INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ยังมีอะไรอีกที่”ทรัมพ์”ขวาง”ไบเดน”

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ยังมีอะไรอีกที่”ทรัมพ์”ขวาง”ไบเดน”

ก่อนที่จะเล่าถึง ความพยายาม”เอาชนะ”ของประธานาธิบดี”ดอนัลด์ ทรัมพ์” ผู้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ โดยใช้แผนหมายพลิกผลการเลือกตั้ง โดยใช้รองประธานาธิบดี”ไมค์ เพนซ์”เดินเกม ในฐานะประธานในที่ประชุมร่วมสองสภา”เป็นเครื่องมือ”ในวันที่ ๖ มกราคม อันเป็นขั้นตอนสุดทาย ในกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ หมายคว่ำมติรับรองชัยชนะของ”โจ ไบเดน”ของคณะเลือกตั้งนั้น

ก็มีปรากฏการณ์ทางการเมืองซ้อน เกิดขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องรายงานให้สาธารณชนรับรู้ เพื่อจะได้เข้าใจว่า การเมืองสหรัฐนั้น มีสลับซับซ้อนเพียงไร ในการสร้างดุลทางการเมืองและการปกครอง ไม่สุกๆดิบๆ หรือ”สุกเอาเผากิน”

นั่นก็คือ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมานี้( คืนที่ ๕ มกราคมเวลาในไทย ) ตรงกับวันที่ ๕ มกราคม ๒๐๒๑ เวลาในสหรัฐอเมริกา เป็นวันที่ชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งรอบที่ ๒ เฉพาะเพียงในรัฐจอร์เจีย ซึ่งถือกันว่าเป็น”รัฐยุทธภูมิ”(Battling state)ในการช่วงชิงคะแนนเสียงกันแบบคู่คี่ เพื่อเลือกวุฒิสมาชิกสองตำแหน่ง

ทั้งนี้ เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว(พร้อมๆ กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๐) ผลการเลือกตั้งคราวนั้น ไม่มีฝ่ายใดชนะเด็ดขาด ระหว่างผู้สมัครในนามพรรคเดโมแครตสองรายและในนามพรรครีพับลิกันสองราย กล่าวคือแต่ละรายได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ตามเกณฑ์แห่งรัฐนี้ ซึ่งมีระเบียบแบบแผนไม่เหมือนใคร โดยก่อนหน้านี้ มีการหาเสียงกัน ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงการเลือกตั้งครั้งนี้

ขณะที่กำลังเขียนเรื่องนี้ ผลการนับคะแนน ยังไม่ปรากฏเพราะเพิ่งปิดหีบเลือกตั้งไปหมาดๆ

นอกจากมีรายงานข่าวผลการหยั่งเสียงผู้ออกมาจากคูหาเลือกตั้ง(Exit poll)เบื้องต้นระบุการโหวตเสียงคราวนี้“เป็นการเลือกตั้งที่ถูกต้องและชอบธรรมที่สุดแล้ว”

แต่ยังเร็วเกินไป ที่จะชี้ว่าใครได้คะแนนนำ ระหว่างการแข่งขันสองคู่(ซึ่งอาจชนะหนึ่งคู่ หรือแพ้หนึ่งคู่ก็ได้)

แต่ถ้าหากโชคดีสุดๆ ผู้สมัครในนามของพรรคเดโมแครตทั้งสองคนเกิดชนะพร้อมกัน ก็จะเป็นครั้งแรกในรอบ ๔๗ ปีที่พรรคเดโมแครตสามารถพลิกผันกลับมา”กำชัยชนะ”ในยุทธภูมิ“จอร์เจีย”ที่พรรครีพับลิกันยึดครองมายาวนาน

ปัจจุบัน (รัฐบาลของประธานาธิบดี”ดอนัลด์ ทรัมพ์”สังกัดพรรครีพับลิกัน) ที่นั่งในวุฒิสภามี ส.ว.สังกัดพรรคีพับลิกัน ๕๒ ที่ พรรคเดโมแครต ๔๖ ที่และไม่สังกัดพรรค(อิสระ) ๒ ที่ (ซึ่งตามปกติส.ว.อิสระ จะสนับสนุนหรือ”ว่าตาม”พรรคเดโมแครต) รวมเป็น ๔๘ ที่ จากที่นั่งในวุฒิสภาทั้งหมด ๑๐๐ ที่นั่ง

ดังนั้น ถ้าหากพรรคเดโมแครตชนะได้ที่นั่งมาอีกสองที่นั่งจริง ก็จะมีนัยสำคัญมากในทางการเมือง เพราะประธานาธิบดี”โจ ไบเดน”จะสามารถบริหารประเทศได้สะดวกดายยิ่งขึ้น เนื่องจากมีเสียงส่วนมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภา คอยให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นการผ่านร่างกฎหมาย แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและยืนยันการแต่งตั้งในศาลสูง

หากญัตติใดเกิดปัญหา โหวตแล้วคะแนนเสียงเท่ากัน ๕๐ ต่อ ๕๐ รองประธานาธิบดี”กมลา แฮร์ริส”ในฐานะประธานวุฒิสภา มีสิทธิโหวตหนุนให้ผ่านได้ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

คาดว่าบ่ายๆนี้ หรือตอนค่ำ(วันที่ ๖ มกราคม)ตามเวลาในประเทศไทย ก็อาจรู้ผลการเลือกตั้ง หากไม่มีปัญหาอะไรขัดข้อง

ทีนี้ มาถึงเรื่องสำคัญ ที่ตั้งใจจะเขียนถึง คือความพยายามของ”ทรัมพ์”ที่จะทำรัฐประหารทางการเมือง หมายคว่ำมติของ ”คณะเลือกตั้ง”ที่รับรองให้”โจ ไบเดน”ขึ้นเป็นประธานาธิบดีไปแล้ว

เรื่องนี้ “ทรัมพ์”ทำอย่างไร

“ทรัมพ์”โดยการสมคบกับ ส.ส.และส.ว.ที่เป็นสมัครพรรคพวกกลุ่มหนึ่ง ในสังกัดพรรครีพับลิกัน ฉวยโอกาศตอนที่มีการประชุมร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในวันที่ ๖ มกราคม เพื่อเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนเสียง”คณะเลือกตั้ง”ของรัฐต่างๆ เรียงชื่อตามลำดับอักษร (เพื่อยืนยันความขาวสะอาดของแต่ละคะแนน) ยื่นเรื่องต่อประธานที่ประชุมคือรองประธานาธิบดี”ไมค์ เพนซ์”ขอคัดค้านผลการเลือกตั้ง แต่จะต้องเขียนเป็นญัตติ โดย ส.ส.และส.ว.อย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคนเข้าชื่อร่วมกัน โดยจะต้องมีเหตุผลและหลักฐานในการนำเสนอ เพื่อเปิดอภิปรายเป็นเวลาสองชั่วโมงต่อญัตติหนึ่ง ก่อนจะลงมติว่า คะแนนที่นับนั้นถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่

การท้าทายเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องที่”ไม่ปกติ”สำหรับขั้นตอนนี้ เพราะไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของสหรัฐ

และที่สำคัญยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า มีการโกงเลือกตั้ง ไม่ว่าในรัฐใดๆ เว้นแต่อาจจะมีความผิดพลาดในการนับคะแนนหรือไม่อย่างไรนั้น ก็จะต้องมาพิจารณากันว่ามีน้ำหนักพอหรือเปล่า

เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ ส.ว.มิตช์ แม็คคอนเนล” ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรครีพับลิกันจึงไม่เห็นด้วย กับวิธีการนี้เพราะถือว่า”ผิดขนบ”และน่าอับอายที่จะทำอย่างนั้น

ที่สำคัญการประชุมร่วมดังกล่าวนี้เป็นเพียง”พิธีกรรม”เท่านั้น ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การที่”คณะเลือกตั้ง”ลงมติรับรองชัยชนะของ”โจ ไบเดน”ซึ่งกระทำไปเรียบร้อยแล้ว

เป็นคาดหมายว่า ความพยายามของ”ทรัมพ์”จะต้องล่มลงกลางคันและก็จะได้เห็นความแตกแผยเป็นฝักเป็นฝ่ายภายในพรรครีพับลิกันชัดเจนขึ้น จากการอภิปราย(ถ้ามี)

เพราะในที่สุดแล้ว หากเหตุผลมีไม่พอที่โหวตล้มมติรับรองชัยชนะของ”โจ ไบเดน” ความพยายามก่อเรื่องของ”ทรัมพ์”ก็จะพังทลายไปในที่สุด

การนับและขานคะแนน ก็จะดำเนินต่อไปจนจบ

ในการนี้ประธานที่ประชุมร่วม”ๆไมค์ เพนซ์”จะทำอะไรได้ นอกจากประกาศว่า”โจ ไบเดน”คือประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐ

ถามว่า เมื่อ”ทรัมพ์”รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างนี้แล้ว ทำไมเขาจึงทำ

ตอบว่าเขาทำก็เพื่อหาเสียงสำรองไว้สำหรับการลงเลือกตั้งอีกครั้งในอีกสี่ปีข้างหน้า

ส่วนอีกอย่าง เป็นไปได้ว่า เขาอยากจะเห็นชัดเจนว่า มีใครบ้างในพรรครีพับลิกันที่เป็นพวกและที่ไม่ได้เป็นพวก

คาดว่าในคราวนี้ พลพรรคฝ่ายขวาตกขอบที่สนับสนุนเขา โดยเฉพาะกลุ่ม Proud Boys นิยม”นีโอ ฟาสซิสม์”คงไม่พลาดที่จะไปชุมนุมสนับสนุน”ทรัมพ์”อย่างสุดหัวใจที่รัฐสภาและทำเนียบขาวอย่างแน่นอน

ส่วนจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ อย่างไรนั้น ก็คงจะได้เห็นกัน เพราะในตอนนี้ ได้ข่าวว่า กองกำลังพิทักษ์ชาติ(National Guard)เตรียมพร้อมรับมือ เพื่อรักษาความสงบแล้ว

 

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *