jos55 instaslot88 Pusat Togel Online นายกฯส่งสัญญานแตกร้าว - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

นายกฯส่งสัญญานแตกร้าว

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

นายกฯส่งสัญญานแตกร้าว ?

เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สองอย่างที่ส่อถึงความร้าวฉานในคณะรัฐบาลผสมหลายฝ่าย ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ปราฏขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ..

๑ คณะรัฐมนตรีมีมติโอนอำนาจในการบริหารชั่วคราวของรัฐมนตรีอื่น ตามที่ พรบ. ๓๑ ฉบับ กำหนดให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการบริหารแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ”โควิด 19”เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

๒ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวก่อนปิดการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบ”วิดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์”เตือนรัฐมนตรี(โดยไม่ระบุชื่อ)ว่า มีรัฐมนตรีบางคนพูดจานินทาตนลับหลัง ในที่ประชุมบางวง ในช่วงที่ผ่านมาและขออย่าได้ประพฤติเช่นนั้นอีก ไม่เช่นนั้น ก็จะให้ออกจากตำแหน่งและยึดตำแหน่งคืนมาเป็นของตน โดยอ้างว่ามีทีมงาน”เฟซบุ๊ค”คอยติดตามดูพฤติกรรมอยู่

รายงานของสื่อมวลขนกระแสหลักระบุตรงกันว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ผ่านมา เป็นไปตามปกติธรรมดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวแต่ประการใด ระหว่างการประชุมตั้งแต่ต้นจนจบ

ในข้อที่ ๑ นั้นก็พอจะเข้าใจได้ ในกรณีที่ต้องรวบอำนาจในการกำกับและบริหารสถานการณ์”โควิด 19” มาควบคุมไว้เองอย่างใกล้ชิดในยามที่การแพร่ระบาดระยะที่ ๓ ทำท่าจะขยายตัวและติดเชื้อได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น อย่างน่ากลัว

แถมทำท่าจะ”เอาไม่อยู่” เช่น เริ่มมีปัญหาในการทดสอบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ จนบางรายต้องเสียชีวิตไปแล้ว เพราะการรอคิวนานเกิน แม้จะเกิดขึ้นกับเพียงในไม่กี่ราย แต่ก็เสี่ยงต่อการขยายตัวได้ ถ้าอัตราการติดเชื้อรายวัน ยังคงอยู่ที่หลักสองพันรายขึ้นไป ในแต่ละวันเช่นที่เป็นอยู่

แม้จะยังไม่เลวร้ายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในอินเดีย ที่ไม่สามารถกุมสภาพได้ขณะนี้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเวรตามกรรม แม้จะเผาศพก็ยังไม่ทันเลย โดยไม่ต้องพูดถึงการรับตัวเข้ารักษา เพราะคนป่วยเกิดสภาพล้นโรงพยาบาลและขาดแคลนออกซิเจนช่วยหายใจ ต้องปล่อยให้ป่วยและตายอยู่ตามบ้าน

ฉะนั้น จึงอย่าคิดประมาทว่า สภาพอย่างอินเดียจะไม่เกิดขึ้นในไทยหากมัวแต่หลงใหลได้ปลื้มติดยึดว่า ระบบสาธารณสุขของไทยเรายังดีมากๆ เคยติดอันดับต้นๆ ของโลกมาแล้ว

กรณีที่เกิดการแพร่ระบาดแบบ”คลัสเตอร์”จากสถานที่บันเทิงต่างๆ จากแหล่งกาสิโนและจากตลาดปลา สะท้อนความบกพร่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะในกรณีแพร่ระบาดที่คลับซอยทองหล่อ นับเป็น”ตัวอย่าง”ที่ชี้ถึงความบกพร่องประมาทเลินเล่อของกระทรวงมหาดไทยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ รวมถึงการเล่นพรรคเล่นพวกในระดับเจ้าหน้าที่(ตำรวจ)ปฏิบัติงานด้วย

การขาดความเด็ดขาดในการจัดการสกัดการแพร่ชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นนี้

จึงจำเป็นต้องรวบอำนาจเข้าไว้ เพื่อจัดการแก้ไขและป้องกันอย่างทันท่วงที ซึ่งในประการนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้

อีกเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องพูดถึงก็คือ ความบกพร่องของรัฐมนตรีสาธารณสุข ในการแสวงหาวัคซีน ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่ลงเอยสักที จะเท่าทันในการสกัดการแพร่ระบาดหรือไม่เพียงไร จนกระทั่งเกิดมีการรณรงค์ผ่านทาง www.change.org เพื่อเข้าชื่อกันขับไล่นายอนุทิน ชาญวีรกุล ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุขแล้ว

คาดว่าเรื่องนี้ยุ่งยากนัก หรือสงสัยว่าจะมีการ”กันท่า”กัน จะเพื่อผลประโยชน์ของใครก็ตามที จึงจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีต้อง”ตัดตอน”เข้าจัดการเอง

สำหรับข้อที่ ๒ ซึ่งนายกรัฐมนตรีออกมาเตือนรัฐมนตรีมิให้นินทาตนลับหลังและว่าจะไล่ออกถ้ายังทำต่อนั้น ผมเอง มีความเห็นว่าเป็นการ”ขู่”คุกคามกันเกินไป ทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ใช้วิธีตามปกติโดยสุภาพเชิญไปพูดคุย เป็นการภายใน ทำไมต้อง”หัก”กันต่อหน้าสาธารณชนอย่างนี้ เรียนว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมครับ

ผลเสียที่เกิดขึ้นก็คือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าได้เกิดความร้าวฉานกันขึ้นแล้วในคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้ถูกวิจารณ์แต่แรกว่า จะอยู่ได้ไม่นานเพราะเปราะบางเหลือเกิน เรื่องจากพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาดแถมระหว่างที่บริหารประเทศมานั้น รัฐมนตรีในแต่ละพรรคมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายอย่าง แต่ก็ยังคงร่วมรัฐบาลอยู่ได้

จึงเป็นที่ลำบากใจของราษฎรธรรมดาๆ อย่างผม จะยอมรับผลงานและพฤติกรรมของคณะรัฐมนตรีชุดนี้อย่างหมดใจ ทั้งนี้ยังไม่นับอีกเรื่องหนึ่งที่คาใจอยู่ คือการเร่งพัฒนาประชาธิปไตย ที่อืดอาดล่าช้า แม้จะไม่เห็นด้วยกับขบวนการ”ประชาธิปไตยตี๋ๆ”ที่ใช้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ของผม)เป็นแหล่งปลุกระดม

ผมมองต่อไปว่า ไม่ว่าการรวบอำนาจ(ครั้งนี้)และการออกมาขู่ของนายกฯ จะเกี่ยวข้องต่อเนื่องกันหรือไม่

แต่ก็เห็นว่า”รอยร้าว”ของคณะรัฐบาลชุดนี้ปรากฏชัดขึ้นแล้ว

ส่วนจะแตกแยกสลายออกจากกันเมื่อไรนั้น ก็ต้องรอดูกันไป

ถึงยังไงๆ  ก็รอให้ภาวะวิกฤติ”โควิด 19”ผ่านพ้นไปเสียก่อนเถิด

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *