INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

บิลล์ แคมป์เบลล์ การนำด้วยความรัก

บิลล์ แคมป์เบลล์ การนำด้วยความรัก

เนื่องจาก Trillion Dollar Coach มีการอ้างถึงหนึงสือ Give and Take ของ
อดัม แกรนต์ และอดัม แกรนต์ เป็นผู้เขียนคำนำของหนังสือ Trillion Dollar Coach ด้วย อดัม แกรนต์ นักจิตวิทยาองค์การและผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุดของนิว ยอร์ค ไทมส์ Give and Take : Why Helping Others Drives Our Success
หนังสือเล่มนี้ได้สร้างใหม่ความเข้าใจของเราแก่อะไรขับเคลื่อนความสำเร็จ
ภายใต้การวิจัยของเขา อาจารย์วอร์ตัน อดัม แกรนต์ได้แสดงว่าอย่างไร การรวมกับแรงจูงใจ ความสากมารถ และโอกาส การเป็นผู้ให้ภายในการกระทำและทัศนคติของเราแก่บุคคลอื่นสามารถกระตุ้นความสำเร็จส่วนบุคคลและอาชีพระยะยาวของเรา การให้เป็นเสาใหม่ของความสำเร็จ เรามีสามเสาของความสำเร็จ : แรงจูงใจ ความสามารถ และโอกาส แต่กระนั้นเรามีเสาที่สี่กำหนดว่าใครจะบรรลุความสำเร็จและใครไม่ : การเกี่ยวพันระหว่างกันกับบุคคลอื่นของเรา หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับพฤติการการให้และการรับ บุคคลที่ให้มากกว่าจบลงด้วยการบรรลุความสำเร็จมากขึ้นภายในชีวิต
อดัม แกรนต์ได้เขียนคำนำของหนังสือ Trillion Dollar Coach ต่อไปนี้
เกือบทศวรรษที่แล้ว ผมได้อ่านเรื่องราวภายในฟอร์จูนเกี่ยวกับความลับที่เก็บไว้ดีที่สุดของซิลิคอน แวลลี่ย์ มันไม่ได้เป็นฮาร์ดแวร์หรือซอฟท์แวร์ มันไม่ได้เป็นแม้แต่ผลิตภัณฑ์ มันเป็นชายคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือ บิลล์ แคมป์เบลล์ และเขาไม่ได้เป็นแฮคเกอร์ เขาเป็นโค้ชฟุตบอล บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้กลายเป็นมีอิทธพลมากที่เขาได้เดินวันอาทิตย์ทุกสัปดาห์กับสตีฟ จ้อป และผู้ก่อตั้งกูเกิล ได้กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้สร้างกูเกิลถ้าไม่มีเขา บิลล์ ชอบที่ฉายสปอรตไลท์แก่่บุคคลอื่น แต่พอใจที่จะอยู่ภายในความมืดตัวเขาเอง ผมได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุคคลอื่นสามารถขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างไร และมันเริ่มปรากฏแก่ผมว่าเขาเป็นตัวแสดงที่น่าประทับใจที่จะเล่าประวัติ ผมดีใจที่จะกล่าวว่า ในที่สุดขอขอบคุณหนังสือเล่มนี้ ผมมีคำตอบของผม
Trillion Dollar Coach ได้เปิดเผยว่าการเป็นผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ เราต้องเป็นโค้ชที่ยิ่งใหญ่ เขาเป็นทฤษฎีที่มีชีวิตภายใน ค.ศ 1980 ที่ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้พัฒนาจนกระทั่งศตวรรษต่อมา บิลล์ แคมป์เบลล์ นำหน้าเวลาของเขา บทเรียนของประสบการณ์ของเขาตรงเวลาภายในโลกแห่งความร่วมมือร่วมใจ โชคชะตาของอาชีพของเราและบริษัทของเราขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ แต่ผมเชื่อว่ามันไร้เวลาด้วย วิถีทางโค้ชของบิลล์ใช้ได้ภายในทุกยุค
บิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นโค้ชล้านล้านเหรียญ ที่จริงแล้วล้านล้านเหรียญน้อยกว่าความเป็นจริง มูลค่าที่เขาสร้าง เขาทำงานเคียงข้างกับสตีฟ จ้อปที่จะสร้างแอปเปิลจากการใกล้ล้มละลายเป็นมูลค่าตลาดหลายร้อยพันล้านเหรียญ เขาทำงานเคียงข้างกับแลร์รี่ เพจ เซอร์เกย์ บริน และอิริค ชมิดท์ ที่จะสร้างกูเกิล จากสตาร์ทอัพเป็นมูลค่าตลาดหลายร้อยพันล้านเหรียญด้วย และไม่ได้รวมบริษัทอื่นจำนวนมากที่บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้ให้คำแนะนำ ด้วยมาตรการเหล่านี้ บิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นโค้ชผู้บริหารยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยมองเห็นและไม่ได้เป็นโค้ชผู้บริหารภายในแม่แบบสมัยเดิม ทำงานที่จะสร้างผลการปฏิบัติงานสูงสุดของบุคคลเพียงผู้เดียว บิลล์โค้ชทีม
ภายในหนังสือก่อนหน้านี้ของเรา How Google Work บิลล์ แคมป์เบลล์ ยืนยันว่าเรามีพันธุ์ใหม่ของบุคคล ผู้สร้างสรรค์ที่ฉลาด บุคคลที่สำคัญของการบรรลุความรวมเร็วและนวัตกรรม ผู้สร้างสรรค์ที่ฉลาดเป็นบุคคลบางคนที่รวมความลึกทางเทคนิคกับความเข้าใจธุรกิจและไหวพริบที่สร้างสรรค์ บุคคลเหล่านี้มีอยู่เสมอ แต่ด้วยความก้าวหน้าของอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และคลาวด์ คอมพิวติ้ง พากเขามีผลกระทบมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ต่อบริษัทที่จะบรรลุความสำเร็จ พวกเขาต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง และเพื่อที่จะทำดังนั้น พวกเขาต้องดึงดูดผู้สร้างสรรค์ที่ฉลาด และสร้างสภาพแวดล้อมที่บุคคล
เหล่านี้สามารถบรรลุความสำเร็จได้
บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้ช่วยแนะนำประเด็นค่าตอบแทน ณ กูเกิล หลายปี เเละเขาสนับสนุนความกรุณาอยู่เสมอ เขาเข้าใจบางสิ่งบางอย่างเกี่ยกับค่าตอบแทนที่บุคคลหลายคนไม่ได้ทำ เงินไม่ได้เกี่ยวกับเงินอยู่เสมอ แน่ใจบุคคลทุกคนต้องการเงินเดือนที่ยุติธรรมที่รับภาระพวกเขาต่อวิถีวืชิตที่ดีได้ ต่อบุคคลที่ยิ่งใหญ่หลายคน เงินเกี่ยวกับเงิน แต่เงินเกี่ยวกับอย่างอื่นอีกด้วย ค่าตอบแทนไม่เพียงแค่เกี่ยวกับมูลค่าเศรษฐกิจของเงินเท่านี้น มันเกี่ยวกับมูลค่าทางความรู้สึก มันเป็นเครื่องมือส่งสัญญานต่อการยกย่อง ความเคารพ และสถานภาพ และมันผูกบุคคลอย่างเข้มแข็งกับเป้าหมายของบริษัท บิลล์
แคมป์เบลล์ รู้ว่าบุคคลทุกคนเป็นมนุษย์
และต้องการถูกชื่นชม รวมทั้งบุคคลที่มั่นคงทางการเงินแล้ว นี่คือทำไมนักกีฬาซุปเปอร์สตาร์มูลค่าพันหรือร้อยล้านเหรียญผลัดดันสัญญาที่ใหญ่โตต่อไป
มันไม่ใช่เพื่อเงิน มันเพื่อความรัก

การนำด้วยความรัก : คำแนะนำทางธุรกิจตำนานของบิลล์ แคมป์เบลล์ บิลล์ได้รับชื่อเล่นว่า “โค้ชล้านล้านเหรียญ” ต่อเส้นทางอาชีพที่ผิดธรรมดา การมาจากโค้ชฟุตบอล ณ มหาวิทายลัยโคลัมเบีย ไปสู่การให้คำปรึกษาแก่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ เช่น สตีฟ จ้อป และเเลร์รี เพจ บิลล์ แคมป์เบลล์ ได้กล่าวว่า การรวมกันของจิตใจที่แหลมคมและหัวใจที่อบอุ่น ไม่ธรรมดาภายในวงจรบริษัท บุคคลที่เย็นชาถูกมองมีความสามารถ และบุคคลที่อบอุ่นถูกมองไม่มีความสามารถ ความรักเป็นถ้อยคำที่เราไม่ได้ยินกันมากภายในสภาพแวดล้อมธุรกิจ ความรักเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่สร้างทีมที่ยิ่งใหญ่ให้ยิ่งใหญ่ น่าสังเกตุ บิลล์ ไ่มรับเงินสดหรือหุ้นต่อการบริการโค้ช และมองการมีส่วนช่วยของเขาเป็นวิถีทางคืนกลับภายหลังอาชีพธุรกิจของเขา
บิลล์ แคมป์เบลล์ ปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนเป็นบุคคล นักอาชีพ ส่วนบุคคล ครอบครัว อารมณ์ ส่วนประกอบทุกอย่างถูกห่อเข้าด้วยกัน และถ้าเราเป็นบุคคลของเขา เขาห่วงใยเกี่ยวกับเราอย่างจริงใจ เมื่อบิลล์เดินเข้ามาภายในสำนักงาน มันคล้ายกับการมางานเลี้ยง เขาเดินไปรอบทักทายบุคคลด้วยชื่อ กอดพวกเขา ภายหลังกอดและทักทักทายแล้ว เขาพูดเกี่ยวกับครอบครัว การเดินทาง และเพื่อน บิลล์ เป็นโคชของทีม และคนรักของบุคคล
ภายใต้การนำด้วยความรักของบิลล์ แคมป์เบลล์ เรากำลังอ้างถึงความรักที่ดีงามทั้งหมด เขาไม่เคยล้ำเส้น เขาเพียงแค่กอดบุคคลทุกคน และถ้าเขาไม่สามารถเข้าใกล้เพียงพอที่จะกอดเรา บางครั้งเขาส่งจูบให้ ภายในการประชุมของบริษัท บิลล์ให้การขยิบตาและส่งจูบแก่้เรา บุคคลทุกคนเข้าใจด้วยความชัดเจนของเจตนาของการกอดและจูบ การแสดงว่าเขาห่วงใย การแสดงว่าเขารัก
บิลล ์แคมป์เบลล์ห่วงใยบุคคล เขาปฏิบัติบุคคลทุกคนด้วยความเคารพ เขาเรียนรู้ชื่อของพวกเขา เขาให้การทักทายที่อบอุ่น เขาห่วงใยเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขาและการกระทำของเขาภายในการเอาใจใส่นี้เสียงดังกว่าคำพูดของเขา
เมื่อสตีฟ จ้อปกลายเป็นเจ็บป่วยจากมะเร็ง บิลล์ไปเยี่ยมเขาเกือบทุกวัน ไม่ว่าสตีฟ จ้อป อยู่บ้าน สำนักงาน หรือโรงพยาบาล บิลล์ ได้แสดงว่าเมื่อเรามีเพื่อนบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย หรือต้องการเราภายในวิถีทางบางอย่าง เราต้องเลิกทุกสิ่งทุกอย่างและไปหาเขา
ภายในชีวิตของเราเอง เราไม่พยายามที่จะเทียบเคียงวิถีทางที่บิลล์
แคมป์เบลล์ รักบุคคลของเขา เราไม่ได้กอด เราไม่ได้ลึกซึ้งกับชีวิตครอบครัวของบุคคล เราไม่ได้โทรศัพท์ไปหาพ่อของพวกเขา ถ้าเราไม่ได้มีตามธรรมชาติจิตใจที่ยิ่งใหญ่เหมือนบิลล์
การแกล้งทำมันไม่บรรลุความสำเร็จ อย่าไปแกล้งทำมัน
เพื่อห่วงใยบุคคล เราต้องห่วงใยเกี่ยวกับบุคตล ถามเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา
ภายนอกการทำงาน ทำความเข้าใจครอบครัวของพวกเขา และเมื่ออะไรยุ่งยาก แสดงตัว
ความห่วงใยและความเห็นอกเห็นใจสามารถมีผลกระทบอย่างมากต่อองค์การ
เมื่อบิลล์ แคมป์เบลล์ เป็นซีอีโอของอินทุยท์ ผู้นำทีมคนหนึ่งของเขา มารี
เบเกอร์ มีปัญหาทางการแพทย์ ในขณะที่เดินทางธุรกิจและเข้าโรงพยาบาล เมื่อบิลล์ได้รู้ถึงเรื่องนี้ เขาเช่าเครื่องบินบินกับสามีของแมรีไปฝั่งตะวันออกอยู่กับเธอและนำเธอกลับบ้าน นี่ดูเหมือนคล้ายกับกิริยาความเมตตา แต่เรื่องราวจริงทำนองนี้สามารถส่งสัญญานความเอาใส่ของผู้นำต่อทั้งบริษัทและทำให้เกิดความจงรักดีอย่างมาก
ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอของกูเกิล จำได้ว่าบิลล์ แคมป์เบลล์ เริ่มการประประชุมวันจันทร์ของสัปดาห์ของพวกเขา ด้วยการถามเกี่ยกับครอบครัวของซันดาร์และวีนสุดสัปดาห์และพูดเกี่ยวกับตัวเขาเอง ผมยุ่งอยู่เสมอที่จะเข้าร่วมการประชุมเหล่านี้ ด้วยหลายสิ่งที่ต้องทำ แต่เวลาของผมกับบิลล์ได้ทำให้ผมมีความรู้สึกของมุมมอง อะไรก็ตามที่ผมกำลังทำว่าสำคัญ แต่เขาได้แสดงแก่ผมว่าอะไรสำคัญอย่างแท้จริงเมื่อสิ้นวันคือ เราดำรงชีวิตของเราและบุคคลภายในชีวิตของเราอย่างไร
ความเป็นผู้นำและความรัก ทำไมมันเป็นคู่ที่เหมาะสม ถ้าเราเเสวงหาความสำเร็จที่ต่อเนื่องยาวนานแก่บริษัทของเรา ปฏิบัติต่อบุคคลของเราเป็นครอบครัวและนำด้วยความรัก นี่คือคำแนะนำที่เฮิรบ เคลลีเฮอร์ ผู้ก่อตั้งเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ที่เป็นตำนาน ได้เสนอแก่ผู้อ่านภายในหนังสือเล่มใหม่ Lead with LUV
ทุกบริษัทมีกลุ่มของบุคคลสามกลุ่มที่พวกเขาต้องการรักษาความสุข
– ลูกค้า บุคคล แลผู้ถือหุ้น มันอาจจะเป็นการกระทำที่เล่นกล ณ เวลาที่พยายามจะสมดุลความต้องการของสามกลุ่ม โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจ
ที่สำคัญต้องถูกทำ บริษัทของเราเรียงลำดับของสามกลุ่มเหล่านี้อย่างไร
หนังสือ Lead with LUV เป็นการสนทนาระหว่างคอลลีย แบร์เรตต์ ประธานบริษัทของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ก่อนหน้านี้ และเคน แบลนชาร์ด ผู้เขียน The One Minute Mager ที่โด่งดัง ด้วยประสบการณ์ส่วนบุคคล คอลลีน แบร์เรตต์ และเคน แบลนชาร์ด ได้เปิดเผยว่าทำไมการนำด้วยความรักเป็นวิถีทางที่มีพลังมากที่สุดที่จะนำ และมันสามารถช่วยให้เราบรรลุระดับการปฏิบัติงานที่ดีเยี่ยมอย่างไร เคน แบลนชาร์ด ได้กล่าวว่า เขาตื่นเต้นเกี่ยวกับหนังสือเล่มใหม่ที่เขาได้เขียนกับคอลลีน แบร์เรตต์ เหตุผลที่เขาตื่นเต้นเกี่ยวกับมัน เพราะว่าถ้าเขาถูกถามที่จะทิ้งมรดกความคิดของเขาวันนี้ สิ่งนี้ควรจะเป็นหนังสือเล่มนี้ โลกอยู่ภายในความต้องการที่สิ้นหวังของถ้อยคำความรักและบุคคลลำดับแรก ถ้าเรารู้อะไรก็ตามเกี่ยวกับเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ เรารู้ว่าพวกเขาเกี่ยวกับความรัก พวกเขาบางครั้งสะกดมัน แอลยูวี เพราะว่า แอลยูวี เป็นสัญลักษณ์ของพวกเขาบนตลาดหุ้นนิวยอร์ค พวกเขารักบุคคลของพวกเขา และพวกเขารักลูกค้าของพวกเขา พวกเขารักงานของพวกเขา และทำงานอย่างจริงจัง
คอลลีน แบร์เรตต์ เริ่มต้นอาชีพของเธอเป็นเลขานุการผู้บริหาร แต่ผู้ก่อตั้งบริษัทได้เลือกเธอที่จะสืบต่อเขาเป็นประธานบริษัท เมื่อถามว่าทำไม เขากล่าวว่่า เพราะว่าเธอรู้ว่าเราจะรักบุคคลเพื่อความสำเร็จอย่างไร ภายใต้ความเป็นผู้นำของคอลลีน แบร์เร็ต เซ้าธ์เวสท์ ได้เจริญเติบโต ในขณะที่คู่แข่งขันกำลังดิ้นรน ลูกค้าของเธอจงรักภักดี บุคคลของเธอรักที่จะทำงานที่นี่ และบริษัททำกำไรทุกปี
คอลลีน แบร์เร็ตต์ ได้กล่าวว่าการรับใช้มาก่อนเป็นกระดูกสันหลังของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ แกนปรัชญาต่อการบริหารและความเป็นผู้นำของเธอ นี่หมายความว่าผู้นำแบบรับใช้คิดเกี่ยวกับความต้องการของบุคคลอื่นก่อน และถามว่า เราสามารถช่วยเหลือได้อย่างไร คอลลีนมองสิ่งนี้เป็นจุดสำคัญที่เธอเข้าใจจะจูงใจและพัฒนาบุคคลและได้ผลลัพธ์อย่างไร ด้วยการรับใช้บุคคลอื่นและทำตามกฏทอง – ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นเหมือนเช่นเราอยากจะถูกปฏิบัติ
ครั้งหนี่งในขณะที่แบ่งปันความคิดของเธอเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ คอลลีน
แบร์เรตต์ ได้ถูกถามเธอกังวลใจว่าคู่แข่งขันสามารถขโมยความคิดทางการบริหารของเธอหรือไม่ เช่น การเขียนบันทึกขอบคุณแก่บุคคลของเธอหลายพันคน เธอได้กล่าวว่า ไม่ เพราะว่าเวทมนต์อย่างแท้จริงไม่ได้เป็นการรู้แนวคิด
มันอยู่ภายในการทำงาน ต่อคอลลีน แบร์เรตต์แล้ว การทำงานเป็นส่วนผสมที่สำคัญต่อความสำเร็จของเซ้าธ์เวสท์ภายในอุตสาหกรรมสายการบินที่ยากลำบากนานสี่สิบกว่าปีที่แล้ว
มันเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งด้วยที่ทำไมผู้เขียนหนังสือธุรกิจขายดีที่สุด เคน
แบลนชาร์ด ต้องการจทำงานด้วยกับคอลลีน แบร์เรตต์ เกี่ยวกับหนังสือเล่มใหม่ที่ยึดตัวอย่างความเป็นผู้นำชีวิตจริงที่ทำให้เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์เป็นโมเดลการบริหารที่ดี ดังที่เคน แบลนชาร์ด ได้กล่าวว่า “เธอทำสิ่งที่ผมได้เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และสอนตลอดหลายปี มันเป็นทุกอย่างภายในที่นี่ด้วยบุคคลจริงที่ทำมัน” และสิ่งหนึ่งที่เคน แบลนชาร์ดได้เขียนบ่อยครั้งคือความสำคัญของการฉลองทั้งบุคคลและผลลัพธ์
ดังที่คอลลีน แบร์เรตต์ ได้อธิบายว่า สิ่งที่สำคัญคือข้อเท็จจริงที่เราได้ให้เกียรติบุคคล และยอมรับว่าอะไรที่พวกเขาสร้างความแตกต่างทางบวก ภายในกระบวนการ เรากำลังสร้างวีรบุรุษจากพวกเขา เราทำให้พวกเขารู้ว่าเรารักพวกเขาต่อความพยายามของพวกเขา และเราต้องการให้บุคคลทุกคนฉลองความสำเร็จของพวกเขา แต่มันต้องการการทำงาน และ ณ เซ้าธ์เวสท์ นี่หมายความว่าผู้บริหารเขียนบันทึกด้วยมือแก่บุคคลหลายพันคนทุกปี
เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ มี 46 ปีติดต่อกันของการทำกำไร เราอาจจะถูกถามว่ามันเป็นไปได้อย่างไร มันเป็นโชคหรืออย่างอื่น มันมีบางสิ่งบางอย่างไม่ใช่โชค ณ เซ้าธ์เวสท์ มันทุกอย่างเริ่มต้น ณ บนสุดด้วยผู้ก่อตั้ง เฮิรบ เคลลีเฮอร์ เขาได้ถูกอธิบายเป็นผู้นำแบบรับใช้โดยคำนิยาม เขาเป็นทนายความโดยการค้า
ดังนั้นเขามีความลุ่มหลงอยู่เสมอเพื่อการช่วยเหลือบุคคลอื่น ยิ่งกว่านั้นเขาเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าการดูแลบุคคลเป็นความสำคัญสูงสุดของบริษัท เขาไม่ได้คิดถึงกำไรและลูกค้า แต่บุคคลที่ทำงานเพื่อและกับเขาเป็นความสำคัญลำดับแรกของเขา เขามีชื่อเสียงต่อการไม่มองบุคคล ” วิ่งขึ้นบนบันได” แต่มองว่าบุคคลทุกคนภายในองค์การเท่าเทียมกัน คุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นผู้นำแบบรับใช้คือ การพัฒนาบุคคลของเรา ตัวอย่างของของเฮิรบ
เคลลีเฮอร์ ที่แสดงให้เห็นจากคุณลักษณะนี้สามารถพบได้จากประธานบริษัทก่อนหน้านี้ของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ คอลลีน แบร์เรตต์
คอลลีน แบร์เรตต์ ทำงานกับเฮิรบ เคลลีเฮอร์ นับตั้งแต่การเริ่มต้นเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ดังนั้นเลขานุการกฏหมาบก่อนหน้านี้ โดยไม่มีการศึกษาการบริหารที่เป็นทางการ กลายเป็นประธานบริษัทของโมเดลธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดของโลกอย่างไร คำตอบจะเรียบง่ายมาก เธอได้ถูกพัฒนาเป็นผู้นำโดย
เฮิรบ เคลลีเฮอร์ มันได้ช่วยความลุ่มหลงของเธอที่จะนำและรับใช้บุคคลอื่น
คอลลีน แบร์เรตต์ รักษาตำแหน่งของเธอตลอด 30 ปีกับบริษัทโดยการนำร่วมกับเฮิรบ เคลลีเฮอร์
การคู่กันของทั้งสองทำงานได้ดีหลายปี เพราะว่าพวกเขามีค่านิยมและศีลธรรมร่วมกัน ในฐานะของทีม พวกเขาแสดงพฤติกรรมที่ระบุไว้เจ็ดอย่างภานในโมเดลของความเป็นผู้นำแบบรับใช้ที่อธิบาบโดยปีเตอร์ นอร์ธเฮ้า พวกเขาทั้งสองได้ช่วยให้บุคคลเจริญเติบโตและบรรลุความสำเร็จภายในบริษัท โมเดลธุรกิจที่สร้างโดยเฮิรบ เคลลีเฮอร์ วางบุคคลไว้ลำดับแรก ที่จริงแล้ว คอลลีน แบร์้เรตต์ ได้อธิบายบริษัทเป็นพีรามิด ตรงที่บุคคลล่างสุดกลายเป็นอยู่ ณ บนสุด
ณ เซ้าธ์เวสท์ การวางบุคคลไว้เป็นลำดับแรกเป็นกฏตั้งแต่สายการบินเริ่มต้น
40 ปีที่แล้ว ผลลัพธ์น่าประทับใจมาก ภายในอุตสาหกรรมที่ขาดทุนรุนแรง เซ้าธ์เวสท์ทำกำไรติดต่อกันนานกว่า 40 ปี มันดูคล้ายกับความคิดนอกรีต เมื่อเรากล่าวมันครั้งแรก แต่เราพูดตรงไปตรงมาเกี่ยวกับมัน คอลลีน แบร์เร็ต พูด พีรามิดของเรากลับหัวจากบริษัทส่วนใหญ่ เราประกาศอย่างชัดเจนและภูมิใจว่าบุคคลของเราเป็นลูกค้าลำดับแรกของเราภายในแง่ของความสำคัญ ผู้โดยสารเป็นของเราเป็นลูกค้าลำดับที่สองของเรา และผู้ถือหุ้นของเราเป็นลูกค้าลำดับที่สาม
คอลลีน แบร์เรตต์ มีชื่อเสียงต่อจุดมุ่งของเธอบนความเป็นผู้นำแบบรับใช้ เธอมุ่งที่หลักการความเสมอภาค และการปฏิบัติต่อบุคคลทุกคนเท่าเทียมกัน ปรัชญาโดยทั่วไปของเธอคือ ถ้าเราปฏิบัติต่อบุคคลของเราดี พวกเขาจะปฏิบัติต่อลูกค้าของเราดี พวกเขาจะกลับมา และปฎิบัตต่อผู้ถือหุ้นของเราดี เธอเป็นผู้เชื่อมั่นที่เข้มแข็งภายในกฏทอง และมันได้ถูกแสดงให้เห็นภายในทุกสถานที่ตั้งของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์
หนังสือเล่มนี้ได้ยึดคอลลีน แบร์เรตต์ และเฮิรบ เคลลีเฮอร์ ใช้สไตล์การบริหารที่แตกต่างเมื่อก่อตั้งเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ อย่างไร และสไตล์การบริหารนี้ได้มีส่วนช่วยต่อความสำเร็จของพวกเขาอย่างไร มันได้ลงไปสู่รายละเอียดของถ้อยคำเฉพาะหลายคำที่ประกอบเป็นค่าน่ยมของเซ้าธ์เวสท์ เรามักจะได้ยินทั่วทั้งเซ้าธ์เวสท์เช่น จิตวิญญานนักรบ หัวใจของผู้รับใช้ ทัศนคติสนุกสนาน – ความรัก
หัวใจของผู้รับใช้คือ ความลุ่มหลงเพื่อการรับใช้บุคคลอื่น เราต้องการให้บุคคลทุกคนของเราทำตามกฎทอง ยึดหลักการพื้นฐานของเรา ปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยความเคารพ ให้บุคคลอื่นมาก่อน สร้างความเสมอภาค บริการลูกค้าอย่างเข้มแข็ง และรับเอาครอบครัวของเซ้าธ์้เวสท์ การมีชีวิตอยู่ด้วย
กฏทอง

ทัศนคติสนุกสนาน – ความรัก คือ เราต้องการสนุกสนานชีวิตการทำงานของเราให้มากเท่ากับชีวิตบ้านของเรา ความลุ่มหลง การเล่นเป็นทีม เราต้องการบุคคลที่ภูมิใจอยู่ที่นี่ บุคคลที่สนุกสนานและทัศนคติแห่งความรัก และไม่ทำตัวพวกเขาเองจริงจังเกินไป
จิตวิญญานนักรบคือ เราต้องมีจิตวิญญานการต่อสู้ที่จะบรรลุความสำเร็จ
เราต้องการเป็นดีที่สุด การทำงานหนัก ความกล้าหาญ ความรู้สึกเร่งด่วน การปกป้อง และนวัตกรรม เราต้องการเป็นผู้ชนะ บุคคลไม้ต้องการเพื่อเป็นผู้แพ้
เราต้องการชนะอะไรที่เริ่มต้นทำ
สิ่งเหล่านี้เป็นค่านิยมแกนของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ วัฒนธรรมของพวกเขาได้ถูกระบุด้วยค่านิยมสามอย่างเหล่านี้ และมันได้ถูกใช้เป็นการทดสอบที่สำคัญต่อบุคคลที่จ้างใหม่ที่ต้องสะท้อนค่านิยมเหล่านี้ เซ้าธ์เวสท์ เป็นบริษัทหนึ่งที่รู้จักกันดีที่สุดด้วยวัฒนธรรมแบบผู้รับใช้ ภายในถ้อยแถลงค่านิยมของเซ้าธ์เวสท์ เราจะมองค่านิยมสามอย่างเหล่านี้ที่เราต้อง “มีชีวิตอยู่กับวิถีทางของเซ้าธ์เวสท์”
เมื่อเราพูดกับบุคคลทั่วโลกเกี่ยวกับความเป็นผู้นำแบบรับใช้ ปรัชญาทางปฏิบัติที่กระตุ้นความร่วมมือร่วมใจ ความไว้วางใจ สายตาไกล การรับฟัง และการใช้อำนาจอย่างมีจริยธรรม บุคคลส่วนใหญ่เชื่อว่ามันเพิ่มความสามารถความเป็นผู้นาภายในตัวมันเอง และทีมของมันสำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ สิ่งที่พวกเขาไม่มั่นใจคือ ด้าน “อ่อน” ของความเป็นผู้นำแบบรับใช้
เช่น การทำงานบนรากฐานของความไว้วางใจและความเคารพร่วมกัน จะใช้ได้หรือไม่เมื่ออะไรยุ่งยากกำลังเกิดขึ้น เซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ ที่ได้ปฏิบัติความเป็นผู้นำแบบรับใช้นานกว่า 33 ปี เป็นบริษัทหนึ่งได้บริหารที่จะเจริญเติบโตภายในการเผชิญกับความทุกข์ยากมาแล้ว คำขวัญของเฮิรบ เคลลีเฮอร์ต่อทั้งสายการบินและบุคคลของเซ้าธ์เวสท์คือ “การบริหารภายในเวลาที่ดีที่ตระเตรียมเพื่อเวลาที่ไม่ดี”
ครั้งหนึ่งเฮิรบ เคลลีเฮอร์ ได้ถูกถามเขาให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้ถือหุ้นหรือบุคคลของบริษัท การตอบสนองสนองของเขาแสดงทั้งมุมมองที่สวนกระเเส แต่ได้รวมมุมมองพีรามิดกลับหัวไว้ด้วย บุคคลทุกคคนของเซ้าธ์้เวสท์มาก่อน
ถ้าบุคคลได้ถูกปฏิบัติอย่างดี พวกเขาจะปฏิบัติต่อโลกภายนอกดี โลภายนอกใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอีก ผู้ถือหุ้นย่อมจะมีความสุข
ความเป็นผู้นำแแบบรับใช้เป็นทฤษฎีความเป็นผู้นำหนึ่งที่มุ่งผู้ตามไม่ใช่ผู้นำ แนวคิดของความเป็นผู้นำแบบรับใช้สมัยใหม่มาจากโรเบิรต เค กรีนลีฟ เขาได้สร้างถ้อยคำ “ความเป็นผู้นำแบบรับใช้” ภายในบทความที่เขาพิมพ์เมื่อ ค.ศ 1970 The Servant as Leader ภายในบทความนี้ โรเบิรต กรีนลีฟ ได้อธิบาย อย่างไรและทำไมเขาได้ค้นพบความคิดของความเป็นผู้นำแบบรับใช้และการระบุผู้นำแบบรับใช้
จงพิจารณาถ้อยคำที่ฉลาดเหล่านี้จากโรเบิรต กรีนลีฟภายในหนังสือของเขา Servant Leadership
“ผู้นำแบบรับใช้เป็นผู้รับใช้ก่อน….บุคคลที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากบุคคลที่เป็นผู้นำก่อน…..ความแตกต่างแสดงตัวมันเองภายในความห่วงใยของผู้รับใช้ก่อน เพื่อที่จะมั่นใจว่าความต้องการสำคัญสุงสุดของบุคคลอื่นได้ถูกตอบสนอง การทดสอบที่ดีที่สุด บุคคลที่ถูกรับใช้ได้เจริญเติบโตในฐานะบุคคลหรือไม่ พวกเขาได้กลายเป็นสุขภาพดีขึ้น ฉลาดขึ้น อิสระมากขึ้น ตัวพวกเขาเองน่าจะกลายเป็นผู้รับใช้มากขึ้นหรือไม่”
ความเป็นผู้นำแบบรับใช้เริ่มต้นด้วยความรู้สึกโดยธรรมชาติที่บุคคลต้องการจะรับใช้ รับใช้ก่อน โรเบิรต กรีนลีฟเชื่อว่าผู้นำแบบรับใช้ที่แท้จริงจะถูกเลือกโดยผู้ตามของพวกเขา เขาได้อภิปรายทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นผู้นำแบบรับใช้ ผู้นำแบบรับใช้ถูกจูงใจด้วยความต้องการภายในที่จะรับใช้ ไม่ใช่ถูกจูงใจเพียงแค่อำนาจ
ผู้นำแบบรับใช้มุ่งพื้นฐานบนการเจริญเติบโตและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล
และชุมชนที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่ง ในขณะที่ผู้นำแบบสมัยเดิมเกี่ยวพันกับการสะสมและการใช้อำนาจโดยบุคคลอยู่บนสุดของพีรามิด ความเป็นผู้นำแบบรับใช้จะแตกต่าง ผู้นำแบบรับใช้แบ่งปันอำนาจ ให้ความต้องการของบุคคลอื่น
มาก่อน และช่วยให้บุคคลพัฒนาและปฏิบัติงานสูงเท่าที่เป็นไปได้
ความเป็นผู้นำแบบรับใช้เป็นแนวคิดโบราณ และคำอธิบายของมันจะถูกค้นพบได้ภายใน เต๋าเต๋อจิง โดยเล่าจื้อ นักปรัชญาจีน และตำราอรรถศาสตร์ โดย จาณักยะ นักปรัชญาอินเดีย
ความเป็นผู้นำแบบรับใช้สามารถถูกมองเป็นบางสิ่งบางอย่างของแนวคิดโดยทั่วไป เพราะว่ามันมีรากเหง้าภายในทั้งวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก นักวิจัยกล่าวว่า ภายในตะวันออก นักวิชาการผู้นำชี้ไปที่นักปรัชญาจีน ศตวรรษที่ 5 บีซี เหมือนเช่น เล่าจื้อ กล่าวว่า ผู้นำดีที่สุดเมื่อบุคคลแทบจะไม่รู้เขามีอยู่
เมื่องานของพวกเขาสำเร็จแล้ว ความมุ่งหมายได้บรรลุ พวกเขาจะกล่าวว่า ” เราทำมันด้วยพวกเรา” เล่าจื้อ ได้พูดเกี่ยวกับ ความเป็นผู้นำแบบรับใช้ 1600 ปีก่อนที่มันจะกลายเป็นปรัชญาความเป็นผู้นำที่นิยมแพร่หลาย ความเป็นผู้นำแบบรับใช้คล้ายกับลัทธิเต๋ามาก ตามเต๋าเต้อจิงของเล่าจื้อ ลัทธิเตํา จะปฏิเสธอำนาจของความเป็นผู้นำที่ห้อมล้อมด้วยการได้ชัยชนะ พันธมิตรที่แข่งขันกัน และการใช้กลอุบาย ทั้งความเป็นผู้นำแบบรับใช้และวิถีทางของลัทธิเต๋ามุ่งที่การตระหนักตนเอง การขึ้นอยู่กับการรับใช้บุคคลอื่น และการพัฒนาความรู้สึก
ของความถ่อมตัว
เต๋าเต๋อจิง ได้อธิบายลักษณะของผู้นำแบบรับใช้ดังต่อไปนี้
*บุคคลที่ส่งเสริมตัวเขาเองจะไม่กลายเป็นมีชื่อเสียง
*บุคคลที่ชอบโอ้อวดจะไม่ส่องแสง
*บุคคลที่เชิดชูตัวเขาเองจะไม่กลายเป็นผู้นำ
* บุคคลที่คุยโตตัวเขาเองจะไม่ถูกยกย่อง

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *