INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ข้อเสนอเกี่ยวกับ”รางวัลนราธิปฯ”

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ข้อเสนอเกี่ยวกับ”รางวัลนราธิปฯ”

 

ผมมีเรื่องส่วนตัวจะเล่าให้ฟังครับ

จะเรื่องอะไรอีกเล่า ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผมได้รับการประกาศชื่อเป็นหนึ่ง ในจำนวน ๑๕ คน ซึ่งได้รับรางวัล”นราธิปพงศ์ประพันธ์”ประจำปี ๒๕๖๓ ของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยนั่นแหละ

จึงขออนุญาตบอกกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า บรรดานักเขียนทั้ง ๑๕ คนที่ได้รับรางวัลนั้น มีรายชื่อเรียงตามลำดับอักษรดังต่อไปนี้

๑ ศ.เกียรติคุณ ดร.กุสุมา รักษมณี

๒ นายเกษม อัชฌาสัย

๓ นางจงกลณี สุวรรณทรรภ (อรุณรุ่ง,ดวงเดือน)

๔ คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์

๕ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล

๖ นายชานนท์ ภาคศิริ(สุรินทร์ ภาคศิริ)

๗ นายโชติ ศรีสุวรรณ

๘ รศ.นภาลัย สุวรรณธาดา

๙  นายไพบูลย์ พันธ์เมือง(พร เมืองใต้,ผกายฟ้า ประกาศิต)

๑๐นายไพบูลย์ สำราญภูติ(ศรี อยุธยา,คีตา พญาไทย)

๑๑นายมังกร แพ่งต่าย

๑๒นางรำไพพรรณ ศรีโสภาค (โสภาค สุวรรณ)

๑๓นางวรรณา สวัสดิ์ศรี(ศรีดาวเรือง)

๑๔นายเวทินทร์ ศันสนียเวทย์

๑๕ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง(อร อักษรา)

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ว่าจะมีการแจกรางวัลในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๔  ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แต่ก็ได้รับแจ้งมาว่า ต้องเลื่อนการแจกรางวัลไป”ไม่มีกำหนด” ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์โรคระบาด”โควิด 19”จะคลี่คลายหายขาดเมื่อไร จนแน่ใจจริงๆว่า จะปลอดภัยเพียงพอ แก่การนัดหมาย แจกรางวัลอีกครั้ง ซึ่งแน่ใจว่าจะต้องมีผู้คนไปชุมนุมกันเป็นจำนวนมากในงาน

ดังนั้น การนัดหมายวันและเวลาการแจกรางวัล จึงจะต้องแน่ใจจริงๆว่า เวลานั้นเมืองไทยปลอดพ้นจากการแพร่ระบาดแล้ว

จนในที่สุดคณะกรรมการสมาคม ที่ทำหน้าที่คัดเลือกผู้ได้รับรางวัลชุดเดิม ซึ่งมีนาง”กนกวลี กันไทยราษฏร์” เป็นนายกสมาคม ก็หมดวาระลง ในการดำรงตำแหน่งหน้าที่ไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ขณะนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่า ท่านใดในคณะกรรมการชุดใหม่ จะได้รับเลือกจากคณะกรรมการด้วยกันเอง ขึ้นทำหน้าที่นายกสมาคมฯสืบต่อจากนางกนกวลี ซึ่งเตรียมการมอบรางวัลไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่จะกำหนดวันเท่านั้น

ณ โอกาศนี้ ผมใคร่ขอเสนอความเห็นเป็นการส่วนตัวเพื่อการแก้ไขปัญหา ดังนี้ครับ สำหรับการมอบหรือแจกรางวัล

๑ ยกเลิกการนัดหมายประชุมเพื่อมอบรางวัลไปเลย แต่ให้มอบรางวัลด้วยการส่งทางไปรษณีย์ ด้วยเหตุผลที่ไม่รู้แน่ชัดว่า ภาวะเสี่ยงที่เกิดจากการระบาดของโรค”โควิด 19”จะสิ้นสุดลงเมื่อไร

๒ หรือนัดหมายมอบรางวัลพร้อมๆ กับการมอบรางวัลให้คณะนักเขียนชุดใหม่ ที่จะได้รับคัดเลือกประจำปี ๒๕๖๔ ในต้นปีหน้า (๒๕๖๕) เพราะคาดคะเนได้ว่า การแพร่ระบาดจะลดลงจนหมดภาวะสุ่มเสี่ยง ราวต้นปีหน้าหรือกลางปีหน้า ทั้งนี้ เนื่องจากการได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการลดลงของการแพร่ระบาดเอง จากความสามารถในการควบคุมของทางการ

หากจำเป็น ก็สามารถเลื่อนต่อได้อีก จะเป็นไรไป

ใช่ครับ รางวัลนี้มีความหมายยิ่งต่อผู้ได้รับ ในแง่เกียรติยศ แต่ไม่น่าจะเป็นไร หากจะไม่ได้รับรางวัลนี้ จากตัวแทนสมาคมฯโดยตรง ในเมื่อรายชื่อของผู้ได้รับ ก็จารึกไว้แล้วในประวัติศาสตร์ อย่างสมเกียรติ นั่นก็สมศักดิ์ศรีแล้ว

นับตั้งแต่เริ่มมีรางวัลนี้เป็นปีแรกตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ โดยการดำริของนายประภัสสร เสวิกุล นายกสมาคมขณะนั้น การมอบรางวัลก็มีเป็นประจำต่อเนื่องเกือบทุกปี( ๑๙ ครั้ง) ยกเว้นปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ หากนับจำนวนนักเขียนที่ได้รับรางวัล เฉลี่ยอย่างต่ำสุดที่ปีละ ๑๐ ท่านเป็นอย่างต่ำแล้ว จนกระทั่งบัดนี้ ก็มีนักเขียนที่ได้รับรางวัลนี้กว่า ๑๙๐ คนเข้าไปแล้ว

ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า เมืองไทยเรามีนักเขียนมากมาย หลายแบบ นับร้อยนับพัน ตั้งแต่นักเขียนนิยาย นักเขียนบทกวี นักเขียนบทความ นักแปล นักข่าว บรรณาธิการ ฯลฯ

วิธีการคัดเลือกนั้น คงจะกระทำไม่ได้ง่ายๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า บรรดานักเขียนที่ไม่ได้รับเลือกอีกพะเรอเกวียน ไม่ได้มีผลงานดีเด่น  ทั้งๆ ที่นักเขียนเหล่านี้ ล้วนแต่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็น”นักรบที่ไร้เหรียนญตรา”อย่างแท้จริง

เพราะเช่นนั้น ผู้ที่ได้รับเลือกอย่างผม หรืออย่างท่านอื่นๆ จึงต้องอาศัย”โชคช่วย”ด้วย เช่นว่าจังหวะและเวลาเหมาะสมหรือไม่

ยกตัวอย่าง “ป.อินทรปาลิต”(ปรีชา อินทรปาลิต)นั้น ท่านน่าจะได้รับได้รางวัลนี้ มากยิ่งเสียกว่าใครๆ (เสียชีวิตเมื่อปี ๒๕๑๑ ขณะอายุ ๕๘ ปี)หากท่าอายุยืนยาวมาถึงวันนี้ ซึ่งจังหวะและเวลาต้องเหมาะสมดังที่ว่า

งานเขียนของท่านผู้นี้ สร้างแรงบรรดาลใจให้เด็กๆ สมัยโน้นรักการอ่านหนังสือจริงๆครับ ไม่ผิดอะไรกับผลงานของ “กิมย้ง”ผู้เขียนนิยายจีนกำลังภายในชุด”มักรหยก”ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเลย

ตามที่เกณฑ์เดิมในการคัดเลือกนักเขียนที่จะต้องมีอายุตั้งแต่ ๘๐ ปีขึ้นไป เพื่อกันมิให้มีจำนวนนักเขียน ที่จะต้องพิจารณามากจนเกินไปในการคัดสรรนั้น นับว่าโหดสิ้นดี เพราะจะมีนักเขียนสักกี่คน ที่จะมีชีวิตอยู่รอ ให้ได้รับการคัดเลือก

การที่ผมเองได้รับคัดเลือกขณะที่อายุ ๗๖ ปีนั้นนับว่าเป็นความกรุณามากแล้ว ตามที่ลดเกณฑ์อายุลงมา

เพราะถ้าผม จะต้องอยู่ไปอีกสี่ปี จึงจะเข้าข่ายได้รับรางวัลนั้น พญามัจจุราช คงจะพรากผมไปจากนี้โลกแล้ว อย่างค่อนข้างจะแน่นอนเพราะสุขภาพไม่ค่อยจะดีนัก แค่ตอนนี้ ก็กระย่องกระแย่ง ไปไหนไม่ไหวด้วยตนเองแล้ว

เอาเป็นว่า ผมแค่เสนอความเห็นบางประการมา ให้พิจารณาเท่านั้นแหละครับ  ไม่เอาจริงเอาจัง ถึงเป็น-ถึงตาย แต่อย่างไร

ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ว่าอะไรครับ

เพราะได้รับคำสอนมา จงอย่ายึดมั่นถือมั่น ในอะไรทั้งสิ้น รวมทั้งในลาภ สักการะและคำสรรเสิญเยินยอ…..ก็จะโล่ง สว่างใสและสงบ

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *