INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไมเคิล เกอร์เบอร์ : เราทำงาน “บน” ธุรกิจ ไม่ใช่ “ใน” ธุรกิจ

ไมเคิล เกอร์เบอร์ : เราทำงาน “บน” ธุรกิจ ไม่ใช่ “ใน” ธุรกิจ

บุคคลทุกคนที่เข้ามาภายในธุรกิจจะต้องแสดงบทบาทของบุคคลสามคน : ผู้ประกอบการจะสร้างวิสัยทัศน์คิดไปข้างหน้าและวางแผนเพื่ออนาคต ผู้บริหารจะสร้างระเบียบภายในสถานที่ทำงาน พยายามสร้างความสม่ำเสมอ และผู้ชำนาญเฉพาะด้านจะเป็นผู้กระทำและคนงาน บุคคลที่ทำงานเทคนิค
ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้อธิบายว่าเราจะมีขั้นตอนสามขั้นที่ธุรกิจขนาดย่อมจะผ่านไป – วัยเด็ก วัยหนุ่มสาว และวัยผู้ใหญ่
1 ระยะวัยเด็ก
ณ ระยะวัยเด็ก ธุรกิจจะดำเนินตามวิถีทางที่เจ้าของธุรกิจต้องการ แต่ที่สำคัญมันไม่ได้ดำเนินตามวิถีทางที่ธุรกิจต้องการ เจ้าของธุรกิจจะใช้เวลาหลายชั่วโมงทำงานภายในธุรกิจที่จะเจริญเติบโตธุรกิจ แต่พวกเขาจะมีงานมากเกินไป ธุรกิจไม่สามารถดำเนินงานได้โดยไม่มีเจ้าของธุรกิจได้ พวกเขาไม่สามารถตามทันกับอุปสงค์ และบริหารและนำทางธุรกิจได้ ณ ระยะนี้ มันจะเป็นงานอย่างแท้จริง เจ้าของธุรกิจส่วนใหญจะเลิกไป เนื่องจากพวกเขาจะยุ่งเหยิงกับธุรกิจ ถ้าพวกเขาเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรือหยุดไป ธุรกืจจะหยุดดำเนินงานไป ถ้าเราอยู่ ณ ขั้นตอนนี้ เราจะต้องตระหนักว่าวิถีทางของเราจะต้องเปลี่ยนแปลง
เราจะต้องแยกเอกลักษณ์ส่วนบุคคลของเราจากเอกลักษณ์ธุรกิจ ถ้าเราต้องการอยู่รอดและเจริญเติบโต ขั้นตอนนี้จบลงเมื่อเจ้าของธุรกิจไม่สามารถตามทันอุปสงค์และอุปทาน หรือคุณภาพได้ตกต่ำลง จุดสุดท้ายของระยะนี้ธุรกิจจะอยู่ตรงไหนล้มเหลวหรือสำเร็จ ระยะวัยเด็กจบลงเมื่อนายได้รับรู้ว่าการกระทำไม่สามารถเป็นไปตามวิถีทางที่เป็นอยู่ต่อไป ถ้าเรายังคงเป็นผู้ชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้น บุคคลหลายคนจะเดินออกไป
2 ระยะวัยหนุ่มสาว
ณ ระยะวัยหนุ่มสาว จะเป็นระยะที่เจ้าของธุรกิจต้องการความช่วยเหลือบางอย่าง พวกเขาจะว่าจ้างบุคคลอื่นทำงานที่พวกเขาไม่ชำนาญหรือไม่อยากจะทำ แต่เราจะต้องดูแลธุรกิจ อย่าสูญเสียการควบคุมด้วยการนำตัวเราเองออกไปจากภาพ ถ้าเราให้การควบคุมแก่บุคคลอื่นโดยไม่ติดตามสิ่งที่พวกเขากำลังทำ มันจะไม่ถูกทำตามวิีถัทางที่เราต้องการ จากนั้นเราอาจจะนำงานกลับคืนมา การทำให้เรากลับไประยะวัยเด็ก เมื่อเจ้าของธุรกิจได้รับการเสริมแรงจากภายนอก
พวกเขาสามารถเริ่มต้นการปฏิรูปจากผู้ชำนาญเฉพาะด้านไปสู่ผู้บริหารได้ เช่น พวกเขาอาจจะว่าจ้างพนักงานขายและนักบัญชีช่วยบริหารธุรกิจได้ บทเรียนจากระยะนี้คือ การค้นหาผู้ชำนาญเฉพาะด้านที่ถูกต้องและเรียนรู้จะบริหารอะไร
ถ้าเราไม่สร้างความสมดุลที่ถูกต้องระหว่างผู้ชำนาญเฉพาะด้าน ผู้บริหาร และผู้ประกอบการแล้ว ธุรกิจอาจจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากภายในสภาวะที่วุ่นวายมาก และสดุดลงและล้มเหลว
3 ระยะผู้ใหญ่
ณ ระยะผู้ใหญ่ ระยะสุดท้ายของวงจรชีวิตธุรกิจ แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะหยุดการพัฒนา ณ จุดนี้ ผู้ประกอบการจะได้ความฉลาดทางธุรกิจเพียงพอ
ที่พวกเขาจะเริ่มต้นมองธุรกิจเป็นองค์การแยกจากตัวพวกเขาเอง องค์การที่ดำเนินงานอย่างเต็มที่และอยู่ตลอดไป พวกเขาจะก้าวจากผู้บริหารไปสู่ผู้ประกอบการ และควบคุมทั้งผู้บริหารและผู้ชำนาญเฉพาะด้าน ถ้าเราต้องการจะบรรลุระยะนี้ ความท้าทายของเราคือ การเจริญเติบโตธุรกิจของเราไปสู่อนาคต ไม่เพียงแต่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อบุคคลของเราด้วย
ธุรกืจสามารถดำเนินโดยไม่มีเจ้าของธุรกจ พวกเขาจะมีวิสัยทัศน์ ภารกิจ และแผนที่ครอบคลุมบริษัทในขณะนี้และอนาคต ธุรกิจจะมีมาตรฐาน กฏ หลักการ และรูปแบบ ธุรกิจจะถูกมองเป็นผลิตภัณฑ์อย่างสมบูรณ์ที่มีคู่แข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำอย่างไรจะมีความสำคัญ และธุรกิจตอบสนองลูกค้าอย่างไรจะสำคัญสูงสุด
เพื่อการบริหารธุรกิจให้บรรลุความสำเร็จ เราไม่สามารถยังคงเป็นผู้ชำนาญเฉพาะด้านคนหนึ่ง เราไม่สามารถว่าจ้างบุคคลที่จะสร้างธุรกิจของเราเพื่อเรา
เราจะต้องมุ่งธุรกิจทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการมันให้กลายเป็น เราจะต้องใช้เวลาทำมันขึ้นอยู่กับระบบ ดังนั้นเราจะไม่ขึ้นอยู่กับบุคลใดรวมทั้งตัวเราเอง

ถ้อยคำอี-มิธ จะเกี่ยวพันโดยตรงกับความเชื่อที่ผิดว่า ผมคือผู้ประกอบการ ดังนั้นผมรู้ว่าจะเริ่มต้น ดำเนิน บริหาร และสำเร็จ ณ ธุรกิจขนาดย่อมอย่างไร ข้อมูลเกี่ยวกับความล้มเหลวของธุรกิจภายในประเทศนี้จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่จริงแล้วไมเคิล เกอร์เบอร์อ้างว่า ธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะเริ่มต้นโดยผู้ชำนาญเฉพาะด้าน
ไมเคิล เกอร์เบอร์ จะเป็นที่ปรึกษาของธุรกิจขนาดย่อม และภายในฉบัับปรับปรุงใหม่ของหนังสือที่มีชื่อเสียง ค.ศ 1986 ของเขา The E-Myth Revisited เขาได้ให้วิถีทางขั้นตอนที่จะสร้างธุรกิจขนาดย่อมที่บรรลุความสำเร็จ ต่อไมเคิล เกอร์เบอร์แล้ว ความเชื่อที่ผิดว่าธุรกิจจะถูกเริ่มต้นโดยผู้ประกอบการที่มองหาการทำกำไร แต่เขายืนยันว่าธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะถูกดำเนินงานอย่างแท้จริงผู้ชำนาญเฉพาะด้าน และธุรกิจล้มเหลวเพราะว่าผู้ชำนาญเฉพาะด้านรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เข้าใจลักษณะของธุรกิจตัวมันเอง
เราจะมีธุรกิขนาดย่อมจำนวนมากที่อยู่ภายในวงจรปัญหาตลอดไป ผู้ประกอบการได้เริ่มต้นธุรกิจขนาดย่อมที่จะสร้างความรู้สึกของความมั่นคง พวกเขาได้กลายเป็นเจ้าของคนเดียว หรือบางทีอาจจะว่าจ้างบุคคลเดียวหรือสองคน
เท่านั้น ธุรกิจกลายเป็นดำรงอยู่ตลอดไป เช่น ผู้ค้าปลีก พวกเขาจะทำสิ่งเดิมครั้งแล้วครั้งเล่าที่จะสร้างกระแสรายได้ เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมได้ล้มเหลวที่จะเจริญเติบโต การใช้เวลากับการทำซ้ำบริการอย่างเดียวกันภายในวงจรปัญหาตลอดไปของชีวิตธุรกิจ ผลลัพธ์ทางการเงินของพวกเขาจะทำนองเดียวกับปลาโลมา อยู่บนน้ำ อยู่ใต้น้ำ อยู่บนน้ำ อยู่ใต้น้ำ….. มันไม่เคยสิ้นสุด และมันไม่เคยเจริญหรือก้าวไปข้างหน้า มันจะดำรงอยู่เช่นนี้ บางกรณีจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นต่อไป
The Most Successful Small Business in The
World : The Ten Principles ของไมเคิล เกอร์เบอร์ จะให้วิถีทางเฉพาะแก่เรา
ที่จะคิดเกี่ยวกับความหมายของธุรกิจของเราด้วยการประยุกต์ใช้หลักการสิบข้อ กระบวนการที่เราต้องผ่านไปก่อนที่เราจะเปิดประตูของเราตลอดไป
หลักการสิบข้อของไมเคิล เกอร์เบอร์จะช่วยใหเรารอดพ้นจากวงจรปัญหานี้ก่อนที่มันจะเริ่มต้นภายในธุรกิจใหม่ของเรา
แทนที่จะเป็นผู้ชำนาญเฉพาะด้านคนเดียว ไมเคิล เกอร์เบอร์ ยืนยันว่าธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จต้องการบุคลิกภาพสามอย่างที่จะทำให้มันบรรลุความสำเร็จ : ผู้ประกอบการ – นักฝันที่เริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่างใหม่ ผู้บริหาร – บุคคลที่มุ่งรายละเอียดและสามารถที่จะจัดองค์การ ผู้ชำนาญเฉพาะด้าน – ผู้เชี่ยวชาญภายในงานเทคนิคของเขา
ตามมุมมองของผู้เขียน เราทุกคนจะมีบุคลิกภาพสามอย่างเหล่านี้ภายในเรา มันจะเป็นเพียงแต่รวมมันเข้าด้วยกันและดำเนินมันด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง
ส่วนสำคัญของหนังสือจะเป็นการรวบรวมระบบและกลยุทธ์ที่นักพัฒนาธุรกิจขนาดย่อมจะต้องดำเนินตามที่จะบรรลุความสำเร็จ ไมเคิล เกอร์เบอร์ยืนยันว่าธุรกิจของเราจะต้องสามารถดำเนินงานได้โดยไมมีเรา และเพื่อสิ่งนี้เราต้องการระบบ ไมเคิล เกอร์เบอร์เรียกว่าสิ่งนี้ว่า ต้นแบบแฟรนไชส์ ตามภาษาของแมคโดนัลด์
ไมเคิล เกอร์เบอรฺได้ถูกอ้างว่าเป็น “ผู้นำของการปฏิรูบแบบพร้อมสรรพ ” เพราะว่าเขาได้สร้างกลยุทธ์ธุรกิจแฟรนไชสแก่เจ้าของธุรกิจทั่วโลก ด้วยการมุ่งความสำคัญของการสร้างโมเดลธุรกิจที่ใช้เป็นต้นแบบแฟรนไชส ถ้าเจ้าของธุรกิจสามารถรับเอามุมมองนี้ พวกเขาสามารถสร้างแและดำเนินการระบบธุรกิจที่มีพลังได้ พวกเขาสามารถสร้างการดำเนินงานแบบพร้อมสรรพที่จะพวกเขาจะได้เงิน และความเป็นอิสระที่พวกเขาแสวงหาเริ่มแรก เมื่อพวกเขาได้ตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจของพวกเขาเอง ลักษณะสำคัญที่สุดอย่างเดียวของแฟรนไชสคือ โมเดลธุรกิจของมัน ในขณะที่บุคคลบางคนตัดสินใจที่จะสร้างงโมเดลธุรกิจของพวกเขาจากรากฐาน บุคคลอื่นจะชอบที่จะลงทุนภายในแฟรนไชส์ ไมเคิล เกอร์เบอร์ เชื่อว่าผู้รับแฟรนไชสจะต้องเข้าใจว่าลักษณะสำคัญที่สุดอย่างเดียวของแฟรนไชส์คือโมเดลธุรกิจของมัน บ่อครั้งเหลือเกินที่ผู้รับแฟรนไชส์จะมุ่งที่ผลิตภัณฑ์เป็นเหตุผลที่ดึงดูดที่จะซื้อแฟรนไชส์ ไมเคิล เกอร์เบอร์ย้ำว่าแฟรนไชส์ที่บรรลุความสำเร็จไม่ได้เพียงแต่รักษาส่วนแบ่งตลาดเพราะว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขา…โมเดลธุรกิจของพวกเขาจะเป็นผลิตภัณฑ์ของพวกเขา แฮมเบอร์เกอร์ของแมดโดนัลด์ไม่ใช่เหตุผลที่แมคโด
นัลด์บรรลุความสำเร็จ แต่จะเป็นระบบธุรกิจแบบพร้อมสรรพของแมคโดนัลด์ – เราจะทำบิคแมค เฟรนซ์ฟรายอย่างไร
คืือสิ่งที่ทำให้แมคโดนัลด์บรรลุความสำเร็จจนทุกวันนี้ ไมเคิล เกอร์เบอร์ได้สรุปว่าความผูกพันร่วมกันระหว่างผู้ให้แฟรนไชส์และผู้รับแฟรนไชส์จะรับรองความมสำเร็จ ผู้รับแฟรนไชส์จะต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินระบบที่ผู้ให้แฟรนไชส์ให้แก่พวกเขา

ตราสินค้าอย่างเดียวไม่ได้สร้างความสำเร็จ ผู้รับแฟรนไชสต้องสามารถที่จะดำเนินระบบที่บรรจุไว้ภายในโมเดลธุรกิจ ถ้าพวกเขาจะบรรลุความสำเร็จภายในเกมของแฟรนไชส์ การมีตราสินค้าที่รู้จักกันทั่วประเทศไม่ได้รับรองความสำเร็จ ถ้าพวกเขาไม่ได้ดำเนินตามระบบของผู้ให้แฟรนไชส ใครต้องการจะไปแมคโดนัลด์ถ้าเฟรนซ์ฟรายและชิคเก้น แมคนักเกตส์ ไม่ได้ถูกปรุงตามมาตรฐานของแมคโดนัลด์…… ถ้าบุคคลไม่ได้ใส่เครื่องแบบด้วยโลโก้แมคโด
นัลด์ ตราสินค้าจะค่อยพัฒนามาจากระบบ….. ตราสินค้าจะสร้างโดยระบบ
ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้กล่าวว่า เมื่อเรย์ ครอค ได้สร้างร้านอาหารแห่งแรกของเขา – ต้นแบบแฟรนไชส์ของเขา ความมุ่งมั่นคือการขยายขนาดมันเพื่อการขาย และผู้รับแฟรนไชส์ได้ซื้อมัน เพราะว่าแมคโดนัลดได้ถูกออกแบบ สร้าง เปิดตัว และเจริญเติบโตภายในวิถีทางที่ได้อธิบายภายในหนังสือเล่มนี้ของเขา จากแผงแฮมเบอร์เกอร์เล็กมากไปเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ดังที่เรย์ คอรค ได้กล่าวว่า “ระบบดำเนินธุรกิจ และะบุคคลดำเนินระบบ”
ตัวอย่างที่สมบูรณ์ของความสำเร็จของระบบธุรกิจจะมาจากบริษัทฟาสต์ฟูดส์ที่
จำกันได้มากที่สุดภายในโลก แมคโดนัลด์ เมื่อเรย์ ครอค ได้สร้างโมเดลแฟรนไชส์ของแมคโดนัลด์ เขาได้สร้างระบบแบบพร้อมสรรพที่ใครก็ตามสามารถดำเนินได้ตราบเท่าที่พวกเขาได้ดำดำเนนตามระบบธุรกิจอย่างเข้มงวดที่สร้างโดยแมคโดนัลด์เพื่อผู้รับแฟรนไชส์ของพวกเขา การรับรองความสม่ำเสมอและการขยายขนาดได้ทั่วทั้งแมคโดนัลด์
เรย์ ครอค จะเป็นผู้ประกอบการชาวอเมริกันที่รู้จักกันดีที่สุดต่อการขยายตัวแมคโดนัลด์จากร้านอาหารท้องที่ไปเป็นการดำเนินแฟรนไชส์ร้านอาหารที่ทำกำไรมากที่สุดของโลก ความสำเร็จของแมคโดนัลด์ได้ถูกสร้างบนสิ่งที่เรียกว่า ” ธุรกิจของธุรกิจ” ที่จริงแล้วรากฐานของธุรกิจแฟรนไชสอะไรก็ตามคือ ระบบ เมื่อเราได้ซื้อแฟรนไชส์ เรากำลังซื้อระบบธุรกิจ ในขณะที่เราทุกคนจะสัมพันธ์กับตราสินค้าแมคโดนัลด์ สิ่งที่บุคคลส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้คือ สิ่งที่ทำให้ตราสินค้าบรรลุความสำเร็จคือ ระบบ ที่ทำให้แมคโดนัลดิ์มีประสิทธิภาพและทำกำไรสูง ลูกค้าโดยทั่วไปจะมองที่ตราสินค้า แต่ผู้ให้แฟรนไชส์มองที่ระบบ เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่จะเหมือนกับลูกค้าเชื่ออย่างไม่ถูกต้อง – ความสำเร็จของแมคโดนัลด์จะเกี่ยวกับตราสินค้า รากฐานความสำเร็จของแมคโดนัลด์จะอยู่ที่ระบบ แมคโดนัลด์จะเปลี่ยนแปลงวิถีทางที่เรากิน เปลี่ยนแปลงวิถีทางที่เราใช้เงิน และปฏิรูปธุรกิจร้านอาหาร ไม่ใชเพราะว่าพวกเขาได้คิดค้นที่จะทำแฮมเบอร์เกอร์ให้ดีขึ้นอย่างไร แต่เพราะว่าพวกเขาได้สร้างระบบธุรกิจที่ดีกว่า
ความสำเร็จของแฟรนไชส์ จะอยู่ ณ อัตรา 75% ผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณาการลงทุนธุรกิจที่ไม่ต้องการยุ่งยาก เจ็บปวด บาดเจ็บ ของการคิด
การกำเนิด และการเจริญเติบโตธุรกิจขนาดย่อม การเป็นผู้รับแฟรนไชส์อาจจะเป็นการเลือกที่ดีที่สุดของเรา มันจะเป็นทางเลือกที่รวดเร็วที่สุดและตรงที่สุดที่จะบรรลุเป้าหมายอาชีพของเรา ธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะขาดโครงสร้างและเอกสารกระบวนการทำซ้ำ คุณลักษณะที่กำหนดไว้อย่างแท้จริงของโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ ไมเคิล เกอร์เบอร์ ยืนยันว่าการทำให้เป็นระบบของธุรกิจขนาดย่อมของเราจะสร้างความสม่ำเสมอและกำไรที่สูง การแก้ปัญหาของอี-มิสท์
ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้กล่าวถึงแมคโดนัลด์เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของธุรกิจที่บรรลุความสำเร็จ ความฉลาดของแนวคิดจะไม่ป็นเพียงแต่อาหาร แต่เป็นระบบที่สามารถทำซ้ำเป็นพันครั้ง ผู้ก่อตั้งแมคโดนัลด์ เรย์ คอรค ชอบอาหาร เขายิ่งชอบมากกว่าความสวยงามของระบบที่สองพี่น้องแมคโดนัลด์ต้นกำเนิดได้พัฒนา : รวดเร็ว เรียบง่าย และระเบียบ

     

ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้อธิบายโดยปรกติธุรกิจจะเริ่มต้นจากบุคคลที่รู้เนื้อหาของธุรกิจ – เรียกว่าผู้ชำนาญเฉพาะด้าน
บุคคลที่รู้จะทำงานเทคนิคภายในธุรกิจอย่างไร ไม่ใช่บุคคลที่รู้ธุรกิจตัวมันเอง – เรียกว่าผู้ประกอบการ และทำไมสตราทอัพมักจะล้มเหลว เพื่อธุรกิจที่จะเจริญเติบโต ธุรกิจจะต้องก้าวเลยพ้นจากการขึ้นอยู่กับที่เรียกว่าผู้ชำนาญเฉพาะด้าน บุคคลที่เป็นเจ้าของบริษัทในขณะนี้ ไมเคิล เกอร์เบอร์ได้ใช้โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ที่แสดงธุรกิจจะทำสิ่งนี้อย่างไร แฟรนไชส์จะเป็นธุรกิจต้นแบบที่ที่ดำเนินงานด้วยระบบเอกสารอย่างดี มันจะเป็นคู่มือรายละเอียดเป็นนาทีของการดำเนินธุรกิจอย่างไร ไมเคิล เกอร์เบอร์ยืนยันว่าผู้ประกอบการควรจะใช้เวลาสร้างธุรกิจที่สามารถดำเนินงานด้วยตัวมันเองได้ โดยไม่มีการปรากฏอยู่ของผู้ประกอบการ และสิ่งนี้จะบรรลุโดยการทำให้เป็นระบบเท่านั้น ตลอดศตวรรษไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้พูดถึงแมคโดนัลด์เป็นตัวอย่างที่ดีมากของการสร้างบริษัท ขยายขนาดมัน และในที่สุดขายมัน บุคคลทุกคนที่รู้จักธุรกิจขนาดย่อมจะรู้จักไมเคิล เกอร์เบอร์ หนังสือของเขาขายได้หลายล้านเล่ม และได้ถูกประยุกต์ใช้ภาบใน 145 ประเทศ ภายใน 29 ภาษา และได้ถูกสอนภายใน 118 มหาวิทยาลัย ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้กล่าวว่า ทุกชีวิตคือมรดก ทุกธุรกิจขนาดย่อมคือโรงเรียน จุดสำคัญของความสำเร็จของผู้ประกอบการคือ การสร้างระบบที่เราสามารถสอน “เด็กโง่” ทำงานประจำวันได้
โมเดลธุรกิจจะถูกดำเนินงานโดยบุคคลด้วยระดับของทักษะต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอภายในธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่ผิดธรรมดา คำแนะนำของไมเคิล เกอร์เบอร์คือ เราไม่ต้องการว่าจ้างบุคคลที่ฉลาด เมื่อเราเป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดแล้ว เราจะเพียงแต่ว่าจ้างบุคคลที่มีทักษะต่ำ บุคคลที่จะดำเนินตามระบบอย่างเชื่อฟัง
ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้อธิบาย “การยึดโอกาสทางการเป็นผู้ประกอบการ” จะอยู่ที่หัวใจของความล้มเหลวส่วนใหญ่ภายในดุลยพินิจเมื่อบุคคลบางคนได้ตัดสินใจที่จะออกจากงานของเขาออกไปด้วยตัวเขาเอง ความตื่นเต้นของการไม่ขึ้นอยู่กับใครจากการกำจัดนายมักจะกระตุ้นโดยความเข้าใจที่ผิดต่อสิ่งที่เป็นวิถีทางของของเราเอง และมันจะบรรลุความสำเร็จได้อย่างไร ธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะเริ่มต้นโดยผู้ชำนาญเฉพาะด้านเจ็บปวดจากการยึดโอกาสทางการเป็นผู้ประกอบการ แทนที่จะเป็นผู้ประกอบการที่แท้จริง แทนที่จะเป็นอิสระจากนาย
พวกเขาได้กลายเป็นนายของพวกเขาเอง และในขณะนี้พวกเขาด้วยไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับมันเกิดขึ้นได้อย่างไร การทำงานอย่างบ้าคลั่ง การทำสิ่งที่พวกเขารู้จะทำมันอย่างไร ผู้ประกอบการจะเปลี่ยนแปลงจากการทำงานแก่บุคคลบางคนออกไปด้วยตัวพวกเขาเองแตกต่างกันมาก ผู้ประกอบการคิดค้นธุรกิจที่ทำงานได้โดยไม่มีพวกเขา ผู้ชำนาญเฉพาะด้านสร้างธุรกิจที่ทำงานเพราะว่าพวกเขา และภายในกระบวนการ ผู้ประกอบการจะถูกปลดปล่อยจากสิ่งที่ไมเคิล เกอร์เบอร์เรียกว่าทรราชย์ของงานประจำวัน และผู้ชำนาญเฉพาะด้านจะกลายเป็นทาสของมัน
ภายในกรณีของผู้ประกอบการ ธุรกิจทำงาน ภายในกรณีของผู้ชำนาญเฉพาะด้าน ผู้ชำนาญเฉพาะด้านทำงาน
การปล่อยให้ผู้ประกอบการฝันและสร้าง ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้ชี้ความสามารถของเรย์ คอรคที่จะสร้างตราสินค้าของแมคโดนัลด์ โดยไม่เคยทำแฮมเบอร์เกอร์ด้วยตัวเขาเองเลย ไม่เหมือนกับเจ้าของธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่ บุคคลที่มีระบบเหมือนกับเรย์ คอรค สามารถคาดหวังที่จะขายธุรกิจของพวกเขาได้ เมื่อพวกเขาต้องการจะก้าวต่อไปและทำเงิน ดังนั้นพวกเขาจะไม่ติดกับดักโดยธุรกิจของพวกเขา
จิตวิญญานของการเป็นผู้ประกอบการไม่ได้ประยุกต์ใช้กับธุรกิจสมัยเดิมเท่านั้น ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้ให้ตัวอย่างของผู้ขนะรางวัลโนเบล ไพรซ์ มูฮัมหมัด
ยูนูส รู้จักกันเป็น ธนาคารคนจน เขาได้ฝันที่จะกำจัดความจนภายใน ค.ศ 2050
โดยระบบของการให้กู้ขนาดย่อมของเขา การทำให้บุคคลยากจนใข้ทักษะของพวกเขาที่จะกลายเป็นพึ่งพาตัวเองได้

ไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้กล่าวว่า เขาได้ทำงานกับเจ้าของธุรกิจ – ผู้ประกอบการ
นานกว่าสี่สิบปี การช่วยพวกเขาสร้างบริษัทและบรรลุความฝันของพวกเขา
นั่นคือความลุ่มหลงของชีวิตของผม สิ่งที่ขับเคลื่อนผมตลอดมา ต่อไปนี้จะเป็นก้อนทองของภูมิปัญญาทางการเป็นผู้ประกอบการที่ผมได้ค้นพบตลอดปีเหล่านี้ที่ได้เป็นหลักการแกนสิบข้อ ไมเคิล เกอร์เบอร์ หวังว่ามันจะบันดาลใจเราที่จะปลดปล่อยผู้ประกอบการภายในเราด้วยพลังและความลุ่มหลง
1 ผู้ประกอบการจะถูกสร้างไม่ใช่กำเนิด
ไมเหมือนกับที่บุคคลส่วนใหญ่คิด ผู้ประกอบการไม่ได้เป็นบุคคลพิเศษ ที่รู้จะทำสิ่งที่พิเศษที่บุคคลอื่นไม่รู้อย่างไร ผู้ประกอบการสามารถสร้างได้ เพราะว่าเราทุกคนเกิดด้วยศักยภาพ -คุณสมบัตของมนุษย์ที่พิเศษ – ที่จะสร้าง
2 เราจะไม่แก่เกินไป มันจะไม่สายเกินไป ความคิดนี้ไม่ได้กำเนิดจากผม แต่มันจะเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าว่า เมื่ออายุ 59 ปี เรย์ ครอคได้ให้แฟรนไชส์แมคโดนัลด์ ณ อายุ 69 ปี แม่ชีเทเรซา ได้รางวัลโนเบิล ไพร์ และเมื่ออายุ 75 ปี เนลสัน มาเดลดา ได้ถูกเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของอเมริกาใต้
3 ธุรกิจจะต้องสามารถขยายขนาดได้ จุดสำคัญที่จะเจริญเติบโตไม่ใช่ยากที่จะเรียนรู้ การทำให้กิจกรรมทุกอย่างพร้อมสรรพ ดังนั้นเราสามารถสอนแก่ใครก็ตาม สิ่งนี้จะทำให้เราทำซ้ำกิจกรรมแต่ละอย่างได้อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธภาพ เมื่อเราสามารถทำซ้ำมันได้ เราสามารถขยายขนาดมันได้เพื่อการเจริญเติบโต
4 เราจะต้องทำงานบนธุรกิจ ไม่ใชเพียงแต่ในธุรกิจ ผู้ประกอบการจะเป็นผู้สร้างความคิดที่ยิ่งใหญ ถ้าเราจมอยู่กับทำมัน ทำมัน ทำมัน ภายในธุรกิจของเรา เราจะไม่ได้แสดงบทยาทของผู้ประกอบการ การหยุดยั้งกิจกรรมประจำวัน และสร้างระบบที่นำไปสู่การเจริญเติบโตที่แท้จริง
5 การกลายเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปรากหญ้า เราไม่สามารถขึ้นอยู่กับโครงการรัฐบาลเพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ มันสามารถปรากฏขึ้นจากระดับล่างเท่านั้น ด้วยการสร้างและการเจริญเติบโตของธุรกิจจากบุคคลที่อาศัยอยู่ภายในเศรษฐกิจนั้น
6 การเริ่มต้นด้วยกระดาษเปล่า
เราจะต้องเป็นอิสระตัวเราจากอดีต จากสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้อง จากสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทำให้เราเชื่อ การเป็นผู้ประกอบการต้องการจิตใจของความตื่นตัว และเปิดรับที่จะเรียนรู้ และออกจากธุรกิจเดิม ดังนั้นเราเป็นอิสระที่จะสร้างธุรกิจใหม่
7 ความคิดที่ยิ่งใหญ่ ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
ผู้ประกอบการที่แท้จริงจะเริ่มต้นด้วยความคิดที่ยิ่งใหญ่ วิถีทางที่ไม่หมือนใครที่จะแก้ปัญหาของลูกค้า ลูกค้าจะเป็นการให้เหตุผลเท่านั้นเพื่อการสร้างบริษัทภายในเริ่มแรก ถ้าไม่มีความคิดที่ยิ่งใหญ่และปฏิรูป เราไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่แก่ลูกค้า
8 ความฝัน วิสัยทัศน์ ความมุ่งหมาย และภารกิจ
การสร้างรากฐานของธุรกิจของเรา ความฝันคือ ความคิดที่ยิ่งใหญ่และปฏิรูปของเรา วิสัยทัศน์คือ โมเดลธุรกิจที่เราใช้บรรลุความฝันของเรา ความมุ่งหมายคือ ผลลัพธ์ที่เราสร้างเพื่อลูกค้าทุกคน ภารกิจคือ การสร้างระบบที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น
9 เราทำมัน ทำมัน ทำมัน พอแล้ว
เมื่อไมเคิล เกอร์เบอร์ ได้กล่าวว่า ทำมัน ทำมัน ทำมัน แก่กลุ่มของเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม พวกเขาได้รับรู้ทันทีจากประสบการณ์ของการทำสิ่งเดียวกันครั้งแล้วครั้งเล่า การต่อสู้ดิ้นรนที่จะรักษาธุรกิจไม่ให้ล่มโดยไม่ก้าวไปข้างหน้า วิถีทางออกไปคือการปฏิรูปควมคิดของเราจากผู้ชำนาญเฉพาะด้านไปเป็นผู้ประกอบการที่แท้จริง
10 วันที่ขายได้ง่ายของเรา
ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจของเรา เราควรจะวางแผนเพื่อวันที่ขายได้ง่ายของ เราในที่สุด วันที่จะขายธุรกิจพร้อมสรรพของเรา บริษัทที่เจริญเติบโตยิ่งใหญ่ แก่ลูกค้าที่กระหายจะซื้อ เราสร้างสิ่งที่ใช่แล้วที่เราได้เริ่มเดินทางที่จะสร้าง

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *