jos55 instaslot88 Pusat Togel Online สถานการณ์เมียนมาไปถึงไหน - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

สถานการณ์เมียนมาไปถึงไหน

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

สถานการณ์เมียนมาไปถึงไหน

เสียงเรียกร้องให้ระบอบทหาร นำโดย“มิน อ่อง หล่าย”เลิกกวาดล้างเลิกการกดขี่ข่มเหงและเสียงเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ตามระบอบประชาธิปไตยกลับคืน ในเมียนมา เริ่มสร่างซาลงไปแล้ว ทีละน้อย ตามที่คณะทหารเมียนมา ได้คาดหมายเอาไว้แต่แรก

ทั้งนี้ นับแต่ระบอบปกครองทหารเมียนมา ลุกขึ้นมากุมอำนาจแทนที่รัฐบาลพลเรือน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปลดผู้นำพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง (เช่น นาง ออง ซาน ซูจี)ออกจากตำแหน่งบริหารและมีการจับกุมตัว กักขังเอาไว้ ในข้อหาว่าโกงเลือกตั้ง

จากสาเหตุที่ถูกมองว่า เพราะพรรคเอ็นแอลดี หรือ”พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย” ชนะเลือกตั้งในสมัยที่ ๒ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นเกินไป ทำให้พรรคนิยมทหาร”ยูเอสดีพี”(พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา)”ตกประป๋อง” พ่ายแพ้ทิ้งกันชนิดมองไม่เห็นฝุ่น

รายงานล่าสุดระบุว่า การปราบปรามปรามประชาชน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปราว ๘๐๐ รายและมีการจับกุมผู้ต่อต้านทหารรวมทั้งสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี เอาไปคุมขัง บ้างถูกทรมานอีกราว ๔,๐๐๐ ราย(หลายรายเสียชีวิต)

เหตุเกิดในพื้นที่รัฐต่างๆ ที่มีการลุกฮือ เดินขบวนตามท้องถนน ก่อจลาจล ก่อวินาศกรรม มีการเข้ายึดที่ตั้งทหารของคณะทหารเมียนมา เช่น ในรัฐกะเหรี่ยง รัฐฉิ่นและรัฐฉาน ถึงขั้นต้องทำสงครามเต็มรูปแบบ เกิดการพอพพหนีสงครามเข้ามาในเขตแผ่นดินสยาม ซ้ำเติมปัญหาการแพร่กระจายของโรค”โควิด 19”ให้ไทยเพิ่มเข้าไปอีก

ปรากฏการณ์อีกอย่างที่ติดตามมา ก็คือ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเกิดการตั้งรัฐบาลพลเรือนพลัดถิ่นเมียนมา ที่เรียกว่าเรียกว่า”รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา”ขึ้น ประกอบไปด้วยสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติ(ที่ถูกทหารโค่นล้ม)และมีตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เข้าร่วม ครม.ด้วย

แต่รัฐบาลคู่ขนานนี้ ยังไม่ปรากฏผลงานว่า มีความคืบหน้าอย่างไร ตราบเท่าที่นานาชาติ ยังไม่รับรองรัฐบาลที่ว่านี้

กระนั้นพฤติกรรมนี้ สะท้อนว่า พวกเขาคงเตรียมตัวเอาไว้ ในกรณีที่พรรคเอ็นแอลดี ถูกยุบในอนาคต

ขณะที่ระบอบทหารเมียนมา ก็อ้างและยืนกรานว่า การเข้ายึดอำนาจครั้งนี้ ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นไปตามมาตรา ๔๑๗ ซึ่งระบุว่า

“เพื่อให้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อำนาจการออกกฎหมายและการพิพากษาทั้งปวง จะถูกมอบให้เป็นอำนาจของผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นไปตามบทญัติมาตรา ๔๑๘(เอ) ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๑”

และในการนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา ก็ไม่ยอมทบทวนหรือนับคะแนนใหม่ เพื่อตรวจสอบผลการเลือกตั้ง ตามที่คณะทหารร้องขอหรือเรียกร้อง

คณะทหารจึงยึดอำนาจ จากนั้น ก็ใช้”ไม้แข็ง”ปราบปรามประชาชนที่ลุกฮือต่อต้าน อย่างเด็ดขาด ด้วยความโหดเหี้ยม เพื่อให้เกิดหวาดกลัว หมายยุติการลุกขึ้นมาชุมนุมต่อต้านตามเมืองต่าง ๆ จนถึงที่สุด

ทั้งนี้ โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ต่อต้านและประณามจากนานาชาติใด ๆ ทั้งสิ้น

แม้แต่เสียงทัดทาน จากชาติมาชิกอาเซียนด้วยกัน ก็ไม่ยอมฟัง ทั้งๆที่เมียนมาเอง ก็เป็นสมาชิกอาเซียนอยู่ด้วย

ชาติผู้นำการต่อต้านนั้น ก็มีอินโดนีเซีย มาเลเซียและสิงคโปร์ ที่เป็นตัวตั้งตัวตี ในบรรดาสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ ที่ออกมาทัดทานและเรียกร้อง

ในขณะที่ไทยวางตัวค่อนข้างเฉย จนถูกสื่อมวลชนทั่วไปโดยเฉพาะสื่อมวลชนในไทย ที่วิจารณ์ว่า เนื่องเพราะเป็นรัฐบาล ที่มาจากกลุ่มทหารเผด็จการด้วยกัน จึงเห็นใจกัน เป็นกรณีพิเศษ

แต่เท่าที่สังเกตเห็นนั้น เป็นเพราะฝ่ายกลุ่มทหารเมียนมา คุ้นเคยในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติมาตลอดระยะเวลา ที่เริ่มสถาปนาประเทศ หลังสหราชอาณาจักรคืนเอกราชให้ครั้งกระโน้น

หรือแม้แต่ก่อนหน้านั้น เมื่อย้อนหลังกลับไปในประวัติศาสตร์ อันยาวนาน ตั้งแต่สมัยที่มีการสถาปนาอาณาจักรต่างๆ ในแผ่นดินพม่า ซึ่งสถาบันทหาร(นำโดยกษัตริย์)ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติเอาไว้สูงสุดและมีบทบาทต่อการเมืองของชาติตลอดมาจนกระทั่งระบอบกษัตริย์สิ้นสุดลง

สถาบันทหารของประเทศ จึงขึ้นมาทำหน้าที่แทนสถาบันกษัตริย์เต็มตัว  หลังจากราชวงศ์”โก้นบอง”(เรียกอีกอย่างว่าราชวงศ์”อลองพญา”)สิ้นสุดลง ในรัชสมัยพระเจ้าสีป่อ(หรือ”ธีบอ”)ซึ่งทรงไปสิ้นพระชนม์อยู่ที่เมืองรัตนคีรีของอินเดีย

แต่ปัจจุบัน ระบอบทหารเมียนมาถูกมองว่า”หวง”อำนาจ”มากกว่าอย่างอื่น จึงไม่ยอมปล่อยให้เป็นเสรีประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ อย่างอารยะประเทศทั่วๆ ไป ทั้งนี้ คงจะเพราะว่า สถานการณ์ภายในไม่อำนวยหลายประการ อาทิ จากกรณีที่มีหลายกลุ่มหลายเผ่าพันธุ์มากเกินไป ที่พยายามต่อสู้ เพื่อตั้งตนเป็นเอกราช ไม่ยอมลงให้รัฐบาลกลางที่”เนปิดอว์”

เมียนมา จึงไม่สามารถสร้างความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวได้

สถาณการณ์ปัจจุบัน ก็เป็นจริง ตามที่กล่าวแล้ว

ความพยายามของระบอบทหารเมียนมา ที่จะกำจัดพรรคการเมือง”เอ็นแอลดี”ยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อมีการนำเอาตัว ออง ซานซูจีและบรรดาบุคคลสำคัญอื่นๆ ในพรรคขึ้นดำเนินคดีในขั้นศาลครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคมที่ผ่านมา ในข้อหาว่าตัวเธอและพรรคเอ็นแอลดี โกงเลือกตั้ง อันอาจจะนำไปสู่การล้มพรรคและบทบาททางการเมืองของเธอในที่สุด

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ ผมจะติดตามนำมารายงาน เป็นระยะๆ ตามแต่จะจำเป็น เพื่อท่านผู้อ่าน จะได้นำมาใคร่ครวญและเปรียบเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ตามความเป็นจริง ไปพร้อมๆ กันครับ

“มิง กะ ลา บา”

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *