jos55 instaslot88 Pusat Togel Online คิดว่า ผีมีจริงหรือไม่ - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คิดว่า ผีมีจริงหรือไม่

เมื่อตอนยังเป็นเด็ก ผมกลัวผีมากเหมือนกับเด็กอื่นๆ และเชื่อว่าผีมีจริง เคยเห็นเจ้าเข้าทรงก็หลายครั้ง จนกระทั่งถึงวัยที่หัดดื่มเหล้า พอเหล้าเข้าปาก มึนเมาเข้าไปแล้ว ต่อให้ผีมานั่งข้างๆก็ไม่กลัว อยากเจอผีสาวๆสวยๆด้วยซ้ำไป จนกระทั่งในปัจจุบัน ที่ได้ยินหลายๆครั้ง รวมทั้งในหนังสือธรรมะที่เผยแพร่ว่า ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็นอนัตตา เกิดขึ้น แล้วสูญสลายไป เช่นร่างกายของเรา ก็มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมชาติ

เมื่อมาคิดถึงความตายแล้ว เราแทบทั้งหมดเชื่อว่า จะมีวิญญาณออกจากร่าง และล่องลอยไป อาจจะไปสวรรค์หรือนรก แล้วแต่บุญกรรมที่สร้างสะสมกันมา ตอนมีชีวิตอยู่ ก็ต้องทำบุญกันไว้มากๆ เมื่อตายไป เกิดใหม่ ก็จะไปในภพภูมิที่ดีๆ

แต่ถ้าลองมาคิดดูเล่นๆว่าถ้า ชีวิตเป็นอนัตตา คือไม่มีอะไรคงทน แน่นอน เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องเสื่อมสลายไป โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตา ความรู้สึก และความจำที่อยู่ในส่วนต่างๆของสมอง ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนประกอบของเราแต่ละคน เมื่อถูกเผาหรือฝังไปแล้ว ก็ไม่มีตัวเราที่เป็นตัวตนนี้อีกต่อไป ยกเว้นว่าจะเอาชื่อเราไปตั้งให้กับ คนรุ่นใหม่ที่เกิดตามมา ซึ่งไม่ใช่เรา

เมื่อมาคิดถึงประเพณีของคนเชื้อสายจีน ไม่ว่าตรุษจีน เช็งเม้ง หรือสารทจีน ที่เราไหว้กันด้วยอาหารตามประเพณีนิยม เมื่อจัดสำรับเสร็จ ก็มีการจุดธูปอัญเชิญบรรพบุรุษ หรือเจ้าที่เจ้าทางมารับประทานอาหารกัน มีการเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้ใช้ไม่ให้ขัดสน สำหรับประเพณีของคนไทย นั้น การทำบุญให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการทำบุญตักบาตร หรือนิมนต์พระสงฆ์ สวดมนต์ ให้ศีลให้พร แล้วถวายอาหารเพล อาจจะมีการถวายสังฆทาน ถ้าผู้ที่ล่วงลับ ชอบอาหารประเภทไหนหรือชอบสิ่งของใด เราก็เอาอาหารและสิ่งของ นั้น ใส่บาตร หรือถวายพระเพื่อส่งต่อไปให้เขาได้รับกัน

สำหรับการติดต่อกับผู้ที่ล่วงลับไปของฝรั่งนั้น รู้สึกว่าเวลาเขาคิดถึงบรรพบุรุษ เขาก็เอาช่อดอกไม้ไปวางไว้หน้าหลุมศพ หรือบางครั้งเป็นการไว้อาลัยผู้ที่เสียชีวิตโดยอุบัติเหตุหรือฆาตกรรมหมู่ เขาก็เอาช่อดอกไม้ไปวางไว้บริเวณ ที่เกิดเหตุด้วยความอาลัย แล้วก็สำรวมอยู่เงียบๆด้วยความคิดถึง ไม่มีธูปเทียนแต่ประการใด แต่อย่างไรก็ตาม ที่เคยไปเที่ยวตามโบสถ์คริสต์ใหญ่ๆ เคยเห็น ที่มีประเพณีการจุดเทียนในโบสถ์บางแห่ง ไม่ทราบเหมือนกันว่า ความหมายของการจุดเทียนเป็นสื่อติดต่อกับวิญญาณ หรือพระเจ้าหรือเปล่า

โดยสรุปแล้ว ความเชื่อทั้งหลายและประเพณีที่ปฏิบัติกันทำให้เราสบายใจ เป็นสัญลักษณ์ว่า เราคิดถึงผู้ที่จากไป และจะนำความดีของผู้ที่จากไปเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตของเรา ประกอบกับเป็นการรวมญาติได้พบปะสังสรรค์ ทั้งนี้ เมื่อสบายใจแล้ว กลับไปทำงาน ก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น มีศรัทธาที่จะทำความดี จนทำให้ ผู้ที่ยึดถือประเพณีเหล่านั้น มีความเจริญรุ่งเรืองสุขภาพพลานามัยดี ทั้งนี้ คงไม่ได้หมายถึงว่าเราสามารถติดต่อกับวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับ ซึ่งเรารักคิดถึงให้มาหาเราหรือดลบันดาลในสิ่งที่เราอธิษฐานขอไป แม้จะนั่งสมาธิ ภาวนา ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้ เข้าใจว่าการทำสมาธิ ภาวนา และวิปัสสนากรรมฐาน ทำให้เรามีจิตใจสงบ และระลึกได้ว่า ชีวิต ไม่ใช่ของเรา เป็นอนัตตา มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงไม่หลงงมงายกับความโลภโกรธหลงรวมทั้งตัณหา ราคะต่างๆ อีกต่อไป สำหรับความลึกซึ้ง ในเรื่องสมาธิ วิปัสสนานั้น ผมเองก็ไม่สามารถเข้าถึงได้มากนัก สงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนที่ทำสมาธิแก่กล้านั้น สามารถหยั่งรู้ หรือติดต่อกับวิญญาณได้จริงหรือไม่

มีเรื่องราวเกี่ยวกับผีอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะ ที่ผมชอบฟังทาง youtube ซึ่ง รู้สึกเป็นเรื่องราวเร้าใจดี แต่เกิดข้อสงสัยว่า ผี มาแสดงอิทธิฤทธิ์โดยวิธีต่างให้เป็น เรื่องราวได้อย่างไร ผีคงไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะแสดงอภินิหารได้หลายอย่าง ผีมีพลังงานที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวได้หรือไม่ เพราะไม่ได้เป็นสสารที่มีรูปร่างแล้ว และไม่มีกล้ามเนื้อที่ทำให้มีแรงกระทำการใดๆได้ ผีไม่มีสมองที่จะคิดและสั่งการอวัยวะต่างๆให้ไปปรากฎกายในจุดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเห็นผีที่ใส่เสื้อผ้าเหมือนเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ ก็คงจะไมใช่ผีจริงๆ น่าจะเป็นจินตนาการ หรือภาพหลอนที่มาจากตัวเราเองมากกว่า เพราะเสื้อผ้าเป็นวัสดุ ไม่ได้มีวิญญาณ ไม่สามารถมาเป็นอาภรณ์ประกอบกายของผี ได้ สำหรับความฝัน ที่เราฝันเห็นบรรพบุรุษคนนั้นคนนี้ เคยมีอาจารย์สอนว่า ความฝันเป็นจิตใต้สำนึกที่เราบันทึกในสมองส่วนลึกโดยไม่รู้ตัว หรือ บางคน ฝันเห็นผีมาเขย่าเตียง หรือมาหลอกหลอนตอนเรานอนนั้น บางครั้งเห็นคนวิ่งตัดหน้ารถที่กำลังวิ่งอย่างกระชั้นชิด หรือมีวิญญาณมาเข้าสิงสู่ในร่างกาย ผมเข้าใจว่าทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คงเป็นภาพหลอนเพราะคิดว่า ผีมีจริง ก็เลยเห็นเหมือนกับผีมาหลอกหลอนจริงๆ สรุปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าเป็นผี ขอได้ลองเข้าไปให้เห็นชัดๆ พิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผีจริงๆ ดูว่าใช่หรือไม่ ถ้าใช่แล้วค่อยมาเล่าสู่กันฟัง

เมื่อตอนที่ยังกลัวผีอยู่นั้น ได้เคยออกมาเดินเล่นหน้าบ้านกลางดึก เพราะนอนไม่หลับ หันไปเห็นบ้านข้างๆ มีเงาตะคุ่มๆ หัวล้าน กำลังเดินไปที่ศาลพระภูมิแล้วหายไป คิดว่าเป็นผีเจ้าที่ของศาลนั้นๆ ตอนเช้า ได้พบกับเพื่อนบ้านนั้นพอดี เล่าให้เขาฟัง เขาบอกว่า นั่นคือเขาเอง พอดี กลางคืนเขาถอดวิก ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อนว่าเขาหัวล้าน เลยคิดว่าเป็นเจ้าที่

ที่ผมนำเสนอเรื่องผี มานี้ ขอลองพิจารณาว่าจะเห็นด้วย หรือไม่ เพียงแต่ พยายามคิดแบบที่เขียนข้างต้นนี้ ก็ทำให้เลิกกลัวผีได้ แม้จะเป็นที่เชื่อถือว่า คนเรามีการเวียนว่ายตายเกิด ตายแล้ว ก็ไปในภพภูมิอื่นๆ ก็ให้ทำบุญ คุณความดีไว้ เพื่อจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี แต่ทั้งนี้ ที่สำคัญกว่าชีวิตในภายภาคหน้า ก็คือชีวิตนี้ ในอนาคตข้างหน้า ซึ่ง การทำความดี หรือเป็นคนดี ก็ส่งผลได้เลย ว่ามีคนรักใคร่ ช่วยเหลือเกื้อกูล ความสบายใจทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน และ ถ้าเราเป็นคนดี ทำแต่ความดี ก็จะมีผลถึงลูกหลานเรา ให้มีคน รักใคร่ และปรารถนาดีสืบต่อไป ลูกหลานเราก็เปรียบเสมือนชาติหน้าของเรานั่นเอง บู๊ คนเคยหนุ่ม

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *