INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

อาเซียนจะกลายเป็นสมรภูมิต่อไป

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

อาเซียนจะกลายเป็นสมรภูมิต่อไป

ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันเป็นผู้นำโลก หรือแม้แต่การคานอำนาจกัน อาเซียนอาจจะไม่มีความตึงเครียดในทางทหารเหมือนที่รัสเซียกำลังเผชิญหน้ากับนาโต้-สหรัฐฯ ในยูเครนและโปแลนด์

และแม้ว่าจีนกับสหรัฐฯกำลังเผชิญหน้ากันในย่านอินโด-แปซิฟิค โดยสหรัฐฯจัดตั้งพันธมิตร 4 ชาติ Quad คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย และพันธมิตร AUKUS คือ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ

แต่ปราการด่านหน้าของสหรัฐฯนั้นอยู่ที่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือกลุ่มสมาชิกอาเซียน (ASEAN) และจีนก็กำลังคืบคลานเข้ามามีอิทธิพลอย่างเป็นนัยสำคัญ ซึ่งเราคงต้องมาวิเคราะห์ท่าทีของประเทศสมาชิกที่มีบทบาทพอสังเขปดังนี้

            กัมพูชาภายใต้การนำของฮุนเซน ซึ่งทำหน้าที่ประธาน ASEAN ในปีค.ศ.2022 นี้
ฮุนเซน ประกาศว่าจะเชิญพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย มาร่วมประชุมสุดยอดผู้นำในปีนี้ และยังบอกว่าตัวเขาเองจะเดินทางไปเยือนเมียนมาที่เนปิดอ นั่นคือการบอกใบ้ว่ากัมพูชานั้นไม่สนใจมติของอาเซียนเมื่อปีที่แล้วและเอื้อต่อนโยบายของจีนที่มีต่อเมียนมา ซึ่งในความเป็นจริงกัมพูชานั้นตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีน และนำมาสู่การอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศของจีนอีกด้วย

นอกจากนี้ฮุนเซนยังประกาศว่าเขาจะลงจากอำนาจโดยมีผู้สืบแทนคือลูกชายฮุน มาเนต ของเขา ซึ่งจะทำให้กัมพูชามุ่งเน้นในเรื่องการจัดการถ่ายโอนอำนาจภายในและไม่สนใจกิจกรรมของอาเซียนมากนัก

สปป.ลาวนั้นแม้จะมีความอึดอัดต่อการเข้าครอบงำของจีนและด้วยเหตุที่มีชายแดนติดต่อกัน ก็คงไม่อาจร่วมมือกับอาเซียนที่จะทำอะไรอันอาจทำให้จีนไม่พอใจได้ แม้แต่การจะประกาศตัวเป็นกลางของอาเซียน

            ฟิลิปินส์กำลังอยู่ในสภาพที่เตรียมการเลือกตั้ง ดังนั้นคงจะบอกได้ยากว่าจะมีนโยบายอย่างไรต่อความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐฯ แม้ ดูเตอร์เต จะต้องอำลาตำแหน่งแต่ก็ยืนยันว่ายังคงมีบทบาทที่จะกำกับดูแลรัฐบาลใหม่ต่อไป

ในความเป็นจริงแม้ในขณะที่ดูเตอร์เต ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ ก็ยังจับทางนโยบายของฟิลิปปินส์ต่อจีนและสหรัฐน ยากอยู่แล้วเพราะมันโอนเอนไปมา จึงหวังพึ่งบทบาทของฟิลิปปินส์ต่ออาเซียนที่จะเป็นกิจจะลักษณะยาก

มาเลเซียแม้จะรู้สึกกังวลต่อการรุกคืบของจีน โดยขยายอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจ ตามด้วยการรุกทางการเมืองก็ตาม แต่มาเลเซียก็ยังมีปัญหาการเมืองภายในประเทศ ที่ยังต้องแก้ไขอีกพอสมควรจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับ ASEAN มากนัก

เวียดนามและสิงคโปร์นั้นเป็น 2 ชาติที่กังวลต่อการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน แต่ก็ไม่ต้องการให้สหรัฐฯมาชี้นำแนวทางการเมืองระหว่างประเทศของตน ดังนั้น 2 ประเทศนี้ จึงมีแนวโน้มที่อยากจะผลักดันให้อาเซียนได้รวมกันเป็นปึกแผ่นเพื่อการสร้างอำนาจการต่อรองกันเป็นกลุ่ม

ประเทศไทยนั้นแม้ดูภายนอกว่าจะเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริงนั้นอ่อนแอมานับตั้งแต่มีการยึดอำนาจ และสืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับผูกขาด เพราะทั้งรัฐบาลและรัฐธรรมนูญไม่อาจแก้ไขความแตกแยกที่เกิดขึ้นและบานปลายออกไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และแม้กระทั่งการปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังของขบวนการพุทธสุดโต่ง ที่กำลังเผยแพร่ความเท็จเพื่อก่อให้เกิดความเกลียดชังต่อมุสลิม อันจะนำไปสู่การจราจลที่รุนแรงเหมือนเมียนมาในอดีตอันใกล้ที่ผ่านมา ทั้งนี้นับเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง

ความอ่อนแอของรัฐบาลไทยจึงเป็นการยากที่จะสร้างนโยบายอันเข้มแข็งระหว่างประเทศ จึงไม่อาจจะเป็นผู้นำในอาเซียนได้ทั้งที่ในอดีตเราเคยมีบทบาทนำมาก่อน

ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลไทยกำลังตกอยู่ภายใต้การครอบงำทางเศรษฐกิจต่อจีนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดหาอาวุธและสินค้าในระดับรัฐบาลที่มีข่าวว่ามีผลประโยชน์ตอบแทนผู้มีอำนาจจริงเท็จต้องตรวจสอบเอาเองผู้เขียนไม่ยืนยัน

            หรือการหลั่งทะลักเข้ามาของชาวจีนพร้อมกำเงินมหาศาลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เข้ามากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาถูกยามเศรษฐกิจตกต่ำ เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงแรม และคอนโดมิเนียม ที่กำลังล้มละลาย

ที่น่ากังวลใจคือการทะลักเข้ามาของคนจีน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองในอนาคต เพราะคนจีนเหล่านี้มิได้มีพฤติกรรมเหมือนชาวจีนโพ้นทะเลในสมัยก่อนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่คนจีนยุคใหม่นั้นมีรัฐบาลจีนหนุน และมีแนวคิดแบบอาณานิคมยุคใหม่

อนึ่งรัฐบาลไทยถูกทำให้เสียหน้าด้วยการที่ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศออสติน และรองประธานาธิบดีแฮริส ไม่แวะไทยในการเดินทางเยี่ยมเยียนประเทศในอาเซียน ทั้งที่ไทยเคยเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์กับสหรัฐฯมายาวนาน

นอกจากนี้ยังเสียหน้าอย่างมากที่สหรัฐฯไม่เชิญประชุมกลุ่มประเทศประชาธิปไตย 100 กว่าชาติที่จัดไปไม่นานมานี้

จึงเกิดประเด็นคำถามว่าประเทศไทยทำอะไรผิดในฐานะพันธมิตรกับสหรัฐฯ คำตอบอย่างไม่เป็นทางการคือว่าเราต้องใกล้ชิดกับจีนเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทว่าในความเป็นจริงทุกประเทศก็ต้องพึ่งพาการค้ากับจีนทั้งนั้น แม้แต่สหรัฐฯคำตอบจึงดูเลื่อนลอยมาก จนอนุมานได้ว่าประเทศไทยคงจะไม่มี

บทบาทอะไรมากในอาเซียนในเรื่องนี้ โดยเฉพาะนโยบายความเป็นกลางเพราะเกรงจะขัดใจจีน

แต่ถ้ามองอีกด้านการที่บุคคลสำคัญสหรัฐฯไม่แวะเยี่ยมเยียนประเทศไทย และทำให้รัฐบาลไทยเสียหน้านั้น อาจเป็นการเตือนสหรัฐฯก็ได้

สำหรับสหรัฐฯนั้น ตั้งแต่ประธานาธิบดีโอบามา ทรัมป์ และจนถึงไบเดน ต่างก็ประกาศว่าจะเน้นการแก้ปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจเป็นสำคัญ มันจึงเป็นภาวะที่สหรัฐฯต้องการหุ้นส่วนและพันธมิตรมาร่วมมือมากขึ้น เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของโลก ในขณะที่กำลังมีรัสเซีย-จีน เข้ามาท้าทายอำนาจอย่างหนัก

อย่างไรก็ตามต้องติดตามดูภายหลังจากที่นายบลิงเกนมาเยือนอินโดนิเซียและมาเลเซียแล้ว ประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะเดินทางมาเยือนประเทศใดในอาเซียนหลังจากที่มีการประชุมทางไกลกับอาเซียนไปแล้ว

ส่วนจีนนั้นประธานาธิบดีสี จิ้นผิงก็มิได้น้อยหน้า นอกจากการประชุมทางไกลกับอาเซียนไปแล้ว ยังส่งนายกรัฐมนตรีหลี่และนายเฉิน อี้ มาพบปะผู้นำในอาเซียนบางประเทศอีกด้วย

ประเทศสุดท้ายที่อาจจะเป็นหลักสำคัญของอาเซียน คือ อินโดนีเซีย ซึ่งในปัจจุบันมีสเถียรภาพทางการเมืองภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจโก วีโดโด และแม้ว่าจะมีการเลือกตั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า พรรครัฐบาลก็สามารถเลือกผู้นำได้โดยไม่ต้องมีพรรคร่วม

นอกจากการเมืองที่มั่นคงแล้ว ทางด้านภูมิรัฐศาสตร์อินโดนีเซีย ยังมีพื้นที่เสมือนกำแพงยาวเหยียด จากออสเตรเลีย สู่มหาสมุทรอินเดีย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเดินหมากการเมืองและการทหารของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นประเทศใหญ่มีประชากรกว่า 200 ล้านคน ถ้าอินโดนีเซียจะเป็นผู้นำของอาเซียนก็อาจเป็นความหวังได้ว่าสมาชิกอาเซียนต่างๆจะหันกลับมาร่วมมือกันทำให้อาเซียนเป็นปึกแผ่นในการดำรงสถานะความเป็นกลางได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม

กล่าวโดยสรุปด้วยสภาพเศรษฐกิจในปีค.ศ.2022 ก็ยากที่จะหวังว่าจะพบกับสถานะเฟื่องฟูเงยหัวจากการตกต่ำได้ หากถูกการเมืองระหว่างประเทศซ้ำเติม ย่อมเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแต่ละประเทศสมาชิก เรื่องนี้พูดได้อย่างเดียวไม่เห็นโลงไม่หลั่งน้ำตา

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *