INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

โจรสลัดแห่งซิลิคอน แวลลี่ย์

โจรสลัดแห่งซิลิคอน แวลลี่ย์

ครั้งหนึ่งสตีฟ จ้อปได้พูดอย่างมีชื่อเสียงว่า มันสนุกสนานที่จะเป็นโจรสลัดมากกว่าเป็นทหารเรือ ถ้อยคำ โจรสลัดแห่งซิลิคอน แวลลีย์
มาจากคำปราศัยของสตีฟ จ้อปที่ทำให้ซิลิคอน แวลลีย์ ลุ่มหลงกับโจรสลัด
แม้ว่าถ้าเราไม่เคยเห็นธงโจรสลัดมาก่อน เราน่าจะคุ้นเคยกับถ้อยคำ Pirates of Silicon Valley เรื่องราวของสตีฟ จ้อป และทีมวิศวกรแมคอินทอชของเขา
ได้กลายเป็นรู้จักกันเป็นโจรสลัดแห่งซิลิคอน แวลลีย์เป็นตำนานอย่างไร
Pirates of Silicon Valley ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสตีฟ จ้อปและเเอปเปิ้ล ได้เริ่มต้นอย่างไร และบิลล์ เกตส์ และไมโครซอฟท์ ได้เริ่มต้นอย่างไร ภาพยนตร์ได้แสดงทั้งสตีฟ จ้อป และบิลล์ เกตส์ ได้ต่อสู้ผ่านพ้นมหาวิทยาลัย และพวกเขาได้สร้างทั้งแอปเปิ้ลและไมโครซอฟท์อย่างไร สตีฟ จ้อป เป็นบุคคลที่ฉลาดมากที่คิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และเปลี่ยนแปลงโลก
โจรสลัดได้ยึดครองสำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ล บุคคล ณ แอปเปิ้ล ได้ถ่ายภาพของธงโจรสลัดพัดอยู่เหนือสำนักงานใหญของเเอปเปิ้ล ภายในคูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย แอปเปิ้ล ได้ยืนยันกับฟอร์จูนว่าธงโจรสลัดกำลังพัดอยู่ ณ
สำนักงานใหญ่จริง ธงสีดำกระโหลกและกระดูกไขว้สีขาว และบางทีสิ่งสำคัญที่สุด แผ่นผ้าแอปเปิ้ลแผ่นผ้าปิดตาข้างเดียวของธงโจรสลัด
Pirate of Silicon Valley เป็นภาพยนตร์ สร้างเมื่อ ค.ศ 1999 กำกับโดย
มาร์ติน บรูค และนำแสดงโดยโนอา ไวล์ เป็นสตีฟ จ้อป และแอนโธนี มิเชล ฮอลล์ เป็นบิลล์ เกตส์ ภายในช่วงเวลา ค.ศ 1971 – 1997 และอยู่บนพื้นฐานหนังสือ 1984 ของพอล ไฟร์เบอร์เกอร์ และไมเคิล สเวน Fire in the Valley : The Making of the Personal Computer มันได้สำรวจผลกระทบที่การแข่งขันระหว่างสตีฟ จ้อป แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ และบิลล เกตส์ ไมโครซอฟท์ มีต่อการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เรื่องราวเกี่ยวกับสองอัฉริยะที่สร้างอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์หลายพันล้านเหรียญ ไม่ถึง 30 ปี กลุ่มของเด็กเนิร์ดได้ลุกขึ้นกลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในโลก พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ สตีฟ จ้อป และสตีฟ วอซเนียก อัจฉริยะจากเบิรคเลย์ คิดค้นเครื่องมือและอุปกรณ์ เพื่อกำไรบ้าง หรือเพียงแค่รบกวนบุคคลอื่น ณ ฮาร์วาร์ด บิลล เกตส์ พอล อัลเลน และสตีฟ บอลล์เมอร์ได้ร่วมความลุ่มหลงเทคโนโลยีในขณะที่เล่นเกมโปกเกอร์จากห้องพักนักศึกษาของพวกเขา
บิลล เกตส์ และสตีฟ จ้อป ได้สร้างสองชื่อยิ่งใหญ่ที่สุดภายในเทคโนโลยีวันนี้
ไมโครซอฟท์ และเเอปเปิ้ล ทั้งสองบริษัทได้ถูกพิจารณาเป็นผู้บุกเบิกภายในอุตสาหกรรม การสร้างฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ปฏิรูปเรามีชีวิตอยู่ สื่อสาร และทำธุรกิจอย่างไร แต่มันไม่เป็นความลับที่สองผู้ยิ่งใหญ่แข่งขันกันมากกว่าเป็นเพื่อน แม้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรตอนเริ่มแรก สตีฟ จ้อป ได้กลายเป็นโกรธ เมื่อไมโครซอฟท์ได้ปล่อยวินโดว์ครั้งแรกของพวกเขาเมื่อ ค.ศ 1985 การกล่าวหาบิลล์ เกตส์ ขโมยคอมพิวเตอร์แมคอินทอชของเขา
ภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยไอบีเอ็มภายในต้น ค.ศ 1980 พี่ใหญ่ภายในโลกคอมพิวเตอร์ที่ใครก็ตามกลัว บุคคลทุกคนแต่งตัวคล้ายกัน ณ ไอบีเอ็ม เพลงบริษัทและเพลงโฆษณาเต็มอากาศ และผู้ชายใส่สูทภายในทุกสถานที่
สตีฟ จ้อปและเพื่อนของเขา สตีฟ วอซเนียก สุขใจภายในการทำงานกับคอมพิวเตอร์
ในที่สุดได้สร้างบริษัทของพวกเขาเอง แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ และเริ่มสร้าง
คอมพิวเตอร์ภายในโรงเก็บรถยนต์ พวกเขามีแค่ปัญหาอย่างเดียว ฮิวเลตต์ แพคการ์ด มีสิทธิตัดสินใจอะไรก็ตามที่สตีฟ วอซเนียก ได้พัฒนา โชคดีต่อเเอปเปิ้ล ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ไม่ชอบคอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ล วันหนึ่งนักลงทุนคนหนึ่งได้มาที่โรงเก็บรถยนต์ และได้เสนอเงิน 50,000 เหรียญภายในการลงทุน จนแอปเปิ้ลได้ดำเนินงานอยู่ต่อไป
ระหว่างนั้นบิลล์ เกตส์ กำลังทำสิ่งที่ยุ่งเหยิง เขานอนหลับทั้งเสื้อผ้าของเขา
ไม่เคยหาพบเน็คไทของเขา และฝันถึงคอมพิวเตอร์และอำนาจ บิลล เกตส์ ได้ก่อตั้งบริษัทเรียกว่า ไมโครซอฟท์ ผลิตซอฟท์แวร์เหมือนเช่นระบบปฏิบัติการ
ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ไมโครซอฟท์กลายเป็นผู้นำภายในอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์คือ เอ็มเอส ดอส แต่กระนั้นโปรแกรมดอสเริ่มแรกไม่ได้ถูกพัฒนาโดยไมโครซอฟท์ ซีแอตเติ้ล คอมพิวเตอร์มีระบบปฏิบัติการเรียกว่า คิว ดอส แต่ไม่มีความคิดไอบีเอ็มกำลังมองหาระบบปฏิบัติการอยู่
อะไรได้เกิดขึ้นเมื่อไอบีเอ็มกำลังค้นหาระบบปฏิบัติการที่จะใช้กับพีซีเริ่มแรกของพวกเขา เมื่อ ค.ศ 1980 ไอบีเอ็มกำลังสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของพวกเขา
ความพยายามรักษาให้ต้นทุนต่ำ ไอบีเอ็มได้ตัดสินใจจ้างภายนอกระบบปฏิบัติการ ไอบีเอ็มได้ติดต่อบริษัทซอฟท์แวร์จำนวนหนึ่งรวมทั้งไมโครซอฟท์ แต่ไอบีเอ็มไม่ได้ติดต่อซีแอตเติ้ล คอมพิวเตอร์ ไมโครซอฟท์ไม่ได้มีระบบปฏิบัติการของพวกเขาเอง บิลล์ เกตส์ รู้ว่าซีแอตเติลมีระบบปฏิบัติการนี้ เขาได้ยืมเงิน 50,000 เหรียญจากพ่อของเขา และได้ซื้อลิขสิทธ์คิวดอส จากซีแอตเติ้ล คอมพิวเตอร์ ด้วยราคาถูก
ระหว่างการประชุมที่สำคัญกับไอบีเอ็มครั้งหนึ่ง บิลล์ เกตส์ ได้ขายความคิดของการใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ของไมโครซอฟท์ “ดอส” เป็นระบบปฏิบัติการแก่ไอบีเอ็มคอมพิวเตอร์ แต่ไมโครซอฟท์ได้รักษาสิทธิซอฟท์แวร์ไว้ และสามารถขายมันแก่บริษัทอื่นได้ ไอบีเอ็มมองว่าฮาร์ดแวร์ไม่ใช่ซอฟท์แวร์ที่ทำเงิน ดังนั้นพวกเขาได้ตกลงกับไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ ได้จ่าย 50,000 เหรียญแก่บริษัทชื่อ ซีเเอตเติ้ล คอมพิวเตอร์ เพื่อสิทธิแต่ผู้เดียวต่อ
คิวดอส จากนั้นเขาได้เปลี่ยนชื่อมันเป็น เอ็มเอส ดอส เขาได้อนุญาติ เอ็มเอส ดอสแก่ไอบีเอ็มใช้ภายในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่จะปล่อยออกมาในไม่ช้า ไอบีเอ็มได้เปลี่ยนชื่อมันเป็น พีซี ดอส และอาณาจักรของไมโครซอฟท์ได้เริ่มต้นขึ้น
ไอบีเอ็มพีซี ได้กลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ และเนื่องจากการลอกเลียนแบบได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พีซีจากบริษัทอื่นเริ่มต้นท่วมตลาด ทุกบริษัทใช้เอ็มเอส ดอส เป็นระบบปฏิบัติการ คอมพิวเตอร์ได้กลายเป็นโภคภัณฑ์ คุณค่าอยู่ภายในซอฟท์แวร์ หรือระบบปฏิบัติการ บิลล์ เกตส์ มีการผูกขาด มันเป็นการผูกขาดนี้ทำให้ไมโครซอฟท์เป็นยักษ์ใหญ่และบิลล์ เกตส์ ร่ำรวยที่สุดภายในโลก
ณ ค่ายของแอปเปิ้ล สตีฟ จ้อป ได้ถูกเชิญไปดูการใช้ภาพเป็นตัวประสานกับผู้ใช้ ด้วยการใช้เม้าส์สั่งงาน พัฒนาโดยซีรอกซ์ แต่บริษัทคิดว่ามันเป็นความคิดที่เหลวไหล และยอมให้เเอปเปิ้ลดูทุกสิ่งทุกอย่าง แอปเปิ้ลได้ขโมยทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำได้ ณ ไมโครซอฟท์ บิลล์ เกตส์ กลัวการเจริญเติบโตและขยายตัวของแอปเปิ้ล และได้เดินทางไปสำนักงานใหญ่ของเเอปเปิ้ลสร้างพันธมิตร บิลล์ เกตส์ ได้ลื่นไหลวิถีทางของเขาไปสู่หัวใจของสตีฟ จ้อป และได้เข้าหาคอมพิวเตอร์ใหม่ของแอปเปิ้ล ภายหลังจากทำวิศกรรมย้อนรอย และการปรับปรุงเล็กน้อย วินโดว์ได้กำเนิดขึ้น
สตีฟ จ้อป ได้กล่าวหาว่าบิลล์ เกตส์ ขโมยความคิดของการใช้ภาพเป็นตัวประสานกับผู้ใช้บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของแอปเปิ้ล การใช้ภาพเป็นตัวประสานกับผู้ใช้ ได้ถูกพัฒนาเริ่มแรก ณ ศูนย์การวิจัยพาโลอัลโตของซีรอกซ์ ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้พังทลายลง เมื่อไมโครซอฟท์ได้ประกาศรุ่นแรกของวินโดว์เมื่อ ค.ศ 1985 ด้วยภาพการเชื่อมต่อผู้ใช้ สตีฟ จ้อปด้วยความโกรธกล่าวหาบิลล์ เกตส์ และไมโครซอฟท์ของการทรยศแมคอินทอช แต่บิลล์ เกตส์ ไม่สนใจ เขามีเหตุผลว่าจอภาพจะเปิดตัวยิ่งใหญ่ และไม่ได้คิดแอปเปิ้ลมีสิทธิเพียงผู้เดียวต่อความคิด นอกจากนี้บิลล์ เกตส์รู้ดีเหลือเกินที่แอปเปิ้ลได้รับภาพการเชื่อมต่อผู้ใช้จากซีรอกซ์ เมื่อสตีฟ จ้อป ได้กล่าวหาบิลล์ เกตส์ของการขโมยความคิด เขาได้ตอบว่า
“ผมคิดว่าเรามีมากกว่าหนึ่งวิถีทางที่จะมองมัน ผมคิดว่ามันดูคล้ายมากกว่าที่เราทั้งสองมีเพื่อนบ้านที่ร่ำรวยชื่อ ซีรอกซ์ และผมได้งัดบ้านของเขาที่จะขโมยทีวี และพบว่าคุณได้ขโมยมันไปแล้ว”

Pirates of Silicon Valley เป็นภาพยนตร์ ค.ศ 1999 บนพื้นฐานของหนังสือ Fire in the Valley : The Making of The Personal Computer
ของพอล ไฟรเบอร์เกอร์ และไมเคิล สเวน ภาพยนตร์โทรทัศน์ที่สร้างจากเหตุการณ์ ภาพยนตร์บันทึกการเกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์บ้าน – คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ด้วยการแข่งขันระหว่างแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ และไมโครซอฟท์
คำถามที่ได้เปิดตัวอุตสากรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคือ เครื่องจักรสามารถถูกโปรแกรมที่จะคิดได้หรือไม่
เมื่อ ค.ศ 1970 โลกคอมพิเตอร์ประกอบด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่บริษัทใหญ่เท่านั้นสามารถซื้อได่ มันจะเป็นตลาดถูกยึดครองโดยไอบีเอ็ม
ชาวพื้นเมืองซีแอตเติ้ลและลูกชายของครอบครัวฐานะดี บิลล์ เกตส์ ได้สร้างซอฟท์แวร์ คอมพิวเตอร์ ระหว่างเรียนมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยกับเพื่อนของเขา พอล อัลเล็น พวกเขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และก่อตั้งไมโครซอฟท์เมื่อ ค.ศ 1975
ภายในพาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย สตีฟ จ้อป และสตีฟ วอชเนียก นักเรียนมัธยมปลายสองคน ที่ลุ่มหลงกับเทคโนโลยีใหม่ ได้ก่อตั้งแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เมื่อ ค.ศ 1976 เมื่อไมโครซอฟท์ ได้สร้างเบสิค ซอฟท์แวร์ ขาย
แก่ทุกบริษัทคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ สตีฟ จ้อป และสตีฟ วอชเนียก ได้คิดค้นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกเมื่อ ค.ศ 1977 พวกเขาได้เปิดตัวแอปเปิ้ลทู
พีซีเครื่องแรกที่ออกแบบต่อสาธารณะ การขายจะยอดเยี่ยม แต่แอปเปิ้ลทู
มีความบกพร่อง และบิลล์ เกตส์ มีข้อแก้ปัญหา : เบสิค
สตีฟ จ้อป และบิลล์ เกตส์ ได้เริ่มต้นการสร้างบริษัทของพวกเขาภายในเวลาเดียวกัน และมันจะเป็นตัวเร่งทางธรรมชาติของการแข่งขันของพวกเขา
ในขณะที่ผู้ก่อตั้งสองคนมีช่วงเวลาของการเอื้อเฟื้อกัน ณ ช่วงเวลาอื่น
พวกเขาจะเชือดคอหอยระหว่างกัน สตีป จ้อป ดูหมิ่นรสนิยมและจินตนาการของบิลล์ เกตส์ ในขณะที่ครั้งหนึ่งบิลล์ เกตส์ ได้พรรณาสตีป จ้อป เป็นจุดด่างพร้อยที่น่าประหลาดในฐานะของมนุษย์
ความสัมพันธ์ที่ซับซัอนระหว่างสตีฟ จ้อป และบิลล์ เกตส์ ได้เริ่มต้นขึ้น และเมื่อปลาย ค.ศ 1970 ไมโครซอฟท์ได้ทำเงินส่วนใหญ่จากการเขียนซอฟท์แวร์แก่แอปเปิ้ล เมื่อ ค.ศ 1980 แอปเปิ้ลได้ออกสู่สาธารณะ ระหว่างนั้นบิลล์ เกตส์ ได้ลงนามสัญญากำไรงามกับไอบีเอ็ม ระบบปฏิบัติการใหม่ของเขา เอ็มเอส ดอส ใช้กับคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มทุกเครือง ณ ตอนเริ่มต้นของ ค.ศ 1980 สตีฟ จ้อป และบิลล์ เกตส์ อายุยัังไม่ถึง 30 ปี แต่พวกเขาจะเป็นผู้เล่นสำคัญสองคนภายในอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไมโครซอฟท์และแอปเปิ้ล ทำงานจับมือกันเพื่อแมค
บุคคลหนึ่งของแอปเปิ้ล ได้กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นคู่แข่งขัน ณ จุดนั้น พวเขาจะเป็นพันธมิตรของเราที่จะช่วยสร้างแมคอินทอขให้เกิดขึ้น ดังนั้นเราเข้ากับพวกเขาได้อย่างดี พวกเขาจะคล้ายคลึงกับเราภายในวิถีทางหลายอย่าง แต่กระนั้น การรู้ว่าการใช้ภาพเป็นตัวประสานกับผู้ใช้ที่มีชื่อเสียงของแมคจะแสดงอนาคตของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล บิลล์ เกตส์ ได้ทำการโคลนนิ่งแมค เมื่อไมโครซอฟท์ได้เปิดตัววินโดว์ระบบปฏิบัติการใหม่รุ่นแรก มันจะเป็นการสิ้นสุดของความร่วมมือของพวกเขา
ภายในสิบปี วินโดว์ 95 ได้ถูกติดตั้งกับคอมพิวเตอร์เกือบทุกเครื่องภายในตลาด ด้วยวินโดว์ 95 บิลล์ เกตส์ และพีซี ได้ยึดบัลลังก์ แมค และชาวพื้นเมืองซีแอตเติ้ลคนนี้ได้กลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดภายในโลก แต่ผู้บริหารสองคนนี้ปรากฏเข้ากันได้ดีขึ้นภายในชีวิตต่อมา สตีฟ จ้อป ได้เสียชีวิตเมื่อ ค.ศ 2011 บิลล์ เกตส์ ได้กล่าวว่า พวกเขาได้กระตุ้นระหว่างกัน แม้ว่าจะเป็นคู่แข่งขัน มันดูแล้วเป็นไม่ได้ที่แอปเปิ้ลจะอยู่ตรงนี้ ณ วันนี้ โดยไม่มีไมโครซอฟท์ หรือไมโครซอฟท์โดยไม่มีแอปเปิ้ล บิลล์ เกตส์ และสตีฟ จ้อป ไม่ได้เป็นศัตรูกันอยู่เสมอ – ไมโครซอฟท์ได้สร้างซอฟท์แวร์เริ่มแรกแก่
พีซีแอปเปิ้ลทูที่นิยมแพร่หลาย และบิลล์ เกตส์จะบินมาคูเปอร์ติโนประจำที่จะดูแอปเปิ้ลกำลังทำอะไร
สตีฟ จ้อป และสตีฟ วอซเนียก สองแฮกเกอร์วัยหนุ่ม พวกเขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัย ก่อตั้งแอปเปิ้ลเมื่อ ค.ศ 1976 ภายในโรงเก็บรถยนต์ของพ่อแม่ของสตีฟ จ้อป พวกเขาได้สร้างวิสัยทัศน์บริษัทของการเปลี่ยนแปลงที่บุคคลมองคอมพิวเตอร์ สตีฟ จ้อป และสตีฟ วอชเนียก ต้องการสร้างคอมพิวเตอร์ที่เล็กเพียงพอแก่บุคคลที่จะมีมันไว้ภายในบ้านหรือสำนักงานของพวกเขา พวกเขาเพียงแต่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ใช้งานง่าย สตีฟ จ้อป ต้องการเงินทุน 1,350 เหรียญที่จะเริ่มต้นแอปเปิ้ล ดังนั้นสตีฟ จ้อป ได้ขายวีดับบลิว ไมโครบัสของเขา และสตีฟ วอชเนียก ได้ลงทุนด้วยเครื่องคิดเลขเอชพีของเขาสตีฟ จ้อป ได้แสดงความสนใจแต่เริ่มแรกต่ออีเล็คโทรนิคและเครื่องมือ
ในขณะที่อยู่โรงเรียนมัธยม เขาได้กล้าหาญไปเยี่ยมฮิวเลตต์ แพคกราด ที่จะขอชิ้นส่วนเพื่อโครงการของโรงเรียน ด้วยความประทับใจต่อสตีฟ จ้อป วิลเลียม ฮิวเลตต์ ผู้ก่อตั้งร่วม ไม่เพียงแต่ให้ชิ้นส่วนแก่เขา แต่ได้เสนอการฝึกงานภาคฤดูร้อนแก่เขา ณ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ด้วย ณ ที่นี่ พวกเขาได้เริ่มต้นสร้างแอปเปิ้ลวันภายในโรงเก็บรถยนต์ของสตีฟ จ้อปด้วยความมุ่งหมายของการขายแอปเปิ้ล วันคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรก สตีฟ วอชเนียกจะสร้างด้วยมือและใช้ไม้แต่แอปเปิ้ลวันจะขาดความสมบูรณ์ การขาดอุปกรณ์ส่วนประสานกับผู้ใช้เหมือนเช่นแป้นพิมพ์หรือแม้แต่ตัวกล่อง
แอปเปิ้ล วัน ได้ถูกแสดงต่อประชาชนครั้งแรก ณ โฮมบริว คอมพิวเตอร์ คลับ ราคาขาย 666.66 เหรียญ ด้วยจำนวนและระยะเวลาที่จำกัด แอปเปิ้ล ทู จะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกที่บรรลุความสำเร็จทางตลาดมวลชน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง แอปเปิ้ล ได้เริ่มต้นดิ้นรนภายหลังจากคณะกรรมการบริษัทได้ปลดสตีฟ จ้อป จากบริษัทเมื่อ ค.ศ 1985 เมื่อ สตีฟ จ้อป กลับมาที่แอปเปิ้ลเมื่อ ค.ศ 1997 บริษัทใกล้จะล้มละลายอยู่แล้ว
ต่อจากนั้นสตีฟ จ้อป ได้ดำเนินการฟื้นฟูอย่างน่าทึ่ง ด้วยการแนะนาไอพอดเมื่อ ค.ศ 2001 ไอโฟน ค.ศ 2007 และไอแพด ค.ศ 2010 ผลลัพธ์ : แอปเปิ้ลมีกำไรเกือบ 40 พันล้านเหรียญเมื่อ ค.ศ 2014 สตีฟ จ้อป ได้เสียชีวิต เมื่อ ค.ศ 2011 นับตั้งแต่นั้นมาบริษัทได้ถูกนำโดยทิม คุกแอปเปิ้ล จะเป็นผู้กำหนดแนวโน้มแห่งซิลิคอน แวลลี่ย์ นานเกือบสี่ทษวรรษ แอปเปิ้ล ทู แมคอินทอช ไอพอด ไอโฟน และไอแพด ได้ถูกเลียนแบบอย่างกว้างขวาง โดยคู่แข่งขันของแอปเปิ้ลความสำเร็จของแอปเปิ้ลจะเกิดขึ้นจากจุดมุ่งที่ลุ่มหลงต่อประสบการณของผู้ใช้ แอปเปิ้ลจะเป็นบริษัทนักออกแบบ – อยู่ตรงศูนย์กลาง พวกเขาชอบที่จะสร้างชิ้นส่วนทุกอย่างของผลิตภัณฑ์ – ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และบริการออนไลน์ – ด้วยตัวเอง

ซิลิคอน แวลลี่ย์ คือภูมิภาคทางตอนใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโกของแคลิฟอร์เนียเหนือ การอ้างถึงหุบเขาซานต้า คลารา เป็นศูนย์กลางทั่วโลกชองไฮเทคโนโลยี นักลงทุน นวัตกรรม และสื่อทางสังคม ซาน โจเซ่ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของหุบเขา คำว่า ซิลิคอน แวลลี่ย์ เริ่มแรกอ้างอิงถึงผู้สร้างนวัตกรรมและผู้ผลิตซิลิคอน ชิป จำนวนมากภายในภูมิภาค แต่ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้คือบ้านของบริษัทไฮเทคใหญ่ที่สุดของโลกหลายบริษัท รวมทั้งสำนักงานใหญ่ของ
39 ธุรกิจของวารสารฟอร์จูน 1000 บริษัท และบริษัทเริ่มต้นหลายพันบริษัท
ซิลิคอน แวลลี่ย์ เป็นชื่อคำพ้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พื้นที้ขนาดเล็กแห่งนี้ของแคลิฟอร์เนียได้กลายเป็นศูนย์กลางของโลกเทคโนโลยี การปฏิรูปของพื้นที่ได้เกิดขึ้นทีละน้อยภายในช่วงเวลานานกว่า 100 ปี เพื่อนบ้านที่มีมูลค่ามากกว่า 3 ล้านล้านเหรียญ ซาน โจเซ่ เป็นศูนย์กลางของซิลิคอน แวลลี่ย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชื่อเล่นนี้ได้กลายเป็นชื่อทีโด่งดังมากไปทั่วโลก แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้จะทำการเกษตรและฟาร์มปศุสัตว์ เมื่อการเฟื่องฟูทางเทคโนโลยีได้เกิดขึ่นทำให้เกิดการเรียกชื่อเล่นว่า ซิลิคอน แวลลี่ยฺ์
ชื่อของซิลิคอน แวลลี่ย์ได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ ค.ศ 1970 โดยดอน โฮฟเลอร์ นักข่าวหนังสือพิมพ์ เขาได้ยินถ้อยคำว่า ซิลิคอน แวลลี่ย ระหว่างกินข้าวกลางวันกับนักการตลาดคนหนึ่งที่ได้เรียกซานตา คลาร่า ว่า ซิลิคอน แวลลี่ย์ ดอน โอฟเลอร์ได้เขียนบทความใช้ชื่อว่า Silicon Valley USA เขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นบุคคลแรกคนหนึ่งที่ได้เขียนเกี่ยวกับซิลิคอน แวลลี่ย์ ซิลิคอน ชิป เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดัคเตอร์ จน ณ วันนี้ ซิลิคอน ชิป ได้ถูกใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่ใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ เครื่องเล่นเกม หรือแม้แต่เครื่องคำนวณ
เฟดเดอริค เทอร์แมน นักวิชาการและผู้บริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยสแตน
ฟอร์ด ได้ถูกยกย่องอย่างกว้างขวาง (ร่วมกับวิลเสี่ยม ชอคลี่ย์) ว่าเป็นบิดาแห่งซิลิคอน แวลลี่ย์ ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง เขาได้กลับมาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และได้ถูกแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์
เมื่อ ค.ศ 1930 เขาได้เริ่มต้นกระตุ้นให้นักศึกษาอยู่ภายในพื้นที่แทนที่จะออกไปจากแคลลิฟอร์เนีย และพัฒนาเป็นภูมิภาคไฮเทคโนโลยี วิลเลียม ฮิวเลตต์ และเดวิด แพคการ์ด ผู้ก่อตั้งฮิวเลตต์ – แพคการ์ด ได้ถูกมองว่าเป็นนักศึกษา
สแตนฟอร์ดสองคนแรกที่ได้ทำตามคำแนะนำของเฟดเดอริค เทอร์แมน สร้างบริษัทอีเล็คโทรนิคของตัวเองภายในพื้นที่แห่งนี้
สวนวิจัยสแตนฟอร์ด เป็นสวนทางเทคโนโลยี ได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาภายในใจกลางของซิลิคอน แวลลี่ย์ ความคิดริเริ่มกันระหว่างมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและเมืองพาโลอัลโต สวนวิจัยสแตนฟอร์ดมีบริษัทมากกว่า 150 บริษัทตั้งอยู่ที่นี่ รวมทั้งฮิวเลตต์ – แพคการ์ด ด้วย
เมื่อ ค.ศ 1939 วิลเลียม ฮิวเลตต์ และเดวิด แพคการ์ด ได้ก่อตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อจากการโยนเหรียญ ณ พาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย ผลิตภันฑ์อย่างแรกของบริษัทที่ผลิตภายในโรงรถคือ ออดิโอ้ ออสซิลเลเตอร์ ปัจจุบันโรงรถของเอชพีได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน สถานที่ก่อตั้งของฮิวเลตต์ แพคการ์ด โรงรถแห่งนี้ได้ถูกพิจารณว่าเป็น “บ้านเกิดของซิลิคอน แวลลี่ย์ ภูมิภาคไฮ
เทคโนโลยีแห่งแรกของโลก แนวคิดของการพัฒนาภูมิภาคนี้กำเนิดมาจาก ดร. เฟดเดอริค

เมื่อต้น ค.ศ 1980 ความวุ่นวายและความไม่สอดคล้องกันอย่างมากมายภายในตลาดมินิคอมพิวเตอร์เริ่มแรกได้ให้หนทางแก่มาตรฐานอุตสาหกรรมตามความจริงบางอย่าง เช่น แอปเปิลทู ซีพี – เอ็ม หรือไมโครซอฟท์เบสิค ไม่มีบริษัทเดียวควบคุมอุตสาหกรรม และการเเข่งขันอย่างรุนแรงยืนยันว่า
นวัตกรรมภายในทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เป็นกฏไม่ใช่ข้อยกเว้น ไมโครซอฟท์ วินโดว์ และอินเทล โพรเซสเซอร์ มีฐานะได้เปรียบและพันธมิตรอย่างต่อเนื่องของพวกเขาทำให้พวกเขายึดครองตลาด วินเทล คือการเป็นหุ้นส่วนของไมโครซอฟท์ วินโดว์ และอินเทล การผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลใช้โพรเซสเซอร์อินเทลสั่งไมโครซอฟท์ วินโดว์
ถ้อยคำวินเทลเป็นคำผสมของวินโดว์และอินเทล วินเทล เป็นถ้อยคำอุตสาหกรรมการค้าคอมพิวเตอร์เพื่อคอมพิวเตอรส่วนบุคคลบนพื้นฐานอินเทลไมโครโพรเซสเซอรและระบบปฏิบัติการวินโดว์จากไมโครซอฟท์ ถ้อยคำ “พีซี” มักจะถูกใช้เพื่อความมุ่งหมายนี้ นั่นคือ ไอบีเอ็ม พีซี – ด้วยอินเทล ชิปและระบบปฏิบัติการวินโดว์ ได้กลายเป็นคอมพิวเตอร์แพร่หบายภายในโลกธุรกิจ และแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของเเอปเปิ้ล – ด้วยโมโตโรลา ไมโครชิปและระบบปฏิบัติกาามีลิขสิทธ์
บางทีอินเทลและไมโครซอฟท์เป็นคู่ของบริษัทประกอบกันรู้จักกันดีที่สุดภายในโลก มากกว่า 80% ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกใช้อินเทล โพรเซสเซอร์สั่งระบบปฏิบัติการวินโดว์ของไมโครซอฟท์ นับตั้งแต่ 1980
เมื่อไอบีเอ็มได้เลือกทั้งอินเทลและไมโครซอฟท์เป็นส่วนประกอบแกนของไอบีเอ็ม พีซี เครื่องเเรก อินเทลและไมโครซอฟท์ ได้กลายเป็นสนิทสนมกัน
ภายในสนามเทคโนโลยี เพื่อนและศัตรูมักจะเป็นอย่างเดียวกัน พันธมิตรท่ามกล่างคู่แข่งขันจะธรรมดา และความสัมพันธ์สามารถแกว่งอย่างรวดเร็วระหว่างสุดขั้ว บริษัทแตกต่างกันด้วยทักษะแตกต่างกันรวมกันเพื่อความมุ่งหมายเฉพาะ ระหว่างนั้นพวกเขาแข่งขันกันอย่างรุนแรงบนระดับอื่น ตัวอย่างที่ดีเมากป็นความสัมพันธ์ระหว่างไมโครซอฟท์และอืนเทล การสอบสวนได้แสดงการระเบิดที่สำคัญระหว่างบริษัท เมื่อ 1995 เมื่ออินเทลได้คุกคามที่จะแข่งขันภายในสนามซอฟท์แวร์ของไมโครซอฟท์ ในที่สุดอินเทลได้อ่อนข้อลง
นักวิชาการบางคนได้สร้างถ้อยคำ การเเข่งขันแบบร่วมมือ อธิบายแบบแผนของพฤติกรรมนี้ท่ามกลางบริษัทเทคโนโลยี แบรรี ผู้เขียนร่วมหนังสือ ได้อธิบายปรากฏการณ์ทำนองนี้ มันเป็นความร่วมมือที่จะสร้างคุณค่า และจากนั้นแข่งขันกันที่จะเเบ่งมัน นั่นคือมันสามารถสร้างสรรค์ เมื่อบริษัทรับรู้ว่าด้วยความร่วมมือพวกเขากำลังขยายพาย และจากนั้นแข่งขันกันเพื่อสัดส่วนของพายที่ขยาย แน่นอนมันสามารถเป็นไปตามทำนองอื่นด้วย เมื่อการแข่งขันครอบงำโอกาสที่จะขยายตลาด

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *