jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ไม่ถอด”หิญาบ”ก็ไม่มีสิทธิเรียน - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ไม่ถอด”หิญาบ”ก็ไม่มีสิทธิเรียน

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

ไม่ถอด”หิญาบ”ก็ไม่มีสิทธิเรียน

ที่ขึ้นหัวข้อเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่ในเมืองไทยนะครับ แต่เป็นที่ฝรั่งเศส

โดยเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานี้ สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า โรงเรียนรัฐบาลฝรั่งเศสส่งนักเรียญหญิงหลายสิบคนกลับบ้าน พร้อมจดหมายชี้แจงเหตุผลว่าเป็นเพราะพวกเธอปฏิเสธจะถอดเครื่องแต่งกายที่เรียกว่า”อะบายา”(abaya)ในวันแรกที่เปิดเทอม ในการตีความของผม(คนเดียว) “อะบายา” หรือ”อะบายะห์”ก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของ”หิญาบ”ที่เรียกกันในบ้านเรานั่นเองถ้าผมไม่ถูกต้อง ก็ขอให้ท่านผู้รู้ ช่วยแจกแจงให้ถูกถ้วนด้วยครับ

 

“อะบายา”หรือ abaya คือเสื้อคลุมหลวม ที่สตรีหรือเด็กสาวมุสลิมนิยมสวม เวลาออกจากบ้านไปยังที่สาธารณะ ตามคตินิยมของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยทางโรงเรียนอ้างว่า การแต่งตัวอย่างนี้ ขัดต่อระเบียบที่ต้องแยกศาสนาออกจากการปกครอง

ทั้งนี้ ตามกฏของโรงเรียน และนั่นก็คือการยึดหลัก Secularism หรือ “โลกิยนิยม” หรือ “ฆราวาสนิยม”อันหมายถึง:-

“แนวปรัชญาที่ว่าสถาบันการปกครอง สถาบันการเมือง หรือสถาบันในรูปอื่น ควรจะดำเนินการปกครองที่เป็นอิสระ จากการอำนาจการควบคุมของสถาบันศาสนาและหรือความเชื่อทางศาสนา(วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)”

ในการนี้รัฐมนตรีการศึกษาฝรั่งเศส”เกเบรียล อัตตาล”ชี้แจงว่า การแต่งกายเช่นนั้น เป็นของต้องห้าม เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา จึงต้องบังคับให้นักเรียนสาวมุสลิมราว ๓๐๐ คนเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย

แต่ในจำนวนนี้มีอยู่ ๖๗ รายไม่ยอมเปลี่ยน จึงต้องส่งตัวกลับบ้าน ผู้สื่อข่าว”อัลจซีรา” รายงานว่า โรงเรียนในฝรั่งเศสห้ามการแต่งกายที่บ่งชี้หรือมีสัญลักษณ์ทางศาสนา มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๔ แล้ว

รัฐมนตรีศึกษาฝรั่งเศสชี้แจงเพิ่มเติมว่า การที่ต้องปฏิบัติเช่นนี้ มิใช่”ข้อจำกัด”แต่เป็นเรื่องของ”เสรีภาพ”

ก็คงจะหมายถึงเสรีภาพที่จะต้องแต่งกายให้แตกต่างไปนั่นเอง

ซึ่งก็เป็นการมองต่างกันจากทัศนะของผู้กครองมุสลิมและเด็กๆ ที่ถูกห้าม ที่ย่อมมีความเห็นว่า การที่มีกฎห้ามเช่นนี้ แท้จริงก็คือการปิดกั้นเสรีภาพ

ปัญหานี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะในที่สุดประธานาธิบดี”เอ็มมานูเอล มาครง”ก็ออกมาย้ำด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างจะรุนแรงว่า “ยังคงมีชนกลุ่มน้อยในฝรั่งเศส ที่พยายามเอาศาสนามาท้าทายความเป็น secularism หรือ”ฆราวาสนิยม”เข้าให้แล้ว

นี่ก็ยังไม่รู้ว่า เรื่องนี้จะมีผลกระทบและจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านรุนแรงอย่างไร ในหมู่ชนกลุ่มน้อยฝรั่งเศส ที่เคร่งครัดในหลักการอิสลาม ในตอนนี้

 

“เอ็มมานูเอล”ยังกล่าวด้วยว่า หากปล่อยให้แต่งกายได้ตามชอบใจ ก็จะเกิดผลต่อเนื่องที่ไม่ดีไม่งามตามมา อย่างเช่นที่เคยเกิดมาแล้วในกรณีฆาตกรรม”ซามูเอล ปาตี”ครูโรงเรียนมัธยมที่ถูกฆ่าและตัดศีรษะ เมื่อสี่ปีที่ผ่านมา ณ ย่านชานรุงปารีส โดยฝีมือผู้ก่อการร้ายอิสลาม(ในที่สุดถูกตำรวจยิงตายฐานต่อสู้ขัดขืน) เหตุเกิดเมื่อปี ๒๐๑๒

ทั้งนี้ หลังจากที่นักเรียนอ้างว่า ครูซึ่งสอนวิชาว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพ แสดงการใช้เสรีภาพจริง ด้วยนำเอาภาพการ์ตูนของนิตยสารแนวเสียดสี”ชาร์ลีย เฮบโด”มาโชว์ให้เด็กๆชม

เป็นภาพศาสดามุหัมหมัด ในสภาพเปลือยและเห็นอวัยวะเพศด้วย

แล้วก็มีการเอาไปพูดกัน ปากต่อปาก

ส่งให้เกิดเหตุร้าย โจมตีแบบเดียวกันติดตามมาอีกหลายหน มีผู้เสียชีวิตอีก ๑๗ ราย ตั้งแต่ช่วงปีนั้นถึงปี ๒๐๑๕

โดยเฉพาะในปี ๒๐๑๕ ผู้อำนวยการนิตยสาร”ชาร์ลีย์ เฮบโด”ชื่อเรียกสั้นว่า“ชาร์บ”ก็ถูกกลุ่มมือปืนยิงเสียชีวิต

“ชาร์บ”มีชื่อเต็มๆ ว่า Stéphane Jean-Abel Michel Charbonnier

ครับ ที่นี้ก็คงจะเข้าใจกันแล้วละว่า ทำไมรัฐบาลฝรั่งเศสจึง”อ่อนไหว”ต่อปฏิกิริยา”ของมุสลิม ที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขในเสรีภาพของชาตินี้

เป็นที่รู้กันอยูว่า ฝรั่งเศสนั้นมีพลเมืองมุสลิมอยู่ราวๆ ๔ เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งสิ้นกว่า ๖๘ ล้าน(ตัวเลขปี ๒๐๒๓)

ถามว่ามุสลิมเหล่านี้มาจากไหน ตอบว่าส่วนใหญ่ก็มาจากชาติต่างๆที่เคยเป็นอดีตอาณานิคมของฝรั่งเศส ที่ไปไล่ล่าเอาไว้ทั่วโลกนั่นเอง

นี่ครับ กงกรรมกงเกวียนของฝรั่งเศส ชาติที่เชิดชูสิทธิเสรีภาพและเสมอภาค กว่าชาติใด ๆ ในโลก จนหลายชาติอยากได้นักหนา

ล่าสุดสมาคมตัวแทนมุสลิมฝรั่งเศสได้ยื่นเรื่องต่อคณะตุลาการหรือศาลสูงฝ่ายปกครองที่เขาเรียกว่า State Council

ทักท้วงการใช้อำนาจรัฐที่ห้ามแต่งกายด้วย “อาบิยา”(สำหรับสตรี)และแต่งกายด้วย”กามิส”(หรือ Gamis ในบ้านเราเรียก”โต๊ป”) สำหรับบุรุษแล้ว

ขอให้พิจารณาและชี้ขาดเพื่อความถูกต้องและเพื่อความเป็นธรรมในการใช้สิทธิเสรีภาพ เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ต้องตามต่อครับ

 

ในสายตาคนไทยนับถือศาสนาอิสลามอย่างผม

ผมว่า เมืองไทยนี้ดี ที่ไม่บังคับนักเรียนหญิงให้เลิกสวม”หิญาบ”

ใครจะสวมก็ได้ ไม่สวมก็ได้

นี่ครับ สิทธิเสรีภาพที่ถ่องแท้ เท่าเทียม หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้วในโลก

เพราะคนเราจะดี หรือไม่ดีไม่ใช่อยู่ตรง”หิญาบ”แต่อยู่ตรงที่ได้ซึมซับเอาความดีงาม ในคำสอนของศาสนา ไว้มากน้อยเพียงไรต่างหาก

ความดีของ”หิญาบ”คือปกป้องรูปร่างสตรีต่อสายตาโลมเลียมของบุรุษครับ

เป็นหนึ่งในรูปแบบการระวังล่วงหน้า ป้องกันการก่ออาชญากรรมทางเพศ ตามความเชื่อของอิสลาม

ขอขอบคุณประเทศไทยอย่างยิ่ง ครับ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *