jos55 instaslot88 Pusat Togel Online อาลีบาบา บ้านที่แจ็ค หม่า สร้างขึ้นมา : โอเพนเซซามิ ความร่ำรวยในอนาคต - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อาลีบาบา บ้านที่แจ็ค หม่า สร้างขึ้นมา : โอเพนเซซามิ ความร่ำรวยในอนาคต

อาลีบาบา บ้านที่แจ็ค หม่า สร้างขึ้นมา  :  โอเพนเซซามิ ความร่ำรวยในอนาคต

บริษัททุกบริษัทจะถูกสร้างขึ้นมาบนสิ่งที่ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เรียกว่า “ทฤษฎีทางธุรกิจ” บริษัทต้องขึ้นอยู่กับสมมุติฐานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่บริษัทดำเนินงานอยู่  ภารกิจของบริษัทภายในโลก และความสามารถแกนที่ต้องใช้บรรลุภารกิจ สิ่งที่สำคัญคือบริษัทต้องรับรู้ว่าไม่มีทฤษฎีทางธุรกิจอะไรจะอยู่ได้ตลอดไป ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้เขียนว่า มันคือสมมุติฐาน และมันคือสมมุติฐานเกี่ยวกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง – สังคม ตลาด ลูกค้า เทคโนโลยี  ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้กล่าวว่า ทฤษฎีทางธุรกิจจะต้องถูกทดสอบอยู่เสมอ  ทฤษฎีทางธุรกิจไม่ได้แกะสลักบนแผ่นจารึกของก้อนหิน ทฤษฎีทางธุรกิจเป็นสมมุติฐาน

เราสามารถใช้ทฤษฎีทางธุรกิจอธิบายได้ทั้งความสำเร็จของบริษัทเหมือนเช่นเจ็นเนอรัล มอเตอร์ และไอบีเอ็มที่ครอบงำเศรษฐกิจปลายครึ่งหลังของศตวรรษที่ยี่สิบ และความท้าทายที่พวกเขาได้เผชิญอยู่ ที่จริงแล้วรากฐานของการตกต่ำปัจจุบันของบริษัทใหญ่ที่บรรลุความสำเร็จหลายบริษัททั่วโลกคือทฤฎีทางธุรกิจของพวกเขาใช้ไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว ทุกครั้งที่บริษัทใหญ่ต้องยุ่งยาก โดยเฉพาะถ้าพวกเขาได้บรรลุความสำเร็จอยู่นานหลายปี บุคคลจะตำหนิ

ความเฉื่อยชา ความหลงพึงพอใจ ความหยิ่งยะโส และระบบราชการที่ใหญ่โต ใช่ เป็นคำอธิบายที่มีเหตุผล

แต่กระนั้นสาเหตุที่จริงแล้วจะเกิดขึ้นจากสมมุติฐานที่บริษัทใหญ่เหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นและได้ถูกบริหารไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงต่อไปอีกแล้ว

สมมุติฐานที่กำหนดพฤติกรรมอะไรก็ตามของบริษัท  ควบคุมการตัดสินใจว่าอะไรต้องทำและอะไรไม่ต้องทำ การระบุสิ่งที่บริษัทพิจารณาว่าเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญ สมมุตุฐานเหล่านี้จะเกี่ยวกับตลาด การระบุถึงลูกค้าและคู่แข่งขัน  ค่านิยมและพฤติกรรมของพวกเขา  สมมุติฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เราจะเรียกสมมุติฐานเหล่านี้ว่าทฤษฎีทางธุรกิจ บริษัททุกบริษัทจะมีทฤษฎีทางธุรกิจ หรือถ้อยคำที่นิยมแพร่หลายคือโมเดลทางธุรกิจ

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์  กูรูทางการบริหารที่เป็นตำนานของโลก  เมื่อใครก็ตามพูดถึงการบริหาร ชื่อแรกที่มักจะเกิดขึ้นภายในจิตใจมักจะเป็นปีเตอร์ ดรัคเกอร์  บิดาของการบริหารสมัยใหม่ อยู่เสมอ  กูรูทางการบริหารที่กลายเป็นตำนานไปแล้ว ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ผู้ให้กำเนิดการบริหารสมัยใหม่  ผลกระทบยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการเขียน   เขาเขียนหนังสือการบริหารมากกว่าสามสิบเล่มที่ขายได้มากกว่าสิบล้านเล่ม   และบทความทางวิชาการที่แพร่

หลายไปทั่วโลกอีกนับไม่ถ้วน และได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศจำนวนมาก

เมื่อ ค.ศ 1943 ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้เริ่มต้นธุรกิจการให้คำปรึกษาของเขาเอง การนำเขาไปสู่การทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทใหญ่ที่สุดของโลกบางบริษัท

เขาได้ให้คำปรึกษาแก่ไอบีเอ็ม พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล  เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค และอินเทล

เขาได้รับรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดสองสิ่งของธุรกิจที่จะต้องบรรลุคือ นวัตกรรมและการตลาด  แนวทางของเขาได้ขยายออกไปยังคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดีด้วย  เจ็นเนอรัล มอเตอร์  เป็นลูกค้าของเขาที่เป็นบริษัทใหญ่ที่สุดของโลกในขณะนั้น เขาได้ปรับปรุวโครงสร้างบริษัท และเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การเงินของบริษัทให้มุ่งที่การทำกำไร และมูลค่าผู้ถือหุ้น ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้แนะนำเนวคิดของการเป็นเจ้าของหุ้นแก่บุคคลทุกคนภายในเจ็น

เนแรัล มอเตอร์

การก้าวไปอย่างฉลาดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ณ ทุกระดับ

ปีเตอร์ ดรัตเกอร์ ได้ใช้แนวทางของการมุ่งบุคคลกัยการบริหารธุรกิจ  และได้กลายเป็นรากฐานขอวการเขียนและการให้คำปรึกษาของ เขาเชื่อว่าผู้บริหารมีข้อผูกพัน

ต่อบุคคลเลยพ้นไปจากเพียงแต่ทำกำไร เขายืนยันว่าองค์การที่ยั่งยืนจะต้องพัฒนาบุคคลทั้งทางความคิดและศีลธรรม ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เชื่อต่อหลักการทางศีลธรรมภายในธุรกิจ

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้สอนว่า การบริหารเป็นศิลปศาสตร์อย่างหนึ่งที่มากกว่าการเพิ่มผลผลิต เพื่อที่จะเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ เราต้องเข้าใจสิ่งเหมือนเช่นจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ ศาสนา

ตลอดอาชีพของเขา  เขาได้เขียนหนังสิอ  39 เล่ม สร้างถ้อยคำหลายคำที่ปัจจุบันยังคงใช้กันอยู่ ” Knowledge Worker” เป็นถ้อยคำหนึ่งของหลายคำที้สร้างโดยปีเตอร์ ดรัคเกอร์  หมายถึงบุคคลบางคนทำงานเกี่ยกับการจัดการหรือการใช้ข้อมูล ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้มองเห็นล่วงหน้าว่าสังคมของเราจะกลายเป็นสังคมทางความรู้

แนวคิดที่สำคัญอย่างหนึ่งของปีเตอร์ ดรัคเกอร์ คือ การสอนว่าองค์การจะจัดสรรพลังและทรัพยาการของพวกเขาอย่างดีที่สุดได้อย่างไร ภายในหนังสือของเขา  The 5 Most Important Questions You Will Ever Ask About Your Organization  เขาได้ระบุคำถามที่สำคัญห้าข้อ ผู้บริหารระดับสูงทุกคนควรจะถามเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขาคือ ภารกิจของเราคืออะไร  ลูกค้าของเราคือใคร ลูกค้าของเราให้คุณค่ากับอะไร ผลลัพธ์ของเราคืออะไร  และแผนของเราคืออะไร

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้เข้ามาเป็นอาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยแคลร์มองท์ กราดูเอท  แคลิฟอร์เนีย เมื่อ ค.ศ  1971 ณ ที่นี่ เขาได้เริ่มต้นสร้าวหลักสูตรเอ็มบีเอสำหรับผู้บริหาร ครั้งแรกของประเทศ แก่นักวิชาชีพที่กำลังทำงานอยู่  เพื่อเป็นการยกย่องผลงานของเขา มหาวิทยาลัยได้เรัยกชื่อคณะบริหารธุุรกิจของมหาวิทยาลัยด้วยชื่อของเขา เมื่อ ค.ศ  1987 ต่อมาเพื่อนนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นของเขาไดัรัยการยกย่องอย่างเดียวกัน กลายเป็น  ปีเตอร์ เอฟ ดรัคเกอร์ แอนด์ มาซาโตชิ อิโตะ ยูนีเวอร์ซิตี้ สคูล ออฟ แมเนจเม้นท์

หนังสือการบริหารเล่มแรกของปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ค.ศ 1946 ชื่อ The Concept of The Corporation ไปจนถึงบทความฉบับสุดท้ายเรื่อง What Make an Effective Executives (ชนะรางวัลของแมคคินซี่ย์  เป็นบทความดีที่สุดของวารสารฮาร์วาร์ดเมื่อ ค.ศ 2004) ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ไม่เคยพลาดที่จะเห็นอกเห็นใจกับความยากลำบากของผู้บริหารเลย

ภายในหนังสือชื่อ   The Practice of Management

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ยืนยันว่าการบริหารเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่สำคัญของศตวรรษที่ 20  ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมของมนุษย์ ไม่ใช่เครื่องจักรหรือเศรษฐกิจ

เขาได้เขียนหนังสือเล่มแรกชื่อ The End of Economic Man ค.ศ 1939  The Origin of Totalitarianism เป็นหนังสือเล่มหนึ่งของเขาที่ต้องการจะ

ทำให้ความมุ่งมั่นของโลกเสรีเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะต่อสู้กับลัทธิฟาสซิสต์

วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษชอบอ่านหนังสือเล่มนี้มาก   และได้บังคับให้ข้าราชการอังกฤษใหม่ทุกคนต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ทำนายการพัฒนาที่สำคัญหลายอย่างของปลายศตวรรษที่ 20  เช่น การกระจายอำนาจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  การผงาดขึ้นมาของญี่ปุ่นเป็นพลังทางเศรษฐกิจโลก ความสำคัญของการตลาดและนวัตกรรม และการ

ปรากฎขึ้นของสังคมข้อมูลที่จำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต

ปีเตอร์ ดรักเกอร์ เกิดที่เวียนนา ออสเตรีย เมื่อ ค.ศ 1909  ตอนที่อยู่เยอรมัน เขาได้เคยสัมภาษณ์ส่วนตัวกับ

อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์  เพื่อที่จะทบทวนหนังสือชื่อ Mein Kampf  ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ได้ยอมรับถึงอันตรายของบุคคลเชื้อสายยิวภายในเยอรมัน ดังนั้นเขาได้ย้ายไปที่อังกฤษ

เมื่อต้น ค.ศ 1930  และได้ย้ายไปที่อเมริกาเมื่อ ค.ศ 1937 และเขาได้อยู่ที่อเมริกาจนเสียชีวิต 68 ปีต่อมา

บุคคลที่มีอิทธิพลเริ่มแรกต่อเขาคือ  โจเศฟ ชุมปีเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์ ชาวออสเตรีย เพื่อนของพ่อของเขา  บุคคลที่ได้สร้างความประทับใจถึงความสำคัญของนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการต่อเขา  ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ยังได้รับอิทธิพลจากจอห์น เมย์นารด เคนส์ เมื่อปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ฟังคำบรรยาย ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ค.ศ 1934  ผมได้รับรู้ทันทีว่าเมื่อจอห์น เมนารด เคนส์ และนักศึกษาเศรษฐศาสตร์ที่ฉลาดของเขาภายในห้องเรียน

จะสนใจกับพฤติกรรมของสินค้าโภคภัณฑฺ์  แต่ผมจะสนใจต่อพฤติกรรมของบุคคล

นานกว่า 70 ปี การเขียนของปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้มุ่งความสัมพันธ์ท่ามกลางมนุษย์อย่างชัดเจน  ตรงกันข้ามการบีบคั้นด้วยตัวเลข   หนังสือของเขาเต็มไปด้วนบทเรียนที่องค์การจะดึงสิ่งที่ดี่สุดของบุคคลออกมาได้อย่างไร และบุคคลสามารถค้นพบคว่ามรู้สึกทางชุมชนและศักดิ์ศรีภายในสังคมสมัยใหม่ที่รวมกันเป็นสถาบันจำนวนมากได้อย่างไร

ปีเตอร์ ดรักเกอร์   และอัลเฟรด สโลน ผู้คิดค้นบริษัทสมัยใหม่ ไม่เห็นด้วยกันมายาวนาน 25 ปี  อัลเฟรด สโลน  บุคคลที่มีวิสัยทัศน์เบื้องหล้งเจ็นเนอรัล มอเตอร์ เชื่อว่าการบริหารเป็นศาสตร์ เขามองความสำเร็จของจีเอ็มเกิดขึ้นจากความสามารถสร้างความประหยัดจากขนาด การบริหารกระแสเงินสดและการลงทุน   และการขยายผู้แทนจำหน่าย

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เชื่อว่าการบริหารเป็นการปฏิบัติอยู่เสมอเหมือนแพทย์ศาสตร์หรือกฏหมาย นักปฏิบัติต้องท้าทายทฏษฎีและผูกพันต่อการจำกัดความใหม่ของ “อะไร” ไม่ใช่   “อย่างไร” ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ มองว่าความสำเร็จของจีเอ็มจะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติทางการบริหาร

หนังสือการบริหารเริ่มแรกเล่มหนึ่งที่ได้สร้างความยิ่งใหญ่ ณ เวลานั้น คือ My Years With General Motor ของ อัลเฟรด สโลน บุคคลที่บริหารเจ็นเนอรัล มอเตอร์ 14 ปีในฐานะของซีอีโอ และ 19 ปี ในฐานะของประธานบริษัท หนังสือเล่มนี้ได้ถูกพิมพ์เมื่อ ค.ศ 1964  ปีเดียวกับที่วงดนตรีเดอะบีตเติ้ล I want to

Hold Your Hands ติดลำดับ 1 ของท้อป ชาร์ต และจีเอ็มมียอดขาย 16.4 พันล้านเหียญ ติดลำดับสูงสุดของวารสารฟอร์จูน 500   หนังสือเล่มนี้ได้กลายเป็นหนังสือขายดีที่สุดทันที และได้ถูกใช้เป็นคู่มิอของผู้บริหาร การนำเสนอการปฏิบัติของวิชาการบริหารของอัลเฟรด สโลน เรื่องราวที่ไม่มีนักธุรกิจคนอื่นบอกเล่าได้เลย  การบอกเล่าครึ่งศตวรรษของประสบการณ์ความเป็นผู้นำที่ใกล้ชิดกับอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ และการมองภายใน ณ เหตุการณ์ที่น่าทึ่ง และการบริหารธุรกิจที่สร้างสรรค์

หนังสือทางธุรกิจไม่กี่เล่มเท่านั้นที่ได้บรรลุฐานะความเป็นคลาสสิค การยืนหยัดต่อการทดสอบยาวนานห้าสิบปี และได้ถูกใช้เป็นตำราต้นแบบของการศึกษาการบริหารสมัยใหม่

นักธุรกิจจำนวนมากได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นไบเบิ้ลและพิมพ์เขียวไม่ใช่ชีวประวัติ บุคคลที่คิดว่าพวกเขาได้ค้นพบคำตอบสำเร็จรูปต่อปัญหาทางการบริหารของพวกเขาเอง อาจจะพบว่าการเลียนแบบเจ็นเนอรัล มอเตอร์ จะไม่ง่ายเลย ความลับที่แท้จริงของความสำเร็จของจีเอ็ม ไม่ใช่เพียงแต่เทคนิคทางองค์การและการเงินของอัลเฟรด

สโลนเท่านั้น แต่เป็นวิถีทางของการพัฒนาความสามารถทางการบริหารที่มีลักษณะเฉพาะอย่างด้วย

บิลล์ เกต ได้ชื่นชมกับวารสารฟอร์จูนว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นหนังสือดีที่สดที่จะอ่าน ถ้าเราต้องการหนังสือทางธุรกิจเพียงเล่มเดียวเท่านั้น  ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ว่า หนังสือทางการบริหารดีที่สุดเล่มหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

เราไม่น่าประหลาดใจเลยว่าทำไม ฟิลิป คอตเลอร์  บิดาของการตลาดสมัยใหม่ ได้เรียกปีเตอร์ ดรัคเกอร์  ว่า ปู่ของการตลาดสมัยใหม่ นั่นเพราะว่าความคิดของปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ยังคงมีอิทธิพลต่อทุกด้านของธุรกิจปัจจุบันนี้ ถ้าเราหยิบหนังสือทางธุรกิจขายดีที่สุดเล่มล่าสุด โอกาสของความคิดที่ถูกกล่าวถึงจะมีต้นกำเนิดมาจากที่ใดที่หนึ่งภายในผลงานของปีเตอร์ ดรัคเกอร์

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ยืนยันว่าความมุ่งหมายของธุรกิจคือ  “สร้างลูกค้า” โดยไม่คำนึงถึงว่าธุรกิจของเราเพื่อกำไรหรือไม่เพื่อกำไร  เราต้องเข้าใจว่า แม้ว่ากำไรจะสำคัญต่อการสนับสนุนนวัตกรรมและการตลาด การทำกำไรสูงสุดไม่เพียงแต่ ไม่เป็นความมุ่งหมายเบื้องต้นของธุรกิจแล้ว  แต่กำไรสามารถทำลายสังคม และเป็นอันตรายต่อสุขภาพขององค์การได้

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้เขียนไว้ตอนเริ่มแรกว่าเนื่องจากความุ่งหมายของธุรกิจคือ การสร้างลูกค้า ธุรกิจมีหน้าที่เบื้องต้นสองอย่างคือ การตลาดและนวัตกรรม

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์มองว่าการตลาดและนวัตกรรมสร้างผลลัพธ์ นอกจากนี้คือต้นทุน ทำไมนวัตกรรมมีความสำคัญ  เพราะว่าถ้าไม่มีนวัตกรรมแล้ว เราไม่สามารถชักจูงลูกค้าให้ซื้อจากเราไม่ใช่คู่แข่งขัน และนวัตกรรมสัมพันธ์กับการตลาดอย่างไร  เนื่องจากการตัดสินใจว่านวัตกรรมอะไร

ควรจะถูกลงทุน เวลา เงินทุน และความพยายามของเรา

อยู่ภายในส่วนของการตลาด

มุมมองทางการตลาดของ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ คือ การทำกำไรไม่ควรจะเป็น

จุดมุ่งที่สำคัญของธุรกิจ จุดมุ่งที่สำคัญของธุรกิจควรจะเป็นลูกค้าและตลาด การตลาดไม่ได้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของหลายอย่างที่สร้างกำไร  การตลาดคือแรงขับเคลื่อนของธุรกิจ

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์  เชื่อว่าความอยู่รอดของธุรกิจจะเสี่ยงภัย เมื่อผู้บริหารมุ่งแต่เป้าหมายกำไรเท่านั้น เพราะว่าเป้าหมายกำไรอย่างเดียวที่ฝังใจได้กระตุ้นผู้บริหารให้มุ่งที่การกระทำที่สร้างกำไรวันนี้เท่านั้น แต่ไม่ได้มองว่าเราจะสร้างกำไรวันพรุ่งนี้อย่างไร  ภายในหนังสือ The  Practice of Management  ค.ศ 1954

ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ได้เสนอแนะว่าผู้บริหารควรจะกำหนดเป้าหมายขึ้นมาภายในด้านที่สำคัญแปดด้านของธุรกิจคือ  1  การตลาด 2  การทำกำไร   3 ประสิทธิภาพ   4 นวัตกรรม  5  ทรัพยากรกายภาพ   6  ทรัพยากรการเงิน  7 ทรัพยากรมนุษย์  และ  8  ความรับผิดชอบทางสังคม

นานกว่าห้าสิบปี เจ็นเนอรัล มอเตอร์ ยึดครองอุตสาหกรรมรถยนต์ของอเมริกาด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50% บุคคลที่นำทางวิสัยทัศน์จนจีเอ็มบรรลุความสำเร็จคือ อัลเฟรด สโลน

อัลเฟรด สโลน ไม่ได้เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมรถยนต์ ภายหลังสีปีเมื่อเขาเรียนจบปริญญาตรีทางวิศวกรรมไฟฟ้าจากเอ็มไอที เขาได้กลายเป็นประธานบริษัทและเจ้าของบริษัทที่ผลิตตลับลูกปืนเม็ดกลม  ลูกค้ารายแรกคือรถยนต์โอลสโมบิลของจีเอ็ม  และบริษัทรถยนต์หลายบริษัทได้ร่วมทำธุรกิจกับบริษัทของเขา การนำบริษัทของอัลเฟรด สโลน ไปสู่การรวมกับบริษัทรถยนต์อื่น จนกลายเป็นยูไนเต็ด มอเตอร์ คอมพานี และกลายเป็นเจ็นเนอรัล มอเตอร์  อัลเฟรด ได้ขึ้นมาเป็นประธานบริษัทเมื่อ ค.ศ  1923 และเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทเมื่อ ค.ศ 1937 และจีเอ็มได้กลายเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดภายในโลก

เมื่อ ค.ศ  1930 ภายใต้ความเป็นผู้นำของอัลเฟรด สโลน จีเอ็มได้นำหน้า

ฟอร์ด มอเตอร์ในฐานะของผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์นานถึงเจ็ดสิบปี ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เรียกอัลเฟรด สโลน ว่า  ผู้บริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้มา

เจ็นเนอรัล มอเตอร์   ก่อตั้งโดยวิลเลียม  ดูแรนท์  ณ ฟลินท์ มิชิแกน เมื่อ ค.ศ 1908  ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษบริษัทผลิตและขายรถยนต์หลายยี่ห้อมากตัวแต่บิวอิค คาดิลแลค เชฟโรเล็ต

ยุคที่เจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้เจริญเติบโตจนกลายเป็นบริษัทยิ่งใหญ่บริษัทหนึ่งของโลกได้อยู่ภายใต้ความเป็นผูันำของอัลเฟรด สโลน เขาเป็นซีอีโอของบริษัทตั้งแต่ ค.ศ 1920-1950 และเป็นผู้สร้างระบบราชการของบริษัท  หรือระบบเจ็นเนอรัล มอเตอร์ ขึ้นมาตราบเท่าจนทุกว้นนี้ ณ จีเอ็ม เขาเป็นที่รู้จักกันว่า ” สโลนที่นิ่งเงียบ” เพราะว่าเขาชอบบริหารธุรกิจจากเบื้องหลังฉาก การบริหารแบบเดินโดยรอบ ไม่ใช่สไตล์การบริหารของเขาเลย

ความทรงจำของอัลเฟรด สโลน ได้ถูกถ่ายทอดเป็นหนังสือชื่อ “My Years with General Motors” ผู้เขียนคือ อัลเฟรด สโลน เป็นหนังสือการบริหารคลาสสิคที่นิยมแพร่หลายเล่มหนึ่งของโลก ที่ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของอัลเฟรด สโลน จากการเป็นผู้บริหารมือาชีพ การออกแบบโครงสร้างบริษัทอย่างรอบคอบของจีเอ็ม อัลเฟรด สโลน ได้ถูกยกย่องว่าเป็นต้นฉบับของซีอีโอ และนักคิดทางองค์การยิ่งใหญ่ที่สุด ณ ศตวรรษที่ 20  อัลเฟรด สโลน ได้กล่าวถึงหลักการของความลับแห่งความสำเร็จ ของเขาไ้ว้ห้าข้อคือ 1 การได้ข้อเท็จจริง  2 การรับรู้ความเสมอภาคของบุคคล  3 การยอมรับความจำเป็นของการทำงานให้ดีขึ้นทุกวัน  4 การเปิดใจกว้าง และ 5  การทำงานหนัก

เจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่เป็นระบบราชการมากเกินไปภายในการตัดสินใจ และไม่สามารถตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพจากการคุกคามทางสภาพแวดล้อมได้ การบริหารโดยคณะกรรมการทำให้บริษัทตอบสนองต่อโอกาสและอุปสรรคทางสภาพแวดล้อมได้ช้า

บริษัทมีโครงสร้างสูงเกินไป ระดับการบริหารสิบสี่ระดับ เมื่อเปรียบเทียบกับโตโยต้า มอเตอร์ คู่แข่งขันรายสำคัญ มีห้าระดับการบริหารเท่านั้น สายงานสนับสนุนของบริษัทมีจำนวนมาก การตัดสินใจล่าช้าและยุงยาก ผลตามมาคือ จีเอ็มต้องใช้เวลาห้าถึงหกปีนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ในขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ ใช้เวลาสามปีเท่านั้น  และได้กลายเป็นข้อเสียเปรียบทางการแข่งขันไป

นับตั้งแต่จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ผู้ก่อตั้ง สแตนดาร์ด ออยส์  เราจะมีนักธุรกิจที่ได้ถูกระบุว่าเป็นการปฏิรูปประเทศคือ แจ็ค หม่า  จอห์น รอคกี้เฟลเล่อร์ ได้สร้างอุตสาหกรรมน้ำมันภายในอเมริกา และกลายเป็นมหารเศรษฐีคนแรกภายในอเมริกา และแจ็ค หม่า ได้สร้างอุตสาหกรรมอินเตอร์เน็ตภายในจีน และกลายเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดภายในจีน

เมื่อปลายปี ค.ศ 2015 อาลีบาบา กรุ็ป   ได้ประกาศว่าบริษัทมีรายได้สูงกว่าวอลมาร์ท ผู้ค้าปลีกส่วนลดรายใหญ่ที่สุดของโลก   อาลีบาบาได้กลายเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว  อาลีบาบา ดอทคอม  มีรายได้ื  485  พันล้านเหรียญ     สูงกว่าวอลมาร์ท มีรายได้  482  พันล้านเหรียญ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา ได้กล่าว่า  เราได้ใช้เวลา 13  ปีที่จะแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้ค้าปลีกออนไลน์ เปรียบเทียบกับผู้ค้าปลีกจริง  แจ็ค หม่า ได้กล่าวถึงเป้าหมายที่ทะนงตัวของอาลีบาบา  แก่ช่องทีวีบูมเบิรกว่า  วันหนึ่ง ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของวอลมาร์ทที่จีนได้เคยมาเยี่ยมเยียนผม   และผมได้พนันกับเขาว่าภายใน  10  ปี   อลีบาบาจะใหญ่กว่าวอลมาร์ท   ถ้าวอลมาร์ทต้องการลูกค้าใหม่ 10,000  คนต่อปี  วอลมาร์ทต้องสร้างร้านค้าปลีก คลังสินค้า และทำโน่นทำนี่  แต่อาลีบาบาใช้เซอร์เวอร์เพียงสองตัวเท่านั้น  เราต้องการใหญ่ขี้นแต่ไม่ใช่ขนาด เราต้องการเรียนรู้จากวอลมาร์ท นักวิเคราะห์เชื่อว่าข้อได้เปรียบอย่างแรกของอาลีบาบาคือ ทำเลที่ตั้ง-จีน  จีนมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 560 ล้านคน ตลาดอินเตอร์เน็ตใหญ่ที่สุดของโลก   สองเท่าของตลาดอินเตอร์เน็ตของอเมริกา  ข้อได้ปรียบอย่างที่สองคือ ความประหยัดจากขอบเขต อาลีบาบาประหยัดต้นทุนจากการขายสินค้า  โดยบริษัทเดียวผ่านช่องทางการขายเดียวกัน  และการประหยัดต้นทุนจากความประหยัดจากขนาด  โดยการขายสินค้าเป็นจำนวนมาก ข้อได้เปรียบอย่างที่สามคือ อลีบาบามีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล  ความสัมพันธ์เช่นนี้จะมีความสำคัญภายในทุกประเทศ  รัฐาลคือผู้เฝ้าประตูของเศรษฐกิจ  การพิจารณาว่า  ใครจะทำธุรกิจอะไร และนานแค่ไหน

ผมคิดว่าภายใน 10 ปี เราจะใหญ่กว่าวอลมาร์ท

แจ็ค หม่า ไดัพูดถึงวอลมาร์ทว่า ถ้าเราต้องการลูกค้าใหม่ 10,000 คน เราต้องสร้างคลังสินค้าใหม่ ว่าจ้างบุคคล…….แต่ถ้าผม  เซอร์เวอร์ 2 ตัวเท่านั้น

มันเป็นเรื่องความสมดุล  คุณตัวหนัก ผมตัวเล็ก  เมื่อผมตัวเล็ก ผมสามารถกระโดดได้ คุณตัวหนัก คุณไม่สามารถกระโดดได้

เราทำธุรกรรม 60 ล้านครั้งทุกวัน  บุคคลไม่รู้จักกันเลย ผมไม่รู้จักคุณ ผมส่งสินค้าให้คุณ คุณไม่รู้จักผม คุณโอนเงินให้ผม

เมื่อ ค.ศ  1995 ครูโรงเรียนก่อนหน้านี้จากจีนชื่อ แจ็ค หม่า ได้เดินทางไปอเมริกาเป็นครั้งแรก  เขาได้เริ่มต้นธุรกิจการแปลไม่นานมานี้ เพื่อที่จะได้ประโยชน์จากการเจริญเติบโตการส่งออกของจีน เมื่อเขาอยู่ภายในอเมริกา เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการแปลของเขา  เพื่อนคนหนึ่งของเขาได้แสดงอินเตอร์เน็ตแก่เขา และได้บอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะอยูบนอินเตอร์เน็ต  แจ็ค หม่า ได้ทดลองค้นหาเบียร์จีน แต่เบียร์จีนไม่ปรากฏขึ้นเลย ที่จริงแล้วเขาไม่ค่อยพบอะไรบนอินเตอร์เน็ตจากจีนเลย

เมื่อแจ็ค หม่าได้กลับมาบ้าน เขาได้สร้างไชน่า เพจ สมุดหน้าเหลืองของบริษัทหลากหลายที่ได้มองหาลูกค้าต่างประเทศ บุคคลบางคนกล่าวว่า นี่คือธุรกิจอินเตอร์เน็ตครั้งแรกของจีน

ไชน่า เพจ  ความพยายามเร่มแรกที่จะเป็นธุรกิจอินเตอร์เน็ตของเขา ได้กลายเป็นความผิดหวังในที่สุด เขาได้ถูกดันให้ร่วมลงทุนกับไชน่า เทเลคอม  และต้องสูญเสียการควบคุมไป

สี่ปีต่อมา แจ็ค หม่าได้พยายามสร้างธุรกิจอินเตอร์เน็ต อีกอย่างหนึ่ง เขาได้เรียกบริษัทที่สองของเขาว่า อาลีบาบา  ภายในการเริ่มต้น แจ็ค หม่า ต้องการเพียงจะอยู่รอด  สามปีแรกเราสร้างรายได้เป็นศูนย์ ผมจำได้ว่าหลายครั้งเมื่อผมจะจายเงิน เจ้าของร้านอาหารจะพูดว่า ค่าอาหารของคณได้ถูกจ่ายแล้ว และแจ็ค หม่าได้รับบันทึกว่า  คุณหม่า  ผมเป็นลูกค้าของคุณบนแพลตฟอรมของอลีบาบา ผมทำรายได้มาก และผมรู้ว่าคุณไม่รู้ ด้งนั้นผมจะจ่ายค่าอาหารให้คุณ

เมื่อแจค หม่า ก่อตั้งอลีบาบาเมื่อ ค.ศ 1999 ิบริษัทไม่ได้บรรลุความสำเร็จทันที เศรฐกิจจีนยังคงไม่ได้ถูกพัฒนาที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมอีคอมเมิรช และได้ถูกมองว่าเป็นการคุกคามต่อธุรกิจร้านค้าดั้งเดิม แจ็ค หม่าได้พยายามต่อสู้กับการต่อต้าน

ตั้งแต่ร้านค้าที่ถูกชักจูงว่าเขาจะกำจัดออกไปจากธุรกิจ ไปจนถึงผู้มีอำนาจภาครัฐที่สงสัยต่อความเป็นส่วนตัวที่จะถูกกระทบจากโมเดลธุรกิจออนไลน์ แจ็ค หม่ามักจะกลาวว่า สิ่งที่สำคัญอย่างมากที่เราต้องมีคือความอดทน  ถ้าขาดความอดทน เราจะไม่เคยบรรลุแม้แต่ส่วนน้อยของโอกาสที่แท้จริงของ

เรา  วันหนึ่งสามารถแม้แต่เปลี่ยนแปลงโลกได้

ไอพีโอ 150 พันล้านเหรียญของบริษัท จะยิ่งใหญ่ที่สุดภายในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นนิวยอร์ค  แจ็ค หม่าได้กลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดของจีน ความมั่งคั่งของเขาได้ถูกประมาณไว้  25 พันล้านเหรียญ ส่วนได้เสียภายในอาลีบาบา 7.8%  และส่วนได้เสียเกือบ 50 % ภายใน การบริการชำระเงินอาลีเพลย์

แจ็ค หม่าได้กล่าวแก่ซีเอ็นบีซี ว่า วันนี้สิ่งที่เราได้ไม่ใช่เงิน สิ่งที่เราได้คือความไว้วางใจจากบุคคล แม้ว่าไอพีโอจะทำให้แจ็ค หม่า เป็นบุคคลที่ร่ำรวยอย่างมากเหลือเกิน แต่เขาไม่ได้มีการซื้ออะไรที่โอ้อวดเลย และเขายังงคงมีงานอดิเรกที่ถ่อมตัวอยู่มาก  ซี จิน ผิง เพื่อนของแจ็ค หม่าได้กล่าวแก่ยูเอสเอ ทูเดย์ ว่า เขายังคงมีสไตล์เก่าแก่อยู่ เขาชอบอ่านนิยายกังฟู เล่นไพ่โปกเกอร์ นั่งทำสมาธิ และปฏิบัติไทชิ แม้แต่เขาได้ร่วมทีมกับเจ็ตลี ที่จะกระจายการรับรู้ของไทชิ  และเขาได้นำผู้ฝึกสอนไปด้วยเมื่อเขาได้ไปท่องเที่ยว

แจ็ค หม่า เป็นเรื่องราวยาจกกลายเป็นมหาเศรษฐี อย่างแท้จริง เขามาจากครอบครัวที่ยากจนภายในจีน ล้มเหลวจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสองครั้ง และถูกปฏิเสธจากงานสามสิบงานรวมทั้งเคเอฟซีด้วย แจ็ค หม่า จะผอมบาง และมักจะชกต่อยกับเพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ  ผมไม่เคยกลัวคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าผม

ภายหลังจากประธานาธิบดี ริชารด นิกสัน ได้มาเยี่ยมหางโจเมื่อ ค.ศ  1972 บ้านเกิดของแจ็ค หม่า ได้กลายสถานที่สำคัญของการท่องเที่ยว  เขาไ้ด้ไปท่องเที่ยวตามโรงแรมที่สำคัญของเมือง และนำเที่ยวเมืองจีนแก่นักท่องเที่ยวแลกกับบทเรียนภาษาอังกฤษ  นักท่องเที่ยวที่เป็นเพื่อนได้ตั้งชื่อเล่นแก่เขาว่า “แจ็ค”

แจ็ค หม่า ได้อ้างถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเขาเกิดขึ้นจากความพยายามที่ไม่ย่อท้อจนกลายเป็นโชค เขามักจะกล่าวว่า อย่ายอมแพ้ วันนี้ยากลำบาก พรุ่งนี้อาจจะยิ่งเลวร้าย แต่วันหลังจากพรุ่งนี้จะสดใส

ผมได้เรื่องเล่าของผม ความฝันของผมจากอเมริกา  วีรบุรุษของผมคือ ฟอร์เรตท์ กัมป์  ผมชอบชายคนนี้ ผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้ 10 ครั้ง ทุกคั้งที่ผมกระวนกระวาย ผมจะดูภาพยนตร์เรื่องนี้  ผมดูภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนที่

ผมจะมานิวยอร์คอีกครั้งหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกแก่ผมว่าไม่ว่าอะไรก็ตามเปลี่ยนแปลง เราคือเรา  แจ็ค หม่ายอมรับว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของฟอเรสต์ กรัม บุคคลที่ไม่เคยมองตัวเขาเองด้อยโอกาสเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา

เราต้องเชื่อมั่นตัวเราเอง การยืนหยัดต่อการเผชิญหน้ากับความทุกข์ยาก และการปฏิบัติต่อการปฏิเสธและความล้มเหลวเป็นโอกาสที่จะขับเคลื่อนตัวเราเองไปข้างหน้า คือชีวิตที่ผิดธรรมดาที่แจ็ค หม่าได้บอกแก่โลก แจ็ค หม่าได้ถูกมองว่าเป็นทูตระดับโลกของธุรกิจจีน และวารสารฟอรบได้ยกย่องเขาคือบุคคลหนึ่งที่มีพลังมากที่สุดของโลก  นอกจากนี้เขาคือโมเดลทางบทบาทแก่ธุรกิจที่เริ่มต้นด้วย เมื่อ ค.ศ  2017 วารสารฟอร์จูน ได้ให้แจ็ค หม่า อยู่ลำดับสองผู้นำยิ่งใหญ่ที่สุด 50 คนของโลก และเมื่อ ค.ศ  2018 แจ็ค หม่า ได้ประกาศว่าเขาจะเกษียณจากอาลีบาบา และทุ่มเทชีวิตกับงานกุศลทางการศึกษา

ปัจจุบันอาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิรข 53 ปี มูลค่าตลาด ณ 519 พันล้านเหรียญ  แม้ว่าแจ็ค หม่า ไม่ได้บรรลุความสำเร็จทางอาชีพจนเขามีอายุสามสิบกว่าปี ภายในชีวิต มันไม่ใช่ว่าเราบรรลุความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน  มันคือเราได้ผ่านวันที่ยากลำบากและความผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน  เมื่อไม่นานมานี้แจ็ค หม่า ได้กล่าวแก่กลุ่มของผู้นำวัยหนุ่มสาวภายในการประชุมประจำปีเวิรลด อีโคโนมิค ฟอรัม ณ ดาวอส สวิสเซอร์แลนด์  ถ้าเราต้องการบรรลุความสำเร็จ ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของบุคคลอื่น อย่าเรียนรู้จากเรื่องราวที่บรรลุความสำเร็จ

ภายในขั้นตอนเริ่มแรก ของอาลีบาบา แจ็ค หม่า ได้พยายามระดมเงินทุนจากซิลิคอน แวลลี่ย์ แต่เขาไม่บรรลุความสำเร็จ โมเดลทางธุรกิจของเขาถูกวิจารณ์อย่างมาก

แต่กระนั้นเมื่อปลาย ค.ศ 1999  เขาได้ดึงดูดโกลด์เมน แซค และซอฟท์ แบงค์

ยอมลงทุนให้ 5 ล้าน และ 20 ล้าน ตามลำดับ  ทีมงานอาลตบาบาจะใกล้ชิดกันและชอบต่อสู้ แจ็ค หม่า ได้กล่าวภายในการรวมบุคคลของเขาว่า  เราจะทำมันได้ เพราะว่าเรายังหนุ่มสาว และเราไม่เคย ไม่เคย ยอมแพ้ แจ็ค หม่า จะรักษาความรู้สึกสนุกสนานไว้ ณ อาลีบาบา เมื่อ ค.ศ  2000  เมื่อบริษัทได้ตัดสินใจที่จะเริ่มต้นเว็บไซต์เถาเป่า คู่แข่งขันของอีเบย์  เขาได้ให้ทีมงานของทำท่าหกคะเมนระหว่างหยุดพักที่จะยกระดับพลังของพวกเขาไว้

ภายในการสัมภาษณ์แก่บูมเบิรก เขาได้สารภาพว่าจากผู้สมัครงาน 24 คน เขาเป็นบุคคลเดียวเท่านั้นที่เคเอฟซีไม่ยอมรับเข้าทำงาน เขาถูกเคเอฟซีบอกว่า เขาไม่ดีพอ

ภาบใต้การบริหารบริัษัทเทคโนโลยีแนวหน้าของโลก แจ็ค หม่า ยังคงยุ่งยากกับคณิตศาสตร์  เขาสอบตกหลายวิชาภายในโรงเรียน  และแม้แต่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ถึงสองครั้ง  แต่โชคดีที่เขาได้หยั่งรู้ว่าการเรียนเก่งภายในห้องเรียน ไม่ได้เทียบเท่าจะต้องฉลาด ชื่อเหมือนเช่นอัลเบิรต ไอนสไตล์ อับราฮัม ลินคอล์น  ระบิน ทากอร์ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สี่กำแพงของห้องเรียน เขาไม่เลยละทิ้งความเชื่อว่าความเป็นเลิศของเขา  แม้แต่แจ็ค หม่า ได้เคยสมัครเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์ด 10 ครั้ง และได้เผชิญกับการปฏิเสธทุกครั้ง

การสร้างธุรกิจสองครังแรกของเขาได้ล้มเหลว สี่ปีต่อมาเขาได้รวบรวม

เพื่อน 17 คนภายในอพารตของเขา และชักจูงพวกเขาให้ลงทุนกับเขาและวิสัยทัศน์ของเขา เพื่อที่จะตลาดออนไลน์ที่เขาเรียกว่า อลีบาบา

พอร์เตอร์ อิริสแมน  ผู้ดำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง  Crocodile in the Yangtze เรื่องราวของอาลีบาบา ดำเนินเรื่องตามแจ็ค หม่าครูสอนภาษาอังกฤษ  ก่อนหน้าได้ก่อตั้งอาลีบาบาภายในอพาร์ตเม้นท์  จนกลายเป็นบริษัทอีคอมเมิรชระดับโลกรายแรกของจีน การต่อสู้และการได้ชัยชนะอีเบย์ภายในจีน

พอร์เตอร์ อีริสแมน ได้กล่าวว่า  ภายหลังจากการทำงานอย่างใกล้ชิดกับแจ็ค หม่านานกว่าแปดปี  ผมสามารถมองเห็นการปฏิรูปที่เขาและทีมอาลีบาบาทำให้อาลีบาบาเจริญเติบโตจากอพารตเม้นจนกลายเป็นบริษัทระดับโลกด้วยบุคคล 25,000 คน เมื่อผมได้พบทีมอาลีบาบาครั้งแรก  พวกเขาสันนิษฐานว่า เนื่องจากพวกเขามีประสบการณ์น้อย  พวกเขาอาจจะต้องยื่นการควบคุมบริษัทแก่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ และดึงกลับมาภายหลัง ทีมอาลีบาบาได้พัฒนาบริษัทจนเจริญเติบโต และได้รับรู้ว่าพวกเขาสามารถบริหารบริษัทด้วยตัวพวกเขาเองได้ และแม้แต่อาจจะบริหารได้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญจากซิลิคอน แวลลี่ย์  เสียอีก

ดังนั้นมันได้สอนผมหลายอย่างเกี่ยวกับศักยภาพของมนุษย์ และบุคคล

ธรมดาสามารถทำงานด้วยกันที่จะปฏิรูปตัวพวกเขาเองและบรรลุสิ่งที่ผิดธรรมดาได้อย่างไร  ผมต้องการจะแบ่งปันสิ่งที่ผมได่เรีบนรู้กับบุคคลอื่น พวกเขาสามารถมองเห็นเส้นทาง เพื่อที่จะทำให้ความฝันของพวกเขาเองกลายเป็นจริง

ผมได้ดูที่ฟิล์มภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ของอาลีบบาจำนวนหนึ่ง บันทึกไว้หลาบปีจาก 35 แหล่ง ช่วงเวลา ค.ศ 1990 ถึง  2000 ภายในหางโจ จีน  ด้งนั้นผมเชื่อว่าผมสามารถเล่าเรื่อราวของอาลีบาบาได้อย่างมีพลังด้วยการสร้้างเป็นภาพยนตร์สารคดี  เรื่องราวจะมุ่งที่บริษัทจีน อาลีบาบา ที่ได้กำเนิดและเจริญเติบโต แต่อาลีบาบาได้ถูกบอกเล่าจากบุคคลภายใน ชาวอเมริกัน พอร์เตอร์ อิริสแมน อ้างตัวเขาเองว่าเป็นชาวอเมริกันบินอยู่บนกำแพงเมืองจีน

แจ็ค หม่า จะระมัดระวังเกี่บวกับการแข่งขันตัวต่อตัวกับยักษ์ใหญ่ของโลก อีเบย์ แจ็ค หม่า ได่กล่าวว่า อีเบย์ คือฉลามภาบในมหาสมุทร  เราคือจระเข้ภายในแม่ย้ำแยงซี  ถ้าเราต่อสู้ภายในมหาสมุทร เราจะแพ้   แต่ถ้าเราต่อสู้ภายในแม่น้ำ เราจะชนะ  แจ็ค หม่า ได้อธิบายการต่อสู้ของเขากับอีเบย์  เพื่อที่จะยึดครองอุตสาหดรรมอีคอมเมิรช ของจีน ภายในภาพยนตร์สารคดี  Crocodile ของพอร์เตอร์ อิริสแมน เมื่ออีเบย์เข้ามาภายในตลาด ค.ศ  2002  อาลีบาบาเพิ่งจะเริ่มต้นทำกำไร  และมีทรัพยากรจำกัดที่จะแข่งขันกับอีเบย์ ภายในช่วงเวลา 5 ปี  เว็บไซต์เถาเป่าของอาลีบาบาสามารถชนะอีเบย์ และอีเบย์ต้องออกไปจากตลาด ทำไมบริษัทท้องที่รายเล็กสามารถชนะยักษ์ใหญ่อีเบย์ ได้  คำพูดของแจ็ค หม่า จะสะท้อนว่าอย่างไร และทำไมอีเบย์พ่ายแพ้ อีเบย์ต่อสู้ภายในแม่น้ำ ไม่ใช่มหาสมุทร ทั้งที่ข้อได้เปรียบจากการเป็นบริษัทใหญ่เหนือกว่าอาลีบาบา อีเบย์ ไม่สามารถเข้าใจตลาดเป้าหมายของพวกเขา

ลูกค้าส่วนใหญ่ของอาลีบาบาจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดย่อมซื้อและขายบนอาลีบาบา  เมื่ออีเบย์เข้ามาภายในตลาดจีน แจ็ หม่าได้รับสัญญานเตือนภัยว่า วันหนึ่งอีเบย์จะเข้ามาภายในทิศทางของเรา เขารู้ดีเหลือเกินว่าจีนจะไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างธุรกิจขนาดย่อมและลูกค้ารายบุคคล ในฐานะของการป้องกัน แจ็ค หม่า ได้เปิดเว็บไซต์  ลูกค้า สู่ สูกค้า แข่งขันกันเว็บไซต์

ของอีเบย์ ไม่ใช่เพื่อการสร้างรายได้ แต่จะป้องกันอีเบย์ จากการแย่งลูกค้าของอาลีบาบา ตามสายตาของผู้ประกอบการจีนวัยหนุ่มสาวแล้ว แจ็ค หม่า เป็นวีรบุรุษที่กล้าท้าทายยักษ์ใหญ่อีเบย์ ตามมุมมองของแจ็ค หม่า  การเผชิญหน้าอีเบย์ จะเป็นการป้องกันตอนเริ่มแรก เขาได้เลือกหุ้นส่วนที่ดีมากภายในการต่อสู้ มาซาโยชิ ซัน  ที่เคยโจมตีกลับอีเบย์ภายในญี่ปุนด้วยการร่วมลงทุนกับยาฮู  ต่อมาแจ็ค หม่าและมาซาโยชิ ซันได้กลายเป็นเพื่อนที่ดี มาซาโยชิ ซันมีความศรัทธาต่อแจ็ค หม่า เขามีความสามารถทางการบริหารอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเรามีบริษัทภายนอกอเมริกาที่สามารถแนะนำโมเดลทางธุรกิจใหม่แก่โลกได้ มันคืออาลืบาบา

เมือ ค.ศ  2003 ซอฟท์ แบงค์ ของมาซาโยชิ ซัน ได้ลงทน 56 ล้านเหียญภายในอาลีบาบา เพื่อที่จะให้อาลีบาบาโค่นล้มอีเบย์ภายในจีน  ื เว็บไซต์ใหม่ชื่อ  เถาเป่า  หมายถึงการขุดสมบัติ ได้ถูกเปิดขึ้นมา ไม่คิดเงินเแก่บุคคลซื้อและขายสินค้าเพื่อการบริโภค  ตั้งแต่เครื่องสำอางไปจนถึงชิ้นส่วนอีเล็คโทรนิค ตรงกันข้ามอีเบย์ ได้เริ่มต้นการโฆษณาเชิงรุกที่จะยึดครองตลาดและขัดขวางคู่แข่งขัน ภายหลังจากเถาเป่าได้ถูกเปิดในไม่ช้า อีเบย์  ไ้ด้ลงนามสิทธิการโฆษณาแต่ผู้เดียวกับเว็บไซต์รายสำคัญ มุ่งหมายขัดขวางการโฆษณาจากอาลีบาบา  นอกจากนี้อีเบย์ ได้ทุ่มเงิน 100 ล้านเหียญ  กับ “อีเบ อิซเน็ต” กระจายโฆษณาบนรถโดยสาร รถไฟใต้ดิน และทุกที่

แจ็ค หม่า ได้ต่อสู้กลับอย่างฉลาด การรู้ว่านักธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะดูทีวีมากกว่าลอคอินเตอร์เน็ต แจ็ค หม่าได้ใช้การโฆษณาเถาเป่ากับช่องทีวีที่สำคัญ

เนื่องจากชื่อของเถาเป่า หมายถึงการขุดสมบัติ ภายในจีน  เถาเป่าได้ดึงดูดความสนใจอย่างมาก ตะวันตกไม่เคยได้ยินเถาเป่า  เถาเป่าจะเสียงดังและเข้มแข็งภายในจีน นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะสงสัยต่ออนาคตความยั่งยืนของเถาเป่า  ไม่เหมือนกับอีเบย์ อีซเน็ต จะคิดเงินแก่ผู้ขาย เถาเป่าไม่คิดเงินการใช้ ิแต่แจ็ค หม่าและทีมผู้บริหารของเขาไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนของช่วงเวลาที่ไม่คิดเงิน จะสิ้นสุดยาวนานแค่ไหน การสร้างข้อสงสัยแก่คู่แข่งขันและผู้สงสัย บุคคลบางคนคิดว่าแจ็ค หม่าบ้า และชื่อเล่นเขาคือ “Crazy Ma”

เมื่อจระเข้ได้ว่ายข้ามออกไปจากการถูกจำกัดอยู่ภายในแม่น้ำ และเข้าไปสู่ทะเลเปิดของการเงินโลก แอนท์ ไฟแนนเชี่ยล แขนบริการทางการเงินของอาลี เพลย์พาลของจีน บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินใหญ่ที่สุดของโลกได้ตกลงที่จะซื้อ มันนี่แกรม  แต่ในที่สุดข้อตกลงได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากรัฐบาลอเมริกัน ไม่ยินยอม

เรื่องราวความสำเร็จของอาลีบาบอาจจะพิจารณาได้จากคำอุปมาสัตว์สี่คำที่แจ็ค หม่าชอบคือ

1 คนตาบอดขี่หลังเสือตาบอด  เมื่อ ค.ศ  2008  แจ็ค หม่า ได้กล่าวแก่วารสารอิงค์ ว่า เขาไม่เคยใช้อีเมลล์ เลย เมื่อเขาได้เปิดธุรกิจออนไลนครั้งแรกของเขา 19 ปีที่แล้ว อธิบายตัวเขาเองว่าเป็นคนตาบอด ขี่บนหลังเสือตาบอด มันเป็นคำอุปมาที่เขาได้ใช้หลายครั้งอธิบายเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ การเริ่มต้นด้วยเรื่องราวความสำเร็จหลายเรื่องเริ่มต้นจากล้มเหลวอย่างไร

แจ็ค หม่าได้กล่าวว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้สองครั้ง ก่อนจะไปเข้ามหาวิทยาลัยที่ถูกมองว่าแย่ที่สุดภายในเมืองของเขา มหาวิทยาลัยครูหางโจ

เขาได้สมัครงานหลายงาน แต่ไม่มีใครต้องการเขาเลย แม้แต่การสมัครงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการทั่วไปของเคเอฟซี ได้ถูกปฏิเสธไป

แจ็ค หม่า ได้มองเห็นโอกาสของอินเตอร์เน็ตภายในจีน  เขาได้เปิดเว็บไซต์ไชน่า เพจด้วยเงินสดที่ขอยืมมา 2000 เหรียญ  เมื่อ ค.ศ 1999 เขาได้ก่อตั้งอาลีบาบาด้วยเงินทุน 60000 เหรียญ  สิบห้าปีต่อมาอาลีบาบา ได้กลายเป็นตลาดออนไลน์ใหญ่ทีสุดของโลก  นับตั้งแต่นั้นมาแจ็ค หม่า ได้figure out อีเมลย์ แต่เขายังคงไม่รู้มากเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ บทเรียนคืออะไร เราต้องไม่ถูกข่มขู่จากสิ่งที่เราไม่รู้  และอย่าให้ความล้มเหลวหยุดเราได้

2  ถ้ามีกระต่ายเก้าตัวบนพื้นดิน เราต้องการจะจับกระต่าย เราต้องมุ่งที่กระต่ายเพียงตัวหนึ่งเท่านั้น  เมื่อแจ็ค หม่าได้เริ่มต้นอาลีบาบา เป้าหมายของเขาคือ การเชื่อมโยงระหว่างกันของผู้ผลิตและผู้ค้าส่งของจีน ผ่านอินเตอร์เน็ต แจ็ค หม่า รู้ว่าต้นทุนและความไว้วางใจจะเป็นอุปสรรคสองอย่างของการชักจูงให้ลูกค้าทำธุรกิจออนไลน์  แต่เขารู้จักลูกค้าของเขา  แจ็ค หม่า จะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สำคัญสองอย่างตั้งแต่เริ่มต้น  ประการแรกชาวจีนจำนวนมากจะขี้เหนียว ดังนั้นอาลีบาจะมีการบริการพื้นฐานที่ไม่คิดเงินแก่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย บริษัทจะมีรายได้จากการโฆษณาและการบริการเพิ่มที่นำเสนอแก่ลูกค้า เช่น การออกแบบเว็บไซต์ ประการที่สองชาวจีนจำนวนมากลังเลที่จะไว้วางใจคนแปลกหนัา ดังนั้นอาลีบาบาจะให้เครื่องมือที่จะสร้างความไว้วางใจคือ ระบบการชำระเงินอาลีเพลย์ ไม่เหมือนกับเพล์พาลของบริษัทอินเตอร์เน็ตตะวันตก อาลีเพย์จะรับเงินจากผู้ซื้อและใส่เป็นบัญชีผู้ดูแลผลประโยชน์ ผู้ขายจะมั่นใจได้ต่อการชาระเงิน

เราต้องเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีของเรา  แต่อย่าเปลี่ยนแปลงตัวกระต่าย เรามีโอกาสหลายอย่างเหลือเกิน เราไม่สามารถจับกระตายทั้งหมดได้ เราจะจับกระต่ายตัวแรกใส่กระเป๋าของเรา และต่อมาจับกระต่ายตัวอื่น เริ่มแรกแจ็ค หม่าเข้าไปสู่ธุรกิจออนไลน์ที่จะซื้อและขายระหว่างกัน ต่อมาเขาได้สร้างแพลตฟอร์มการชำระเงินแก่พวกเขา  และได้ขยายตัวไปสู่การขายธุรกิจไปยังลูกค้า และการขายจากลูกค้าไปยังลูกค้า

3   เราสนใจต่อการจับกุ้ง ไม่ใชปลาวาฬ  เมื่อเราจับกุังได้ เราจะจับปลาวาฬได้ด้วย  จุดมุ่งของแจ็ค หม่าเมื่อเขาเริ่มต้นอาลีบาบา คือการดึงดูดธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากเขามองเห็นโอกาสการเจริญเติบโต เราสร้างคุณค่าลำดับแรก เราคิดเกี่ยวกับการทำเงินจากพวกเขา เริ่มแรกเราต้องทำธุริจของเราให้ดี เป็นประโยชน์และมีคุณค่า ถ้าบุคคลเชื่อว่ามันดี บุคคลจะเพิ่มมากขึ้น การเจริญเติบโตจะเป็นผลลัพธ์ตามธรรมชาติ เว็บไซต์ดอทคอมจำนวนมากจะพยายามทำให้เว็บไซต์ของพวกเขาใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น แต่ในที่สุดพวกเขาไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงเลย

วันจับกุ้งของแจ็ค หม่าได้ผ่านไปนานแล้ว เมื่ออาลีบาบาได้ยื่นการนำเสนอขายหุ้นโดยทั่วไปต่อคณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์แห่งนิวยอรค

4  อีเบย์จะเป็นฉลามภายในมหาสมุทร เราคือจระเข้ภายในเม่น้ำแยงซี ถ้าเราต้อสู้ภายในมหาสมุทร เราจะแพ้ แต่ถ้าเราต่อสู้ภายในเม่น้ำ  เราจะชนะ

เมื่อแจ็ค หม่า ได้ตัดสินใจที่จะต่อสู้กับอีเบย์  บริษัทประมูลออนไลน์ของอเมริกาที่ยึดครองตลาดภายในจีน บุคคลได้บอกแก่แจ็ค หม่า ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้ได้ เมื่อแจ็ค หม่าได้เริ่มต้นเถาเป่า เขาได้เซาะการนำของอีเบย์อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ข้อได้เปรียบที่เรียบง่ายและทรงพลัง แจ็ค หม่าได้เปิดเว็บไซต์ เถาเป่าที่ไม่คิดเงิน แข่งขันกับอีเบย์ แจ็ค หม่า  รู้จักลูกค้าดีกว่าอีเบย์ และได้ใช้ความรู้ของเขาที่จะชนะอีเบย์ เมื่อพื้นที่ของเราอยู่ภายในจีน การมุ่งชัยชนะภายในบ้านจะเป็นการก้าวไปอย่างฉลาด ปัจจุบันเถาเป่า แพลตฟอร์มของอาลีบาบามีส่วนแบ่งตลาด 90% ของประเทศ

 

เราไม่ต้องสงสัยเลยว่าแจ็ค หม่ากำลังเปลี่ยนแปลงการแข่งขัน เว็บไซต์เถาเป่าได้สร้างแรงผลักดันเมื่อผู้ใช้มากขึ้นทุกที เปลี่ยนแปลงจากอีเบย์ อิซเน็ต ไปสูเถาเป่า เถาเป่าจะมีรายชื่อมุ่งที่ลูกค้า แต่อีเบย์ อิซเนต จะมีรายชื่อมุ่งที่ผลิตภัณฑ์  รายชื่อของเถาเป่าจะแยกเป็นหลายประเภท  เช่น ผู้หญิง และผู้ชาย  แต่รายชื่อของอีเบย์ อิซเน็ต จะมุงแพลตฟอรมทั่วโลก การรวมกลุ่มผู้ใช้เป็นผู้ซื้อและผู้ขาย เท่านั้น  จีนมีผู่ใช้โทรศัพท์มือถือประมาณสามร้อยล้านคน  ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประมาณเก้าสิบล้านคน เถาป่าจะมีวอยซ์เมล์และการส่งข้อมูลทันทีแก่โทรศัพท์มือถือของผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากชาวจีนจะชำนาญโทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์

ด้งนั้นเถาเป่าจะมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าอีเบย์อย่างชัดเจน เพราะว่าพวกเขาเข้าใจลูกค้าจีนอย่างแท้จริง ดังนั้นเถาป่าจะมีความพอใจของลูกค้าสูงกว่าอีเบ ย์ อิสเน็ต การวิจัยชี้ให้นว่า ระดับความพอใจของลูกค้าต่อเถาเป่า 77% แต่ิอีเบย์ อิซเน็ต   62 %  ประสบการทางการแข่งขันกับอีเบย์ ได้สร้างความเชื่อมั่นแกแจ็ค หม่าอย่างมาก  เขาได้มุ่งมั่ยที่จะได้ชัยชนะ อีเบย์ เป็นฉลามภายในมหาสมุทร  แต่ถ้าเราต่อสู้ภายในแม่น้ำ เราจะชนะ

แจ็ค หม่า ได้กล่าวว่า ผมต้องการมีบริษัทระดับโลก ดังนั้นผมได้เลือกชื่อระดับโลก อาลีบาบาสะกดได้ง่าย

บุคคลทุกที่ภายในโลกจะรู้จัก “โอเพน เซซามิ” รหัสที่อาลีบาบา  ได้ใช้เปิตประตูถ้ำขุมทรัพย์

ชื่ออาลีบาบาได้มาจากการระดมสมอง แจ็ค  ผู้ก่อตั้งบริษัทและซีอีโอ ได้เคยอ่านเรื่องอาลีบาบาและโจร 40 คน จากนิยายอาหรับราตรี พันหนึ่งทิวาราตรี

เมื่อย้อนหลังไป ค.ศ  2006 แจ็คได้บอกแก่ซีเอ็นเอ็น ว่าเขาได้เลือกชื่ออาลีบาบาภายในร้านกาแฟภายในซานฟรานซิสโก เมื่อพนักงานเดินเข้ามาหา เขาถามว่า คุณรู้จักอาลีบาบาไหม พนักงานตอบว่า “โอเพน เซซามิ” ผมได้พูดว่า ใช่แล้วนี่คือชื่อที่ต้องการ  อาลีบาบา — โอเพน เซซามิ อาลตบาบา — โจร 40 คน

แจ็ค หม่า กล่าวว่า อาลีบาบา เป็นนักธุรกิจที่ฉลาด ใจดี  และเขาได้ช่วยเหลือหมู่บ้าน  ทั่วโลกรู้จักอาลีบาบา  อาลีบาบา โอเพน เซซามิ แก่  บริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เราไดจดทะเบียนชื่อ อาลีมามา ด้วย ถ้าบุคคลบางคนต้องการแต่งงานกับเรา

เมื่อผมเดินบนถนน ณ ซานฟรานซิสโก และได้ถามบุคคลประมาณ 30 คน ว่า คุณรู้จักอาลีบาบาไหม บุคคลจากอินเดีย จีน ญี่ปุน  เยอรมัน บุคคลทุกคนตอบว่ารู้จัก อาลีบาบา- โอเพ็น เซซามิ อาลีบาบา- โจร 40 คน อาลีบาบาไม่ใช่โจร  อาลีบาบาใจดี นักธุรกิจที่ฉลาด เขาได้ช่วยเหลือหมู่บ้าน อาลีบาบาโอเพ็น เซซามิแก่บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง

แจ็ค หม่า เริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์  แรงบันดาลใจของเขามาจากซิลิคอน แวลลี่ย์ การสร้างผู้ค้าปลีกออนไลน์ อาลีบาบา  จากการเริ่มต้นอย่างถ่อมตัวภายใน

อพารตเม้นท์ และ 17 ปีต่อมา อาลีบาบา  จะมีมูลค่า 262 พันล้านเหรียญ ภายใต้วิถีทางเดียวกับแอปเปิ้ลมีสตีฟ จ้อป  แจ็ค หม่า  มาจากครอบครัวที่ยากจนด้วยวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่  บุคคลหลายคนเยาะเย้ยถึงการขาดต้นกำเนิดของโมเดลทางธุรกิจของอาลีบาบา การอัางว่ามันเป็นของอเมซอน อเมซอน เว็บ เซอร์วิส  อีเบย์และเพย์พาล  รวมเข้าด้วยกัน แต่แจ็ค หม่า กล่าวว่า ไม่ใช่ว่ายักษ์ใหญเทคโนโลยีทุกรายจะเป็นความคิดต้นกำเนิด  บริษัทเหมือนเช่นเหดบุค และไมโครซอฟท์ ได้แสดงให้เห็นว่าเราไม่ต้องการเป็นต้นกำเนิด  ถ้าเราสร้างจากความคิดเดิม  และทำให้ความคิดเดิมได้ผล  เราสามารถเป็นนักสร้างนวัตกรรมที่ดีเลิศได้ อาลีบาบามีความเข้าใจเหตุผลนี้ ด้วยความแตกต่างที่สำคัญอย่างหนึ่ง อาลีบาบา จะไม่เคยเปลี่ยนแปลงทิศทางไปไกลเกินไปจากวิส้ยทัศน์โลกที่ได้แถลงไว้  การรวมบุคคลเข้าด้วยกันภายในการเชื่อมโยงทางการค้า

โอเพน เซซามิ ?  โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีอเมริกา และแจ็ค หม่า ซีอีโอของอาลีบาบา ได้พูดถึงการสร้างงาน  1  ล้านงานภายในอเมริกา ห้าปีข้างหน้า ภายหลังจากการประชุม ณื ทรัมป์ ทาวเวอร์ นิวยอรค  เมื่อ ค.ศ  2017

เรามักจะกล่าวถึงอเมซอน ดอทคอม   ว่าเป็นคู่แข่งขันรายสำคัญของอาลีบาบา กรุ็ปของจีนอย่เสมอ  แต่แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา   ไม่เชื่อว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ยุติธรรม เขาได้กล่าวว่า  บริษัทสองบริษัท  ได้ใช้โมเดลทางธุรกิจที่แตกต่างกัน ผมบอกว่าโมเดลของผมดี อเมซอนบอกว่าโมเดลของพวกเขาดี เราจะรอดูว่าใครจะยังคงอยู่ ณ ที่นี่ 20 ปีจากนี้ไป  อเมซอน ซื้อแล้วขาย(สินค้า)   แต่เราคิอแพลตฟอร์ม……..เราคิดว่าถ้าอเมซอนคือแอปเปิ้ลลูกใหญ่………เราคือต้นแอปเปิ้ล แจ็ค หม่าได้เคยกล่าวเปรียบเทียบอีเบย์เหมือนกับฉลามแห่งมหาสมุทร แต่เราคือจระเข้แห่งแม่น้ำแยงซี ถ้าเราต่อสู้ภายในมหาสมุทร เราแพ้ แต่ถ้าเราต่อสู้ภายแม่น้ำ เราชนะ

คำถามตรงไปตรงมาว่า   อาลีบาบาจะแข่งขันกับอเมซอนหรืออีเบย์ภายในอเมริกาอย่างไร แจ็ค หม่า ได้เริ่มต้นคำตอบโดยการเปรียบเทียบระหว่างการบริหารและปรัชญาระหว่างตะวันตกและตะวันออก ปรัชญชาตะวันตกอยู่บนรากฐานของคริสต์ศาสนา พวกเขาต้องค้นหาคู่แข่งขันอยู่เสมอ คู่แข่งขันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ปรัชญาของเรา(จีน)อยู่บนรากฐานของลัทธิขงจื้อและลัทธิเต๋า เรามุ่งความกลมเกลียว  ความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ และระหว่างมนุษย์และมนุษย์ เราผสมผสานระหว่างปรัชญาตะวันตกและปรัชญาจีน

ความแตกต่างระหว่างอเมซอนและอาลีบาบาคือ อเมซอนเหมือนกับอาณาจักร  ทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาควบคุมตัวเอง การซื้อและการขาย อาลีบาบาต้องการเป็นระบบนิเวศน์ทางธุรกิจ      ปรัชญาของอาลีบาบาคือ การให้อำนาจแก่บุคคลอื่นที่จะขาย  การให้อำนาจแก่บุคคลอื่นที่จะบริการ บุคคลอื่นต้องมีอำนาจมากกว่าเรา  ภายใต้เทคโนโลยีของเรา นวัตกรรมของเรา หุ้นส่วนของเรา  ธุรกิจขนาดย่อมสามารถแข่งขันกับไมโครซอฟท์และไอบีเอ็มได้ เราต้องการช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมให้เจริญเติบโต การแก้ปัญหาของธุรกิจขนาดย่อมโดยใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เราได้ต่อสู้เพื่อธุรกิจขนาดย่อมเหล่านี้ นับตั้งแต่การก่อตั้งอาลีบาบาขึ้นมา อาลีบาบาได้ช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อมเป็นล้านราย เพื่อที่จะบรรลุอนาคตที่สดใส

เมื่ออาลีบาบาข้ามาสู่อเมริกา เราไม่ต้องการแข่งขันกับอเมซอนหรืออีเบย์   เราต้องการจะค้นหาโอกาส  โลกมีประชากรประมาณ 7,000 ล้านคน และประชากรประมาณ 500 ล้านคนที่ซื้อสินค้าออนไลน์   เรายังมีโอกาสอีกมากมายทั่วโลก เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตของอาลีบาบาสามารถทำให้บริษัททุกบริษัทกลายเป็นอเมซอนได้

การว่าจ้างบุคคลเพื่อที่จะจัดส่งสินค้าที่อาลีบาบาขาย   เราต้องว่าจ้างบุคคล 5 ล้านคน เราสามารถว่าจ้างบุคคล 5 ล้านคนได้อย่างไร   วิถีทางเดียวเท่านั้นที่อาลีบาบาสามารถทำได้คือ การให้อำนาจแก่บริษัทอื่น เช่น บริษัทขนส่ง และบริษัทบริการ   แจ็ค หม่า ได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอเมซอนและอาลีบาบา บริษัทสองบริษัทได้ใช้โมเดลทางธุรกิจแตกต่างกัน  แต่โมเดลของทั้งสองบริษัทถูกต้อง

คืนวันหนึ่ง แซม วอลตัน นอนไม่หลับ –  ณ เวลานี้เขาคือเจ้าของวอลมาร์ทไปแล้ว เขาได้ตื่นตีสองครึ่งและไปร้านเบเกอรี่ขายทั้งคืนที่จะซื้อโดนัทสี่โหล

เขาได้นำโดนัทไปที่ศูนย์กระจายสินค้าแห่งหนึ่งของเขา  แจกโดนัทแก่

คนงานท่าเรือขนส่ง และพูดคุยกับพวกเขา แซม วอลตัน ได้พบว่าสถานที่แห่งนีต้องการตู้อาบน้ำเพิ่มสองตู้  เขาได้เพิ่มตู้อาบน้ำให้ทันที

แซม วอลตัน คือผู้ก่อตั้งวอลมาร์ท  ยักษ์ใหญการค้าปลีกส่วนลดระดับโลก  เขาเป็นโมเดลของผู้นำธุรกิจที่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีทางของการทำธุรกิจขนาดใหญ่ เขาได้สร้างวอลมาร์ทจากร้านค้าแห่งเดียวจนกลายเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดภายในอเมริกา

ภายใต้อาชีพการค้าปลีกของผม ผมจะยึดอยู่กับหลักการนำทางข้อเดียว ความลับของการค้าปลีกที่บรรลุความสำเร็จคือ การให้สิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการ แซม วอลตัน ได้กล่าวถึงภายในอัตชีวประวัติของเขา เขาได้กล่าวถึงความสำคัญของลูกค้าว่า เรามีนายคนเดียวเท่านั้น – ลูกค้า เขาสามารถไล่ออกบุคคลทุกคนภายบริษัทตั้งแต่ประธานบริษัทลงมา เพียงแต่ด้วยการไปใช้เงินของเขา ณ  ที่อื่น

แซม วอลตัน ได้ทิ้งมรดกประมาณ 100 พันล้านเหรียญแก่ภรรยา เเละลูกสี่คน เมิ่อเขาได้เสียชีวิตไปเมื่อ ค.ศ 1992 แซม วอลตัน เป็นอีเกิ้ล สเก้าท์  รับใช้กองทัพระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเป็นนักล่าสัตว์ และบุคคลที่ชอบอยู่นอกบ้าน เขามักจะตื่นตีสี่ครึ่ง

วารรสารฟอร์บ ได้ลำดับแซม วอลตัน เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ  1982 ถึง 1988  บิลล์ เกตส์ ได้ติดลำดับ

หนึ่งเมื่อ ค.ศ 1992  ปีแห่งการเสียชีวิตของแซม วอลตัน

ร้านค้าวอลมาร์ทที่แท้จริงแห่งแรกได้ถูกเปิดขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1962 ณ โรเจอร์ อาร์คันซอ เรียกว่า ร้านค้าวอลมาร์ท ดิสเค้าท์ ซิตี้ เริ่มแรกเขาได้พยามจะขายสินค้าที่ผลิตจากอเมริกา รวมทั้งการค้นหาซัพพลายเออร์อเมริกัน จัดหาสินค้าแก่ร้านค้าวอลมาร์ททุกแห่ง ณ ราคาที่ต่ำแข่งขันกับการแข่งขันจากต่างประเทศได้

เมื่อบุคคลส่วนใหญ่พูดถึง  การเต้นระบำฮาวาย  เรามักจะคิดถึงบุคคลหนึ่ง  แซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งอาณาจักรวอลมาร์ท ร้านค้าปลีกใหญ่ที่สุดของโลก แซม วอลตันคือ  ผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งภายในประวัติของอเมริกา

การเริ่มต้นจากร้านค้าไม่กี่แห่งภายในเมืองเล็ก อาร์คันซอ เขา

ได้ทำให้ความดื้อรั้นของเขาต่อการบริการลูกค้า และการให้ส่วนลดราคาอย่างมาก จนกลายเป็นผู้ค้าปลีกใหญ่รายที่สุดภายในโลก แม้ว่าวอลมารท ได้เจริญเติบโตและแข็งแรงอย่างมาก แซม วอลตัน เชื่อว่าวอลมาร์ทไม่สามารถบรรลุการทำกำไรก่อนภาษี 8 % ได้  แต่เดวิด กลาส ซีเอฟโอ มองต่างออกไป และได้ท้าพนันกับแซม วอลตันว่า ถ้า

วอลมาร์ท สามารถทำกำไรก่อนภาษีได้  8% แชม วอลตันต้องไปเต้นระบำฮาวาย ณ วอลสตรีท นิวยอรค  แซม วอลตัน รับคำท้าพนัน

แซม วอลตัน อายุ 65 ปี ใส่กระโปรงหญ้า กำลังเต้นระบำ ฮาวาย  อยู่หน้าสำนักงานใหญ่ของเมอร์ริลล์ ลินซ์ วอลสตรีท นิวยอรค  เมื่อ ค.ศ 1984  เพื่อที่จะรักษาคำพูดของการเต้นระบำฮาวายของเขา  ถ้าวอลมาร์ทสามารถทำกำไรก่อนภาษีได้  8%  ตามมาด้วยนักเต้นระบำฮาวายอาชีพสามคน วงดนตรีฮาวายสองชิ้น เดวิด กลาส ได้ถ่าย

วีดิโอเทปไว้  เพื่อที่จะยืนยันกับบุคคลทุกคนได้ เมื่อเขาได้กลับไปประชุมตอนเช้าวันเสาร์  ณ สำนักงานใหญ่  ว่าผมได้ทำแล้ว แต่เมื่อเรามาถึงที่นี่ มันกลายเป็นว่าเดวิด กลาส ได้จ้างรถบรรทุกนักเต้นระบำฮาวายตัวจริงสามคนและนักเล่นดนตรี   และเขาได้บอกแก่หนังสือพิมพ์และเครือข่ายทีวีด้วย  เราได้เกิดความยุ่งยากกับการขออนุญาติตำรวจ และสหภาพของนักเต้นรำ  ไม่ยอมให้เต้นถ้าไม่มีเครื่องทำความร้อน เพราะว่าอากาศหนาวมาก และในที่สุดเราได้รับการอนุญาติจากหัวหน้าของเมอร์ลินน์ ลินซ์ ให้เต้นบนขั้นบันไดได้

แซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ วอลมาร์ท สโตร์

วอลมาร์ท เป็นร้านค้าปลีกต้นทุนต่ำ  ดังนั้นวัฒนธรรมองค์การของวอลมาร์ทจะมุ่งที่การประหยัดต้นทุน และความเรียบง่ายที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของบุคคลทุกคน ณ วอลมาร์ท   และสอดคล้องกับกลยุทธ์ต้นทุนต่ำของบริษัท

แม้แต่แซม วอลตันเอง  เขาจะเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุด 10 ลำดับของโลก แซม วอลตัน จะเป็นตัวอย่างที่ดีของความประหยัด และความเรียบง่ายแก่ผู้บริหาร และพนักงานของวอลมาร์ททุกคน  เขาเป็นมนุษย์เดินดิน อยู่บ้านพักหลังเล็ก และขับรถพิคอัพฟอร์ดรุ่นเก่า

ครั้งหนึ่งสื่อได้ถามแซม วอลตันว่า    “คุณร่ำรวยเหลือเกิน ทำไมไม่ใช้เงินให้สนุกงาน อยู่บ้านหลังใหญ่โต” เขาตอบสื่อด้วยคำพูดที่ดีมาก “ถ้าผมใช้เงินอย่างฟุุ่มเฟือย ราคาสินค้าของวอล มาร์ทจะสูงขึ้นทัน  เราจะเห็นได้ว่าวอล

มาร์ทบวกกำไรขั้นต้นต่ำมาก ดังที่แซม วอลตัน ไดัเคยพูดว่า”เราค้าขายโดยมีกำไรเพียงเล็กน้อย”

เมื่อสิ้น ค.ศ 2003 วอลมาร์ท ได้กลายเป็นบริษัทใหญ่ที่สุุดของโลก การประเมินมูลค่าทางตลาดสูงกว่า 400 พันล้านเหรียญ พนักงาน 1.4 ล้านคน ร้านค้า

4, 800 แห่งภายในอเมริกาและต่างประเทศ  75% อยู่ภายในอเมริกา  รายได้รวมภายในอเมริกาเมื่อ ค.ศ 2004  256.3 พันล้านเหรียญ  2. 3% ของ จีดีพี ของอเมริกา ครอบครัวของชาวอเมริกันมากกว่า 90% ได้ซื้อสินค้า ณ วอลมาร์ททุกปี  ด้วยความคาดหวังว่า บริษัทได้รักษาคำมั่นสัญญาว่า “ราคาต่ำสุดอยู่เสมอ” วอลมาร์ทเป็นบริษัทเอกชนที่มีระบบการสื่อสารทางดาวเทียมใหญ่ที่สุดของโลก ระบบการเชื่อมโยงการค้าปลีกของวอลมาร์ทเป็นฐานข้อมูลเอกชนใหญ่ที่สุดรองลงมาจากเพนตากอน- กระทรวงกลาโหมของอเมริกาเท่านั้น ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของวอลมาร์ท  นโปเลียนแห่งการค้าปลีก เกิดขึ้นจากความเป็นผู้นำและหลักการทางธุรกิจของแซม วอลตั ที่กลัวการสัมภาษณ์ และทีมผู้บริหารของเขาตั้งแต่การเปิดร้านค้าแห่งแรกชื่อ เบ็น แฟรงคลิน ของเขาขึ้นมา ณ นิวพอร์ต อาร์คันซอ เมื่อ ค.ศ 1945

เมื่อ ค.ศ 1961  แชม วอลตัน ได้ห่วงใยต่อการแข่งขันจากร้าสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เขาได้ศึกษาแนวโน้มของการค้าปลีก และได้วางแผนร้านค้าส่วนลดของเขาเอง ร้าน

วอลมาร์ทแห่งแรกได้ถูก

เปิดขึ้นมา ณ โรเจอร์ อาร์คันซอ เมื่อ ค.ศ 1962

วารสารฟอร์บ  ไ้ด้ระบุว่าแซม วอลตัน ร่ำรวยที่สุดภายในอเมริกา ครอบครัวของแซม วอลตันมีความมั่งคั่งมากที่สุด และควบคุมเกือบ 40% ของบริษัทใหญ่ที่สุดภายในโลก ทรัพย์สินของครอบครัวมูลค่าประมาณ 100 พันล้านเหรียญ  มากกว่าบิลล์ เกตต์ และวอร์เร็น บัฟเฟตต์ รวมกัน หรือมากกว่า  จีดีพี ของสิงคโปร์ และพวกเขาได้บริจาคเงินการกุศลมากกว่า 700 ล้านเหรีญ  80% เป็นการศึกษา

การให้ความสำคัญต่อบุคคลไม่ว่าจะเป็นลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน และการมุ่งความประหยัดและความเรียบง่ายคือรากฐานทางวัฒนธรรมองค์การของวอลมาร์ท  เพื่อนร่วมงานทุกคนมีจิตสำนึกของประหยัด ความเรียบง่าย และคุณค่าของเงิน

แม้ว่าวอลมาร์ทได้เจริญเติบโตและมีฐานะการเงินที่เข้มแข็ง แซม วอลตัน ได้มุ่งการรักษาต้นทุนให้ต่ำอย่างเข้มงวด เพี่อที่จะสร้างข้อได้เปรียบทางต้นทุนต่ำเหนือคู่แข่งขัน ผู้บริหารวอลมาร์ทต้องพักโรงแรมห้องคู่เมื่อเดินทาง แซม วอลตันขับรถปิคอัพฟอร์ดรุ่นเก่าที่สุด  ตระเวนไปเยี่ยมเยียนร้านค้าวอลมาร์ทอยู่เสมอ  เขาจะเดินไม่นั่งรถแทกซี่

วารสารฟอร์จูนเรียกเขาว่าอเมริกัน “ซุปเปอร์แมน” ของร้านค้าปลีก วารสารฟอร์บ ได้ระบุว่าเขาเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในอเมริกา เขาอาศัยอยู่กับภรรยาชื่อนางเฮเลนภายในบ้านสไตล์ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ณ เบนตันวิลล์ อาร์คันซอ  และได้บอกแก่บุคคลทกคนภายในร้านวอลมาร์ทให้เพียงแต่เรียกเขาว่า “นายแซม” เรารู้จักเขาว่าเป็น แซม วอลตัน ผู้ก่อตั้งที่เป็นไอคอนของวอลมาร์ท แซม วอลตัน ผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดภายในยุคของเขา

แซม วอลตัน มักจะถูกจดจำจากการวางตัวแบบชาวบ้านและทัศนติที่บุคคลต้องมาก่อน ครั้งหนึ่งเราได้พบแซม วอลตันกำลังพูดเกี่ยวกับบุคคลของวลมาร์ท เราได้มองเห็นว่ายักษ์ใหญ่ธุรกิจมีน้ำตาไหลออกมา การแสดงความรักที่ตั้งข้อสังเกตุได้ว่า บุคคลของวอลมาร์ทคือกระดูกสันหลังของบริษัท

 

Cr  :  รศ  สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *