INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เจฟฟ์ บีซอส : เดย์ 1 เท่านั้นของอเมซอน

เจฟฟ์ บีซอส : เดย์ 1 เท่านั้นของอเมซอน

หนังสือ Always Day One ของ อเล็ก แคนโทรวิทซ์ ได้กล่าวเกี่ยวกับวัฒนธรรมของนวัตกรรมที่แสดงลักษณะโดยเจฟฟ์ บีซอส ของอเมซอน ผู้สนับสนุนของปรัญชาวันแรก หนังสือเล่มนี้เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่จะถอดรหัสอะไรทำให้ยักษ์ใหญ่เทคบรรลุความสำเร็จ วิถีทางของเจฟฟ์ บีซอสต่ออเมซอนดำเนินงานคล้ายกับมันเป็นวันแรกทุกวัน นั่นหมายความถึงการต่อสู้กับการหยุดชะงัก และทำงานอยู่ภายในพละกำลังของสตาร์ทอัพ เกือบ 80% ของดาว โจนส์ 30 ได้หายไปตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทอื่นเหมือนเช่นเซียร์ ได้ล้มละลายหรือตกต่ำอย่างรุนแรง ทำไม เพราะว่าพวกเขาล้มเหลวที่จะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ และจมอยู่กับโมเดลธุรกิจที่ล้าสมัย
ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเจฟฟ์ บีซอส ได้พิจารณาที่จะไม่ซ้ำทำซ้ำความผิดพลาดของบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นเขาได้ดำเนินการความเชื่อที่จะรักษาอเมซอนบนวงจรต่อเนื่องของการทดลอง นวัตกรรม การทำซ้ำ และแม้แต่ความล้มเหลว เจฟฟ์
บีซอส เรียกความเชื่อนี้ว่า “เดย์ วัน” และมันได้กลายเป็นบทสวดมนต์ของบริษัทเพื่ออายุยืนยาว
เจฟฟ์ บีซอส ได้กำหนดปรัชญาที่เขาเรียกว่า “เดย์ 1” และ “เดย์ 2” ความคิดนี้ได้เกิดขึ้นภายในวันเริ่มแรกของอเมซอน เขาได้ครอบครองอาคารเรียกว่า เดย์ 1 ชื่อเพื่อการเตือนใจว่าบริษัทควรจะควรจะอยู่ภายในวิถีทาง เดย์ 1 อยู่เสมอ เจฟฟ์ มองว่า เดย์ 2 เป็นสภาวะที่อยู่นิ่ง หรือตรงกันข้ามที่เลวลงของ
เดย์ 1 ความคิดนี้ได้กลายเป็นคติข้างในของอเมซอน การให้ความสนใจของเจฟฟ์ บีซอส ต่อแนวคิด เดย์ 1 ได้ถูกยกย่องต่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ
อเมซอน เดย์ 1 ได้กลายเป็นบางสิ่งบางอย่างของตำนาน เจฟฟ์ บีซอส เป็น
ผู้สนับสนุนอย่างเข้มแข็งของการมองธุรกิจ เดย์ 1 อยู่เสมอ ที่จริงแล้วเขาสั่งสอนความคิดบ่อยครั้งจนมันได้กลายเป็นบทสวดมนต์ภายในของบริษัท ความคิดเดย์ 1 หมายความว่าแม้ว่าอเมซอน 25 ปีแล้ว บริษัทได้ปฏิบัติต่อทุกว้นคล้ายกับมันเป็นวันแรกของสตาร์ทอัพใหม่ของพวกเขา
ถ้าเราอ่านจดหมายของผู้ถือหุ้นทุกคนที่เจฟฟ์ บีซอสได้เขียนอย่างระมัดระวังตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ถ้อยคำ “เดย์ 1” ได้ปรากฏ 22 ครั้งอย่างน่าทึ่ง ด้วยความสม่ำเสมออย่างน่่าประทับใจ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จดหมายของผู้ถือหุ้นทุกคนจบด้วยบรรทัดอย่างเดียวกัน
“เหมือนเดิม ผมได้แนบสำเนาของจดหมาย 1977 ต้นกำเนิดของเรา วิถีทางของเรายังคงเหมือนเดิม และมันยังคงเป็นเดย์ 1”
เจฟฟ์ บีซอส ได้กล่าวว่า “โลกภายนอกสามารถผลักดันเราไปสู่เดย์ 2 ถ้าเราไม่หรือไม่สามารถยึดเแนวโน้มที่มีพลังอย่างรวดเร็ว ถ้าเราต่อสู้กับมัน เราน่าจะต่อสู้กับอนาคต ยึดมันไว้และเรามีลมส่งท้าย”
การคงอยู่ภายในเดย์ 1 ต้องการให้เราทดลองอย่างอดทน ยอมรับความล้มเหลว เพาะพันธุ์เมล็ด ป้องกันต้นอ่อน แทงสองเท่าเมื่อเรามองเห็นลูกค้าพอใจ
เจฟฟ์ บีซอส ได้เสนอแนะว่าแนวโน้มที่เข้มแข็งไม่ยากที่จะตรวจสอบภายในโลกวันนี้ บริษัทใหญ่ยึดติดกับอะไรที่บรรลุความสำเร็จต่อพวกเขาภายในอดีต
แทนที่จะยึดติดกับอะไรที่ปัจจุบันและอนาคตเรียกหา เดย์ 1 โจมตึทุกว้นด้วยการค้นหาวิถีทางที่จะกลายเป็นและคงอยู่อย่างตรงประเด็นกับลูกค้าของเรา
ทำไมต้องเดย์ 1 โดยปรกติ ภายในการเริ่มต้น บริษัทจะยังคงทำหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว ความคล่องแคล่ว และความคิดที่เสี่ยงภัย แต่เมื่อธุรกิจเจริญเติบโตใหญ่ขึ้น ความซับซ้อนเริ่มต้นเพิ่มขึ้น และระดับเริ่มต้นคลานเข้ามา
สตาร์ทอัพที่คล่องแคล่วครั้งหนึ่งได้ติดกับดักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เรียกว่า “องค์การที่ใหญ่ขึ้น” แสดงคุณลักษณะโดย ความล่าช้า ความตายตัว และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงภัย
เจฟฟ์ บีซอสได้อธิบายว่าเมื่อบริษัทเจริญเติบเโต มันกลายเป็นง่ายที่จะขึ้นอยู่กับกระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ ภายในกรณีนี้ กระบวนการกลายเป็นวัตถุ เมื่อ
สิ่งนี้ได้เกิดขึ้น บริษัทได้หยุดมองที่ผลลิพธ์ และพิจารณาเท่านั้นว่าพวกเขา
ได้เดินตามกระบวนการถูกต้องหรือไม่ ไม่ใชผลลัพธ์ที่ต้องการบรรลุความสำเร็จหรือไม่ เจฟฟ์ บีซอส ได้เขียนว่า บริษัท เดย์ 2 ทำการตัดสินใจดีอย่างแท้จริง แต่ปัญหาคือ พวกเขาทำการตัดสินใจช้า สตาร์ทอัพไม่มีปัญหาการตัดสินใจอย่างมีคุณภาพ และความรวดเร็วสูง ทีมอาวุโส ณ อเมซอน ได้รักษาการตัดสินใจของเราที่รวดเร็วสูงไว้ ความรวดเร็วสำคัญภายในธุรกิจ
เดย์ 2 เป็นสภาวะหยุดนิ่ง ตามมาด้วยความไม่เกี่ยวเนื่อง ตามมาด้วยความเจ็บปวด การตกต่ำอย่างปวดร้าว ตามมาด้วยความตาย และนั่นคือทำไมมันต้องเป็นเดย์ 1 ทุกว้น เราป้องกัน เดย์ 2 ได้อย่างไร ยุทธวิธีคืออะไร คำตอบคือ
การครอบงำจิตใจลูกค้า การรับเอาแนวโน้มภายนอกอย่างกระตือรือร้น และการต้ดสินใจอย่างรวดเร็วสูง-

เมื่อเรามองที่ความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อของอเมซอน มันยากที่จะละเลยความคิดของเดย์ 1 ถ้ามันบรรลุความสำเร็จต่อเจฟฟ์ บีซอส และบริษัทใหญ่ที่สุดลำดับสองภายในโลก เราจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างกับมัน เจฟฟ์ บืซอสยึดว่ามันไม่เพียงพอที่จะมีเดย์ 1 ภายในถ้อยแถลงภารกิจของเรา มันต้องถูกจดจำอย่างสม่่าเสมอ นั่นคือทำไมอาคารสำนักงานหลักที่บีซอสทำงานอยู่ชื่อ เดย์ 1 เจฟฟ์ บีซอสต้องการอย่างเข้มแข็งที่จะรักษาวัฒนธรรมธุรกิจสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง สร้างและมองออกไปข้างนอกแนวโน้มที่บรรลุความสำเร็จ เดย์ 2 นำความสบายและความพอใจต่อสิ่งที่เป็นอยู่อย่างไร นั่นคือทำไมรักษาทัศนคติ “ไม่เคย เดย์ 2”
เพื่อที่จะยึดความเชื่อ เดย์ 1 เราต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง เราต้องรับรู้เราสามารถสร้างอนาคตที่ดีกว่าแก่บริษัทของเราอย่างไร วิถีทางที่ดีที่สุดคือ การจ้างบุคคลที่เหมาะสมรายรอบเรา เริ่มแรกมันอาจจะเสียต้นทุนเพิ่มขึ้น และมันอาจจะยากที่จะหาบุคคลที่เหมาะสม แต่เมื่อเราได้สร้างทีมมืออาชีพที่สร้างสรรค์ ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด การยอมให้ผู้นำทีมของเราเป็นอิสระที่จะทำงานของพวกเขาอย่างสร้างสรรค์ การเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเรายอมให้จิตใจที่ดีที่สุดเข้าสู่ศักยภาพของพวกเขา
เมื่อบริษัทใหญ่ขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น เราโน้มเอียงที่จะบริหารด้วยตัวแทน นี่จะเข้ามาภายในหลายรูปร่างและขนาด เเละมันเป็นอันตราย ลึกลับ และเดย์ 2 มาก ตัวอย่างธรรมดาคือ กระบวนการเป็นตัวแทน กระบวนการที่ดีบริการเรา ดังนั้นเราสามารถบริการลูกค้า แต่ถ้าเราไม่เฝ้ามอง กระบวนการสามารถกลายเป็นวัตถุ มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมากภายในองค์การใหญ่ กระบวนการกลายเป็นตัวแทนต่อผลลัพธ์ที่เราต้องการ เราได้หยุดการมองที่ผลลัพธ์ และเพียงแค่มั่นใจว่าเรากำลังทำกระบวนการอย่างถูกต้อง
เราไม่ยากที่จะได้ยินผู้นำอาวุโสป้องกันผลลัพธ์ไม่ดีด้วยบางสิ่งบางอย่างเหมือนเช่น ดีแล้ว เราเดินตามกระบวนการ ผู้นำที่มีประสบการณ์จะใช้มันเป็นโอกาสตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการ กระบวนการไม่ใช่วัตถุ มันคุ้มค่าเสมอที่จะถามว่า เราเป็นเจ้าของกระบวนการหรือกระบวนการเป็นเจ้าของเรา ภายในบริษัท เดย์ 2 เราจะพบมันเป็นอย่างที่สอง
ผู้พิมพ์หนังสือ Always Day One ของอเล็ก แคนโทรวิทซ์ ได้กล่าวว่า ณ
อเมซอน “เดย์ วัน” เป็นรหัสเพื่อการคิดค้นเหมือนสตาร์ทอัพ
ด้วยการพิจารณาน้อยต่อมรดก เดย์ ทู ด้วยถ้อยคำของเจฟฟ์ บีซอสเอง
อยู่ภายในสภาวะหยุดชะงัก ตามมาด้วยความไม่เกี่ยวเนื่องกัน ตามมาด้วยการตกต่ำที่เจ็บปวด ตามมาด้วยความตาย
เดย์ 1อยู่ทุกที่ภายในอเมซอน เราสามารถพบมันภายในชื่อของอาคารที่สำคัญของพวกเขา บล็อก และจดหมายแก่ผู้ถือหุ้นของบีซอส ความเชื่อเดย์ 1 ได้ถูกสรุปที่จะยึดเอาความคิดของสตาร์ทอัพไว้
ปัจจุบันนี้บริษัทส่วนใหญ่ถูกก่อตั้งเพี่อเดย์ 2 พวกเขาสร้างข้อได้เปรียบและป้องกันมันอย่างรุนแรง แทนที่จะลงทุนภายในอนาคต แต่อเมซอนและเพื่อนยักษ์ใหญ่เทค เฟซบุค กูเกิล ไมโครซอฟท์ กำลังดำเนินงานภายในเดย์ 1
พวกเขาให้ความสำคัญต่อการคิดค้นใหม่เหนือประเพณี และความร่วมมือร่วมใจเหนือความเป็นเจ้าของ
เมื่อมองที่เฟซบุค อเมซอน แอปเปิล ไมโครซอฟท์ และกูเกิล ซัคเกอร์เบิรก
บีซอส คุก นาเดลลา และพิชัย เพียงแค่นำความคิดของบุคคลของพวกเขาไปสู่ชีวิต แทนที่จะเป็นตัวพวกเขาเอง งานของพวกเขาเป็นผู้นำคือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ข้อมูลสามารถไหลเวียนได้อย่างเสรี ความผิดพลาดสามารถถูกยกขึ้นมาพูด และความคิดสามารถถูกปฏิรูปให้เป็นความจริง
อเมซอนลุ่มหลงกับนวัตกรรม การคิดค้นที่เป็นไปได้ทุกอย่างภายในอเมซอนต้องรอดชีวิตบันทึกหกหน้าที่มีชื่อเสียงของพวกเขา การมองอนาคต บันทึกเหล่านี้อธิบายความคิดคืออะไร และผลิตภัณ์จะดูคล้ายอะไร ก่อนที่ใครก็ตามมีโอกาสที่จะทำมัน บุคคลทุกคนรวมทั้งบีซอสถูกกำหนดที่จะสอบผ่านบันทึก ณ การเริ่มต้นของการประชุม เพื่อที่พวกเขาจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อความคิด ความร่วมมือระหว่างบุคคลและเครื่องจักรเป็นบางสิ่งบางอย่างที่จะมองเห็น หุ่นยนต์ได้ทดแทนมนุษย์แล้วระดับหนึ่งภายในคลังสินค้าของอเมซอน และมันได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อเมซอนรู้ว่าอะไรกำลังมาและช่วยเหลือบุคคลของพวกเขาตระเตรียมต่อการลบล้างของระบบอัตโนมัติ อเมซอนได้เปิดการฝึกอบรมทางเทคนิคแก่บุคคลทุกคนทำงานข้างในคลังสินค้า
อเล็ก แคนโทรวิทย์ เพียงแค่แสดงกรณีศึกษาของยักษ์ใหญ่เทคห้ารายภายใน Always Day Oneเดย์ วัน เป็นความเชื่อที่เป็นรากฐานที่จะรักษาวัฒนธรรมนวัตกรรมให้ยั่งยืน มันเป็นความเชื่อที่สร้างรากฐานขององค์การเหล่านี้ – มันขับเคลื่อนพวกเขา และเมื่อพวกเขาสูญเสียมัน พวกเขาเริ่มต้นที่จะอยู่คงที่ กรณีศึกษาได้ให้ตัวอย่างมากมายของหลุมพรางที่เราควรจะหลีกเลี่ยงด้วย
โมเดลที่ปลุกรำลึกความทรงจำและเหนียวแน่นของเดย์ 1 และ เดย์ 2 ของเจฟฟ์ บีซอส ได้พิสูจน์เป็นวิถึทางทันทีและเป็นประโยชน์ ถ้อยคำที่เรียบง่ายนี้ยึดความปราถนาของเจฟฟ์ บีซอสต่ออเมซอนที่จะเจริญเติบโตอย่างเข้มแข็งภายในขนาดและขอบเขต ในขณะที่รักษาพลังการเป็นผู้ประกอบการไว้ และการสร้างบนข้อได้เปรียบหลายอย่างของบริษัทใหญ่ในขณะเดียวกัน ทุกวันเป็นวันใหม่ ทุกวันโลกเปลี่ยนแปลง และเราต้องมองหาการเปลี่ยนแปลง สร้างการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง มันเป็นบทเรียนต่อผู้นำทุกคน มันเป็นความหมายเบื้องหลังเดย์ 1 ตลอดไป
เดย์ 1 เป็นการคิดค้นด้วยการไม่สนใจต่อกระแสรายได้ในขณะนี้ มันเป็นความคล่องแคล่วคล้ายกับสตาร์ทอัพ และอเล็ค แคนโทรวิทซ์ ชี้ว่ามันจะลดการปฏิบัติงานให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะสร้างโอกาสเพื่อการคิดค้นมากขึ้น เพื่อที่จะต่อเนื่องทำให้ความคิดกลายเป็นความจริง ยักษ์ใหญ่เทคต้องคิดใหม่วิถีทางที่จะบริหารบริษัท แบกภาระงานหนักด้วยการปฏิบัติงาน บริษัทส่วนใหญ่พัฒนาความคิดไม่กี่อย่างส่งไปให้จากระดับสูง และมุ่งที่การขายมัน


โดยทั่วไปเราคิดถึงผู้พลิกเกมเป็นนักทคโนโลยีใหม่ ความคิดใหม่ การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทุกอย่างมาจากบุคคล – การคิดของเรา เรามีคำนิยามหลายอย่างของผู้เปลี่ยนแปลงเกม แต่คำนิยามที่ดีอย่างหนึ่งมาจากไมค์ มายแอทท์ ไมค์ มายแอทท์ เป็นที่ปรึกษาความเป็นผู้นำแก่ฟอร์จูน 500 ซีอีโอและคณะกรรมการบริษัท เขาได้กล่าวว่า
“ไม่บ่อยครั้ง ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทุกคนมีประสบการณ์บางสิ่งบางอย่างยิ่งใหญ่มากและกระทบมาก มันเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์อย่างแท้จริง มันเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า “ผู้พลิกเกม” ผู้พลิกเกมคือ ฉันค้นพบแล้วที่เรามองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่บุคคลอื่นไม่เห็น มันเป็นความอัศจรรย์ทางการปฏิรูปที่นำองค์การจากธรรมดาไปสู่ผิดธรรมดา”
ภายใน Hacking Leadership ไมค์ มายแอทท์ ได้กล่าวว่า ผู้นำไปเลยพ้นจากการปรับปรุงที่ปลอดภัยไปสู่นวัตกรรมที่เสี่ยงภัย ความเป็นผู้นำเป็นอันตราย การบริหารเป็นความปลอดภัย ผมไม่ลดค่าการบริหารด้วยการสูญเสียความเป็นผู้นำ ความสามารถที่จะแยกความแตกต่างระหว่างการบริหารและความเป็นผู้นำ แสดงเส้นทางไปสู่ระดับต่อไป ความสำเร็จต้องการทั้งสองอย่าง การบริหารเป็นวิวัฒนาการ ความเป็นผู้นำเป็นการปฏิรูป อย่าเพียงแค่เล่นเกม
– พลิกเกม — เป้าหมายคือ สร้าง ปรับปรุง และสร้างสรรค์รอบการปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อที่จะค้นหาการปฏิบัติต่อไป
ไมค์ มายแอทท์ ได้กล่าวเกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคลบางคนที่เป็นผู้พลิกเกมคือ
1 การแสวงหาอย่างไม่ย่อท้อ
เราเคยประหลาดใจบุคคลคิดค้นความคิดที่ยิ่งใหญ่เลื่องลือได้อย่างไร พวกเขาทำงานอยู่กับมัน ผู้นำที่ยิ่งใหญ่มุ่งผู้พลิกเกม พวกเขาไม่เคยพอใจกับธรรมดา ริชาร์ด แบรนสัน เจฟฟ์ บีซอส และซือีโออื่น รับรู้ต่อความคิดที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาไม่เพียงแค่โชคดี พวกเขาผูกพันต่อการแสวงหาอย่างสม่ำเสมอของผู้พลิกเกม พวกเขาทำงานหนักมากที่จะทำให้ความฝันของพวกเขาเป็นความจริง พวกเขาไม่เพียงแค่เป็นนักฝัน พวกเขาเป็นนักกระทำ ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จเหล่านั้เป็นบุคคลที่ผูกพัน พวกเขารู้ความเป็นไปได้ของคุณค่าที่น้อย ถ้ามันไม่ได้ทำให้เป็นตัวตน ณ เวลาที่เหมาะสม
2 การเป็นต้นกำเนิด
ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เป็นผู้ลอกเลียนแบบ พวกเขารังเกียจวิธีการธุรกิจลอกเลียนแบบ ผู้นำที่แสวงหาผู้พลิกเกมไม่อดทนกับฐานะเดิม พวกเขามุ่งความพยายามทำให้ฐานะเดิมพังทลายลง ผู้พลิกเกมไม่ยอมให้องค์การของพวกเขารับเอาความเชื่อดั้งเดิมและระบบราชการ พวกเขาท้าทายบรรทัดฐาน ทำลายประเพณีนิยม และพวกเขากระตุ้นความหลากหลายของความคิด ภายในตลาดการแข่งขันของวันนี้ การไม่เหมือนใครและความแตกต่างสำคัญต่อการได้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน การเป็นต้นกำเนิดภายในวิถีทางของธุรกิจของเรา
จะช่วยให้เรามีข้อได้เปรียบดีเด่นในระยะยาว
3 การความมุ่งหมายที่ชัดเจน
ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สร้างหรือบันดาลใจผู้พลิกเกม
ไร้ความหมายถ้าไม่ตระหนัก ไม่เพียงแต่พวกเขาตระหนักตัวเองเท่านั้น
พวกเขาตระหนักอารมณ์และความต้องการของบุคคลอื่นด้วย และพวกเขาชัดเจนของอะไรที่ควรจะถูกยึดเอาไว้ภายในตลาด ผู้พลิกเกมสัมผัสกับความมุ่งหมายที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาเข้าใจคุณค่าของการตอบสนองบางสิ่งบางอย่างเลยพันตัวพวกเขา และต่อเราที่จะเป็นผู้พลิกเกมอย่างแท้จริง ความมุ่งหมายของเราควรจะบันดาลใจ ตอบสนอง ช่วยเหลือ และปรับปรุงการดำรงชีวิตของบุคคลอื่น
ไมค์ มายแอทท์ ได้เสนอแนะวิถีทางหกขั้นตอนเพื่อการค้นหาและการดำเนินการผู้พลิกเกมด้วย – สมาร์ท : ความเรียบง่าย ความหมาย การกระทำได้ ความสีมพันธ์ การปฏิรูป และการปรับขนาดได้ เขาได้กล่าวว่า เราอยากจะให้บุคคลทุกคนร่วม “หลอดไฟฟ้า” ของพวกเขา ยูเรก้า หรือ อะฮ่า โม้เม้นต์ เพื่อที่บุคคลอื่นสามารถเจริญเติบโตด้วย ผู้ประกอบการหลายคนคุ้นเคยกับประสบการณ์ชองการมีชั่วขณะ “ยูเรก้า” เมื่ิอความคิด คำตอบ หรือแรงบันดาลใจ ปรากฏขึ้นทันที บางครั้งมันอาจจะดูเหมือนราวกับว่าความคิดล่องลอยมาจากอากาศ
นวัตกรรมของทุกอุตสาหกรรมถูกกระตุ้นโดยยูเรก้า โมเม้นต์ ยูเรก้า โมเม้นต์ นำไปสู่การสร้างข้อแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ด้วยการรับรู้โอกาสใหม่ภายในทุกช่อง
ยูเรก้า โมเมนต์ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเจฟฟ์ บีซอฟ อย่างไร ด้วยความร่ำรวย 126 พันล้านเหรียญ เขาเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในโลก ยูเรก้า
โมเม้นต์ ที่นำไปสู่การก่อตั้งอเมซอน ดอทคอมเมื่อ 1994 เกิดขึ้นเมื่อเขาได้เพ่งที่เขาวงกตของคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเรียกว่าเวิรลด์ ไวด์ ้เว็บ และรับรู้ว่าอนาคตของการค้าปลีกกำลังเรืองแสง
ยูเรก้า โมเม้นต์ คือ ชั่วขณะหนึ่งของอารมณ์ความรู้สึกดีใจที่ได้ค้นพบข้อเท็จจริงหรือความรู้ไหม่ ยูเรก้า รากศัพท์เป็นภาษากรีก
อาร์คีมีดีส ได้ถูกเขียนไว้ภายในประวัติศาสตร์เมื่อชายคนหนึ่งที่วิ่งเปลือยกายตามถนนของไซราคิวร้องตะโกน ยูเรก้า หรือ ผมค้นพบแล้ว ภายในกรีก เรื่องราวเบื้องหลังเหตุการณ์นั้นคือ ภายหลังจากที่ได้พระราชอำนาจ กษัตริย์เฮียรอนที่ 2 ของไซราคิวภายในซิซิลี่ ได้ให้ทองแท่งแก่ช่างทองที่จะทำมงกุฏ ภายหลังจากที่ช่างทองได้ส่งมงกุฏทองแท้แก่กษัตริย์แล้ว กษัตริย์สงสัยว่าช่างทองโกงพระองค์ กษัตริย์คิดว่าช่างทองได้ผสมทองด้วยเงินราคาถูกกว่า แต่กระนั้นกษัตริย์ไม่มีวิถีทางของการพิสูจน์ข้อสงสัยของพระองค์ ดังนั้นพระองค์ได้ขอให้อาร์คีมีดีส ค้นหาว่ามงกุฏถูกทำจากทองแท้หรือไม่ โดยไม่มำให้
มงกุฏเสียหาย
อาร์คีดีมีส ได้ทำการคิดค้นมานานและยาก แต่ไม่สามารถค้นพบวิธีการเพื่อการ
พิสูจน์ว่ามงกุฏใช่ทองแท้ ในไม่ช้าเขาได้ไปอาบน้ำอุ่นสาธารณะ เมื่อเขาก้าวลงอ่างอาบน้ำ เขามองเห็นน้ำภายในอ่างล้นพ้นขอบออกมา และเขาได้รับรู้ว่าน้ำแทนที่ด้วยร่างกาย
ของเขาเท่ากับน้ำหนักของร่างกายของเขา การรู้ว่าเขาสามารถหาปริมาตร
ของมงกุฏได้ เพราะว่าเมื่อจุ่มมงกุฏลงภายในน้ำ ปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาย่อมเท่ากับปริมาตรของมงกุฏ อาร์คีดีมิส ได้ค้นพบวิธีการที่จะพิจารณาว่า
มงกุฏไม่ใช่ทองแท้ การลืมไปว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า เขาได้วิ่งเปลือยกายวิ่งตามถนน ร้องตะโกน “ยูเรก้า”
เขาได้นำทองคำบริสุทธ์ที่มีน้ำหนักเท่ากับมงกุฏจุ่มน้ำเพื่อที่จะหาปริมาตร ปรากฏว่าปริมาตรของทองคำบริสุทธ์มีขนาดน้อยกว่าปริมาตรของมงกุฏ หมายความว่ามงกุฏนั้นมีโลหะอื่นเจือปนอยู่ และพิสูจน์ว่าได้มีการผสมเงิน
ภายในมงกุฏจริงตามที่พระเจ้าเฮียโรที่ 2 สงสัย ในที่สุดช่างทองยอมรับผิด
ต่อการกระทำของเขา
1 ความเรียบง่าย
ผู้พลิกเกมไม่ใช่ทุกคนเรียบง่าย โดยปรกติผู้พลิกเกมที่ดีที่สุดเป็นดังที่อัลเบิรต ไอนสไตน์ กล่าวว่า ถ้าเราไม่สามารถอธิบายมันได้อย่างเรียบง่าย
เราไม่เข้าใจมันอย่างเพียงพอ ภายในกรณีส่วนใหญความเรียบง่ายสามารถถ่ายทอดให้เป็นความจริง ประสิทธิภาพต้นทุน การรับไว้อย่างรวดเร็ว และดำเนินการได้รวดเร็ว อย่าหลงเข้าไปติดภายในความซับซ้อน – เปลี่ยนเป็นลงทุนอย่างหนักภายในความเรียบง่าย
2 ความหมาย
ผู้พลิกเกมมีความมุ่งหมายยิ่งใหญ่ ตอบสนองความต้องการ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น บริการตลาดที่มีอยู่ หรือสร้างตลาดใหม่ พวกเขามีความหมาย ผู้นำหลายคนถูกดูดลงไปที่วัชพืช และใช้เวลาที่มีคุณค่าของพวกเขามากเกินไปกับเรื่องเล็กน้อย ถ้ามันไม่ได้มีความหมายอย่างแท้จริง ถ้ามันไม่ได้ตอบสนองความมุ่งหมายที่ใหญ่ขึ้น ถ้ามันไม่ได้เป็นผู้พลิกเกม ทำไมไปทำมัน ผู้พลิกเกมมุ่งที่การสร้างคุณค่า
3 การกระทำได้
มันไม่ได้เป็นผู้พลิกเกม ถ้าอะไรก็ตาม มันไม่เคยออกจากกระดานเขียนแบบถ้าเราไม่สามารถทำให้ความคิดเป็นนวัตกรรม ถ้าเราไม่สามารถนำความคิดไปปฏิบัติ มันไม่ได้เป็นผู้พลิกเกม พวกเขามีชีวิต ผู้พลิกเกมไม่่ได้แฝงตัวภายในความมืดมนที่ไม่มีตัวตนและลึกลับ พวกเขากลายเป็นความจริง
4 ความสัมพันธ์
ผู้พลิกเกมปรับปรุง ขยาย และใช้ประโยชน์ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ และบริการความสัมพันธ์ใหม่ เมื่อเราพูดกันอย่างตรงไปตรงมา ธุรกิจทุกอย่างสรุปลงที่บุคคล – ลูกค้า นักลงทุน หุ้นส่วน หรือบุคคลของบริษัท และบุคคลหมายถึงความสัมพันธ์ ผู้พลิกเกมที่แท้จริงเข้าใจอำนาจของบุคคลและความสัมพันธ์
และมันรวบรวมสิ่งนี้ทั้งภายในการสร้างและการดำเนินการ ถ้าเราลืมบุคคล
เราไม่สามารถมีผู้พลิกเกม
5 การปฏิรูป
ผู้พลิกเกมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีอะไรปรับปรุง ถ้าไม่มีอะไรปฏิรูป เราไม่มีผู้พลิกเกม บทเรียนที่ผมได้เรียนรู้นานมาแล้วคือ เราไม่สามารถมีประสบการณ์การปรับปรุงอย่างยั่งยืนโดยไม่มีการปฏิรูป
6 การปรับขนาดได้
ถ้ามันขยายขนาดไม่ได้ มันไม่ใช่ผู้พลิกเกม ความคิดที่นำเสนอไม่มีความหวังของอนาคตมักจะกลายเป็นฝันร้ายแทนที่จะบรรลุความฝัน ผู้พลิเกมที่แท้จริงถูกสร้างด้วยความรวดเร็วและความยั่งยืนภายในใจ สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับ
ผู้พลิกเกมคือ พวกเขาสร้างบนตัวพวกเขาเองที่จะกระตุ้นโอกาสอื่นที่ร่วมกัน
ถ้อยคำการพลิกเกมคือ ความสามารถที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักจะรุนแรง แต่นำไปสู่วิถีทางที่บุคคลอื่นคิดและกระทำ ดังนั้นผู้พลิกเกมคือบุคคลบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างสามารถจุดประกายการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ผู้พลิกเกมสามารถเป็นบุคคลหรือบริษัืท และพวกเขามักจะใช้นวัตกรรมที่จะกลายเป็นผู้พลิกเกม
เจฟฟ์ บีซอฟ ซีอีโอของอเมซอน ได้ถูกรับรู้อย่างกว้างขวางเป็นผู้พลิกเกม
มันไม่น่าประหลาดใจเมื่อเราได้พิจารณาอะไรที่เขาได้ทำนับตั้งแต่เขาก่อตั้งบริษีทเมื่อ ค.ศ 1994 อเมซอนได้เริ่มต้นจากเว็บไซต์หนังสือออนไลน์
ระหว่างการกระหึ่มของอินเตอร์เน็ตของปลาย ค.ศ 1990 การลบล้างอุตสาหกรรมค้าปลีกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้ความเป็นผู้นำของเจฟฟ์ บีซอสได้ช่วยขับเคลืิ่อนบริษัทไปสู่จุดสูงสุดใหม่ เมื่อพวกเขาได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องภายในเทคโนโลยีการพลิกเกมใหม่เหมือนเช่นการจัดส่งด้วยโดรน
ชุดสารคดีต้นกำเนิด “Game Changers” ของโทรทัศน์บลูมเบิรก ได้ให้
การมองที่ดึงดูดต่อผู้นำธุรกิจ และผู้ประกอบการที่ปีนไปสู่จุดสูงสุดของวงการ
และเปลี่ยนแปลงโลก วอร์้เรน บัฟเฟตต์ กลายเป็นนักธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดภายในอเมริกาอย่างไร อะไรขับเคลื่อนเจฟฟ์ บีซอฟฟ์ทำให้อเมซอน เป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์ใหญ่ที่สุดของโลก รีด ฮาสติ้ง ได้ปฏิรูปโลกของภาพยนต์ด้วยเนตฟลิกซ์อย่างไร ประวัติโดยย่อที่ลึกซึ้งเหล่านี้ดูได้จากบลูม
เบิรก เกม แชนเจอร์
บลูมเบิรก เกม แชนเจอร์ ได้เล่าประวัติโดยย่อของเจฟฟ์ ผู้ก่อตั้งอเมซอน รายการนี้ได้สำรวจเรื่องราวเบื้องหลังผู้ก่อตั้งของอเมซอน
ผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่บรรลุความสำเร็จมากที่สุดของโลก และได้พิจารณาช่วงเวลาที่สำคัญภายในชีวิตของเขา เจฟฟ์ บีซอส ได้ออกจากงาน ณ บริษัท
วอลล์ สตรีท ที่จะก่อตั้งร้านหนังสือออนไลน์ เจฟฟ์ บีซอส ไม่เพียงแค่คิดค้นการซื้อสินค้าออนไลน์
เท่านั้น เขาโดยลำพังทำให้มันกลายเป็นธุรกิจ 34 พันล้านเหรียญ เจฟฟ์ บีซอส ได้วางการค้าปลีกออนไลน์บนแผนที่ และอเมซอนได้ขายผลิตภัณฑ์ทุกอย่าง
จินตนาการนับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัท
อีรอน มัสก์ เป็นผู้ประกอบการคนหนึ่งที่ได้ถูกพิจารณาเป็นผู้พลิกเกมได้กลายเป็นซีอีโอของเทสลาเมื่อ ค.ศ 2008 เขามีความทะเยอทะยานสูงของการเป็น
ผู้พลิกเกมภายในอุตสาหกรรมรถยนต์ ในขณะนี้เทสลาเป็นชื่อชั้นนำภายในรถไฟฟ้า การนำมันไปสู่โลกสมัยใหม่ด้วยการใช้แบตเตอรรี่ลิเธียมไอออนให้พลังแก่รถยนต์ไม่ใช่น้ำมัน ในขณะที่วิสัยทัศน์ของอีรอน มัสก์ ต่อการผลิัตเทสลา มักจะถูกวิจารณ์ การปรากฏตัวของบริษัทภายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทาให้บุคคลอื่นคำราม และพยายามไล่ตามการนำที่น่าประทับใจของพวกเขา

เมื่อ ค.ศ 2008 เอ จีิลาฟลี่ย์ และที่ปรึกษากลยุทธ์ ราม ชาราน ได้พิมพ์หนังสือ The Game Changer : How You Can Drive Revenue and Profit Growth with Innovation เราสามารถเพิ่มและทำให้การเจริญเติบโตของรายได้และกำไรโดยธรรมชาติยั่งยืนอย่างไร…..ไม่ว่าเรากำลังบริหารทั้งบริษัทหรือภายในงานการบริหารครั้งแรกของรา แนวทางของผู้บริหารที่จะทำให้นวัตกรรมเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน บิสซิเนส วีค ได้เลือก The Game Changer เป็นหนังสือเล่มหนึ่งของหนังสือธุรกิจสิบลำดับสูงสุดของปี
พวกเขาได้กล่าวถึง ผู้พลิกเกม เป็น 1 นักกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงเกมธุรกิของเขาที่เล่น หรือคิดเกมใหม่ทั้งหมด 2 ผู้สร้างที่ใช้นวัตกรนมเป็นรากฐานเพื่อการเจริญเติบโตของกำไรตามธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการปรับปรุงกำไรอย่างสม่ำเสมอ 3 ผู้นำที่เข้าใจว่าลูกค้าไม่ใช่ซีอีโอเป็นนาย 4 ผู้เปลี่ยนแปลงที่ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนองค์ประกอบของธุรกิจ
พวกเขาได้ระบุผู้พลิกเกมคือนวัตกรรม ผู้นำที่บรรลุความสำเร็จใช้นวัตกรรมที่จะทำให้การเจริญเติบโตมีกำไรอย่สงยั่งยืน และขับเคลื่อนองค์ประกอบทุกอย่างของธุรกิจ ผู้นำนี้มองนวัตกรรมเป็นกระบวนการจบสิ้นที่รวมกัน ไม่ใช่ลำดับของขั้นตอน และเข้าใจว่านวัตกรรมเป็นกระบวนการทางสังคม วิถีทางที่บุคคลของบริษัทเกี่ยวพันระหว่างกันสำคัญกว่าเทคโนโลยี
The Game Changer เป็นผลลัพธ์ของประสบการณ์ของ เอ จี ลาฟลี่ย์ กับการกำหนดพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล บนเส้นทางใหม่เพื่อการเพิ่มการเจริญเติบโตอย่างธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้ทั้งน่าทึ่งและเป็นประโยชน์อย่างมาก พวกเขาได้แสดงพี แอนด์ จี และบริษัทอื่นเหมือนเช่น ฮันนี่เวลล์ เจ็นเนอรัล อีเล็คทริค โนเกีย เอชพี ลีโก้ และดูปองท์ ได้กลายเป็นผู้เปลี่ยนแปลงเกมอย่างไร
บทเรียนที่บันดาลใจของพวกเขาสามารถช่วยให้เราเรียนรู้ทำอย่างไร
แต่จุดมุ่งพื้นฐานอยู่ที่พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล พวกเขาได้สำรวจพี แอนด์ จี เปลี่ยนแปลงจากยักษ์ใหญ่ที่อยู่นิ่งไปเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมอย่างไร และได้เพิ่มยอดขายและกำไรอย่างน่าทึ่ง เราสามารถเพิ่มและเจริญเติบโตของรายได้และกำไรตามธรรมชาติได้ยั่งยืนอย่างไร ตลอดเจ็ดปีทีผ่านมา พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ลได้เพิ่มกำไรเป็นสามเท่า การปรับปรุงการเจริญเติบโตของรายได้ตามธรรมชาติ กระแสเงินสด และกำไรการดำเนินงานอย่างสำคัญ และการเจริญเติบโตของกำไรต่อหุ้น 12% ทำได้อย่างไร เอ จิ ลาฟลี่ย์และทีมความเป็นผู้นำของเขาได้รวมนวัตกรรมภายในทุกสิ่งทุกอย่างที่พี แอนด์ จี ทำ และสร้างลูกค้าใหม่และตลาดใหม่
เอ จีื ลาฟลีย์ ได้เริ่มต้นหนังสือด้วยการพูดเกี่ยวกับเขาได้รับโทรศัพท์เมื่อ ค.ศ 2000 บุคคลที่โทรศัพท์ได้ถามเขาว่า เขาพร้อมหรือยังที่จะรับงานซีอีโอ ณ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ลาฟลี่ย์ ได้กล่าวว่า เขาไม่แน่ใจเรามีงานใดก็ตามที่ตระเตรียมอย่างแท้จริงแก่ซีอีโอ แต่เรามีไม่กี่อย่างที่เขาพร้อมอยู่แล้ว ข้อแรกเขาเข้าใจอย่างชัดเจนต่อความมุ่งหมายแกนและค่านิยมของบริษัท และนั่นจะมีความสำคัญ
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำรวมทั้งกลยุทธ์นวัตกรรม ได้ถูกสร้างบนความมุ่งหมายแกนของการปรับปรุงชีวิตประจำวันของลูกค้าของเรา ผมมีสัญชาติญานและประสบการณ์อย่างมาก ด้วยความพยายามวางลูกค้าตรงศูนย์กลางของธุรกิจและกลยุทธ์นวัตกรรม และผมอยู่ ณ บริษัทที่เชื่อว่านวัตกรรมเป็นเส้นเลือดของพวกเขา ดีงนั้นประเด็นของเราไม่ใช่ว่าเราไม่เชื่อมั่นนวัตกรรม หรือไม่เข้าใจนวัตกรรมมีความสำคัญ
งานของผม ณ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล มุ่งที่การรวมนวัตกรรมภายในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ ธุรกิจทุกอย่างมีหลักการที่สำคัญบางอย่างที่บุคคลใช้เป็น
รากฐานเพื่อการตัดสินใจ เผชิญความท้าทาย และสร้างโอกาส ถ้าเป็นพี แอนด์ จี มันเป็นนวัตกรรม นวีตกรรมต้องเป็นพลังขับเคลื่อนต่อธุรกิจใดก็ตามที่ต้องการเจริญเติบโตและบรรลุความสำเร็จทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เราอยู่ภายในช่วงเวลาที่อัตราการเปลี่ยนแปลงทำให้สินค้าไม่เหมิอนใครวันนี้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ของวันพรุ่งนี้ได้ การได้ชัยชนะ – การเล่นเกมให้ดีกว่าคู่แข่งขันของเราและเปลี่ยนแปลงเกมเมื่อจำเป็น – ต้องการการค้นหาวิถีทางใหม่ที่จะทำให้การเจริญเติบโตของรายได้และกำไรตามธรรมชาติอย่างยั่งยืน และปรับปรุงกำไรอย่างสม่ำเสมอ
นี่หมายถึงการมองนวัตกรรมไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างปล่อยไว้ที่แผนกอาร์ แอนด์ จี แต่เป็นรากฐานภายในวิถีทางที่เราบริหารธุรกิจของเรา การขับเคลื่อนการตัดสินใจที่สำคัญ การเลือกเป้าหมาย กลยุทธ์ โครงสร้างองค์การ การจัดสรรทรัพยากร ความผูกพันงบประมาณ
บ่อยครั้งเหลือเกิน ผู้บริหารตัดสินใจเกี่ยวกับกลยุทธ์ธุรกิจ – ตลาดอะไรที่จะแสวงหา ผลิตภัณฑ์อะไรที่จะผลิต จากนั้นหันไปที่นวัตกรรมที่จะสนับสนุนมัน
นี่เป็นวิถีทางที่ไม่ถูกต้อง นวัตกรรมต้องถูกวางไว้ ณ จุดศูนย์กลางของธุรกิจ เพื่อที่จะเลือกเป้าหมายและกลยุทธ์ธุรกิจที่ถูกต้อง และทำการเลือกได้ชัยชนะอย่างไร มันเป็นศูนย์กลางของงานของผู้นำทุกคน
ผู้เขียนได้พูดเกี่ยวกับนวัตกรรมเป็น “กระบวนการบริหารที่ผสมผสานกัน” พวกเขาได้กล่าวว่า เพื่อนวัตกรรมที่จะมีผลคุ้มค่า – สร้างการเจริญเติบโตของยอดขายและกำไรตามธรรมชาติ นวัตกรรมต้องถูกรวมเข้าไว้กับเราจบริหารธุรกิจของเราอย่างไร
เพื่อการแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเกมทำงานอย่างไร ลาฟลี่ย์ และชาราน
ได้แสดงด้วยภาพที่เรียบง่ายภายในหน้าเริ่มแรกของหนังสือเป็นรูปแบบวงล้อ
ที่ลำดับของซี่ล้อยื่นออกไป วงล้อแสดงนวัตกรรมลูกค้า – ศูนย์กลาง การเต้นของหัวใจปรัชญาทางธุรกิจของพวกเขา ตามที่ผู้เขียน การพลิเกมดำเนินจากแนวคิดที่ลูกค้าเป็นนาย แต่ละซี่ล้อยึดติดกับปรัชญาแกนแสดงองค์ประกอบของกระบวนการบริหารรวมเข้าด้วยกันที่จำเป็นต่อบริษัทใดก็ตาม
ผู้เขียนเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า ตัวขับเคลื่อน แต่ละตัวขับเคลื่อนสำคัญภายในการสร้างผลลัพธ์เมื่อนวัตกรรมลูกค้าศูนย์กลางเป็นรากฐานของวิถีทางการดำเนินธุรกิขของบริษัท หนังสือได้นำเสนอ ตัวขับเคลื่อนแปดตัวของการบริหารนวัตกรรมภายในบริษัท
1 ความมุ่งหมายและค่านิยมที่จูงใจ
บริษัทที่มุ่งนวัตกรรมเป็นสถานที่บันดาลใจที่จะทำงาน และบุคคลทำงานที่นี่ขึ้นอยู่กับความมุ่งหมายที่สูง การมีความรู้สึกที่สูงกว่าการให้ตัวเลขที่ทำให้
วอลล์ สตรีทมีความสุข พี แอนด จี นำด้วยความมุ่งหมาย และขับเคลื่อนด้วยค่านิยม บุคคลหลายพันล้านคนทั่วโลกกำลังพยายามที่จะปรับปรุงชีวิตของพวกเขาผ่านทางผลิตภัณฑที่เข้าหาและรับภาระได้ ความมุ่งหมายของเราคือ การปรับปรุงชีวิตประจำวันของพวกเขา
ภายในวิถีทางเล็กน้อยแต่มีความหมาย ด้วยตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ให้ประโยชน์ คุณภาพ และคุณค่าที่เหนือกว่าคู่แข่งขันที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง
ค่านิยมของเรา – ความซื่อสัตย์ ความไว้วางใจ ความเป็นผู้นำ ความเป็นเจ้าของ
และความลุ่มหลง เพื่อการตอบสนองและการได้ชัยชนะกับลูกค้า
2 เป้าหมายที่ยืดออกไป
เป้าหมายมีอิทธิพลต่อการเลือกที่สำคัญอื่นทุกอย่าง
การระบุเป้าหมายที่สำคัญไม่กี่อย่างสร้างความชัดเจนภายในการมุ่งกลยุทธ์
ที่ได้ชัยชนะและสอดคล้องกับพลังของบุคคลทุกคน ภายในการสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงเกม มันสำคัญที่จะมีเป้าหมายการเจริญเติบโตที่เหมาะสม เป้าหมายที่ยืดออกไปแต่บรรลุได้ ทั้งนี้ไม่สามารถบรรลุโดยไม่มี
กระบวนการนวัตกรรมที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนโดยผู้นำที่มองมันเป็นวิถีทางที่จะเปลี่ยนแปลงเกม ปัญหาของ ค.ศ 2000 คือ เราได้ผูกพันกับเป้าหมายที่ยืด
ออกไปที่เรามีโอกาสไม่ถึงห้าสิบเปอรเซ็นต์ สิ่งแรกที่เราได้ทำคือการกำหนดใหม่เป้าหมายการเจริญเติบโตภายนอกสามอย่าง มันยังคงยืดออกไปแต่บรรลุได้ เป้าหมายเหล่านี้ได้ดึงความกล้า กลยุทธ์หน่วยธุรกิจที่สร้างสรรค์มากขึ้น
และแผนการปฏิบัติงานที่ทะเยอทะยานมากขึ้น
3 กลยุทธ์ทางเลือก
เมื่อเป้าหมายได้ถูกกำหนดแล้ว เราต้องค้นหาที่จะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร กลยุทธ์เป็นการเลือกที่สำคัญไม่กี่อย่างกำหนดโดยเป้าหมายที่ชัดเจน การเลือกที่ทำให้เกิดการได้ชัยชนะกับลูกค้า และต่อสู้การแข่งขัน การวางนวัตกรรม ณ จุดศูนย์กลางของการคิดของเรา สามารถทำให้เรามองเห็นการเลือกกลยุทธ์ภายในแสงสว่างที่แตกต่างกัน ธุรกิจและตราสินค้าก่อนหน้านี้ได้ถูกมองอิ่มตัวแล้วสามารถมองโอกาสการเจริญเติบโตได้ นวัตกรรมได้กระตุ้นผู้นำของเราที่จะเจริญเติบโตธุรกิจแกนสี่อย่างของเรา
: ดูแลผ้า ดูแลผม ดูแลเด็ก และดูแลผู้หญิง และตราสินค้าแนวหน้าสิบอย่างสร้างยอดขายพันล้านเหรียญหรือมากกว่า
4 จุดแข็งแกนที่ไม่เหมือนใคร
เมื่อเราได้ทำการเลือกเล่นที่ไหนแล้ว จากนั้นเราต้องต้องมุ่งได้ชัยชนะอย่างไรด้วยการสร้างและการใช้จุดแข็งแกนที่ไม่เหมือนใครของเรา จุดแข็งแกนสามารถทำให้เราเล่นได้บรรลุความสำเร็จภายในอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับอะไรที่บริษัททำหรือสามารถทำได้ดีที่สุด
มันสร้างและทำให้ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันยั่งยืน มันสามารถถูกผสมผสานภายในวิถีทางที่แตกต่างกันตอบสนองความต้องการใหม่และมองไม่เห็นมาก่อน จุดแข็งแกนของพี แอนด์ จี คือ ความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
และวางพวกเขา ณ จุดศูนย์กลางของการตัดสินใจทุกอย่าง การสร้างตราสินค้าที่ยั่งยืน ความสามารถสร้างคุณค่ากับลูกค้าและซัพพลายเออร์
5 โครงสร้างที่สนับสนุน
การดำเนินการกลยุทธ์ที่เลือก และการใช้จุดแข็งแกนที่ไม่เหมือนใครต้องการการออกแบบโตรงสร้างองค์การที่สนับสนุนนวัตกรรม ณ จุดศูนย์กลางของธุรกิจ เรากำลังอยู่ภายในยุคของบริษัทที่เปิดกว้าง พฤติกรรมของ
ผู้บริหารต้องสอดคล้องกับปรากฏการณ์นี้ พวกเขาต้องสบายใจกับการออกแบบโครงสร้างและกระบวนการที่นำความคิดภายนอกทางธุรกิจเข้ามา ณ พี แอนด์ จี เราเรียกว่า “เชื่อมต่อและพัฒนา” มันเป็นโครงสร้างและกระบวนการที่นำเข้ามามากกว่า 50% ของนวัตกรรมของเรา และสร้างรายได้หลายพีนล้านเหรียญ โครงสร้างสามารถเป็นข้อบกพร่องได้โดยเฉพาะภายในบริษัทใหญ่ของโลกที่กระจายธุรกิจ แทนที่จะกลายเป็นแหล่งที่มาของข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน
6 ิ ระบบที่สม่ำเสมอและไว้วางใจได้
นวัตกรรมเป็นความคิดสร้างสรรค์ แต่ไมใช่ความสับสน มันเป็นวิถีทางที่เป็นระบบของการเคลื่อนจากเเนวคิดไปสู่ธุรกิจ
กระบวนการของนวัตกรรมมีเกณฑ์ความสำเร็จ หลักบอกระยะทาง และเครื่องวัดที่ระบุไว้อย่างดี มันได้ถูกผสมผสานกับกระแสหลักของการตัดสินใจทางการบริหาร โดยเฉพาะการเลือกเล่นที่ไหน เป้าหมายบนพื้นฐานเวลา และเครื่องชี้ก่ารปฏิบัติงานที่สำคัญ นวัตกรรมได้ถูกเชื่อมโยงกับการเจริญเติบโตของรายได้และเป้าหมายต้นทุน การจัดสรรทรัพยากร การพัฒนาและการเลื่อนตำแหน่งบุคคล และการประเมินผลการปฏิบัติงานและรางวัล
7 วัฒนธรรมที่กล้าหาญและเชื่อมต่อ
วัฒนธรรมคือสิ่งที่บุคคลทำทุกวันโดยไม่ต้องบอก ภายในบริษัทศูนย์กลางนวัตกรรม บุคคลไม่มีความกลัวนวัตกรรม เนื่องจากพวกเขาได้พัฒนาวิธีการที่จะจัดการความเสี่ยงภัย นวัตกรรมได้สร้างกล้ามเนื้อทางความคิดของพวกเขา การนำพวกเขาไปสู่ความสามารถแกนใหม่ พวกเขารู้ว่าวัฒนธรรมของนวัตกรรมช่วยให้องค์การคล่องตัว และไม่เพียงแต่ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง แต่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย วัฒนธรรมของนวัตกรรมที่มองไปข้างหน้าปฏิรูปบริษัทอย่างต่อเนื่อง ณ ความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงภายนอก
ณ พี แอนด จี เรามีวัฒนธรรมนวัตกรรมที่กว้าง เข้มแข็ง และสม่ำเสมอวันนี้มากกว่าเวลาใดก็ตามภายในประวัติของเรา มันไม่สมบูรณฺ์หริิือตรงที่เราต้องการจะเป็น แต่เราจะไปที่นั่น ผู้นำและบุคคลของเราเชื่อมโยงมากขึ้นกับลูกค้า
8 ความเป็นผู้นำที่บันดาลใจ
เราไม่มีบริษัทใดเลยสามารถดำเนินงานโดยไม่มีความเป็นผู้นำ ภายในกระบวนการของนวัตกรรมที่ผสมผสาน มันเป็นผู้นำที่เชื่อมโยงตัวขับเคลื่อนทุกอย่างเข้าด้วยกัน กระตุ้นบุคคล และบันดาลใจพวกเขาไปสู่จดสูงสุดใหม่ ผู้นำเป็นนักกระตุ้น พวกเขามองหาที่ขอบฟ้าอยู่เสมอที่จะประเมินภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรมของพวกเขา

พวกเขากำหนดเป้าหมายที่ยือออกไปแต่บรรลุได้ และต้องการนวัตกรรม พวกเขารู้ว่านวัตกรรมเป็นทีมกีฬา และใช้ทั้งไอคิวและอีคิวของพวกเขา ทำให้พวกเขาสามารถทำงานกับบุคคลที่หลากหลายได้
ความคิดสร้างสรรค์ต้องถูกเปลี่ยนแปลงเป็นผลลัพธ์ที่ปฏิบัติได้ ผู้นำนวัตกรรมลุ่มหลงเกี่ยวกับการรู้จักลูกค้า การค้นหาความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า ตลอดเวลาพวกเขาเรียนรู้และพัฒนาความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงภัยและความล้มเหลวอย่างไรภายในนวัตกรรม
เอ จี ลาฟลี่ย์ ได้ทำมันให้ชัดเจนว่าเขามองโมเดลของตัวขับเคลื่อนแปดตัวนี้หมุนรอบปรัชญาแกนของนวัตกรรมลูกค้าศูนย์กลาง ตามมุมมองของเขาแล้ว
ภายใต้ความสำเร็จของพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล ตำแหน่งของลูกค้ายังคงสูงสุด วัฒนธรรมบริษัทของพี แอนด์ จี มีถ้อยคำและข้อความ ที่ระบุภารกิจของบริษัท แต่ถ้อยคำเดียวที่สรุปลำดับความสำคัญทุกอย่างของพี แอนด์ จี เพียงแค่ระบุว่า “ลูกค้าเป็นนาย” มันอาจจะไม่เป็นคำขวัญต้นกำเนิดที่สุดเคยยึดไว้โดยธุรกิจอเมริกัน – การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของลูกค้าถูกต้องเสมอ แต่
เอ จี ลาฟลี่ย์ ยืนยันว่ามันมากเกินกว่าสโลแกน
เอ จี ลาฟลี่ย์ ได้เขียนว่า ลูกค้าเป็นแหล่งที่มาสำคัญของนวัตกรรม แต่ตราบเท่าที่พวกเขาได้ถูกรับฟังและสังเกตุชีวิตประจำวันของพวกเขาเท่านั้น เพื่อที่จะบรรลุสิ่งนี้ บุคคลของพี แอนด์ จี บางคนอาจจะอยู่กับลูกค้าระยะหนึ่ง ส่วนประกอบสำคัญที่สุดของนวัตกรรมพลิกเกมคือ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งลูกค้าของเราทั้งระดับเหตุผลและอารมณ์ นี่เลยพ้นไปจากข้อมูลประชากรและจิตวิทยาพื้นฐาน เขาได้อธิบายต่อไปว่าความเข้าใจความต้องการของลูกค้าไม่เพียงพอ ธุรกิจต้องเข้าใจความทะเยอทะยานของลูกค้าด้วย
ต่อบริษัทที่จะยึดเอาวัฒนธรรมของนวัตกรรม มันต้องการผู้นำที่เชื่ออย่างแท้จริงภายในแนวคิด ลาฟลี่ย์ ได้เขียนว่า บทบาทสำคัญที่สุดของเขาเป็น
ซีอีโอ คือ การผสมผสานนวัตกรรมภายในทุกสิ่งทุกอย่างที่พี แอนด์ จี ทำ
นี่หมายความว่าเขามองตัวเขาเองดำรงตำแหน่งของซีไอโอ ด้วย
เอ จี ลาฟลี่ย์ ได้แสดงความเชื่อที่ยึดถืออย่างลึกซึ้งต่อนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ ข้อแรกผู้นำนวัตกรรมถูกสร้างไม่ใช่กำเนิด ข้อสองความเป็นผู้นำนวัตกรรมเกี่ยวกับการเลือก เขาได้ระบุงานของผู้นำนวัตกรรมเป็นบุคคลบางคนที่บันดาลใจบุคคลที่มีความรู้ของบริษัทของเขาภายในวิถีทางที่ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพของพวกเขา การผสมผสานของไอคิวและอีคิว

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *