชุมชนไปทั่วโรงงานฝ้ายของเขา ณ นิว ลานาร์ค ระหว่าง ค.ศ 1800 และ ค.ศ 1820
โรเบิรต โอเวน ได้ถูกพิจารณาเป็นบิดาของขบวนการสหกรณ์ เขาเชื่อภายในการวางคนงานของเขาภายในสภาพแวดล้อมที่ดี ด้วยการเข้าหาการศึกษาเพื่อตัวพวกเขาเองและลูกของพวกเขา ความคิดเหล่านี้ได้ถูกใช้บรรลุความสำเร็จภายในโรงงานฝ้ายของนิว ลานาร์ค ณ ที่นี่ร้านสหกรณ์แห่งแรกได้ถูกเปิด
ด้วยแรงกระตุ้นจากความสำเร็จนี้ เขาได้มีความคิดของการสร้างหมู่บ้านของสหกรณ์ ตรงที่คนงานควรจะลากตัวพวกเขาเองออกจากความยากจน ด้วยการเจริญเติบโตอาหารของพวกเขาเอง การผลิตเสื้อผ้าของพวกเขาเอง ในที่สุดกลายเป็นการควบคุมตัวเอง
ผู้ประกอบการมักจะรักษาการแบ่งแยกที่ชัดเจนระหว่างกระบวนการสร้างความมั่งคั่งของพวกเขา และอะไรที่พวกเขาคืนกลับแก่สังคม โรเบิรต โอเวนได้เสนอวิสัยทัศน์ทางเลือกของความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและสังคม เขาได้ใช้ความเป็นเจ้าของของโรงงานนิว ลานาร์ค ดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ได้กลายเป็นโมเดลเพื่อสังคม เขาได้ค่อยผลักดันผ่านการปฏิบัติทางแรงงานสมัยใหม่ เช่น วันทำงานที่สั้นลง อายุการทำงานต่ำสุด และการปรับปรุงบ้านที่อยู่ เป็นต้น
นวัตกรรมของเขาได้ถูกยอมรับทีละน้อยโดยบุคคลอื่น และในที่สุดได้ถูกประมวลเป็นกฏหมายของประเทศ
โรเบิรต โอเวน มองว่าการดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานทักษะของมนุษย์ การศึกษา และการให้อำนาจ เขาเชื่อว่าธุรกิจไม่ควรจะบริหารราวกับเป็นอิสระจากสังคม แต่ต้องถูกรวมภายในสังคม เพราะว่าความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับทั้งความพยายามของบุคคลและสภาพแวดล้อมทางสังคม โรเบิรต โอเวน เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม เขาได้แสดงว่าธุรกิจและความมุ่งหมายทางสังคมไม่ต้องถูกแยกจากกัน ที่จริงแล้วสองอย่างสามารถเสริมแรงร่วมกัน
เขาได้จ่ายค่าจ้างสูงกว่าและชั่วโมงทำงานสั้นกว่าคู่แข่งขันของเขา การจัดหาบ้านและการศึกษา และยังคงทำกำไรอยู่
โรเบิรต โอเวน ได้บริหารโรงงานปั่นฝ้ายที่บรรลุความสำเร็จ ภายในนิว ลานาร์ค สกอตแลนด์ ระหว่างการปฏิวัตอุตสาหกรรม เวลาที่นักอุตสาหกรรมร่ำรวยและเครือญาติของพวกเขามีชีวิตอย่างหรูหราในขณะที่คนงานมีชีวิตอย่างยากจน ตรงกันข้ามกับการปฏิบัติทางธุรกิจโดยทั่วไป ณ เวลานั้น ความสำเร็จของโรเบิรต โอเวนจะเกิดขึ้นจากมนุษยธรรมนิยมของเขา เขาดูแลคนงานของเขาอย่างดีมาก
เขาสามารถพิสูจน์การปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมต่อคนงานของเขา นำไปสู่
ประสิทธภาพ คุณภาพ และกำไรที่สูงขึ้น โรเบิรต โอเวน มองบทบาทของเขาเป็นผู้สนับสนุนของระเบียบทางศีลธรรมใหม่ บุคคลทุกคนควรจะอยู่ภายในชุมชนของเลี้ยงตัวเองและความร่วมมือ การศึกษา เทคโนโลยี และการทำงานเป็นทีม ควรจะกำหนดความเจริญรุ่งเรืองและความสุขของบุคคล เขาฝันถึงสังคมทางโลกที่ไม่มีศาสนา ภายในพิมพ์เขียวของเขา ผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย สภาพแวดล้อมไม่ใช่พันธุกรรมควรจะรับผิดชอบต่อโชคชะตาที่ดีร่วมกันของบุคคลทุกคน

โรเบิรต โอเวน นักสังคมนิยมอุดมคติที่ได้พยายามสร้างใหม่สังคม มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางต่อการทดลองทางสังคมและขบวนการสหกรณ์ การปฏิรูปทางสังคมและอุตสากรรมอย่างสร้างสรรค์ที่เขาได้แนะนำ ณ โรงงานนิว ลานาร์คของเขาระหว่างต้น ค.ศ 1800 ได้วางวิถีทางต่อนักปฏิรูปและนักการเมืองทั่วยุโรป เขาได้เสนอแนะการกำจัดความยากจนผ่านทางการสร้างชุมชนเลี้ยงตัวเอง และการทดลองกับชุมชนอุดมคติด้วยตัวเขาเอง ณ นิว ฮาร์โมนี่ อิินเดียนา ตั้งแต่ ค.ศ 1825 ถึง ค.ศ 1828 หลักการของโรเบิรต โอเวน ได้ถูกใช้เป็นการแสดงออกของความปราถนาของคนงาน และเขาได้กลายเป็นผู้นำของขบวนการสหภาพการค้าภายในอังกฤษ ที่สนับสนุนการควบคุมการผลิตโดยคนงาน ถ้อยคำ “สังคมนิยม” ได้กลายเป็นที่แพร่หลายครั้งแรกภายในการอภิปรายของสมาคมทุกชนชั้นของทุกประเทศที่โรเบิรต โอเวนสร้างเมื่อ ค.ศ 1835
ริชารด อาร์คไรท์ และเดวิด เดล ได้วางแผนชุมชนอุตสากรรม ณ นิว ลานาร์ค
เมื่อ ค.ศ 1783 ที่จะใช้ประโยชน์จากน้ำตกไคลน์ลึกลงไปภายในหุบเขาแม่น้ำข้างล่างเมืองของลานาร์ค ต้นน้ำ 24 ไมล์จากกลาสโกว โรงงานของนิว ลานาร์ค ได้เริ่มต้นการผลิตเมื่อ ค.ศ 1791 เมื่อ ค.ศ 1800 พวกเขามีโรงงานสีโรง คนงานประมาณสองพันคน 500 คนเป็นเด็กอายุห้าถึงหกปีนำมาจากบ้านคนจนและการกุศลของเอดินเบอระและกลาสโกว เดวิด เดล ได้ปฏิบัตต่อเด็กอย่างดี การคุ้มครองสวัสดิการของพวกเขา การมีโรงงานสี่โรงทำให้นิว
ลานาร์ค เป็นกลุ่มการปั่นฝ้ายใหญ่ที่สุดภายในอังกฤษ และพลเมืองของหมู่บ้านมากกว่า 2,000 คน มากกว่าตัวลานาร์คเอง เดวิด เดล ก้าวหน้าทั้งการเป็นผู้ผลิตและนายจ้าง โดยเฉพาะการดูแลที่จะคุ้มครองสวัสดิการของเด็ก
โรเบิรต โอเว็น ผู้ผลิตสิ่งทอและนักปฏิรูปสังคมชาวเวลส์ เป็นผู้ก่อตั้งขบวนการสหกรณ์ และสังคมนิยมอุดมคติ เขาถูกรู้จักดีที่สุดจากโมเดลโรงงานสิ่งทอและหมู่บ้านของเขา ณ สกอตแลนด์ และความพยายามปรับปรุงสภาวะการทำงานเพื่อคนงานของเขา โรเบริต โอเวน เป็นนักอุตสาหกรรมเริ่มแรก สภาวะภายในโรงงานเริ่มแรกจะยากลำบากมาก คนงานทุกคนกำลังทำงานที่อันตราย ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน โดยปรกติ 13 ชั่วโมงต่อวัน ทำงานหกวันต่อสัปดาห์ แรงงานเด็กอายุห้าถึงหกปีกำลังทำงานภายใต้สภาวะอย่างเดียวกับผู้ใหญ่ เจ้าของโรงงานจะให้ความสำคำคัญต่อเครื่องจักรราคาแพงมากกว่าความเป็นอยู่ที่ดีของคนงาน จุดแข็งของโรเบิรต โอเว็น คือ เขามองว่าคนงานของเขาสำคัญเท่ากับความสำเร็จของธุรกิจของเขาและเครื่องจักรที่เขาเป็นเจ้าของ ดังนั้นเขาได้พยายามปรับปรุงสภาวะของโรงงานเหล่านี้ให้ดีขึ้น เขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นบิดาของการบริหารบุคคล
เมื่อ ค.ศ 1799 โรเบิรต โอเว็นได้ซื้อโรงงานแห่งหนึ่ง แรงงานเด็กอายุห้าถึงหกปีได้ถูกว่าจ้างผ่านทางสัญญากับโรงเลี้ยงคนจนท้องที่ และทำงาน 15 ชั่วโมงต่อวัน
ทันทีโรเบิรต โอเว็น ได้ยกเลิกการใช้แรงงานเด็กจากโรงเลี้ยงคนจน และเพิ่มอายุต่ำสุดของการจ้างงานเป็น 10 ปี เขาได้ห้ามการตีเด็กด้วย เขาเชื่อว่าจำนวนและผลผลิตของคนงานจะได้รับอิทธพลจากสภาพแวดล้อมของโรงงานของเขา เขาเป็นผู้บุกเบิกที่มีชื่อเสียงของแนวคิดทางการบริหาร ตลอดชีวิตของเขา เขาได้ทำงานเพื่อการสร้้างจิตวิญญานของความร่วมมือระหว่างคนงานและผู้บริหาร เขาเชื่อและปฏิบัติความคิดว่าคนงานควรจะถูกปฏิบัติเป็นมนุษย์
โรเบิรต โอเวน เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เมื่ออายุสิบปีัท่านั้นเขาได้ถูกส่งไปทำงานภายในอุตสาหกรรมสิ่งทอ
และเมื่ออายุสิบเก้าปี เขาได้เริ่มต้นธุรกิจของเขาเอง เขาได้ยิมเงิน 100 ปอนด์
และได้เริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการและนักปฏิรูปสังคม เขาได้กลายเป็นที่รู้จักกันเป็นบิดาของสังคมนิยมอังกฤษ
เขาได้เริ่มต้นโครงการของการปฏิรูปทางสังคมและการศึกษา โครงการหนึ่งคือ การแนะนำโรงเรียนเด็กทารกแห่งแรกภายในโลก เขาได้สร้างสถานเลี้ยงเด็กแก่แม่ทำงานด้วย การศึกษาไม่เสียเงินแก่แรงงานเด็กและลูกของคนงานทุกคน และการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปแก่คนงาน

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *