INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ระยะนี้ อยู่รอบๆกรุงเทพฯ ครับ

ระยะนี้ อยู่รอบๆกรุงเทพฯ ครับ

เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ที่ผ่านมานี้ ผมและครอบครัว พี่ และน้องๆได้ไปทำบุญที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ เพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้ แม่ ยาย และน้า ซึ่งผมมีน้าอยู่ ๒ คน เหตุที่ไปวัดนี้ เพราะ แม่ผมตอนมีชีวิตอยู่ ไปทำบุญกับน้าๆ ประจำทุกปี เนื่องจาก ยาย สมัยก่อนโน้น มาสร้างพระประธาน ที่โบสถ์ และเมื่อยายได้เสียชีวิตลง ก็ได้เอาอังคารส่วนหนึ่งของยายมาไว้ที่ใต้ฐานพระประธานที่สร้าง ต่อจากนั้น เมื่อ แม่ และน้าเสียชีวิต ก็ได้นำอังคารมาไว้ที่เดียวกับยาย แต่ขณะนี้ ที่โบสถ์มีพระประธานองค์ใหม่อีกองค์หนึ่ง ได้เอาอังคาร ของแม่และยาย ไปลอยในทะเลแล้ว และอังคารของน้า ก็มีพี่น้อง ครอบครัวของน้ารับไปดูแลต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงได้มาทำบุญเล็กๆน้อยๆที่วัดนี้เป็นประจำ เพื่อเป็นการระลึกถึงยาย แม่ และน้าๆ ซึ่งวันที่ ๓ เมษายน เป็นวันคล้ายวันเกิดแม่พอดี และปีที่แม่เสียชีวิต ก็จากไปในวันที่ ๔ เมษายน เลยวันเกิดไป ๑ วันในปีนั้น

เป็นสิ่งที่ดีที่ปฏิบัติต่อเนื่องมา เรื่องการลอยอังคารในน้ำ ทั้งนี้ เพราะน้ำในแม่น้ำ หรือ น้ำทะเล เป็นสารละลายที่จะย่อยสลายอังคารให้เป็นแร่ธาตุกลับคืนสู่ธรรมชาติได้เร็ว และสะดวกสบาย ชีวิต ก็มีเพียงเท่านี้ คือเกิดมาจากธรรมชาติ เจริญเติบโตด้วยน้ำ อาหาร อากาศ และยารักษาโรค จนสิ้นสุดชีวิต เมื่อใด ก็จากไป กลับคืนสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม

เมื่อทำบุญเสร็จแล้ว ก็พากันขับรถมาจอดที่ปั๊มน้ำมัน เพื่อเข้าห้องน้ำ ซื้อเครื่องดื่ม-กาแฟ แล้ว จะเดินทางต่อไปที่อำเภอบ้านแหลม เพื่อหาสถานที่แปลกๆ กินข้าวเที่ยงกัน ในขณะที่จอดรถเสร็จ เดินลงจากรถออกมา มีชายวัยเดียวกับผม คือแก่กว่าผมเล็กน้อย มาทักว่า ผมเป็นคนเก่งมากๆ ที่ขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงที่นี่ได้ ซึ่งผมก็รับฟัง แต่สงสัยอยู่ในใจว่าหน้าตาผมคงแก่มากในสายตาของเขา เพราะ เขาเองก็ขับรถมาเหมือนกัน และพอถามอายุ ก็แก่กว่าผมด้วยซ้ำ เฮ้อ ยังไง ผมก็ยอมรับว่า พักนี้ มีแต่คนมาทักว่าผมแก่ลง และดูเคร่งเครียดมากๆ คงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาเสื่อมถอยแบบยั้งไม่อยู่

คิดย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว ขับรถไปจังหวัดเพชรบุรี โดนใบสั่ง ขับรถเร็ว ๑๓๗ กม./ ชม. ในเที่ยวขากลับ ตรงจุดถนนพระราม ๒ แถวจังหวัดสมุทรสงคราม ทำให้เกิดความสงสัยในการวัดความเร็วของ ตำรวจทางหลวง เพราะ ถนนพระราม ๒ รถวิ่งกันขวักไขว่ ใช้ความเร็วประมาณ ๑๐๐ กม./ ชม. ก็น่าจะสุดๆแล้ว โดยเฉพาะรถที่ใช้อยู่ก็วิ่งได้คล่องแค่ ๑๒๐ กม./ชม. เอง นอกจากนั้น คนแก่แบบผม ถ้าตำรวจเห็นหน้าผม ก็จะตัดสินได้เลยว่า หน้าตาแก่ๆแบบนี้ ขับ ๑๓๗ กม.ต่อ ชม. ในถนนที่รถพลุกพล่านนี้ ได้อย่างไรกัน

ต่อจากนั้นไม่นาน ก็ได้รับใบสั่ง ที่จังหวัดตากมุงหน้าไป อำเภอเถินว่า ขับเร็ว ๑๒๒ กม.ต่อ ชม. ทำให้สงสัยเรื่องกล้องตรวจจับความเร็วอีกแล้วว่า มีความแม่นยำมากน้อยขนาดไหน แต่ถ้าไปดักถ่ายรูปตรงทางลาดลงเนิน ที่เผลอๆปล่อยรถวิ่งเร็วไปบ้าง ก็อาจจะโดนได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น ไม่ได้เพื่อปรามการขับรถเร็ว แต่เพื่อคิดจะหาประโยชน์จากการออกใบสั่งแต่เพียงประการเดียว ซึ่งผมโดนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่แยกไฟแดงในจังหวัดเชียงใหม่ จนเครียดไปหมดแล้ว

ครอบครัวของผม ห้ามไม่ให้ผมขับรถไปกลับกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ โดยเดินทางเพียงคนเดียว ห่วงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ แต่เรื่องนี้ต้องคิดให้ดี ว่า กิจกรรมใดที่เคยทำ ถ้าต้องเลิกทำเพราะอายุมากขึ้น ระยะเวลาต่อไปจะทำไม่ได้อีกเลย หากยังมีพลังกำลังใจ ควรจะปล่อยให้ทำมากกว่า เพียงแต่ขับให้ช้าลง ออกเดินทางเช้าๆ แวะจอดบ่อยๆและหลีกเลี่ยงเวลากลางคืน ทั้งนี้ มีเพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ก็ขับรถคนเดียวไปมาแบบนี้อีกหลายคน และเขาก็ทำได้

เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่อเกษียณอายุราชการ ก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านเดิมในชนบท วันๆ ไม่ได้ทำอะไร มีแต่ เดินไปเดินมา และนั่งพักผ่อนหน้าบ้านกับภรรยา ทุกๆวัน ไม่มีอะไรคุย วิทยุ ทีวี ก็ไม่ค่อยได้เปิด จึงไม่มีเรื่องราวอะไรที่จะคุย นอกจาก ความแก่ชราของตัวเอง เมื่อผมไปเยี่ยมเขา ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี เขาถามแต่เพียงว่า สบายดีหรือ เราตอบว่า ไปเรื่อยๆ สบายดี แล้วก็จบแค่นั้น ต่อจากนั้น ก็ได้แต่ นั่งเฉยๆ เพราะไม่รู้จะถามอะไรต่อ วันๆ ก็ไม่ได้พูดได้คุยอยู่แล้ว

มีเพื่อนเกษียณ อีกคนที่ผมไปเยี่ยม เขาอยู่ในเมือง ที่มีตลาด และมีสื่อวิทยุ ทีวี โทรศัพท์มือถือ วันๆ พูดคุยไม่ได้หยุด เมื่อ ได้พบกัน เขาทักทันที ว่า ไปไหนมา เมื่อตอบแล้ว ก็ถามต่อว่า แล้วเมื่อวานไปไหนมา และกำลังจะถามต่อว่า เมื่อวานซืนไปไหนมา ผมกลัวในความอยากรู้ย้อนหลังจากเมื่อวานซืน ว่าผมไปไหนมาบ้าง ก็ ควักสมุดบันทึกขึ้นมา ว่าเขาจะถามย้อนไปอีกกี่วัน ก็จะตอบละ แต่เขาหยุดถามก่อน

ที่บ้านเรานี้ ทักทายกันด้วยความอยากรู้ว่าไปไหน มาไหน ทำอะไรบ้าง ทั้งนี้ ก็คงเป็นกิจกรรมปกติของเราที่ไม่อยู่เฉย แต่ประเทศฝรั่ง เวลาพบกัน เขาถามว่า สบายดีหรือ ซึ่ง ก็คงให้เราตอบว่า สบายดี แต่ผม มักจะตอบว่า เหมือนเมื่อวาน คือวันนี้ ก็เหมือนกับเมื่อวานนี้ เพื่อให้เขาถามต่อว่า แล้วเมื่อวานล่ะ สบายดีหรือ แล้วเราจะได้ตอบว่า เหมือนเมื่อวานซืน และถ้าถามต่ออีก ก็ตอบว่าเหมือนเมื่อวันก่อนเมื่อวานซืน ฯลฯ

การกิน คงเป็นประเพณีของคนจีน โดยเฉพาะญาติๆผมที่เป็นลูกหลานคนจีนมาจากเมืองจีน เมื่อตอนเด็กๆ ในช่วงหยุดเทอมนานๆ ผมถูกส่งให้ไปอยู่กับป้า(พี่ของพ่อ)ที่ต่างจังหวัด ทุกๆวันที่มีแขกมาหา ป้าผม มักจะถามว่า กินอะไรมาหรือยัง ถ้ายังก็ชวนเข้าครัว กินข้าวหรือ ขนมจีน นั่งกินไปสักพัก ป้าถามแขกที่มาเยี่ยมว่า ขนมจีนของฉันอร่อยไหม อ้าว คงไม่มีใครตอบว่าไม่อร่อยแน่ๆ แต่ถ้าตอบว่าอร่อย ต้องระวังให้ดี เดี๋ยวป้าตักขนมจีน-น้ำยา เติมให้อีก ต้องบอกว่าอร่อย แต่อิ่มแล้ว ไม่เอาอีกแล้วครับ

บ้านนี้ ตั้งแต่สมัยปู่-ย่า ที่ใช้เตาถ่านทำอาหาร มีครัวอยู่หลังตัวบ้าน แต่มีชายคาติดต่อกัน มีโต๊ะ และเก้าอี้ ๒-๓ ตัว ใต้ชายคาหน้าครัวนี้ ป้าผมจะมีความสุขมาก ที่ได้ต้อนรับแขกด้วยอาหาร เช่นขนมจีนหรือน้ำพริกปลาร้าที่โต๊ะตรงนี้ สำหรับห้องน้ำจะอยู่หลังสุดใกลออกไป เพราะข้างครัวจะเป็นบ่อน้ำ ที่ใช้สารพัดประโยชน์ ตั้งแต่อาบน้ำล้างหน้า ทำอาหาร อะไรๆที่เกี่ยวกับการใช้น้ำ ก็อยู่ตรงนี้หมด

เมื่อวันที่ ๓ เมษายนที่ผ่านมา หลังจาก กินข้าวเที่ยงกับพี่ น้องๆ และครอบครัวของเราที่อำเภอบ้านแหลมเสร็จ ก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ยกเว้นครอบครัวของน้องคนเล็กที่ไปหัวหิน เพราะเขามีที่พักที่นั่น สำหรับผมไปแวะที่ บางตะบูน เพื่อซื้ออาหารแห้งไปเก็บไว้ แล้วเดินทางกลับ เส้นทางขับรถขากลับคล่องพอสมควร แต่เส้นทางจากกรุงเทพฯตั้งแต่ทางด่วนไปออกพระราม ๒ จนพ้นสมุทรสงคราม ติดยาวเหยียด สงสารพวกเขา นะ ที่ใม่ทราบว่าจะถึงจุดหมายกันเมื่อไหร่ สำหรับผม ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะโดนใบสั่งอีกหรือไม่ แม้จะขับเพียง ๑๐๐-๑๑๐ กม./ชม. ก็ตาม สวัสดีครับ

บู๊ คนเคยหนุ่ม
เขียนทีบ้านบางเขน ๖ เม.ย. ๒๕๖๔

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *