jos55 instaslot88 Pusat Togel Online ความไม่สงบ การเดินขบวนประท้วงและ การจลาจลที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกมันบอกอะไร - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ความไม่สงบ การเดินขบวนประท้วงและ การจลาจลที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกมันบอกอะไร

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

ทหารประชาธิปไตย

ความไม่สงบ การเดินขบวนประท้วงและ

การจลาจลที่เกิดขึ้นทั่วไปในโลกมันบอกอะไร

ในมุมมองของนักสังคมวิทยา และนักสังเกตการณ์ทางสังคมทั้งหลาย มันเป็นอาการตอบสนองทางสังคมที่มันบิดเบี้ยวไปจากธรรมชาติที่ปกติสุข เฉกเช่นเดียวกับการตอบสนองของธรรมชาติต่อการทำลายล้างสิ่งแวดล้อมของมนุษย์

          การจลาจลความไม่สงบอันเกิดจากการประท้วงในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และที่อื่นๆในหลายภูมิภาคมันบ่งบอกถึงความล้มเหลวของระบบ (system) และระบอบ (regime)ที่ไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการของสังคม

แต่ความไม่สงบเหล่านี้กลับถูกมองว่าเป็นความผิดจากการปลุกระดมของฝ่ายซ้าย หรือพวกสังคมนิยม แม้กระทั่งพวกหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย

ในความเป็นจริงความรุนแรงนั้นเกิดได้ทั้งจากพวกสุดโต่ง ทั้งฝ่ายขวาที่เหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ หรือฝ่ายซ้ายที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ถูกกระทำ เป็นผู้ถูกกดขี่มาจนเกิดความเคียดแค้น เจ็บซ้ำจากการเอารัดเอาเปรียบในระบบที่เป็นอยู่ ภายใต้ระบอบที่เบี่ยงเบนไปจากความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

ดังนั้นการมองว่าความไม่สงบที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของพวกฝ่ายซ้าย พวกสังคมนิยม พวกหัวก้าวหน้า ที่ออกมาเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่เป็นธรรม นับเป็นการไม่ยอมรับความเป็นจริงที่ว่า ระบอบและระบบที่เป็นอยู่ไม่อาจตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยทั่วไปที่เรียกร้องหาความยุติธรรมและความเป็นอยู่ที่เฉลี่ยสุขกันระหว่างสมาชิกในสังคม สังคมที่ดีกว่าสภาพปัจจุบันที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ นั่นคือการเอารัดเอาเปรียบ จนถึงขั้นกดขี่ขูดรีดจนคนยากจนไม่อาจดำรงชีพอยู่ได้

หากเรามองอย่างเจาะลึกใคร่ครวจรอบด้าน ไม่ใช่เพียงรับฟังรับชมข่าวอย่างผิวเผิน โดยเฉพาะจากสื่อชั้นนำที่เป็นเครื่องมือของระบบทุนนิยมแบบรวมศูนย์ เราจะพบว่าการประท้วงการเดินขบวนในสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอีกหลายที่ในโลก ภายใต้การนำของพวกสังคมนิยม พวกหัวก้าวหน้า หรือแม้แต่พวกคอมมิวนิสต์นั้นได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป

            มันเป็นการลุกขึ้นต่อต้านของประชาชนที่ได้รับการปฏิบัติอย่างอยุติธรรมจากระบบ ในระบอบที่บิดเบี้ยว เช่น การกระทำของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่การรุนแรงเกินเหตุต่อประชาชน การกระทำของอัยการหรือศาลที่มี 2 มาตรฐานระหว่างคนจนกับคนรวย หรือถ้าจะกล่าวโดยรวมคือการเลือกปฏิบัติจากการเหยียดผิว ต่อคนพื้นเมือง หรือต่อคนที่ด้อยโอกาส อันเป็นเหตุแห่งปัจจัยที่นำไปสู่การประท้วงต่อต้านการเดินขบวนจนถึงการจราจล

สิ่งที่โลกได้เห็นคือการเคลื่อนไหวที่มีความสลับซับซ้อนของความหลากหลายในปัญหา ความหลากหลายในการเรียกร้องจากหลายกลุ่มหลายหมู่หลายเหล่า แต่มันผสมผสานหล่อหลอมรวมกันที่เป็นปรากฏการณ์อันบอกอาการของสังคมที่ต่อต้านระบบ และระบอบที่เป็นอยู่

ระบบทุนนิยมที่นำไปสู่การรวมศูนย์ความมั่งคั่ง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการปกครอง ทำให้ระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยว นำไปสู่การรวมศูนย์ของอำนาจ ตัดขาดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน

ตลอดจนการไม่ยอมรับว่าอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้นการมีรัฐธรรมนูญจึงไม่อาจรับประกันได้ว่าประชาชนจะอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่อำนาจอธิปไตยมิได้เป็นของปวงประชาชน

รัฐบาลที่เกิดขึ้นภายใต้ระบอบที่บิดเบี้ยวจึงไม่อาจตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยทั่วไป แต่จะตอบสนองเฉพาะกลุ่มที่มีอำนาจการต่อรองสูง นั่นคือกลุ่มนายทุน ซึ่งมักจะร่วมมือกับกลุ่มอำนาจอื่น เช่น ทหารในการควบคุมประชาชนให้อยู่ในอำนาจการปกครอง ด้วยการกล่าวอ้างถึงความมั่นคง ซึ่งโดยแท้ที่จริงกลับกลายเป็นความมั่นคงของรัฐบาลกับชนชั้นปกครอง ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ จึงนำมาสู่ความผิดหวังของประชาชนโดยทั่วไป

จนในที่สุดนำมาซึ่งการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนก็ย่อมจะมีบางส่วนที่กลัวการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่มีอันจะกิน คนที่ได้ประโยชน์จากสภาพที่เป็นอยู่ คนที่ติดยึดกับความเคยชินอันเป็นปกติสุขของตน โดยไม่ได้มองดูสภาพสังคมที่มันเสื่อมโทรม และเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปทุกที

            การแพร่ระบาดของโควิด-19 นับเป็นตัวขยายให้หลุมดำในสังคมได้ขยายตัวทั้งกว้างและลึกมากขึ้น อันมีผลกระทำต่อการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่ไม่อาจตอบสนองต่อความต้องการของสังคมได้

ทั้งนี้ในยามปกติที่การบริหารประเทศเน้นในเรื่องความเจริญเติบโตนั้นทำให้ภาพของความเหลื่อมล้ำถูกบดบังไปได้มาก

จึงเห็นได้ว่าระบบทุนนิยมที่พัฒนาไปสู่ระบบทุนนิยมรวมศูนย์นำไปสู่การล่มสลายของระบอบประชาธิปไตยในหลายๆประเทศทั่วโลก

สภาพเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆทรุดตัวลงจากการต้องปิดประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้จะเป็นการชั่วคราว แต่มันมีผลกระทบอย่างยิ่งยวด ต่อกลไกการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

            การว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกที จากสถิติที่ปรากฏมันมีแต่ต่ำลงกว่าสภาพก่อนเกิดการแพร่ระบาด และมันกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้การบริโภคต่ำลง ซึ่งโยงไปถึงการลดลงของการลงทุนและการจ้างงานต่ำลงตามมา

คนตกงานเหล่านี้จะดำรงชีพอยู่ได้อย่างไร แม้ว่ารัฐบาลหลายประเทศจะมีการจ่ายเงินเยียวยา แต่หลายๆส่วนไม่มีโอกาสได้รับการชดเชยจากการประกันการว่างงาน ในระบบรัฐสวัสดิการ

ดังนั้นจึงมีการเรียกร้องในหลายๆประเทศให้มีการจัดระบบรัฐสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนโดยทั่วไป และลดความเหลื่อมล้ำ

แต่การเรียกร้องดังกล่าวก็มักจะถูกโจมตีว่าเป็นแนวคิดของความมิวนิสต์พวกสังคมนิยม และเป็นพวกที่ต่อต้านระบอบประชาธิปไตย

ในความเป็นจริงในระบอบคอมมิวนิสต์หรือสังคมนิยมอย่างในประเทศจีน เวียดนาม คิวบา หรือในประเทศสวีเดน และนอร์เวย์ นั้นระบอบดังกล่าวสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยทั่วไปได้มากกว่า ด้วยระบบรัฐสวัสดิการ

นอกจากนี้ประเทศเหล่านี้ยังโต้แย้งได้ด้วยว่าประเทศของเขาเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเสียอีก เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนโดยทั่วไปได้มากกว่า นั่นคือความเป็นรัฐบาลของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน

ยิ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมีเครื่องจักรอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์ระบบทุนนิยมก็ยิ่งมีกลไกที่เอาเปรียบตักตวงและกอบโกยได้มากขึ้น อันก่อให้เกิดลัทธิจักรวรรดินิยมแบบใหม่ที่ไปกอบโกยทรัพยากรจากประเทศด้อยพัฒนาอื่นๆมาเพิ่มพูนความมั่งคั่งของตนเอง

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นความวุ่นวายการประท้วงและการจราจลย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะมันเป็นอาการตอบสนองของสังคมตามธรรมชาติ

หากการแก้ปัญหาคือการใช้กำลัง หรือการยึดอำนาจอย่างในประเทศด้อยพัฒนา มันก็จะเหมือนการรักษามะเร็งด้วยคีโม สุดท้ายคนไข้ก็จะตายตามไปอย่างรวดเร็วก่อนอายุขัยอันควร

 

 

 

 

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *