jos55 instaslot88 Pusat Togel Online “ตอลิบัน”ห้ามสตรีเรียนมหาวิทยาลัย  - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

“ตอลิบัน”ห้ามสตรีเรียนมหาวิทยาลัย 

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

“ตอลิบัน”ห้ามสตรีเรียนมหาวิทยาลัย

อุดมการณ์ของกลุ่ม”ตอลิบัน”(ขบวนการทางศาสนา)ที่เข้าทำหน้าที่บริหารประเทศอัฟกานิสถานเวลานี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงการสากลมาก ในประเด็นที่ว่าเข้มข้นเกินไป หรือ

เป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานหรือไม่ ในกรณีที่มีคำสั่ง”ห้าม”สตรีเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ สำนักข่าวบีบีซี.จาก”กาบูล” รายงานว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอัฟกานิสถานได้มีจดหมายฉบับหนึ่ง สั่งปิดมหาวิทยาลัยที่รับสตรีเข้าเรียนและคาดว่า จะมีผลในทางปฏิบัติทันที

ส่งผลให้นักศึกษาสตรีพากัน เสียอกเสียใจที่ถูก”ปิดกั้น”เข้าศึกษาในระดับสูง

บีบีซี.อ้างคำบอกเล่าของนักศีกษาสตรีรายหนึ่งที่ปกปิดชื่อเสียงว่า เธอถึงกับร้องไห้ เมื่อได้รู้ข่าวนี้เพราะพวกเธอต่างพากันไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เมื่อสามเดือนที่ผ่านมานี้เอง

ตามรายงานระบุว่าสตรีที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเที่ยวนี้ มีอยู่หลายพันคน เพราะเช่นนั้น คำสั่งที่ว่าเท่ากับบีบคั้นให้สตรีที่เรียนอยู่แล้วก่อนหน้านี้ก็จะต้องออกจากการศึกษาเล่าเรียนกลางคันด้วยใช่หรือไม่ ก็ไม่แน่ชัด

หากต้องออกจากการศึกษา แต่ยังต้องการจะศึกษาเล่าเรียนต่อให้จบ ก็จะต้องเดินทางไปยังต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก

นับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดที่รัฐบาล”ตอลิบัน”พยายามกีดกันสตรีไม่ให้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

ตั้งแต่”ตอลิบัน”เข้าบริหารประเทศเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้ออกกฎระเบียบเข้มงวดกวดขันสตรีเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว โดยออกกฎห้ามสตรีเข้าเรียนในสาขาต่อไปนี้ เช่น สัตว์แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเกษตรศาสตร์

โดยเฉพาะวิชาวารสารศาสตร์หรือนิเทศศาสตร์นั้น ยิ่งเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษเลย

พิจารณาดูแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาล”ตอลิบัน”คงเห็นว่าไม่เหมาะสมกับ”สตรี”ที่เข้าจะเรียน

แต่ก็ไม่ให้คำอธิบายที่ชัดเจน

ถามว่า นี้คือการ”กีดกัน”หรือเป็นการ”แบ่งแยก”หรือไม่และ”ยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งจะต้องถกเถียงกันไม่รู้จบ

ลองมาฟังเสียงสะท้อนของนักศึกษาสตรีที่ได้รับผลกระทบดู เธอ(ไม่เปิดเผยชื่อ)บอกกับบีบีซี.ว่า “ตอลิบัน”กลัวผู้หญิงขึ้นมามีอำนาจ”

“นั่นเท่ากับทำลายสะพานเชื่อมตัวดิฉันกับอนาคต”

ประเด็น”ตอลิบัน”กีดกันสิทธิสตรีนั้น หากมองย้อนกลับไป นับแต่เข้าบริหารจะพบว่า ได้ทำไปแล้วหลายอย่าง เช่น ห้ามสตรีเข้าพักผ่อนหย่อนใจในสวนสาธารณะ ห้ามใช้โรงยิมฯ(สถานออกกำลังกาย) ห้ามใช้สระว่ายน้ำสาธารณะ

อีกอย่าง ที่ไม่ค่อยมีใครรู้กันนัก เพราะคิดว่าไม่มีปัญหาแล้ว นั่นก็คือ ยังคงมิให้เด็กผู้หญิงเข้าเรียนในชั้นมัธยม ทั้งๆ ที่ให้คำมั่นสัญญาว่า จะรีบเปิดโรงเรียนชั้นมัธยมเพื่อรับนักเรียนหญิงเข้าเรียนอีกครั้งหนึ่ง หลังสั่งปิดไป ในช่วงที่เข้าบริหารประเทศใหม่ๆ เพราะทุกวันนี้ ก็ยังปิดโรงเรียนมัธยมหญิงอยู่

ดีที่ยังยอมให้เด็กหญิงที่เรียนค้างเติ่ง(ยังไม่จบ)สามารถสอบไล่ได้

แต่เมื่อสอบไล่ผ่าน กลับไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็จะเกิดผลในทางที่ดีได้อย่างไร นับว่า”สูญเปล่า”ต่อการศึกษาแบบครึ่งๆ กลางๆอย่างนี้

ผลก็คือ ทำให้ชาติต่างๆ และองค์การ ที่เคยให้การอุดหนุนด้านการศึกษา ตัดความช่วยเหลือไป เลิกให้ความช่วยเหลือ เพราะเห็นว่าเป็นการบั่นทอนสิทธิมนุษยชน

      

“แนวความคิด”จำกัด”สิทธิสตรี”นั้นเป็นเพียงส่วนเดียวของกฎระเบียบหลายอย่างที่”บุร่ำบุราณ”ไม่ศิวิไลซ์เอาเสียเลย จนน่าจะกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นการพัฒนาประเทศ

ความไม่ศิวิไลซ์ นี้ ยังสะท้อนออกมาในการ”ฟัตวา”(หรือ”คำวินิจฉัย”ตามที่คณะผู้รู้ทางกฎหมายอิสลามของ”ติลิบัน”ที่เสนอต่อรัฐ ใช้เป็นกฎหมาย) เช่น การใช้บทลงโทษความผิด อย่างป่าเถื่อนด้วย การเฆี่ยน,ตัดมือ หรือลงโทษประหาร(ด้วยสาธารณชน)คือขว้างปาจนตาย

การปกครองด้วยความ”สุดโต่ง”ของ”ตอลิบัน”อย่างนี้ ยากที่จะรับได้ต่อสากล ที่ล้วนส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม ไม่ว่าจะสังกัดเพศใด หรือไม่สังกัดเพศเลย

ทั้งหมดนี้ พระผู้เป็นเจ้า(ใครจะเรียกว่า”ธรรมชาติ”ก็ได้)ทรงมอบหมายให้มนุษย์วินิจฉัย ความถูกต้องเอาเอง แต่น่าเสียใจที่”ตอลิบัน”วินิจฉัยในทางที่ไม่ส่งเสริมความยุติธรรม”

คำวิจารณ์ใน”สาม-สี่”ย่อหน้าข้างบนนี้ กระผมล้วนเขียนขึ้นมาเอง

ถามว่า ถ้าสำนักจุฬาราชมนตรีออกคำวินิจฉัย เสนอให้รัฐไทยใช้คำสั่งเหล่านี้ ต่อมุสลิมไทย

ใครจะว่าอย่างไรบ้างครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *