INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความเจริญและความเสื่อมของเศรษฐกิจจีน:จากอดีตถึงปัจจุบัน 18

ความเจริญและความเสื่อมของเศรษฐกิจจีน:จากอดีตถึงปัจจุบัน 18

รศ.สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย

ข้อจำกัดและปัญหาของการพัฒนาธุรกิจจีน
แม้ประเทศจีนได้รับผลสำเร็จในการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่ก็ประสบกับปัญหาและอุปสรรคจำนวนมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของชการปฏิรูปและการเปิดประเทศทางเศรษฐกิจของจีนได้มีการกล่าวมาบ้างแล้ว ในที่นี้ จะกล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ ข้อจำกัดในการพัฒนาเศรษฐกิจกับปัญหาสังคมและการเมือง

ข้อจำกัดในการพัฒนาเศรษฐกิจ
การที่ประเทศจีนสามารถพัฒนาจนมีความเจริญก้าวหน้าถึงระดับที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปิดประเทศทำการค้าและการลงทุนกับนานาชาติ การเปิดประเทศทำให้จีนได้รับประโยชน์จากการผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานและทรัพยากรธรรมชาติออกขายในตลาดโลก นำเข้าสินค้าที่จีนไม่สามารถผลิตได้ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์ มาใช้ในประเทศ จีนได้ใช้ประโยชน์จากการมีปัจจัยการผลิตที่มีราคาต่ำกว่าประเทศอื่น และจากเทคโนโลยีต่างๆที่มีการพัฒนาแล้วได้อย่างเต็มที่ การเปิดประเทศยังทำให้จีนรับทราบข่าวสารข้อมูล แลกเปลี่ยนทางวิชาการกับประเทศอื่น และนำเข้านักวิชาการที่มีความรู้ความชำนาญในแขนงต่างๆได้
แต่ประโยชน์ของการเปิดประเทศทางเศรษฐกิจของจีนที่ได้รับในช่วงกว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา กำลังลดลงมาตามลำดับ ข้อได้เปรียบของจีนในการมีค่าจ้างแรงงานและทรัพยากรราคาตำ่ได้ลดลงมากแล้ว ในปัจจุบัน ประเทศจีนจำเป็นต้องเร่งพัฒนาสินค้าบริการคุณภาพที่มีการใช้เทคโนโลยีในระดับสูงขึ้น แม้มีความก้าวหน้าจากเดิมมาก แต่จนถึงปัจจุบันจีนยังมีเทคโนโลยีบางด้านที่ล้าหลังกว่าประเทศในโลกตะวันตก และยังต้องมีการพัฒนาต่อไป แต่การพัฒนาเทคโนยีของจีนในขั้นต่อไปก็ต้องประสบกับอุปสรรคมากขึ้น ในทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศต่างๆในโลกมีนโยบายปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา(智识产权) การนำเข้าเทคโนโลยีและวิทยาการต่างๆ จึงไม่สามารถทำได้สะดวกเช่นแต่ก่อน นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในจีนจากแรงจูงใจที่เข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ และยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่จีนก่อนหน้านี้ ในปัจจุบันก็ไม่สามารถทำได้อีก เพราะประเทศผู้ลงทุนไม่ยินยอมให้บริษัทของตนรับเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยีของรัฐบาลจีน ทั้งยังกล่าวหาว่า ประเทศจีนละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาด้วย
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจการค้าโลกได้ชะลอตัวลงมาก ประเทศต่างๆโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มีนโยบายและมาตรการกีดกันทางการค้าจำนวนมาก มีการขึ้นภาษีในสินค้าที่ส่งมาจากจีน และปิดกั้นไม่ให้ประเทศจีนเข้าถึงเทคโนโลยี เช่นห้ามขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศจีนโดยมุ่งขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน การกีดกันการค้าจากอเมริกาย่อมมีผลทำให้การส่งออกของจีนลดลงมา แต่สิ่งที่มีผลกระทบมากต่อจีนมากคือการกีดกันในเรื่องเทคโนโลยี ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ การห้ามไม่ให้ผู้ผลิตในอเมริกาขายไมโครชิพ(芯片)ให้แก่บริษัทจีน ทั้งยังชักจูงผู้ผลิตในประเทศอื่นๆเลิกส่งไมโครชิพ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่บริษัทจีนด้วย การห้ามขายไมโครชิพนี้ สร้างความเสียหายให้แก่บริษัทอิเล็คทรอนิกส์ของจีนมาก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามา รัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมให้มีการผลิตไมโครชิพขึ้นเองในประเทศ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขาดแคลนเทคโนโลยีและบุคลากร การขาดแคลนไมโครชิพจึงเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการผลิตสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ในประเทศจีน และส่งผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอื่นๆ แม้การกีดกันนี้มีผลกระตุ้นให้จีนพยายามพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการพึ่งพาประเทศอื่น แต่คงทำได้ยากในระยะสั้น
การที่จีนไม่ได้รับประโยชน์ได้อย่างเต็มที่จากการเปิดประเทศ นอกจากการกีดกันจากภายนอกแล้ว ส่วนหนึ่งยังเกิดจากนโยบายและมาตรการของจีนเอง เช่นการห้ามไม่ให้ข้อมูลข่าวสารบางอย่างเเข้ามาในประเทศจีน บริษัทที่ทำการเผยแพร่ข้อมูล เช่น Facebook(脸书)และ Google(谷歌) ก็ไม่สามารถเข้ามาประกอบการในจีนได้ การกีดกันดังกล่าว ทำให้ประชาชนจีนไม่สามารถรับทราบข่าวสารข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยี การจำกัดการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิชาการจีนกับนักวิชาการในต่างประเทศเพราะกลัวการเผยแพร่ข้อมูลหรือความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับระบอบการปกครองของจีน ก็มีสวนทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทางด้านเทคโนโลยีของจีนมีอุปสรรคในการได้มาซึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีการควบคุมตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่ง ด้วยเหตุผลป้องกันการผูกขาดและการดูแลความปลอดภัยของข้อมูล และไม่เห็นชอบหรือไม่อนุญาตให้บริษัทเหล่านี้ออกไปขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เพราะกลัวว่าข้อมูลที่บริษัทเหล่ารวบรวมมาจะรั่วไหลไปสู่ต่างประเทศ การจำกัดการดำเนินงานของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่นี้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีของจีนในเวลาข้างหน้า เพราะการลงทุนของบริษัทเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศจีนในเวลาที่ผ่านมา
อีกสิ่งหนึ่งที่มีผลจำกัดการพัฒนาเศรษฐกิจจีน คือข้อจำกัดทางด้านแรงงาน การสำรวจสถิติประชากรจีนพบว่า ประเทศจีนได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และสัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าในปีค.ศ. 2050 คนจีนที่มีอายุเกิน60ปีจะมีมากถึงร้อยละ 30 ของประชากรในประเทศ หลายสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนมีนโยบายจำกัดการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยกำหนดให้คู่สมรสมีบุตรได้เพียงหนึ่งคน นโยบายนี้แม้มีการผ่อนคลายลงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่จากการสำรวจ คู่สมรสในวัยเจริญพันธุ์ พบว่า คนส่วนมากไม่พร้อมที่จะมีบุตรหลายคน ด้วยข้อจำกัดทางด้านภาระการใช้จ่ายครอบครัว
การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งการลดลงของแรงงานในวัยทำงาน การลดลงของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ และค่าใช้จ่ายด้านการดูแลและบริการผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลมีแผนยืดอายุการเกษียณจากการทำงานเป็น 62 หรือ 65 เพื่อลดปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้บ้าง แต่ก็ลดผลกระทบได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ปัญหาสังคมและการเมือง
การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจของจีนในเวลากว่า 40 ปีมานี้ มีผลทำให้ประเทศจีนมีการพัฒนาที่รวดเร็ว ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้สูงขึ้น แต่ก็มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ในปัจจุบัน จีนมีมหาเศรษฐีที่ติดอันดับโลกหลายคน ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีรายได้ตำ่แม้มีฐานะดีกว่าสมัยก่อนการปฏิรูป ความเหลื่อมล้ำในรายได้มีหลายรูปแบบ คือ ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค ระหว่างเมืองกับชนบท และระหว่างบุคคลหรือครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำในรายได้นี้เป็นปัญหาเศรษฐกิจและสังคมประการหนึ่งที่รัฐบาลจีนต้องเร่งแก้ไขต่อไป
ในเวลาที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างเมืองกับชนบท ทำให้ชาวชนบทอพยพเข้ามาทำงานในเมืองเป็นจำนวนมาก เมื่อเมืองต่างๆมีประชากรมากขึ้น รัฐบาลก็ต้องทุ่มงบประมาณสร้างบ้านเรือนและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆในเมือง ซึ่งก็ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น แม้นโยบายขจัดความยากจนในเขตชนบทในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีผลทำให้รายได้ของชาวชนบททั่วไปสูงขึ้นระดับหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบัน ชาวชนบทที่อพยพมาอยู่ในเมืองยังมีอยู่จำนวนมาก จากข้อจำกัดในระบบสำมะโนครัว ชาวชนบทที่มาอาศัยในเมือง ต้องประสบกับปัญหาต่างๆ เช่นการศึกษาของบุตร สิทธิในการรักษาพยาบาล และต้องจ่ายราคาบ้านหรือค่าเช่าบ้านที่แพง รัฐบาลจีนพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และราคาและค่าเช่าบ้านลดลงมาบ้างแล้ว แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท และปัญหาอื่นๆของชาวชนบทที่อพยพเข้าเมืองยังมีอยู่ และต้องแก้ไขต่อไป
ค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่คนที่เริ่มทำงานใหม่ๆมีเงินเดื่อนตำ่ ประกอบกับการแข่งขันในการหางาน ทำให้หนุ่มสาวที่จบการศึกษาไม่พอใจในสภาพความเหลื่อมลํ้าของสังคม และสภาพความเป็นอยู่ของตน
คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลจากความคิดการต่อสู้ทางชนชั้น จึงจับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์สภาพสังคมในปัจจุบัน และระลึกถึงสมัยที่ประเทศจีนมีความเท่าเทียมกันในรายได้ รวมทั้งสมัย”ปฏิวัติวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีคนจำนวนมากถูกลงโทษและถูกทรมาน แต่คนที่เผยแพร่ความคิดการต่อสู้ทางชนชั้นและความเท่าเทียมกันระหว่างประชาชนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่เกิดในยุคหลังการปฏิวัติวัฒนธรรม และมองไม่เห็นความชั่วร้ายในสังคมเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น
เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในจีนก็มีปัญหาอาจชญากรรม การช่อฉล หลอกลวง และการทำผิดกฏหมายในลักษณะอื่น แม้รัฐบาลจีนพยายามปราบปรามและมีการจัดระเบียบสังคมที่เข้มงวด แต่ปัญหาสังคมเหล่านี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่เนืองๆ
ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจในการเมืองการปกครองของรัฐบาลจีน ก็คือการควบคุมการแสดงความคิดเห็นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลที่เข้มงวด และลงโทษผู้ฝ่าฝืน ประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนที่วิจารณ์รัฐบาลจะถูกลงโทษด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ถูกเจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบ ถูกปลดออกจากงาน หรือจับกุมคุมขัง สื่อมวลชนที่เสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ หรือที่รัฐบาลเห็นว่า เป็นการขัดกับความั่นคงของประเทศ ก็อาจถูกสั่งห้ามเผยแพร่ข่าวสารเหล่านี้ เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวแม้เกิดขึ้นน้อยครั้ง แต่ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองและสื่อมวลชนในประเทศในโลกตะวันตกอยู่เนืองๆ
หลังจากเหตุการณ์การปราบปรามการชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่เทียนอานเหมินในปีค.ศ. 1989 ในประเทศจีน การชุมนุมประท้วงรัฐบาลเกิดขึ้นน้อยมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรัฐบาลมีการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดการชุมนุมประท้วง แต่สาเหตุของของการปราศจากการชุมนุมประท้วงในประเทศจีน อาจเป็นเพราะว่าแม้มีประชาชนบางส่วนที่ไม่พอใจในสภาพความเป็นอยู่ของตนเอง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ยังมีความพอใจต่อการพัฒนาประเทศจากนโยบายรัฐบาลในเรื่องต่างๆ
นักการเมืองและนักวิชาการบางคนเห็นว่า การจะรักษาผลของการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ต้องมีการปฏิรูปทางการเมือง ผู้นำประเทศในอดีต เช่น เติ้งเสี่ยวผิง(邓小平)และวุนเจียเป่า(温家宝) ก็เคยแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ แต่การปฏิรูปรูปทางการเมืองในประเทศจีนคงทำได้ไม่ง่ายนัก รัฐบาลในสมัยต่างๆมักรักษาอำนาจการปกครองของตนเองและให้ความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองโดยมีการควบคุมที่เข้มงวด และมีความเชื่อว่า หากปล่อยให้ประชาชนมีเสรีภาพเต็มที่อย่างประเทศในโลกตะวันตกแล้ว อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจีนจึงมีการจัดระเบียบสังคมที่เข้มข้นกว่าประเทศในโลกตะวันตก แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยนักการเมืองและสือมวลชนในโลกตะวันตกในเรื่องนี้
ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นและการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมและของเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับต่างๆเป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจและกล่าวขวัญกันมากในประเทศจีน การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลที่นำโดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแม้ได้รับความนิยมจากประชาชน ก็ถูกวิจารณ์ว่า เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ขจัดผู้ไม่ร่วมมือกับเขาทางการเมือง และแต่งตั้งคนที่เป็นพวกของรัฐบาลขึ้นมาแทน การเผยแพร่สุนทรพจน์และคำพูดของสีจิ้นผิงบ่อยครั้งในสื่อมวลชนจีนในช่วงไม่กี่ปีนี้ ก็ถูกสื่อมวลชนตะวันตกกล่าวหาว่าเป็นการโฆษณาเพื่อเรียกร้องความนิยมประชาชน เฉกเช่นเหมาเจ๋อตง
ในปีค.ศ. 2018 สมัชชาประชาชนจีนอนุมัติให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้อีกระยะหนึ่งหลังจากครบวาระตำแหน่ง 10 ปี ก็ถูกตำหนิโดยสื่อมวลชนจากต่างประเทศว่า เป็นการแสดงเจตนาของสีที่จะครองอำนาจรัฐต่อไป ส่วนการดำรงตำแหน่งห้องเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานกรรมาธิการทหารที่ประธานาธิบดีสีก็ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น ในรัฐธรรมนูญไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่จะต้องพ้นจากตำแหน่งแต่อย่างใด สีจิ้นผิงจึงยังคงมีอำนาจในการควบคุมรัฐบาลได้ หลังจากครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีพ.ศ. 2525
อย่างไรก็ดี แม้การปฏิรูปการเมืองอาจไม่สามารถทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว แต่ได้ช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ข้อบังคับและกฎระเบียบต่างๆของรัฐบาลก็ได้รับการป

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *