jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ฉลองตรุษ”อีดิลอัดฮา”ด้วยสัมมาสติ - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ฉลองตรุษ”อีดิลอัดฮา”ด้วยสัมมาสติ

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ฉลองตรุษ”อีดิลอัดฮา”ด้วยสัมมาสติ

ในฐานะที่เป็นมุสลิมหรือคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามด้วยคนหนึ่ง ใคร่แสดงยินดีอย่างยิ่ง ต่อพี่น้องมุสลิมและพี่น้องศาสนิกอื่นๆ (รวมทั้งที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ)ในวาระที่วันเฉลิมฉลองวันตรุษ”อีดิล อัดฮา”เวียนมาถึง

วันตรุษ”อีดิล อัดฮา”(หรือ”อีดิลอัฏฮา”แล้วแต่ใครจะเลือกสะกด)ในศาสนาอิสลาม มีขึ้น ณ วันนี้ คือวันที่ ๑๐ เดือนซุลฮิจญะห์ ปีฮิจเราะห์ศักราช ๑๔๔๒ (ตรงกับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๖๔)

ที่ต้องแสดงความยินดี ก็เพราะเป็นวาระโอกาส ที่ทุกท่านได้มีชีวิตรอดมา จนถึงวันนี้ พ้นจากการแพร่ระบาดของโรค”โควิด 19” ซึ่งไม่เลือก ที่จะคร่าชีวิตทุกผู้คน อย่างเท่าเทีทยมกัน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือไม่นับถือศาสนาใดเลย

วันตรุษ”อีดิล อัดฮา”เป็นหนึ่งในสองวันตรุษของอิสลามที่มีการเฉลิมฉลอง โดยอีกวันหนึ่งคือวันตรุษ”อีดิล ฟิตริ์”หรือวันออกจากการถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน ซึ่งผ่านไปแล้ว เมื่อ ๗๐ วันก่อน

ถามว่าเฉลิมฉลองอย่างไร

ตอบว่ามุสลิมทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางไปร่วมพิธฮัจญ์ในซาอุดีอาระเบีย จะจัดฉลอง โดยไปละหมาดชุมนุมเพื่อนมัสการพระเจ้าร่วมกันที่มัสยิด หรือในพื้นที่กว้าง

เสร็จแล้วสังสรรค์กัน เยี่ยมเยียนกัน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสามัคคีธรรม ทั้งในและนอกชุมชน

ที่สำคัญมากเป็นแก่นของตรุษ”อีดิล อัดฮา”คือ การเชือดสัตว์พลี

การเชือดสัตว์พลีที่ว่านี้ นัยหนึ่งเพื่อแสดงความศรัทธาอย่างยิ่งต่อ”อัลลอฮ์”(ซุบฮานะฮูวะตะอาลา)หรือพระผู้เป็นเจ้าพระองค์เดียวในศาสนาอิสลาม

แต่หลักการอีกอย่าง ที่สำคัญก็คือ เพื่อจ่ายแจกเนื้อสัตว์(จำพวกแพะ แกะ วัว ควายและแม้แต่อุฐ)ให้แก่คนจน ยากไร้ ที่ไม่ค่อยจะมีเนื้อสัตว์บริโภค มอบให้ญาติๆ และเอาไว้กินเอง

แต่มิใช้การฆ่าสัตว์เพื่อบูชายัญ (การเซ่นสรวงเทพเจ้าของพราหมณ์ด้วยวิธีฆ่าคนหรือสัตว์เป็นเครื่องบูชา) ตามที่มีผู้เข้าใจผิด

ถือว่าเป็นคนละนัยกัน

คติในการเชือดสัตว์พลี(เรียกอีกอย่างว่า“กุรฺบาน”)นี้มาจาก”อิบรอฮีม”(ศาสนายูดายเรียก”อับราฮัม”)พยายามจะเชือดลูกชายคนแรก”อิสมาอีล”(ยูดายเรียก”อิชมาเอล”)เพื่อทำตามคำสั่งของพระผู้เป็นเจ้า(“อัลลอฮฺ”) แต่ก่อนจะเชือดพระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคำสั่ง ให้เชือด”กีบัส” (คาดว่า เป็น”แพะ”หรือ”แกะ” ก็ไม่แน่ชัด)แทน เพราะทรงตระหนักว่า “อิบรอฮีม”มีศรัทธาที่แก่กล้าในพระองค์จริง จนยอมเชือดลูก

ในคติของศาสนายูดาย แต่แรกก็มีการเชือดสัตว์พลีเช่นกัน เรียว่า “โกรบาน”แต่ถูกห้ามไปแล้ว หลังจากที่โบสถ์ที่ ๒ ของศาสนาถูกทำลายลงเมื่อ ๕๘๖ ปีก่อนคริสต์ศักราช

ในเมื่อไม่มีโบสถ์ ก็ไม่มี”โกรบาน”

อย่างนั้นก็ตาม เคยอ่านพบรายงานว่า ในยุคใหม่ก็ยังมีชาวยิวผู้ปฏิบัติ”เชือดสัตว์พลี”อยู่

โดยระบุว่า ชาวยิวที่อยู่ในโมร็อกโกกลุ่มหนึ่ง ยังคงเชือดสัตว์พลี โดยเอาเนื้อสัตว์มาบริโภค ส่วนหนึ่งเอาไปเผายังแท่นบูชา ซากที่เหลือก็เอาไปฝัง

เมิ่อหลายปีที่ผ่านมานี้(จำไม่ได้ชัดเจน) ผมเคยไปเยือนชุมชนยิวเล็กๆ ที่เมือง”อาซีละห์” ในโมร็อกโก แต่เกรงใจไม่กล้าถามไถ่ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ รู้แต่ว่าพวกเขา เข้ากันได้ดีกับชาวมุสลิมที่นั่น

ย้อนกลับมาบ้านเรา วันนี้ ขณะที่เขียนเรื่องนี้ ผมรอลูกชายเพื่อร่วมทำการนมัสการในวัน”อีดิล อัดฮา”อยู่ พร้อมกันทั้งครอบครัว ชนิดบ้านใครบ้านมัน เพราะท่านจุฬาราชมนตรีผู้นำมุสลิม ได้มีคำสั่งมาว่า ปีนี้ให้แต่ละครอบครัว นมัสการที่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคระบาด ตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด

ชุมชนผม”บ้านสามอิน”เตรียมพร้อมใช้โรงเรียน ไว้รองรับผู้ป่วย”โควิด 19”ในหมู่บ้าน ที่ต้องกักและรักษาเอาไว้แล้วครับ เป็นการแบ่งเบาภาระรับผิดชอบของทางการ ด้วยความไม่ประมาท เพราะก่อนหน้านี้ แถวบ้านผมมีคนหนึ่งเสียชีวิต เพราะโรงพยาบาลไม่มีเตียง

ก็ต้อง ขอบคุณทุกๆ ฝ่ายที่พยายามร่วมมือกันในครั้งนี้ เพราะถ้าเรามัวแต่รอความช่วยเหลือ จากทางการฝ่ายเดียว แบบสบายๆ ไม่ได้แล้วครับ

ที่น่าสังเวชที่สุด ขณะที่เขียนเรื่องนี้ก็คือ ในกทม.เรา เริ่มเก็บศพไม่ทันแล้ว ยกตัวอย่างกรณีคนเร่ร่อน นอนตายบนถนนเพราะ “โควิด 19”กำเริบ ในตรอกบ้านพานถม ย่านวัดบวรนิเวศฯ

ต้องให้ปล่อยนอนตายอย่างนั้น ไม่มีใครกล้าแตะ อยู่หลายชั่วโมง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเก็บศพไป

ถามมากว้างๆ ว่าใครบ้าง ที่จะได้บทเรียนจากการแพร่ระบาดของโรคร้ายนี้ ผมก็ไม่ทราบความคิดของผู้อื่น

แต่บอกกับตัวเอง ในฐานะผู้ที่มีศรัทธาว่า นี่คือการ”เตือนของพระผู้เป็นเจ้า”ก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง เพื่อให้มนุษย์ได้สำนึก ได้แก้ไขความผิดพลาดที่กระทำไว้ในทุกๆเรื่อง

ตราบเท่าที่ตอนนี้ ซึ่งผมว่า พวกเรา ยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้างที่จะรีบแก้ไข

หากพูดในทัศนะพุทธก็ต้องว่า นี่คือ”วิบากกรรม”หรือผลของการกระทำก่อนหน้า ซึ่งจะต้องหยุด หรือลดการทำกรรมที่ไม่ดีกันเสียที

หรือในทางวิทยาศาสตร์ก็คือ การเอา ”เอาคืน”ของธรรมชาติครับ

นี่เป็นการเตือนให้พวกเรา เหล่ามนุษยชาติ ให้มีสัมมาสติ คือสำนึกรู้และกระทำสิ่งที่ดีๆ ในทุกขณะจิต เพื่อค้ำจุนหรือจรรโลงโลกเอาไว้นานๆ

สลามัต อีดิล อัดฮา ครับ

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *