INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ฮาโรลด์ จีนีน : เพลง “My Way” ของเเฟรงค์ ซินาตรา

ฮาโรลด์ จีนีน : เพลง “My Way” ของเเฟรงค์ ซินาตรา

ฮาโรลด์ จีนีน เป็นซีอีโอของไอทีทีนาน 18 ปี เขาได้บริหารไอทีที
ตั้งแต่ ค.ศ 1959 จนถึง 1977 ด้วยความเด็ดขาด เขาได้ยึดครองซีอีโอ
ของสิ่งเพียงแค่ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ และผ่านทางการซื้อบริษัท
อย่างไม่หยุด ขยายไอทีทีไปสู่พื้นที่เหมือนเช่นการประกันภัย –
ฮาร์ทฟอร์ด โรงเเรม – เขอราตัน และอย่างอื่น เขาได้สร้าง
กลุ่มธุรกิจอิสระสมัยใหม่เป็นตัวอย่างที่แท้จริง เขาไม่มีเหตุผลของการ
ซื้อเหล่านี้ไม่มีโซ่ของเหตุผลโดยทั่วไป เว้นแต่การทำกำไรเท่านั้น โรงแรมเชอราตัน รถเช่าเอวิส คอนติเนนทอล เบคกิ้ง ล้วนแต่เก็บอยู่ภายใน
ลอคเกอร์ใหญ่ของไอทีที ผม่ไม่เคยพบธุรกิจที่ผมไม่ได้พบความ
น่าสนใจ ฮาโรลด์ จีนีน กล่าว
มันเป็นความมหึมาที่จะบริหารบริษัทจำนวนมากเหลือเกิน โชคดี
ต่อไอทีที ฮาโรลด์ จีนีน
ถูกขับเคลื่อนอย่างรุนเเรงด้วยความบ้างาน
สำนักงานไอทีทีของเขาภายในนิวยอร์คติดตั้งโทรศัพท์แปดเครื่อง
และนาฬิกาแสดงส่วนไหนของโลกกลางวันหรือกลางคืน กระเป๋าหนัง
เล็กสิบใบเต็มไปด้วยเอกสารซ้อนกันตามขอบหน้าต่าง กระเป๋าสิบใบ
บรรจุรายงาน คำชี้เเจง และบันทึกจากมากกว่า 400 บริษัททั่วโลก
ฮาโรลด์ จีนีน ได้คิดค้นกลุ่ม
ธุรกิจอิสระบริษัทระหว่างประเทศด้วยการซื้อมากกว่า 300 บริษัทภายใน
ค.ศ 1960 ไอทีที ได้กลายเป็น
กลุ่มธุรกิจอิสระแบบฉบับ รูปแแบบของธุรกิจที่สูญเสียความดึงดูดของมัน
ทศวรรษต่อมา ต่อเขาแล้ว ตัวเลขหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้บริหาร
มากกว่า 100 คนถูกกำหนดให้นำเสนอเขาด้วยรายงานทุกสัปดาห์
และรายละเอียดเพิ่มขึ้นทุกเดือน หนึ่งเดือนก่อนที่เขาเกษียณ ราย
งาน 146 ฉบับรวม 2,537 หน้าไหลมาที่สำนักงานของเขา เขาได้อ่าน
มันทั้งหมด
ฮาโรลด์ จีนีน กล่าวว่า ภายในโลกของธุรกิจ บุคคลทุกคนได้รับเหรียญ
สองอัน เงินสดและประสบการณ์ เอาประสบการณ์ก่อน เงินสด
จะตามมาทีหลัง
มันกลายเป็นความชัดเจนว่า การทำงานอย่างหนัก การวางแผนอย่าง
มีประสิืทธิภาพ ความสนใจรายละเอียดอย่างใกล้ชิด และการเดินตาม
เป้าหมาย
ธุรกิจอย่างแน่วแน่ เป็นองค์ประกอบของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ
เขา เป็นไปไม่ได้ที่ฮาโรลด์ จีนีน
ตัวเขาเองเข้าใจผลิตภัณฑ์และการดำเนินงาน
ของ 250 ศูนย์กำไรภายในกระโจมไอทีที แต่เขาบริหารที่จะควบคุม
อาณาจักรนี้ด้วยความต้องการการวางแผนอย่างรอบคอบจากผู้บริหาร
และยึดพวกเขารับผิดชอบต่อการบรรลุเป้าหมายเจริญเติบโตและกำไร
บาปที่ร้ายแรงต่อผู้บริหารไอทีทีคือ ประหลาดใจด้วยเหตุการณ์เหมือน
เช่นการนัดหยุดงานและการขาดแคลนที่พวกเขาไม่ได้คาดคะนภายใน
การวางแผนก่อนหน้านี้
ฮาโรลด์ จีนีน ได้ยืนยีนความสำคัญของ “ตัวเลข” ภายในการบริหารธุรกิจ
เขาเชื่อว่า ตัวเลข มีภาษาของมันเอง และสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริง
เกี่ยวกับธุรกิจ ถ้าบุคคลได้ศึกษามันอย่างเพียงพอ แต่กระนั้นที่จริง
แล้ว ตัวเลขถูกเข้าใจดีที่สุดโดยผู้บริหารเช่นฮาโรลด์ จีนีน ตัวเขาเอง
ผู้บริหารโดยกำเนิดอย่างเเท้จริง และขับเคลื่อนตัวเขาเองที่จะเข้าใจ
และใช้เครื่องมือของการบริหาร
ขั้นตอนสำคัญที่สุดของการจัดการกับปัญหาธุรกิจใดก็ตามคือ
ต้องได้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่สันนิษฐาน ข้อเท็จจริงที่
เห็นได้ชัด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ขุดลึกลงไปจนเราได้ข้อเท็จ
จริงอย่างเเท้จริง ข้อเท็จจริงไม่โกหก ข้อมูลยิ่งมากเท่าไร –
จำนวนข้อเท็จจริงยิ่งมากเท่าไร เขาได้รวบรวมเกี่ยวกับปัญหา
หรือวิกฤติใดก็ตาม ข้อแก้ปัญหาหรือทางเลือกของการกระทำ
ที่ถูกต้องยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น ข้อแก้ปัญหาเกิดขึ้นเป็น
ผลลัพธ์ของการขุดคุ้ยลึกลงไปสู่ปัญหา
ฮาโรลด์ จีนิน เกิดภายในอังกฤษ แต่ครอบครัวของเขาย้ายมาสู่
อเมริกา เมื่อเขาอายุไม่ถึงหนึ่งปี ภายหลังเข้าโรงเรียนเอกชน
คอนเนตทิคัต เขาได้เริ่มต้นทำงานเป็นผู้ส่งข่าววอลล์ สตรีท
และได้ปริญญาตรีการบัญชีและการเงินจากมหาวิทยาลัย
นิวยอร์คเมื่อ ค.ศ 1934. จากนั้นได้
เดินตามอาชีพบัญชีื ฮาโรลด์จีนีน ยึดงานการเงินหลายงาน เมื่อ ค.ศ
1965
เขาได้ถูกว่าจ้่้างเป็นผู้บริหารของเรย์เธียน ภารกิจของเขาคือ
การฟื้นฟูบริษัท และภายหลังสามปีเขาได้ถูกเสาะหาโดยไอทีที
ภายในไมถึงสิบปี ฮาโรลด์
จีนินได้สร้างไอทีทีเป็นกลุ่มธุรกิจของ 150 บริษัท ดำเนินงานภายใน
57 ประเทศ ฮาโรลด์ จีนิน ไม่เพียงแต่ปฏิรูป
ไอทีทีเท่านั้น แต่ได้สร้างชื่อเสียงเป็นนักนวัตกรรมการบริหาร
ด้วย เขาได้ช่วยสร้างพิมพ์เขียวแก่บริษัทข้ามชาติอเมริกา
ปรัชญานำทางการกระจายธุรกิจอย่างรุนแรงของฮาโรลด์ จีนีน
เป็นความเชื่อ
ของเขาว่าการบริหารที่สามารถสร้างความสำเร็จได้ของ
ธุรกิจใดก็ตาม ความเป็นผู้นำธุรกิจต้องมุ่งที่การ
กำหนดเป้าหมาย ทำการตัดสินใจบนพื้นฐานตัวเลข ได้รับราย
งานบ่อยครั้งจากบุคคลของเขา และรับความเสี่ยงภัยอย่่าง
รอบคอบ
องค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารธุรกิจที่ดีคือทัศนคติทาง
อารมณ์ ส่วนที่เหลือเป็นกลไก ดังที่ผมใช้ถ้อยคำ การบริหาร
ไม่ใช่เป็นการรวมของช่องสี่เหลี่ยมกับชื่อและตำแหน่งบน
แผนภูมิองค์การ การบริหารเป็นพลังที่มีชีวิต มันเป็นพลังของ
การทำงานให้บรรลุสำเร็จตามมาตรฐานที่ยอมรับ – มาตรฐาน
ที่สูง การบริหารต้องมีความมุ่งหมาย การทุ่มเท และการทุ่มเท
ต้องเป็นความผูกพันทางอารมณ์ มันต้องเป็นส่วนที่สำคัญ
ของบุคลิกภาพใครก็ตามที่เป็นผู้บริหารอย่างแท้จริง เขาต้อง
เข้าใจว่าการบริหารต้องบริหาร
ผู้บริหารทำงานตามวิถีทางนี้เพราะว่าทัศนคติทางอารมณ์
ของเขา เหนือสิ่งอื่นใด และทัศนคตินั้นจะถูกเอาอย่างโดย
บุคคลที่ทำงานกับเขา ดังนั้นมันกลายเป็นวิถีชีวิตขององค์การ
การกระตุ้นทำอะไรที่ต้องทำให้พลังโดยอารมณ์ที่ฝังลึกไม่ใช่
ตรรกะ เขาอาจจะไม่สามารถอธิบายทำไมเขาทำตามวิถีทาง
ที่เขาทำ ทำไมเขาเลือกทางเลือกนี้ และไม่ใช่ทางเลือกอื่น
เขาทำมันเพราะว่าเขา”รู้สึก” ว่ามันถูกต้อง ความรู้สึกนั้นได้
ถูกถ่าย
ทอดไปยังบุคคลอื่นที่ทำงานเพื่อเขา พวกเขารู้ว่าความผูกพัน
ทาง
อารมณ์ได้รวมพวกเขาและเป้าหมายของธุรกิจไว้ พวกเขา
เต็มใจเดินตามการนำของเขา เพราะว่าความรู้สึกนั้นทำให้
้เขาเป็นบุคคลที่เขาเป็นอยู่
ไม่ว่าเราบริหารธุรกิจ วัด หรือชีวิตของเรา ผมเชื่อว่่าการ
ทดสอบการบริหารคือ มันบรรลุเป้าหมายของมันที่กำหนด
เพื่อตัวมันเองหรือไม่ เป้าหมายยิ่งสูงเท่าไร การบริหารยิ่ง
ดีขึ้นเท่านั้น ที่จริงแล้ว ถ้าระดับของเป้าหมายต่ำเกินไป
ผมจะไม่เรียกว่าการบริหารเลย ใครก็ตามสามารถทำมัน
ได้ นักวิ่งมาราธอนเป็นบุคคลบางคนสามารถวิ่งยี่สิบหก
ไมล์ภายในเวลาที่กำหนดให้ ไม่ว่ามาตรฐานสองชั่วโมง
ครึ่ง หรือสามชั่วโมง แต่ถ้าบุคคลวิ่งภายในสิบชั่วโมงเป็น
อะไร เขาไม่ได้เป็นนักวิ่งมาราธอน เขาเป็นบุคคลที่ใส่กาง
เกงขาสั้น และรองเท้าวิ่ง ออกมารับอากาศบริสุทธ์ เรา
ระบุนักวิ่งในแง่ของสมรรถนะของเขา ดังเช่นที่เราระบุ
ผู้บริหารบริษัืท
การมองเห็นสิ่งที่ไม่ปรากฏ ในขณะที่มันเป็นความจริงอะไร
ที่ปรากฏสามารถมองเห็น ยึด เเละวัด มันเป็นความจริงที่เป็น
นามธรรมและความคิดด้วย บุคคลไม่สามารถมองเห็น แต่
สามารถ ถ้าเราเต็มใจรับรู้ ความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ที่สุดบาง
อย่าง
ของการคิดเช่น อัลเบิรต ไอน์สไตน์ มองเห็น สัมพัทธภาพ
ซิกมันด์ ฟรอยด์ มองเห็น อัตตา บรรพบุรุษมองเห็นเวลา
ไม่มีสิ่งเหลานี้สามารถมองเห็น แต่มันเป็นความจริงเหมือน
อะไรก็ตามที่สามารถมองเห็น
โดยข้อเท็จจริง เมื่อฮาโรลด์ จีนีน จักพรรดิ์ของการซื้อบริษัท
พูดเกี่ยวกับการ
บริหาร สิ่งเดียวเท่านั้นที่คิดถึงคือ แฟรงค์ ซินาตรา ร้องเพลง “My Way” ภายในเบื้องหลัง บุคคลที่ปฏิรูปบริษัทโทรคมนาคมที่ลำบากด้วยยอดขาย
ต่อปี 765 ล้านเหรัยญ เป็นกลุ่มธุรกิจโลกด้วยยอดขาย 22 พันล้านเหรียญ 17 ปีต่อมา เขามีความเสียใจน้อยหรือการคิดครั้งที่สองเกี่ยวกับวิถีทางการบริหารของเขา
เราซื้อบริษัทมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านเหรียญ และเชื่อมเข้าด้วยกันเป็นบริษัทที่เจริญ
เติบโตและทำกำไร ฮาโรลด์ จีนีน สามารถอ้างได้ว่าคิ้วหนาที่สุด ระหว่างการดำรงตำแหน่ง
เขาซื้อ ขาย หรือรวมมากกว่า 350 บริษัท มันเป็นอัตรามากกว่า 20 บริษัทต่อปี
หนังสือ In Search of Excellence ขายได้หลายล้านเล่ม สอนว่า “ยิ่งเล็ก
ยิ่งสวยงาม” ต่อต้านกลุ่มธุรกิจอิสระ และเเนะนำผู้บริหารสร้างจากภายใน บนจุดเเข็งของพวกเขา ไม่ใช่เจริญเติบโตโดยการซื้อบริษัทเป้าหมาย แต่
ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่าวิถีทางของเขาเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะบริหารธุรกิจใหญ่และเจริญเติบโต
ฮาโรลด์ จีนีน เข้าใจว่าเพื่อกลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติที่แท้จริงดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมเป็นทุกสิ่งทุอย่าง เพื่อที่จะติดตามอาณาจักรของเขาโดยส่วนบุคคล ฮาโรลด์ จีนีน มีกระเป๋าเล็กหลายใบ
วางเป็นแถวภายในสำนักงานของเขา แต่ละใบยัดใส้ด้วยแผนและ
รายงาน

ฮาโรลด์ จีนีน สามารถซื้อโลกได้ ถ้าเขามีโอกาส เมื่อ ค.ศ 1959
ฮาโรลด์ จีนีน กลายเป็นซีอีโอของไอทีที เขาได้ทำการกระจายธุรกิจ
และ
การสร้างกลุ่มธุรกิจอิสระอย่างยิ่งใหญ่ การเข้าไปสู่การซื้อบริษัทจำนวนมาก ไม่ว่ามันอยู่ภายในธุรกิจอะไร ตราบเท่าที่มันทำกำไร ฮาโรลด์ จีนีน
ไม่มีข้อยกเว้น ฮาโรลด์ จีนีน ได้ถูกมองเป็นทั้งสถาปนิกของกลุ่มธุรกิจ
อิสระระหว่างประเทศ และนักธุรกิจที่สำคัญและโต้เถียงกันมากที่สุด
ของ ค.ศ 1960 ฮาโรลด์ จีนีน กล่าวว่า เขาไม่เคยพบธุรกิจที่เขาไม่ได้พบ
ความน่าสนใจ แต่กระนั้นเขามีสามอุตสากรรมเท่านั้นที่ไม่ยอมเข้าไป : เคมี
สายการบิน และภาพยนตร์ บุคคลบางคนกล่าวว่า เนื่องจากฮาโรลด์ จีนีนไม่มีลูก ดังนั้นเขาได้เสีย
สละทั้งชีวิตส่วนบุคคลของเขาต่อหน้าที่ของเขา ณ ไอทีที ครั้งหนึ่ง
ฮาโรลด์ จีนีน กล่าวว่า บุคคลบางคนกล่าวหาว่าผมบ้างาน
เมื่อ ค.ศ 1967 ไอทีที ประกอบด้วยประมาณ 150 บริษัทภายใน 57 ประเทศ
ด้วยบุคคล 204,000 คน และรับผิดชอบต่อการพัฒนารวมทั้งสายด่วน
ระหว่างมอสโคและวอชิงตัน แต่กระนั้นฮาโรลด์ จีนีน ยอมรับอย่างเศร้าใจว่า เราสามารถยึดบุคคล 15 คนบนถนน และไม่มีใครเลยที่รู้ไอทีทีคือ
อะไร
ฮาโรลด์ จีนีน มีแรงขับเคลื่อน ความทะเยอทะยาน และพลังที่ไม่สิ้นสุด เขา
เชื่อมั่นว่าบริษัทควรจะมุ่งหมายทั้งการเจริญเติบโตระยะสั้นและระยะ
ยาว ไม่ใช่เสถียรภาพ เขาได้จัดโครงสร้างใหม่ไอทีทีครั้งแรก ด้วย
การเขย่าผู้บริหาร และใช้มาตรการลดต้นทุน ภายในห้าปีแรกของเขา
30% ของผู้บริหารบริษัทถูกทดแทน ด้วยการรักษาประเพณีของไอทีที
ผู้บริหารไม่กี่คนถูกให้ออกไป ผู้บริหารคนหนึ่งได้กล่าวว่า ไม่มีอะไร
สำคัญต่อเขายกเว้นงาน ไม่ใช่นาฬิกา ไม่ใช่ชีวิตส่วนบุคคลของเรา
ไม่มีอะไรเลย ดังนั้นผู้บริหารหลายคนเข้ามาและออกไป ระหว่างยุค
ของฮาโรลด์ จีนีน ไอทีทีถูกเปรียบเทียบเป็นประตูหมุน และวารสารฟอร์บ
ได้ให้ชื่อมันเป็นมหาวิทยาลัยจีนีน
เมื่อ ค.ศ 1963 ไอทีที ได้เริ่มต้นทำการซื้อบริษัทจำนวนมาก
เฉลี่ย
หนึ่งบริษัทต่อเดือน ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่าบริษัืทที่กระจาย
ธุรกิจเป็นบริษัทที่เข้มแข็ง เขาเชื่อว่าการกระจายธุรกิจเป็น
กรมธรรม์เพื่อการเจริญเติบโต
ในอนาคตอย่างเหมาะสม เพราะว่าเมื่อบริษัทหนึ่งขาดทุน เรามี
บริษัทอื่นไม่ถูกกระทบ ดังนั้นบริษัทขึ้นอยู่กับลูกค้าคนเดียวและ
วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์น้อยลง
ณ ไอทีที ฮาโรลด์ จีนีน ได้กลายเป็นเกือบความหมายเดียวกับ
ความเป็นเลิศ
ภายในการบริหาร วิธีการของการบริหารโดยการประชุมของจีนีน
เป็นที่นิยมแพร่หลายและเลียนแบบอย่างกว้างขวาง เขาถูกมองเป็น
พ่อมดของการบริหาร บุคคลบางคนกลัวไอทีทีจะทำลายตัวเองถ้า
ไม่มีเขาแล้ว
ภายหลังการเกษียณของเขา ฮาโรลด์ จีนีน กับผู้ร่วมมือของเขา อัลวิน
มอสโคว์ ได้สร้างหนังสือที่ดีเยี่ยมไปไกล การเปิดเผยมุมมองของจีนีน
ของตัวเขาเองและโลกธุรกิจของเขา ไม่เหมือนกับภาพของผู้หลอกล่อ
ฉลาดแกมโกง นำเสนอโดยศัตรู ฮาโรลด์
จีนีนที่ปรากฏภายในหนัวสือ “Managing”
เป็นบุคคลของความเชื่อที่เรียบง่าย พลังขับเคลื่อนทุ่มเทอย่าง
ศาสนาต่อหลักการและการปฏิบัติของการบริหารที่ดี จีนีน ได้พบ
การแสดงออกตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดและความสนุกสนานภายในงาน
ของเขา
ด้วยการศึกษาเป็นนักบัญชี ระหว่างชีวิตของเขา ฮาโรลด์
จีนิน ได้ถูกเปรียบเทียบกับนายพลจอร์จ แพตตัน อเล็กซานเดอร์มหาราช และนโปเลียน โบนาปาร์ต
เขาถูกเรียกเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นผู้เผด็จการบริษัทด้วย ปฏิบัติต่อ
รัฐบาลต่างประเทศเหมือนลูกมือ เขาเป็นบุคคลที่จะซื้อโลกถ้าให้โอกาส
เมื่อฮาโรลด์ จีนีน ถูกเสนอชื่อเป็นซีอีโอภายใน ค.ศ 1959 ของไอทีที
ไอทีทีเป็นบริษัทที่มุ่งธุรกิจโทรศัพท์ต่างประเทศ รายได้ไม่ถึง 800,000 เหรียญต่อปี
ตลอดสองทศวรรษต่อไป ฮาโรลด์
จีนีล ได้ปฏิรูปไอทีทีด้วยการคิดค้นกลุ่ม
ธุรกิจอิสระระหว่างประเทศ เขาทำมันด้วยการซื้อบริษัทจำนวนมาก
การสร้างกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดของโลกโดยฮาโรลด์ จีนีน เป็นการทดสอบ
ต่อความศรัทธาของเขาภายในตัวเลขที่ยากไม่ใช่ทรัพยากรมนุษย์
เขาได้ขยายความสนใจของเขาจากการผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ ไปสู่
การประกันภัย โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และด้านอื่น ภายใต้การ
บริหารของฮาโรลด์ จีนีน ไอทีทีได้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติ
สมัย
ใหม่แบบฉบับ ไอทีทีเจริญเติบโตส่วนใหญ่ผ่านลำดับของการซื้อ
บริษัทประมาณ 350 บริษัท ภายใน 80 ประเทศ การซื้อยิ่งใหญ่ที่สุดของ
เขาเป็น ฮาร์ทฟอร์ด อินชัวรัน และเชอราตัน โฮเตล
ประวัติของไอทีทีพัวพันกันกับชีวิตของขายสามคน ซอสธีน
เบน ฮาโรลด์ จีนิน และเเรนด์ อราสคอก ซอสธีน เบน ก่อตั้งบริษัทเมื่ิอ
ค.ศ 1920
ด้วยความมุ่งหมายของการสร้างระบบโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
จำลองอเมริกัน เทเลโฟน แอนด์ เทเลกราฟ ต่อมาฮาโรลด์
จีนีน ได้ยึดครอง
บริษัทจำลองไอทีทีเป็นกลุ่มธุรกิจอิสระใหญ่ที่สุดของโลก แรนด์ อราสคอก
ได้มรดกยักษ์ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาด้วยหนี้สินมากเกินไป
ภายในการอธิบายปรัชญาของเขาของการบริหารธุรกิจให้บรรลุ
ความสำเร็จ ฮาโรลด์
จีเน้นเน้นย้ำจุดที่สำคัญคิอ ความเป็นผู้นำที่
เข้มแข็ง และระบบการควบคุมที่เข้มงวด ฮาโรลด์
จีนีน ยืนยัน
ว่าความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งสำคัญต่อความสำเร็จ และควรจะเสริม
ด้วยระบบการควบคุมที่ไม่เป็นส่วนบุคคลภายในบริษัทใหญ่ เขา
ได้เน้นอย่างเข้มแข็งผู้นำต้องปลูกฝังบริษัทด้วยความกระตือรือร้น
เพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ยาก ผมต้องการบุคคลภายในไอทีที
บรรลุเป้าหมายที่พวกเขาอาจจะคิดเลยพ้นจากพวกเขา ผมต้อง
การพวกเขาบรรรลุความสำเร็จมากมากกว่าที่พวกเขาคิดเป็นไป
ได้ และผมต้องการพวกเขาทำมันไม่ใช่เพื่อบริษัทและอาชีพของ
พวกเขาเท่านั้น แต่้เพื่อความสนุกสนานกับมันด้วย
เมื่อเราพิจารณาการกำหนดเป้าหมายภายในธุรกิจ ฮาโรลด์
จีนีน ได้กล่าว
เปรียบเทียบว่า เราอ่านหนังสือจากเริ่มต้นถึงตอนจบ เราบริหาร
ธุรกิจด้วยวิถีทางตรงกันข้าม เราเริ่มต้นด้วยตอนจบ และจากนั้น
เราทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องบรรลุมัน ภูมิหลังการบัญชีของเขา
ให้ความศรัืทธาที่เข้มแข็งแก่เขาภายในอำนาจของตัวเลข เพื่อที่
จะให้ภาพที่ถูกต้องของการดำเนินงานธุรกิร
ฮาโรลด์ จีนีน ได้ทุ่มเวลาของเขาอย่างมากประชุมกับผู้นำภายใน
บริษัท
พยายามที่จะเข้าใจอะไรที่เขาเรียกว่า “ข้อเท็จจริงที่ไม่สั่นคลอน”
ของแต่ละธุรกิจ การประชุมผู้บริหารจัดภายในบรัสเซล เบลเยี่ยม
สี่วัน ผู้บริหารระดับสูงจากทั่วโลกนำเสนอรายงานความก้าวหน้า
ของพวกเขา และถามคำถามโดยซีอีโอ
ตามฮาโรลด์ จีนีน เขาไม่เคยพบบุคคลที่เขาไม่ชอบ ผมไม่เคย
พบธุรกิจที่ผมไม่พบความน่าสนใจ

ฮาโรลด์ จีนีน นั่งอยู่ภายในสำนักงานของเขา ณ วอลดอร์ฟ ทาวเวอร์
แยกออกมาจากสำนักงานใหญ่โลกของไอทีที จีนีนได้หยิบบิสซีเนค
วีคฉบับหนึ่ง หน้าปกเป็นรูปของ “In Search of Excellence” เรื่องราว
อธิบายบริษัทของ In Search of Excellence กี่บริษัทได้ตกต่ำลงภายในช่วงเวลาที่ยุ่งยาก
ฮาโรลด์ จีนีน ได้ขีดเส้นใต้หลายข้อความภายในบทความ และทำเครื่องหมาย
ดอกจันทร์กับข้อความอื่น เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อเขาอ่านมันเสียงดัง
เรามีบริษัท 43 บริษัทระบุไว้ที่นี่ เขากล่าว สิบสี่บริษัทของบริษัทเหล่านี้
ในขณะนี้มีการบริหารยุ่งยากหรือกำไรยุ่งยาก หรือความยุ่งยากอื่น
นั่นเป็นหนึ่งในสามภายในสองปี เรามีปัญหาของเรา แต่ไม่ได้อยู่ภาย
ในอัตราส่วนนั้น หนังสือขายได้ 2.5 ล้านเล่ม อนึ่ง….. ดูเหมือนมี
บางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้องกับมัน บริษัทเหล่านี้ไม่สามารถจัดการ
การเจริญเติบโตได้
ฮาโรลด์ จีนีน ชอบข้อเท็จจริงอย่างมาก การปรับปรุงโครงสร้างของ
ไอทีทีอยู่ที่การหยั่งรากของข้อเท็จจริง เราทำบนอะไรที่ผมเรียกว่า
ทำลายข้อเท็จจริง
ไอทีที มี 250 หน่ายธุรกิจที่เรากำลังดำเนินงานอยู่ ผู้นำของแต่ละหน่วย
ธุรกิจเขียนรายงานทุกเดือนที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขาส่งราย
งานโดยตรงแก่ผม และผมอ่านม้นทั้งหมด เรานั่งที่นี่เพื่อการประชุมทั้ง
สัปดาห์ และเราดำเนินไปจนถึงห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน เพียงแค่ชนะข้อ
เท็จจริงเหล่านี้
เราใช้วิถีทางข้อเท็จจริงต่อเนื้อหาแนวหน้าทุกอย่าง
และเรารู้และบุคคลอื่นรู้อะไรกำลังเกิดขึ้น ฮาโรลด์ จีนีน ยืนยันว่าการประชุม
ประจำเดือนเป็นวิถีทางเดียวเท่านั้นที่จะรับรองว่าเขาและบุคคลอื่น
ภายในบริษัทรู้ตรงไหนที่ทุกสิ่งทุกอย่างยืนอยู่ ฮาโรลด์
จีนีน เป็นผู้เชื่อมั่นภายในการติดต่อส่วนบุคคล ด้วยวิถีทางนี้เราอยู่
ใกล้ชิดกับข้อเท็จจริงที่ทำลาย
ภายในระยะต่อมา โทมัส ปีเตอร์ ผู้เขียนร่วม In Search of Excellence
ได้ทวีตว่า ไม่ใช่ป้องกันตัว แต่ความโกรธของผมภายใน ค.ศ 1980 คือ “การกระจายธุรกิจแบบไม่เกี่ยวพันกัน” – ไอทีทีของฮาโรลด์
จีนีน เรากล่าวว่าการกระจายธุรกิจดี แต่โดยทั่วไปการกระจายธุรกิจ
ควรจะเกี่ยวพันอยู่บ้างต่อด้านที่สำคัญของความเชี่ยวชาญของเรา
หนังสือ In Search of Excellence ของโทมัส ปีเตอร์ และโรเบิรต วอเตอร์แมน ได้ถูกพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1982 หนังสือทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ยอดขายสูงกว่า 5.000,000 เล่ม กลายเป็นหนังสือคลาสสิคเล่มหนึ่งของโลก และถูกอ้างอิงอยู่บ่อยครั้งโดยสิ่งตีพิมพ์ทางการบริหาร หนังสือเล่มนี้มีผลกระทบอย่างสำคัญต่อผู้บริหารและบริษัทจำนวนมาก หนังสือเล่มนี้ได้อธิบายสิ่งที่ผู้เขียน ได้รายงานผลการวิจัยบริษัทอเมริกันดีเด่น 43 บริษัท เช่น 3 เอ็ม แมคโดนัลด์ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล วอลท์ ดีสนีย์ วอลมาร์ท แคตเตอร์พิลล่าร์ เป็นต้น บริษัทดีเด่นเหล่านี้มีคุณลักษณะเด่นแปดอย่างที่ได้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์การที่เข้มแข็งคือ
1 การมุ่งการกระทำ
บริษัทดีเด่นได้ให้คุณค่าต่อการกระทำสูงมาก การไม่
วิเคราะ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกวนเวียนไม่รู้จบ สุภาษิตของพวกเขาคือ “กระทำมัน พยายามกับมัน แก้ไขมัน”
2 การอยู่ใกล้ชิดลูกค้า
บริษัทดีเด่นได้เรียนรู้และรับฟังลูกค้าอยู่เสมอ ไอบีเอ็มวัดความพอใจของลูกค้าทุกเดือน วิลลาร์ด แมร์ริออตท์ ผู่ก่อตั้งแมร์ริออตต์ โฮเต็ล ได้ อ่านการ์ดร้องเรียนของลูกค้าทุกคนอย๋เสมอ
3 การสัมผัสและผลักด้นด้วยค่านิยม
บริษัทดีเด่นใช้การบริหารแบบสัมผัส และผลักดันด้วยค่านิยม เช่น เรครอค ผู้ก่อตั้งแมคโดนัลด์ ได้ออกไปเยี่ยมเยียนร้านแมคโดนัลด์ และย้ำค่านิยม คิวเอสวี แอนด์ ซี : คุณภาพ บริการ คุณค่า ความสะอาด แก่บุคคลของเขาอยู่เสมอ
4 การเพิ่มประสิทธิภาพโดยบุคคล
บริษัทดีเด่นได้ให้คุณแก่บุคคลสูงมาก มาร์ค สเปนเซอร์ แห่งเท็กซัส อินสตูรเม้นท์ ได้กล่าว่า คนงานทุกคนเป็นแหล่งที่มาของความคิด ไม่ใช่แค่มือสองข้าง
5 ความเป็นอิสระและการเป็นผู้ประกอบการ
บริษัทดีเด่นมุ่งการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนความเเป็นอิสระและการเป็นผู้ประกอบการ เช่น 3 เอ็ม ได้กระตุ้นนวัตกรรมด้วยการยอมให้บุคคลทุกคนใช้ 15% ของเวลางานทำโครงการที่สนใจโดยไม่ต้องรายงานบริษัท และมองว่าพวกเขาคือ ผู้ประกอบการของบริษัทคนหนึ่ง
6 การทำธุรกิจที่เชี่ยวชาญ
บริษัทดีเด่นจะทำธุรกิจที่รู้ดีที่สุด ไม่ส่งเสริมการกระจายธุรกิจไปสู่ธุรกิจที่แตกต่างจากธุรกิจที่ทำอยู่ โรเบิรต จอห์สัน แห่งจอห์น แอนด์ จอห์นสัน ได้กล่าวว่า เราอย่าไปซื้อธุรกิจที่ไม่รู้ว่าจะดำเนินงานอย่างไร
7 โครงสร้างที่เรียบง่ายและสายงานสนับสนุนน้อย
บริษัทดีเด่นไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน สายงานสนับสนุน ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทจะไม่เกิน 100 คน โครงสร้างคล่องตัว สะโอดสะอง และแบน
8 การควบคุมที่เข้มงวดและผ่อนปรนได้ถูกใช้พร้อมกัน
บริษัทดีเด่นมีการกระจายอำนาจมาก แต่ค่านิยมต้องเป็นจุดศูนย์รวมและควบคุมอย่างใกล้ชิดของบริษัท เช่น ณ ไอบีเอ็ม การบริการลูกค้าของบุคคลจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นค่านิยมของบริษัท แต่
การควบคุมค่าใช้จ่ายของบุคคลจะถูกควบคุมอย่างผ่อนปรน

เมื่อฮาโรลด์ จีนีน เข้ามาที่ไอทีที เขาได้ทำการกระจายธุรกิจและ
การสร้างกลุ่มธุรกิจอิสระ การเข้าไปสู่การซื้อบริษัทจำนวนมาก ไม่ว่า
มันอยู่ภายในธุรกิจอะไร ตราบเท่าที่มันทำกำไร ฮาโรลด์ จีนีน
ไม่มีข้อยกเว้น
ฮาโรลด์ จีนีน ได้รวมกลุมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวพันกันที่จะหลุดพ้น
ปัญหากระแสเงินสดตลอดวงจรธุรกิจ กรณีของวัวเงินภายในตลาด
ที่เจริญเติบโตต่ำแล้ว การกระจายธุรกิจทำให้บริษัทใช้เงินสดที่เหลือได้
แม้ว่า ฮาโรลด์ จีนีน เป็นผู้บริหารสมัยใหม่ เขาอดทนน้อยกับแฟชั่น
การบริหารเหมือนเช่นความนิยมแพร่หลายของ ทฤษฎี Z เกี่ยวกับ
ศิลปของการบริหารแบบญี่ปุ่น ความลับของเขาที่จะบรรลุความสำเร็จ
ภายในธุรกิจหรือชีวิตอย่่างไรคือ ความลับไม่มี เขายืนยัน ไม่มีความ
ลับเลย ไม่มีสูตร ไม่มีทฤษฎี เขาได้วิจารณ์ว่าแม้ว่าทฤษฎี X และทฤษฎี
Y ของดักกลาส แมคเกรเกอร์ เสนอการสรุปการบริหารธุรกิจที่ดี ไม่มี
บริษัทใดเลย
บริหารอย่่างเข้มงวดตามทฤษฎีอย่างใดอย่างหนึ่ง
แฟชั่นการบริหารเหล่านี้เป็นเชื่อที่ไร้สาระของเขา ข้อผิดพลาดยิ่ง
ใหญ่ที่สุดของผู้บริหารคือ ความไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงภัย เขารู้สึกโดย
เฉพาะต่อถ้อยคำ “การเสริมแรง” เขารู้สึกเพียงแค่ความหวังที่
การรวมบริษัทควรจะทั้งหมดมีค่ามากกว่าการรวมกันของส่วน
เราไม่มี
ความลับ ไม่มีสูตรวิเศษ เพียงแค่คุณธรรมแฟชั่นเก่าของงานหนัก
ความซื่อสัตย์ และการเสี่ยงภัย
ผู้บริหารไอทีทีไม่ได้เจ็บปวดเกี่ยวกับการเสริมแรง ฮาโรลด์
จีนีนยืนยันเพียง
แค่พยายามหาจุดแข็งเสริมจุดอ่อน ความลับของกลุ่มธุรกิจอิสระ
ธรรมดา มันเป็นเครือข่ายของทรัพยากรที่เราสามารถใช้ตรงที่
เราต้องการมัน ทรัพยากรที่สำคัญคือมนุษย์
ทฤษฎีของฮาโรลด์ จีนีนคือ การบริหารและความเป็นผู้นำอย่างเข้มงวดสามารถ
ทำให้ธุรกิจใดก็ตามบรรลุความสำเร็จ ไม่ว่าส่วนประกอบของมันแตก
ต่างกันอย่างไร คุณนำบุคคลเล็กน้อย….คุณผลักดันพวกเขาเล็กน้อย
และคุณเป็นตัวเร่ง คุณจับบุคคลกับมาตรฐานที่สูงเพื่อสิ่งที่ดีของพวก
เขาเอง ดีกว่าการจับมือของพวกเขา
อิกอร์ แอนซอฟท์ ได้นำเสนอความคิดหลายอย่าง ความคิดสอง
อย่างได้กลายเป็นทั่วไปต่อผู้บริหาร เเนวคิดแรกคือ การเสริมแรง
แอนซอฟท์ ได้อธิบายการเสริมแรงเป็น 2+2 = 5 เขายืนยันว่าทั้ง
หมดมีค่ามากกว่าเพียงแค่การรวมกันของส่วน แนวคิดที่สองคือ
การวิเคราะห์ช่องว่าง บริษัทใช้การวิเคราะห์ช่องว่างพิจารณา
พวกเขาอยู่ที่ไหน และพวกเขาต้องการไปที่ไหน ภายหลังการ
พิจารณาตำแหน่งของพวกเขาเเล้ว จากนั้นบริษัทระบุมันต้อง
การอะไรที่จะเชื่อมต่อช่องว่าง
นับตั้งแต่อิกอร์ แอนซอฟท์ ได้เสนอแนะกลยุทธ์การกระจายธุรกิจเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ 1957 ผลกระทบทางการเสริมแรงของกลยุทธ์การกระจายธุรกิจได้กลายเป็นหัวข้อที่นักวิชาการและนักบริหารธุรกิจได้ให้ความสนใจอย่างมาก
กลยุทธ์การเจริญเติบโตอย่างหนึ่งของบริษัทที่นิยมแพรหลายคือ การกระจายธุรกิจ อิกอร์ แอนซอฟท์ ได้เสนอแนะว่าการกระจายธุรกิจของบริษัทเป็นวิถีทางอย่างหนึ่งที่จะเพิ่มมูลค่าของบริษัทโดยสร้างการเสริมแรงระหว่างธุรกิจหลายอย่างของบริษัท ถ้อยคำของผลกระทบทางการเสริมแรง ไดัถูกแนะนำครั้งแรกโดยอิกอร์ แอนซอฟท์ เมื่อ ค.ศ 1960 เขาได้อธิบายการเสริมแรงว่าเป็นผลกระทบรวมกันของผลิตภัณฑ์สองอย่างหรือตลาดสองตลาด เขายืนยันว่าบริษัทที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดคือ บริษัทที่สร้างข้อได้เปรียบภายในธุรกิจแกนด้วยการกระจายธุรกิจ การกระจายธุรกิจจะนำไปสู่ผลกระทบทางบวกของการเสริมแรง
อิกอร์ แอนซอฟฟ์ ได้ให้คำนิยามของการเสริมแรงว่า การเสริมแรงคือ 2+2 = 5 หรือมากกว่า การเสริมแรงของบริษัทเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจสองอย่างหรือมากกว่าจะสร้างกำไรสูงกว่าที่ธุรกิจสองอย่างจะสร้างกำไรแยกจากกัน
เช่น …เป้ปซี่เพิ่มการทำกำไรโดยสร้างการเสริมแรงทางการตลาดระหว่างธุรกิจน้ำอัดลมเป้ปซี่และธุรกิจร้านอาหารเคเอฟซีและพิซซ่าฮัทของบริษัท การรวมกันทำกำไรสูงกว่าการแยกจากการเสริมแรงระหว่างธุรกิจสองอย่าง กำไรเท่ากับ 1 + 1 = 3 แต่ถ้าธุรกิจสองอย่างนี้แยกจากกัน การเสริมแรงระหว่างธุรกิจสองอย่างนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ กำไรเท่ากับ 1 + 1 = 2 เท่านั้น
อิกอร์ แอนซอฟท์ ยืนยันว่าการเสริมแรงเป็นรากฐานที่สำคัญของการกระจายธุรกิจ เขาได้กล่าวถึงการเสริมแรงสี่อย่างคือ
1 การเสริมแรงทางการขาย จะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจสองอย่างหรือมากกว่าใช้ช่องทางการจัดจำหน่าย การบริหารการขาย และคลคงสินค้าร่วมกันได้
2 การเสริมแรงทางการดำเนินงาน จะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจสองอย่างหรือมากกว่าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกแลคบุคคลร่วมกันได้ การกระจายโสหุ้ย และการจัดซื้อร่วมกันระหว่างธุรกิจ จะทำให้ต้นทุนลดลง
3 การเสริมแรงทางการลงทุน จะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจสองอย่างหรือมากกว่าใช้โรงงานผลิตและสต็อควัตถุดิบร่วมกันได้ การถ่ายทอดอาร์ แอนด์ ดี ระหว่างกัน และการใช้เครื่องจักรและเครื่องมือร่วมกันได้
4 การเสริมแรงทางการบริหาร จะเกิดขึ้นเมื่อธุรกิจสองอย่างหรือมากกว่าใช้ความสามารถทางการบริหารที่เหมือนกันร่วมกันได้ เช่น การบริหารองค์การ กลยุทธ์ และทรัพยากรมนุษย์
อิกอร์ แอนซอฟท์ ไม่ได้อธิบายเหตุผลของการเสริมแรงเหล่านี้ แต่ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้มีคำอธิบายต่อไปนี้ การร่วมกันจะสร้างโอกาสของการลดต้นทุนถ้าต้นทุนของกิจกรรมสร้างคุณค่าได้ถูกขับเคลื่อนโดยความประหยัดจากขอบเขต การเรียนรู้ และการใช้กำลังการผลิต

แหล่งที่มาของความสำเร็จอย่างหนึ่งต่อบริษัทืี่่ใช้การกระจายธุรกิจ
แบบ
ไม่เกี่ยวพันกันคือ การย้ายทรัพยากรการเงินข้ามเครือข่ายของบริษัืท
ตารางบีซีจีหรือตารางจีอีได้นำเสนอผู้บริหารบริษัทของการกระจาย
ธุรกิจแบบไม่เกี่ยวพันกัน เข้าใจว่าพวกเขาอาจจะบริหารการย้าย
ทรัพยากรเงินนี้อย่างไร ตารางเหล่านี้ยืนยันว่าความสำเร็จของบริษัท
ขึ้นอยู่กับความสามารถที่จะรักษากลุ่มธุรกิจภายในระยะที่แตกต่างกัน
ของวงจรซีวิตของมัน ผลิตภัณฑ์ที่ตลาดเจริญเติบโตต่ำหรือตกต่ำ
ตารางบีซีจี รู้จักกันเป็นตารางเจริญเติบโต-ส่วนแบ่งตลาดได้ถูกสร้างเมื่อ ค.ศ 1968 โดยผู้ก่อตั้งบอสตัน คอนซัลท์ติ้ง กรุ้ป – บีซีจี บรูซ เฮนเดอร์สัน มันได้ถูกพิมพ์ภายในบทความสั้น
ของบีซีจี เรียกว่า “Perspectives” ณ จุดสูงสุดของความสำเร็จของมัน
ตารางบีซีจี ได้ถูกใช้โดยครึ่งหนึ่งของบริษัทฟอร์จูน 500 ปัจจุบันนี้มันยังคงถูกใช้สอนภายในกลยุทธ์ธุรกิจของคณะบริหารธุรกิจทั่วโลก
ตารางนี้ใช้ปัจจัยสองตัวคือ การเจริญเติบโตของตลาด และส่วนแบ่งตลาดเทียบเคียง ประเมินหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วยของบริษัท เพื่อที่จะวางตำแหน่งภายในตาราง ตารางบีซีจี ใช้ค่า 10% แบ่งแยกระหว่างหน่วยธุรกิจที่มีการเจริญเติบโตของตลาดสูงและต่ำ และค่า 1.0 แบ่งแยกระหว่างหน่วยธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงและต่ำ วงกลมจะหมายถึงหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วย และขนาดของวงกลมจะแสดงถึงสัดส่วนการสร้างรายได้ของหน่วยธุรกิจแต่ละหน่วย วงกลมใหญ่จะหมายถึงหน่วยธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นสัดส่วนที่สูงของรายได้รวมของบริษัท
วัวเงิน เป็นหน่วยธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง เพราะว่าฐานะการแข่งขันเข้มแข็ง แต่อยู่ภายในตลาดที่เจริญเติบโตต่ำ ดังนั้นบริษัทควรจะรักษาฐานะเดิมของวัวเงินไว้
ดาวรุ่ง เป็นหน่วยธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง เพราะว่าฐานะการแข่งขันเข้มแข็ง และอยู่ภายในตลาดที่เจริญเติบโตสูง ดังนั้นบริษัทควรจะลงทุนและเจริญเติบโตกับดาวรุ่ง
ปรัศนีย์ เป็นหน่วยธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ เพราะว่าฐานะการแข่งขันอ่อนแอ และอยูู่ภายในตลาดที่จริญเติบโตสูง บริษัทควรจะเลือกการลงทุนกับปรัศนีย์ ที่มีศักยภาพจะกลายเป็นดาวรุ่งได้
สุนัข เป็นหน่วยธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ เพราะว่าฐานะการแข่งขันอ่อนแอ และอยู่ภายในตลาดที่มีเจริญเติบโตต่ำ ดังนั้นบริษัทควรจะเลิกลงทุนหรือขายสุนัขออกไป
เมื่ออุตสาหกรรมได้เจริญเติบโตเต็มที่ และการเจริญเติบโตของมันได้ช้าลง
หน่วยธุรกิจทุกหน่วยจะกลายเป็นวัวเงินหรือสุนัข วงจรตามธรรมชาติของหน่วยธุรกิจส่วนใหญ่คือ หน่วยธุรกิจจะเริ่มต้นเป็นปรัศนีย์ จากนั้นเปลี่ยน
แปลง เป็นดาวรุ่ง ในที่สุดเมื่อตลาดหยุดการเจริญเติบโต หน่วยธุรกิจจะกลายเป็นวัวเงิน เมื่อสิ้นสุดวงจร วัวเงินจะเปลี่ยนแปลงเป็นสุนัข
เมื่อ ค.ศ 1970 บีซีจีได้กล่าวว่า บริษัทที่กระจายธุรกิจด้วยกลุ่มธุรกิจที่สมดุลเท่านั้นสามารถใช้จุดแข็งหาประโยชน์จากโอกาสการเจริญเติบได้อย่างแท้จริง กลุ่มธุรกิจที่สมดุลจะมีดาวรุ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงและอัตราการเจริญเติบโตของตลาดสูงรับรองอนาคต วัวเงินที่จัดหาเงินทุนเพื่อการเจริญเติบโตในอนาคตนั้น และปรัศนีย์ที่จะถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นดาวรุ่งด้วยเงินทุนที่เพิ่มเข้ามา

ฮาโรลด์ จีนีน ได้มรดกบริษัทโทรคมนาคมที่หนัก เมื่อเขาได้ถูกเสาะ
หาเป็นซีอีโอของไอทีทีเมื่อ ค.ศ 1959 จากนั้นเขาได้ปฏิรูป
อินเตอร์แนชั่นแนล เทเลโฟน แอนด์ เทเลโฟน จนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจ
อิสระใหญ่ที่สุดของโลก
ต่อมาเขาได้มองเห็นทรัพย์สินของบริษัทได้ถูกทะยอยขายออกไป และเขาได้ถูกบีบออกไปจากบริษัท เขาจะมีลักษณะของผู้บริหารแบบเผด็จการสมัยเดิม ฮาโรลด์ จีนีน มีชื่อเสียงว่าเป็นผู้บริหารที่วางอำนาจ และพ่อมดการเงินเมื่อเขาได้มาอยู่ไอทีที เขาจะบริหารทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าผมมีมือ และเวลามากขึ้น ผมสามารถบริหารทั้งบริษัทได้
ฮาโรลด์ จีนีน ลงโทษผู้บริหารทุกคนอย่างโหดร้ายที่ไม่บรรลุเป้าหมาย ความโหดร้ายได้ทำให้ผู้บริหารบางคนต้องร้องให้ ผู้บริหารคนหนึ่งได้กล่าวว่า แรงกดดัน ณ ที่นี่ เหมือนกับตกนรก เขาไม่สนใจอะไรเลยยกเว้นงานเท่านั้น ไม่สนใจเวลา ชีวิตส่วนตัวของเรา ไม่มีอะไรเลย เขาไม่ได้สร้างความผูกพันอย่างใกล้ชิดเลย เขามีเพื่อนน้อยมากและไม่น่าคบเลย เขาจะเรียกร้อง ไม่อดทน เป็นศัตรู และขวานผ่าซาก ผู้บริหารจะตกใจกับการวิจารณ์ความล้มเหลวของเขา ณ การประชุม เขาจะมุ่งเป้าหมายระยะสั้นอย่างไม่ลดละ และกดดันผู้บริหารอย่างไม่ปราณีที่จะต้องบรรลุเป้าหมายรายไตรมาส
ฮาโรลด์ จีนีน เป็นซุปเปอร์สตาร์ของการซื้อบริษัท เขามักจะถูกเปรียบเทียบกับนายพล จอร์จ แพตตัน อเล็กซานเดอร์มหาราช และนโปเลียน เขาได้ถูกเรียกว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง แต่เป็นผู้นำบริษัทที่เผด็จการด้วย เขาจะปฏิบัติต่อรัฐบาลต่างประเทศเหมือนกับบริษัทสาขา เขาเป็นบุคคล ที่อาจจะซื้อโลกได้ถ้าให้โอกาส นานกว่าสองทษวรรษ เขาได้ปฏิรูปไอทีที จนกลายเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติที่ใหญ่โตด้วยการซื้อบริษัทมากกว่า 300 บริษัท ดำเนินงานอยู่ภายใน 80 ประเทศ ตั้งแต่โรงแรมเชอราตัน รถเช่าเอวิส ไปจนถึงบริษัทประกันภัยฮาร์ทฟอร์ด เขาได้ทำให้บริษัทเจริญเติบโตจากรายได้ 765 ล้านเหรียญ จนกลายเป็น 8.5 พันล้านเหรียญ กลายเป็น
กลุ่มธุรกิจอิสระข้ามชาติใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก
ฮาโรลด์ จีนีน เป็นต้นแบบของการบ้างาน แน่ใจว่าของต้องมีข้อเท็จจริงทุกอย่าง เขาทำงาน 70 ถึง 80 ชั่วโมงต่อสัปดาหฺ์ ภายในการบริหารไอทีที และเป็นบุคคลที่ต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่เสมอ ผู้บริหารมากกว่า 100 คนต้องส่งรายงานทุกสัปดาห์แก่เขา และรายละเอียดมากขึ้นทุกเดือน หนึ่งเดือนก่อนที่เขาจะเกษียณ รายงาน 146 ฉบับ รวมแล้ว 2,537 หน้า ได้ถูกส่งมาที่สำนักงานของเขา เขาได้อ่านรายงานทุกหน้า สำนักงานไอทีทีของเขาที่นิวยอร์ค มีโทรศัพท์แปดเครื่อง และนาฬิกาบอกเวลาไปทั่วโลก

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *