INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

แจ็ค เวลซ์ “ผู้บริหารแห่งศตวรรษ” เสียชีวิตเมื่ออายุ 84 ปี

แจ็ค เวลซ์ “ผู้บริหารแห่งศตวรรษ” เสียชีวิตเมื่ออายุ 84 ปี

แจ็ค เวลซ์ นายและผู้บริหารแห่งศตวรรษของเจ็นเนอรัล อีเล็ตทริค ได้เสียชีวิตเมื่ออายุ 84 ปี วันที่ 2 มีนาคม 2020 เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษของธุรกิจอเมริกัน ด้วยวารสารฟอร์จูนเรียกชื่อเขาว่า “ผู้บริหารแห่งศตวรรษ”
และเมื่อ ค.ศ 2000 ไฟแนนเชียล ไทม์ ได้เรียกชื่อจีอีว่า “บริษัทที่ถูกเคารพมากที่สุดของโลก”
เขาได้เกษียณ ค.ศ 2001 เมื่อจีอีอยู่ใกล้จุดสูงสุดของอำนาจ ด้วยธุรกิจที่สำคัญภายในความบันเทิงและการบริการการเงิินขยายตัวบริษัทไปไกลเลยพ้นต้นกำเนิดภายในอุตสาหกรรมของพวกเขาที่นำโดยโทมัส เอดิสัน
ทางด้านหลังของความสำเร็จทางธุรกิจของเขา หนังสือที่เขียนร่วมของแจ็ค เวลซ์ จะมีทั้ง Jack : Straight from the Gut และ Winning ที่เขาได้เขียนร่วมกับภรรยาคนที่สามของเขา ซูซี่ เวลซ์ เมื่อ ค.ศ 2000 ภายในการประมูลลิขสิทธิ์ชีวประวัติของเขา หน่วยธุรกิจหนังสือของไทม์ วอร์เนอร์ชนะการประมูล 7.1 ล้านเหรียญ ทำสถิติ ณ เวลานั้น หนังสือ Jack : Straight from the Gut เขียนร่วมกับจอห์น เบิรน ที่ได้ถูกพิมพ์ปีต่อมา และขายได้มากกว่า 10 ล้านเล่มทั่วโลก
เจฟฟรีย์ เครมส์ จะเป็นผู้เขียน The Jack Welch Lexicon of Leadership, What the Best CEO Know และ The Welch Way หนังสือธุรกิจสามเล่มของ
เขาจะเขียนเกี่ยวกับแจ็ค เวลซ์ อดีตซีอีโอตำนานของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค
หนีงสือธุรกิจสามเล่มนี้ ได้ถูกเรียกชื่อว่า “หนังสือความเป็นผู้นำที่ดีที่สุดแห่งปี”
โดยวารสารไลบรารี่ เจฟฟรีย์ เครมส์ มักจะเป็นผู้รับเชิญของช่องซีเอ็นเอ็น ซีเอ็นบีซี และฟอกซ์ นิวส์ อยู่บ่อยครั้ง ผลงานของเขาจะปรากฏภายในนิวยอร์ค ไทม์ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล และลอส แอนเจลิส ไทม์
หนังสือเล่มล่าสุดของเขาเกี่ยวกับแจ็ค เวลซ์ คือ Jack Welch and the 4E’s of Leadership เจฟฟรีย์ เครมส์ จะเป็นผู้เชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่งของโลกเกี่ยวกับแจ็ค เวลซ์ 20 กว่าปีที่แจ็ค เวลซ์ ได้บริหารจีอี จนกลายบริํษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดภายในโลก เจฟฟรีย์ เครมส์ ได้กล่าวว่า เขามีเหตุผลที่ดีที่จะลงทุนเวลาภายในความเข้าใจคุณลักษณะของผู้นำที่มีพลังมากที่สุดของโลก โมเดล 4E ได้รับชื่อเสียงภายในสื่อทางธุรกิจ หนังสือเล่มนี้จะไม่เพียงแต่
จะเป็นหนังสือชั้นต้นที่ดีภายในคุณลักษณะเหล่านั้น แต่ได้ให้กรณีศึกษา
ดีเยี่ยมของโมเดลนี้จะถูกส่งออกไปยังบริษัทอื่นอย่างไรด้วย
แจ็ค เวลซ์ ได้ใช้ความเป็นผู้นำแบบ 4 E’s ภายในการปฏิรูปจีอี คือ
1 พลัง บุคคลที่มีพลังชอบที่จะ “ไป ไป ไป”ก้าวไปข้างหน้าให้รวดเร็วกว่าบุคคลอื่น บุคคลเหล่านี้มีพลังที่ไร้ขอบเขต ตื่นขึ้นมาทุกวันพร้อมที่จะไปทำงาน พวกเขาวิ่ง 95 ไมล์ต่อชั่วโมงภายในโลกที่หมุน 55 ไมล์ต่อชั่วโมง
2 ผู้สร้างพลัง ผู้สร้างพลังคือบุคคลที่รู้ว่าจะกระตุ้นบุคคลอื่นให้ทำงานอย่างไร พวกเขาสร้างวิสัยทัศน์ และบันดาลใจบุคคลให้ดำเนินตามวิสัยทัศน์
3 การแข่งขัน บุคคลจะมีวิญญานที่มุ่งการแข่งขัน พวกเขารู้ว่าจะตัดสินใจที่ยุ่งยากอย่างแท้จริงได้อย่างไร ปีเตอร์ ดรัคเกอร์เรียกว่า การตัดสินใจเป็นหรือตาย และไม่ยอมให้ความยุ่งยากขัดขวางพวกเขาเลย
4 การกระทำ การลงมือทำเพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ การทำงานให้บรรลุความสำเร็จ E สามตัวแรกจะสำคัญ แต่ถ้าปราศจากผลลัพธ์ที่วัดได้ E ตัวอื่นจะใช้ได้น้อย ผู้นำที่ดีรู้ว่าจะเปลี่ยนพลังและการแข่งขันให้เป็นการกระทำและผลลัพธ์ได้อย่างไร
The Jack Welch Lexicon of Leadership ได้รวบรวมมากกว่า 250 ของแนวคิดและเครื่องมือที่นิยมแพร่หลายมากที่สุดของแจ็ค เวลซ์ ภายในหนังสือเล่มนี้ เราได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการไร้พรมแดน แนวทางจะเเสดงว่าเราสามารถใช้แนวคิดสัญลักษณ์ของแจ็ค เวลซ์ สร้างองค์การที่ปลอดการต่อสู้
ของเขตอิทธิพลอย่างไร การบังคับบัญชาและการควบคุมไม่ไป็นวิถีทางดีที่สดที่จะบริหารธุรกิจ การมีส่วนร่วมของบุคคลทุกคนจะเป็นหีวใจของการเพิ่มประสิทธิภาพ กฏของความคิดและสติปัญญาจะเหนือกว่าลำดับชั้นและประเพณี การค้นหาผู้นำที่มีชีวิตอยู่กับค่านิยมจะสำคัญกว่าการค้นหาผู้นำที่สร้างตัวเลข
การพัฒนาวัฒนธรรมการเรียนรู้จะสำคัญต่อการสร้างบทเรียนธุรกิจการแข่งขันเพื่อการกระจายความรู้ การปฏิบัติที่ดีที่สุดจะเริ่มต้นด้วยสมมุติฐานว่าบริษัทจะไม่มีคำตอบทุกอย่าง การออกแบบระบบเพื่อการระบุการปฏิบัติที่ดีที่สุด การไม่รีรอที่จะฝ่าฝืนประวัติของบริษัท การรุกและการก้าวไปอย่างรวดเร็ว ไม่จำกัดการยึดครองจนถึงพรมแดนอเมริกา การแผ่ซ่านวัฒนธรรมของเราไปสู่ธุรกิจใหม่ บทเรียนลำดับสูงสุดภายในศิลปของการบริหาร เรา
อย่ายอมจำนนจากความเป็นจริง การบอกบุคคลทุกคนว่าการเปลี่ยนแปลงไม่เคยจบ การจัดประชุมเป็นประจำ และกระตุ้นผู้บริหารของเราทำอย่างเดียวกันที่จะกำจัดองค์ประกอบนาย
การทำให้บุคคลรู้ว่าเราให้คุณค่าความคิดของพวกเขา การจำกัดจำนวนระดับการบริหารภายในองค์การของเรา การไล่นักวางแผนกลยุทธ์ออกไป การไม่หยุดการทำให้เรียบง่าย การทำให้โครงสร้างองค์การเรียบง่าย การเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ และบุคคลภายในองค์การจะเผชิญกับมัน อย่าหยุดการสื่อสารการเปลี่ยนแปลง การนำหน้าหนึ่งก้าวของการเปลี่ยนแปลง

The Welch Way : 24 Lessons From The Worlds Greatest CEO จะเป็นหนังสือเล่มหนึ่งจากสามเล่มของเจฟฟรีย์ เครมส์ ภายในหนังสือเล่มนี้ เราจะได้้เรียนรู้ 24 บทเรียนที่สำคัญของแจ็ค เวลซ์ ซีอีโอคนที่แปดหนุ่มที่สุดภายในประวัติศาสตร์ของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค ปฏิรูปบริษัท และเปลี่ยนแปลงให้บริษัทที่บรรลุความสำเร็จอย่างมาก แจ็ค เวลซ์ ได้กลายเป็นซีอีโอที่ถูกชื่นชอบและบรรลุความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ด้วยการเขียนใหม่กฏของความเป็นผู้นำ และการปล่อยให้บุคคลแนวหน้าที่สัมผัส ไม่ใช่ผู้บริหาร บอกพวกเขาอะไรจะต้องทำ วิถีทางของเวลซ์จะกลั่นสไตล์การบริหารของแจ็ค เวลซ์ โดยสรุปหนังสือเล่มนี้จะแสดงแนวคิดที่เรารู้จากทฤษฎี แต่ได้พิสูจน์อย่างแท้จริงที่จะเป็นแหล่งมี่มาของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของจีอี
การเผชิญกับความเป็นจริง บทเรียนที่สำคัญจากหนังสือเล่มนี้คือ
การมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาส การไม่ทำตามประเพณี การทำให้เรียบง่ายอยู่เสมอ การมีชีวิตอยู่กับความรวดเร็ว การระเบิดพรมแดน การจู่โจมทุกวัน การให้ค่านิยมมาก่อน การจัดการให้น้อยลง การมีส่วนร่วมของบุคคลทุกคน การปลูกฝังความเชื่อมั่น การถ่ายทอดวิสัยทัศน์ คุณภาพจะเป็นงานของเรา
การเปลี่ยนแปลงไม่เคยสิ้นสุด การนำโดยการกระตุ้นบุคคลอื่น การเป็นทางการน้อยลง การสร้างกฏสติปัญญา การต่อสู้กับความกลัว การกำหนดเป้าหมายที่ยืดออกไป การเลยพ้นไปจากพรมแดน การได้ความคิดที่ดีจากทุกที่
และการมีความสนุกสนาน
What the Best CEO’s Know – 7 Exceptional Leaders and Their Lessons for Transforming any Business โดย เจฟฟรีย์ แครมส์
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ 20 ครั้ง ระหว่าง ค.ศ 2003 และ 2006 และมีอยู 4 ภาษา
หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงผู้นำบริษัทที่ยอดเยียม 7 คน และค้นหาคุณลักษณะร่วมที่ทำให้บริษัทของพวกเขาบรรลุความสำเร็จ รายชื่อของเจฟฟรีย์ แครมส์
จะคล้ายคลึงกับรายชื่ออื่นเหมือนเช่น บริษัทที่ชื่นชอบมากที่สุด 10 ลำดับสูงสุดภายในอเมริกา และแม้แต่บริษัทที่ชื่นชอบมากที่สุดของโลก เขาได้ชี้ว่า ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จอย่างมากไมใช่จะไร้ข้อบกพร่อง พวกเขาต้องกระทำผิดพลาด แต่พวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาด
โดยส่วนรวมพวกเขาคือผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ขององค์การ พวกเขาได้สร้างโมเดลทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ อะไรทำให้หนังสือเล่มนี้มีเอกลักษณ์ นอกจากการค้นหาว่าพวกเขาได้ทำอะไร และทำไมพวกเขาได้ทำ หนังสื่อเล่มนี้ได้มองว่่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาได้ทำมันแตกต่างออกไป
รายชื่อสุดท้ายผู้นำที่ยอดเยี่ยม 7 คน ของเขาจะประกอบด้วย ไมเคล เดล ชีอีโอของเดล คอมพิวเตอร์ แจ็ค เวลซ์ ซีอีโอของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค
ลูว์ เกิรทเนอร์ ซีอีโอของไอบีเอ็ม แอนดี้ โกรฟ ซีอีโอของอินเทล บิลล์ เกตส์ ซีิอีโอของไมโครซอฟท์ เฮอร์เบิรต เคลลีเฮอร์ ซีอีโอของเซ้าธ์เวสท์ แอร์ไลน์ และแซม วอลตัน ซีอีโอของวอลล์ มาร์ท คุณลักษณะของพวกเขาคือ
1 พวกเขาเริ่มต้นด้วยมุมมองของตลาด และทำย้อนกลับที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า
2 พวกเขาจะมีพันธุกรรมความเป็นผู้นำทางศรัทธา สิ่งนี้จะต้องไม่สับสนกับบารมี พวกเขาจะกระตือรือร้นแต่ไม่มีบุคลิกภาพที่ดึงดูด
3 พวกเขาเข้าใจบทบาทที่สำคัญของวัฒนธรรม และมันต้องใช้เป็นปีไม่ใช่เดือนปฏิรูปวัฒนธรรมที่จะบรรลุเป้าหมายของบริษัทที่สำคัญ
4 พวกเขาจะเป็นผู้เข้ามารายแรก พวกเขาจะมองเห็นผลิตภัณฑ์และความคิดปรากฎขึ้น และยึดครองมันไว้
5 พวกเขาจะดำเนินการความคิดที่ดีที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะได้ยินครั้งแรกที่ไหน หลักการของบริษัทเรียนรู้คือการรู้ว่าพวกเขาจะไมมีคำตอบทุกอย่าง
6 พวกเขาจะพัฒนาความเป็นผู้นำทางองค์ความรู้ภายในวิถีทางบางอย่าง การเขียนหนังสือหรือแผนการเล่นใหม่
เจฟฟรีย์ แครมส์ จะเป็นนักเขียนชาวอเมริกัน เขาเขียนหนังสือเก้าเล่ม หนังสือสามเล่มจะมุ่งที่เจ็นเนอรัล อีเล็ตทริคก่อนหน้านี้ แจ็ค เวลซ์ หนังสือของเขาได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 36 ภาษา
เขาเคยเป็นรองประธานบริษัทและผู้จัดพิมพ์ของหน่วยธุรกิจหนังสือทางธุรกิจของแมคกรอว์ ฮิลล์ สำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของอเมริกา เขาได้เคยตรวจแก้ไขและพิมพ์หนังสือทางธุรกิจมากกว่า 1, 000 เล่ม รวมทั้งหนังสือที่ได้รางวัลชนะและขายดีที่สุด เช่น หนังสือของแจ็ค เวลซ์ ไมเคล เดลล์ ลูว์ เกิรทเน่อร์ เฮอร์เบิรต เคลลีเฮอร์ และบิลล์ เกตส์ เมื่อไม่นานมานี้ เจฟฟรี่ย์ แครมส์ ได้พิมพ์หนังสือเจ็ดเล่มของหนังสือทางธุรกิจที่ติดลำดับสูงสุด 35 เล่มแห่งปีของไลบรารี่ย์ เจอร์นัล
เจฟฟรี่ย์ แครมส์ เขียนหนังสือห้าเล่ม หนังสือสามเล่มจะมุ่งที่ซีอีโอก่อนหน้านี้ของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค แจ็ค เวลซ์ เขาได้เขียนหนังสือความเป็นผู้นำและซีอีโอ ไว้อย่างกว้างขวาง และหนังสือเล่มล่าสุดของเขาคือ Jack Welch and the 4E of Leadership วารสารเคอร์คัส รีวิว ได้กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าจะต้องกลายเป็นความเป็นผู้นำที่คลาสสิค
เจฟฟรีย์ แครมส์ จะเป็นผู้เขียนหนังสือขายดีที่สุดคือ Jack Welch and the 4E ,The Welch Way, What the Best CEO Know และ The Rumsfeld Way เขาจะเป็นนักเขียนของนิวยอรค ไทม์ วอล สตรีท เจอร์นัล ลอสแอนเจลิส ไทม์ และชิคาโก ทรีบูน ด้วย

แจ็ค เวลซ์ ได้ถูกยกย่องต่อการเจริญเติบโตผิดธรรมดาของเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค ระหว่าง 20 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่แจ็ค เวลซ์ ทำได้ดีที่สุดคือ การสื่อสารวิสัยทัศน์ของเขาไปยังบุคคลและโลก แจ็ค เวลซ์ ได้กำหนดกรอบความคิดร่วมสมัยแก่บริษัท นั่นคือโมเดลแห่งศตวรรษที่ยิบเอ็ด แต่แจ็ค เวลซ์ได้ถูกวิจารณ์จากการปลดบุคคลจำนวนมากออกจากงาน ภายในการปรับปรุงโครงสร้างและวัฒนธรรมของจีอี การมุ่งเน้นการเงินเหนือค่านิยมอื่นใด
แจ็ค เวลซ์ จะเป็นตัวอย่างที่ดี่สุดของความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป เขาได้ปฏิรูปเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค จากบริษัทที่รู้จักกันจากเครื่องใช้ภายในบ้านและหลอดไฟฟ้าไปเป็นบริษัทข้ามชาติที่ยิ่งใหญ่ การขยายไปสู่การบริการทางการเงิน สื่อ และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
แจ็ค เวลซ์ จะมีชื่อว่า ผู้บริหารแห่งศตวรรษ โดยวารสารฟอร์จูนเมื่อ ค.ศ 1999 เขาได้กลายเป็นที่รู้จักของความเต็มใจของเขาที่จะวางเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ ยกเลิกงานจำนวนมาก และขายธุรกิจหลายอย่าง เขาได้พิมพ์หนังสือขายดีที่สุดเหมือนเช่น “Winning” และ Jack : Straight From the Gut ถ้าเราได้เจริญเติบโตภายในธุรกิจเมื่อต้น ค.ศ 2000 แจ็ค เวลซ์ จะมีผลกระทบอย่างมากต่อวิถีทางที่เราบริหารธุรกิจ
แจ็ค เวลซ์ ลูกชายชองผู้ควบคุมรถไฟ ได้กลายเป็นประธานและซีอีโอของเจ็น้นอรัล อิเล็คทริค และได้นำบริษัทนานสองทศวรรษ การเจริญเติบโตของมูลค่าตลาดของบริษัทจาก 12 พีนล้านเหรียญ เป็น 410 พันล้านเหรียญ ได้เสียชีวิตเมื่อ 2 มีนาคม 2020 เขามีอายุ 84 ปี แจ็ค เวลซ์ ได้เสียชีวิตวันอาทิตย์ที่บ้าน รายรอบด้วยภรรยา ซูซี่และครอบครัว และสุนัขที่แสนรักของเขาอยู่ใกล้ สาเหตุของการเสียชีวิตจะเป็นไตวาย ประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ ได้ทวีต
ความเสียใจของเขาต่อครอบครัวของเวลซ์ ทรัมพ์ ได้เขียนว่า เราจะไม่มีผู้นำบริษัทเหมือน นิวตรอน แจ็ค เขาจะเป็นเพื่อนและผู้สนับสนุนของผม เราได้ทำข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมด้วยกัน
แจ็ค เวลซ์ ได้ถูกเรียกชื่อเล่นว่า นิวตรอน แจ็ค จากการกำจัดงานหลายหมื่นงาน
แลร์รี่ คัลพ์ ซีอีโอของจีอี ได้กล่าวภายในการแถลงว่า วันนี้จะเป็นวันแห่งความเศร้าสลดต่อครอบครัวจีอีทั้งหมด แจ็ค น่าประทับใจมากและเป็นหัวใจของจีอีครึ่งศตวรรษ เขาได้สร้างโฉมหน้าใหม่ของบริษัทของเราและโลกธุรกิจ แจ็คจะมีอิทธพลอย่างเข้มแข็งและมั่นคงตลอดอาชีพของผม แม้ว่าไม่เคยทำงานโดยตรงกับเขา เจฟฟ์ ซอนเนนฟิลด์ นักวิชาการธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเยล ได้กล่าวว่า เขาจะมีจุดมุ่งอย่างมากต่อคุณค่าของ
ผู้ถือหุ้น
แจ็ค เวลซ์ จะเป็นประธานและซีิอีโอของจีอี ระหว่าง ค.ศ 1981 และ 2001 เมื่อเขาได้เกษียณจากจีอี เขาจะได้รับเงินชดเชย 417 ล้านเหรียญ สูงที่สุดภายในประวัติศาสตร์ของธุรกิจ เมื่อ ค.ศ 2006 ความมั่งคั่งของแจ็ค เวลซ์ จะประมาณ 720 ล้านเหรียญ
แจ็ค เวลซ์ จะเป็นซีอีโอตำนาน ภายในสองทศวรรษของเขา ณ เจ็นเนอรัล
เขาได้เจริญเติบโตรายได้เป็น 130 พันล้านเหรียญจาก 25 ล้านเหรียญ และกำไรเป็น 15 พันล้านเรียญจาก 1.5 พันล้านเหรียญ มูลค่าทางตลาดได้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 400 พันล้านเหรียญ
แจ็ค เวลซ์ ได้ทำให้แนวคิดคุณค่าผู้ถือหุ้นนิยมแพร่หลาย แนวคิดของหน้าที่พื้นฐาน
ของผู้บริหารของบริษัทคือ การเพิ่มราคาหุ้นเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
ภายในการดำเนินตามเป้าหมายนี้ เขาได้ซื้อและขายธุรกิจ การปลดบุคคลออกจากงานอย่างมากมาย
การบริหารของเขาได้กลายเป็นที่ยกย่องจนภายหลังเขาได้เกษียณจากเจ็นเนอรัล อีเล็คทริค แจ็ค เวลซ์ ได้เปิดตัวคณะบริหารธุรกิจออนไลน์ สถาบันการบริหารแจ็ค เวลซ์ โปรแกรมเอ็มบีเอของเขาได้ติดลำดับดีที่สุดแห่งหนึ่งโดยพรินซ์ตัน รีวิว เขาจะเป็นกูรูความเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ดังนั้นอะไรที่เขาพูดเป็นจุดสำคัญที่จะเป็นผู้นำที่บรรลุความสำเร็จหรือ ความลับที่จะบันดาลใจและจูงใจบุคคลให้ทำดีที่สุดคืออะไร
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า เคล็ดลับคือการสร้างความจริงและความไว้วางใจ ถ้าบุคคลของเราไว้วางใจเรา พวกเขาจะบอกความจริงแก่เรา และเมื่อเราได้ความจริง เราต้องกระทำอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญการบริหารอายุระหว่าง 80-89 ปี ได้กล่าวไว้ ดังนั้นความจริงและความไว้วางใจจะมีบทบาทอย่างสำคัญ บุคคลต้องไว้วางใจเรา เราต้องสร้างความไว้วางใจต่อบุคคล
ความเป็นผู้นำไม่ได้หมายถึงการควบคุมหรือการบังคับบัญชา แจ็ค เวลซ์ เรียกอุดมคติความเป็นผู้นำของเขาว่า “การไร้พรมแดน” หมายถึงองค์การที่เปิดกว้าง
ไร้ระบบราชการและอะไรก็ตามที่ขัดขวางการไหลเวียนอย่างอิสระของความคิด บุคคล และการตัดสินใจ เขาจะไม่สนับสนุนสไตล์ผมคือนาย และเราต้องทำตามที่เขาพูด เขาชอบบันดาลใจบุคคลอื่นที่ต้องการทำ การปลูกฝังพฤติกรรมกรรมที่เขาเรียกว่า การไร้พรมแดน เขาได้เรียกบริษัทเช่นนี้ว่า “บริษัทที่ไร้พนมแดน” การกำจัดอุปสรรคระหว่างหน้าที่สมัยเดิม และการค้นหาความคิดที่ยิ่งใหนก็ตามภายในองค์การ หรือภายนอกองค์การ และการร่วมมันกับบุคคลทุกคนภายในบริษัท ไซโลจะฆ่าความรวดเร็ว มันจะฆ่าความคิด มันจะฆ่าผลกระทบ
แจ็ค เวลซ์ คิดว่ามันจะเป็นวิถีทางที่น่ากลัวของการบริหารธุรกิจ เมื่อผู้บริหารควบคุมและบุคคลรับฟัง และทำตามสิ่งที่ผู้บริหารพูด แจ็ค เวลซ์ มองว่ามันจะขัดขวางความคิดที่ดี และข้อแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์
จุดเด่นอย่างหนึ่งของความเป็นผู้นำของแจ็ค เวลซ์ คือ การตรงไปตรงมาอย่างผิดธรรมดา ภายในหนังสือบทที่สองของเขา Winning ได้ถูกทุ่มเทกับเรื่องนี้
เขาจะเรียกการขาดความตรงไปตรงมาว่า นักฆ่า มันจะขัดขวางความคิดที่ฉลาด
การกระทำที่รวดเร็ว และบุคคลที่ดี บุคคลจำนวนมากจะเชื่อมโยงความตรงไปตรงมาของแจ็ค เวลซ์ กับความลุ่มหลงของการสร้างแตกต่างของเขา บุคคลจะถูกแยกตามการปฏิบัติงาน สูง 20% ปานกลาง 70% และต่ำ 10% แจ็ค เวลซ์ กล่าวว่า ไม่มีการเลือบน้ำตาล 10% ต้องออกไป
การสร้างความแตกต่างจะเป็นกระบวนการที่กำหนดให้ผู้บริหารประเมินบุคคลของพวกเขา และแยกพวเขาเป็นสามประเภทตามการปฏิบัติงาน
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่าเขาจะสนับสนุนการตรงไปตรงมาและความสามารถของบุคคล และเชื่อว่าบุคคลทุกคนควรจะได้โอกาส แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า การตรงไปตรงมา
หมายถึงการเผชิญความเป็นจริง การมองโลกตามที่เป็นอยู่ไม่ใช่ตามที่เราต้องการให้เป็น ผมได้มองเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าธุรกิจที่เผชิญการตกต่ำของตลาด การเเข่งขันอย่างรุนแรง และความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ได้พยากรณ์มองแง่ดีมากเกินไป พวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสของการเปลี่ยนแปลง
ณ เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค แจ็ค เวลซ์ ได้ใช้มากกว่าครึ่งหนึ่งเวลาของเขาของการได้บุคคลที่เหมาะสมภายในที่ที่เหมาะสม และจากนั้นช่วยให้พวกเขาเจริญเติบโต เขาจะยุ่งเกี่ยวตัวเขาเองภายในการตัดสินใจว่าจ้าง ที่ซีอีโอของโลกส่วนใหญ่จะมอบหมายไป และเขาได้หลีกเลี่ยงความผิดพลาดของการมอบหมายผู้นำเข้มแข็งที่สุดไปยังไปยังธุรกิจใหญ่ที่สุด เขาไม่ลังเลที่จะส่งดาวรุ่งไปอินเดียหรือจีน แม้ว่าจีอีจะปรากฏตัวอยู่น้อยภายในประเทศเหล่านี้ ธุรกิจที่ดีขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่ดี ผู้บริหารที่ดีคือออกซิเจนต่อธุรกิจ
เอสบีอาร์ ได้ถามว่า อะไรทำให้เป็นผู้บริหารที่ดี แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวว่า ผมชอบถ้อยคำ “ผู้นำที่ดี” ผู้นำที่ดีจะสร้างวิสัยทัศน์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ลุ่มหลงวิสัยทัศน์ของตัวเอง และขับเคลื่อนอย่างไม่ลดละเพื่อที่จะบรรลุมัน เหนือสิ่งอื่นใด ผู้นำที่ดีจะเปิดกว้าง พวกเขาขึ้นบน ลงล่าง และอ้อมรอบองค์การของพวกเขาที่จะเข้าถึงบุคคล พวกเขาจะไม่ยึดกับช่องทางที่กำหนดไว้ พวกเขาจะไม่เป็นทางการ พวกเขาจะซื่อตรงกับบุคคล
การสื่อสารที่แท้จริงจะเป็นตัวต่อตัว กลับไปกลับมา นับชั่วโมงไม่ได้ มันหมายถึงการฟังมากกว่าการพูด มันไม่ใช่การแถลงผ่านวิดีโอเทป มันไม่ใช่การประกาศทางหนังสือพิมพ์ ผู้นำที่ดีจะมุ่งการเกี่ยวพันระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ และสร้างความสอดคล้อง พวกเขาจะใช้ความท้าทายและเปิดรับความเป็นจริง
ผู้บริหารที่ดีมองโอกาสภายในความท้าทาย
ผู้บริหารจะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง มันเป็นเพียงโอกาสอย่างหนึ่งที่จะมองเกมจากมุมใหม่ และเปิดบทใหม่ภายในธุรกิจของเรา สถานการณ์ที่ตกต่ำและยากลำบากจะธรรมดาภายในตลาด และจุดอ่อนหรือความอ่อนแอจะไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่ผู้บริหารธุรกิจจะต้องกลัว ความจริงจะไม่ทำให้ผู้นำที่ดีกลัว เพราะว่าพากเขาไม่ได้ซ่อนข้อเท็จจริง พวกเขารู้ว่าบุคคลคุ้นเคยกับข้อเท็จจริง หลายครั้งที่บริษัทว่าจ้างผู้บริหารที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงและติดอยู่กับที่ พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนออกไปจากตำแหน่งของพวกเขาได้ พวกเขาชอบปล่อยผู้บริหารไว้ แม้ว่าธุรกิจจะไม่ทำกำไร ความจริงและความซื่อสัตย์จะเป็นค่านิยมทีสำคัญต่อผู้บริหาร บุคคลที่พยายามจะวิ่งจากมันไม่สามารถเผชิญความเป็นจริงได้ เจ็นเนอรัล อิเเล็คทริคจะมีผู้บริหารดังกล่าวนี้ด้วย ไม่พร้อมจะเผชิญกับความเป็นจริง หรือซื่อตรงกับตัวพวกเขาเองหรือบุคคลอื่น
ถ้าองค์การใหญ่จะมีประสิทธิภาพได้ มันจะต้องเรียบงาย ถ้าองค์การใหญ่จะต้องเรียบง่าย บุคคลของมันจะต้องมีความเชื่อมั่นตัวเอง
ผู้บริหารที่ไม่มั่นคงจะสร้างความซับซ้อน ผู้นำที่แท้จริงไม่ต้องการความรกรุงรัง แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าว่า องค์การใหญ่จะเรียบง่ายด้วยโครงสร้างที่เรียบง่าย บุคคลของพวกเขาจะเชื่อมั่นภายในตัวพวกเขาเอง พวกเขาจะมีสติปัญญาที่ต้องการ
ผู้บริหารมี่ไม่ดีจะกลัวและกังวล และทำให้เกิดความไม่มั่นคงและความซับซ้อน
พวกเขาจะสร้างความรกรุงรัง ผู้บริหารแต่ละคนจะไม่ชัดเจนหรือแน่นอน ผู้บริหารที่ดีจะรับรองว่าบุคคลทุกคน จากบนถึงล่างรู้ว่าอะไรที่ธุรกิจของพวกเขาพยายามจะบรรลุ จุดมุ่งของแจ็ค เวลซ์ จะอยู่ที่ความเรียบง่ายของโครงสร้าง
ความเรียบง่ายจะจัดการปัญหาล่วงหน้า มันจะช่วยปรับปรุงกระเเสงาน
เมื่อกระแสงานรวดเร็วขึ้น ผลลัพธ์จะดีขึ้น ความเรียบง่ายจะสร้างความชัดเจน
และรักษาจุดมุ่งของบุคคลไว้
แจ็ค เวลซ์ ได้กล่าวถึง 3S ของการได้ชัยชนะภายในธุรกิจคือ ความรวดเร็ว ความเรียบง่าย และความเชื่อมั่นตัวเอง
ทำไมเราต้องการความเชื่อมั่นตัวเอง ความเรียบง่าย และความรวดเร็วภายในธุรกิจ แจ็ค ได้พัฒนาโมเดล S สามตัว S สามตัวจะเกี่ยวพันกันระหว่างกันและสนับสนุนร่วมกัน เพื่อการได้ชัยชนะ
ภายในโลกปัจจุบันนี้ความรวดเร็วจะสำคัญอย่างมาก และเราไม่สามารถรวดเร็วได้ ถ้าเรายอมใหความซับซ้อนคลานเข้ามาภายในกระบวนการหรือการคิดของเรา ปัญหาบางอย่างต้องการคำตอบที่ซับซ้อนหรือไม่ แต่แก่นของการสร้างความรวดเร็วคือความเรียบง่าย และเราไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็ว
เจริญเติบโตได้รวดเร็ว เรียนรู้ได้รวดเร็ว ถ้าความซับซ้อนได้ยึดครองเรา ถ้าเราต้องการความรวดเร็ว เราต้องค้นหาวิถีทางที่จะรักษาการกระทำให้เรียบง่าย
ความเรียบง่ายจะเป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ของความรวดเร็ว
1 ความเชื่อมันตัวเอง
ความเชื่อมั่นตัวเอง – อย่าหลงผิดกับความหยิ่งยโสหรือการยึดแต่ตัวเอง
จะทำให้เกิดความรวดเร็วและความเรียบง่าย เราจะต้องเปิดรับความคิดใหม่ การรับการเปลี่ยนแปลงไว้ก่อนที่เราจะต้องทำ เราจะต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ เราจะพัฒนาความเชื่อมั่นตัวเองจากประสบการณ์ บุคคลที่เชื่อมั่นตัวเองจะเปิดรับความคิดและเต็มใจร่วมมันกับบุคคลอื่น
2 ความเรียบง่าย
ความเรียบง่ายจะลดการกระทำให้ลงสู่ระดับความซับซ้อนน้อยที่สุด เมื่อการสื่อสารชัดเจน มันจะถ่ายทอดได้อย่างรวดเร็ว การใช้การสื่อสารที่ชัดเจน
ให้อำนาจแก่บุคคลอื่น เราไม่สามารถมีความเรียบง่ายโดยไม่มีความเชื่อมั่นตัวเอง ระบบราชการจะหวาดกลัวความเรียบง่ายและความรวดเร็ว
3 ความรวดเร็ว
เมื่อการสื่อสารชัดเจน ภาษาที่ตรงไปตรงมาจะทำให้การกระทำและการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรวดเร็วจะเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างหนึ่ง เราไม่สามารถมีความรวดเร็วโดยไม่มีความเรียบง่าย ถ้าเราไม่รวดเร็ว เราไม่สามารถชนะได้ ความรวดเร็วจะเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ของความสามารถแข่งขัน
ระบบราชการจะสนัับสนุนความเป็นทางการ การทำให้ธุรกิจช้าลงและสร้างความซับซ้อน สิ่งเหล่านี้ทำให้ธุรกิจของเรายากที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามโลกที่รายรอบเรา ดังนั้นเราจะต้องมุ่งที่ 3S สร้างความเชื่อมั่นตัวเอง พัฒนาความเรียบง่าย และเพิ่มความรวดเร็วของเรา

เพื่อที่จะดำเนินการความผูกพันของเขาต่อความเรียบง่าย แจ็ค เวลซ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญบางอย่างทั่วทั้งบริษัท สิ่งเเรกที่เขาได้ทำคือ การกำจัดจุดอ่อนด้วยการยกเลิกระดับการบริหาร ระดับการบริหารสามารถซ่อนจุดอ่อนและทำลายคุณภาพ
แจ็ค เวลซ์ จะมุ่งการทำงานหนักและความผูกพัน เขาจะกำจัดความรกรุงรังที่จะได้พื้นที่ ด้วยการลดสายงานสนับสนุนของบริษัท สิ่งเลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นจากหลายระดับการบริหารเกินไปคือ การทำลายการสื่อสาร ด้วยการอัดการสื่อสารและอุดท่อจากที่ความคิดได้เกิดขึ้น ยาวนานมาแล้วจุดมุ่งของผู้บริหารจะยังคงอยู่ที่การควบบคุมไม่ใช่การเพิ่มคุณค่า
ิ บุคคลที่อุดท่อจะต้องถูกกำจัด เมื่อพวกเขาสามารถกดพลังความรู้สึกไว้ที่ควรจะเคลื่อนไปอย่างเสรีภายในองค์การ แจ็ค เวลซ์ มองว่าบทบาทของผู้บริหารระดับกลางจะสำคัญ พวกเขาสามารถกระทำเป็นเสาเพื่อองค์การ แต่กระนั้นบทบาทของพวกเขาจะต้องถูกมองจากมุมใหม่ การสื่อสารจเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของประสิทธิภาพขององค์การ การยกเลิกระดับการบริหารที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกำจัดการอุดตันที่สามารถกลายเป็นการขัดขวางต่อการสื่อสารอย่างเสรีได้ แจ็ค เวลซ์ ได้ลดมันที่จะกำจัดเครื่องกรองการสื่อสารที่ทำให้กระบวนการตัดสินใจล่าซ้า สิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงการสื่อสารระหว่างซีอีโอและผู้นำของ 14 ธุรกิจได้ ในขณะนี้วงจรการตัดสินใจจะเล็กลง และประหยัดเวลาที่มีค่าขององค์การได้อย่างมาก การตัดสินใจลงทุนได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปี
จุดมุ่งของเเจ็ค เวลซ์ จะเป็นความเรียบง่ายที่ธุรกิจหลายอย่างได้ละเลย เขาเชื่อว่าการทำให้เรียบง่ายจะสำคัญ เนื่องจากธุรกิจที่ซับซ้อนจะขาดประสิทธิภาพ ตามมุมมองของแจ็ค เวลซ์ การบริหารธุรกิจไม่ยากที่จะเข้าใจ มันจะเป็นหน้าที่เรียบง่ายที่บุคคลทำให้ซับซ้อนด้วยทัศนคติของพวกเขา

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *