INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

ริชาร์ด พาสคาล : “Honda Effect”

ริชาร์ด พาสคาล : “Honda Effect”

ริชาร์ด พาสคาล ทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ ณ แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี
เมื่อปลาย ค.ศ 1970 เคียงข้างโทมัส ปีเตอร์ ณ ระยะเวลาที่ชาวอเมริกันคิดว่าพวกเขาถูกครอบงำด้วยความเหนือกว่าทางอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ปีเตอร์และพาสคาล ได้มองประเด็นจากด้านที่แตกต่างกันของเหรียญเดียวกัน และพวกเขาได้เขียนหนังสือขายดีที่สุดคือ In Search of Ecellence โดย โทมัส ปีเตอร์ และโรเบิรต วอเตอร์แมน และ The Art of Japanese Management โดย
ริชาร์ด พาสคาล และ แอนโธนี เอโธส ปีเตอร์ ได้แนะนำชาวอเมริกันอย่าสิ้นหวัง
เพราะว่าพวกเขายังมีบริษัทดีเด่นบางบริษัท ริชาร์ด พาสคาลได้แนะนำชาวอเมริกันมองอะไรที่บริษัทญี่ปุ่นกำลังทำได้ดีกว่าพวกเขา และเรียนรู้บทเรียนของพวกเขา ภายในหนังสือของเขา ริชารด พาสคาล ได้เปรียบเทียบบริษัทญี่ปุ่น มัทสีชิตะ กับบริษัทอเมริกัน ไอทีที
การมีส่วนช่วยที่ยิ่งใหญ่ของริชารด พาสคาล จะมาจากการเชื่อมโยงของเขากับโมเดล 7S ของแมคคินซี่ย์ เมื่อปลาย ค.ศ 1970 เขาและเพื่อนร่วมงานทางวิชาการ แอนโธนี เอโธส ได้ร่วมมือกับที่ปรึกษาแมคคินซี่ย์ โทมัส ปีเตอร์ และโรเบิรต วอเตอร์แมน ภายในการสร้างโมเดล 7S ที่ต่อมาได้กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของหนังสือของเขาและแอนโธนี เอโธส The Art of Japanese Management
ริชารด พาสคาล ได้ใช้เวลา 20 ปี ณ คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัย
สแตนฟอร์ด โมเดล 7S ของแมคคินซี่ย์ ได้กลายเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของทั้งหนังสือแอนโธนี เอโธสและริชารด พาสคาล และของโทมัสปีเตอร์ และโรเบิรต วอเตอร์แมน In Search of Excellence ในขณะที่
ปีเตอร์และวอเตอร์แมนจะมุ่งที่ตัวอย่างของบริษัทอเมริกันดีเด่น พาสคาลและเอโธส จะมุ่งที่บริษัทญี่ปุ่น และแสดงความสำคัญของ “ปัจจัย S อ่อน” : สไตล์ทักษะ บุคคล และค่านิยมร่วม ไม่ใช่ ” ปัจจัย S แข็ง” : กลยุทธ์ โครงสร้าง และระบบ ภายในหนังสือเล่มนี้ เขาได้เริ่มต้นที่จะระบุธุรกิจญี่ปุ่นสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ซับซ้อนและคลุมเครืออย่างไร ในขณะที่การวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลไม่สามารถสร้างคำตอบที่ชัดเจนได้ ด้ายการกระโดดไปถึงการแก้ปัญหาในที่สุด เขาได้สนับสนุนการยอมรับความไม่แน่นอน และดำเนินต่อไปบนพื้นฐานของการประเมินเริ่มแรก และจากนั้นการใช้ข้อมูลใหม่ที่เราได้มา
เป็นพื้นฐานของปรับปรุงวิถีทางของเรา การนำไปสู่วิถีทางทีละขั้น ไม่ใช่กลยุทธ์ที่กล้าหาญเด็ดขาด
CMR : Forum : The Honda Effect Revisited บทความทางการบริหาร ผู้เขียน ไมเคิล โกลด์ เฮนรี่ มิงท์เบิรก ริชาร์ด พาสคาล และริชาร์ด รูเมลท์
พิมพ์โดย มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิรคเล่ย์ ค.ศ 1996 ภายในแคลิฟอร์เนีย แมเนจเม้นท์ รีวิว 41 หน้า
บางทีไม่มีบทความใดเลยพิมพ์ภายในสิ่งตืพิมพ์ทางการบริหารจะมีผลกระทบต่อเรื่อง Honda Effect ของริชาร์ด พาสคาล ที่ถูกพิมพ์ภายในแคลิฟอร์เนีย แมเนจเม้นท์ รีวิว ฉบัับ 1984 บทความคลาสสิคนี้ได้กระตุ้นการโต้เถียงอย่างมากต่อบทบาทและคุณค่ากลยุทธ์ของบริษัท …. เรื่องราวของการประชุมนี้ การรวบรวมของบทความนี้จะมีทั้งฉบับย่อของบทความต้นกำเนิดของพาสคาล – มุมมองกลยุทธ์ : เรื่องจริงเบื้องหลังความสำเร็จของฮอนด้า และการแลกเปลี่ยนความตรงกันระหว่างเฮนรี่ื มิงท์เบิรก และไมเคิล โกลด์ และบทความใหม่โดยชาร์ด รูเมลท์ ไมเคิล โกลด์ และริชาร์ด พาสคาล ที่ได้ทบทวนบทความเริ่มแรกของเขาและการถกเถียงทั้งหมดนี้ด้วย
เฮนรี่ มิงท์เบิรก ได้กล่าวว่า ตามความรู้สึก มันจะเป็นการวางเทียบเคียงที่สมบูรณ์ของสองฉบับของเรื่องราวเดียวกัน – รายงานของบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ้ป ได้ฮธิบายความสำเร็จอย่างน่าทึ่งของฮอนด้าภายในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์อเมริกันอย่างไร เปรียบเทียบกับผู้บริหารของฮอนด้าที่บริหารกระบวนการนั้นได้อธิบายตัวพวกเขาเองอย่างไร
บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ้ป ได้ศีกษาทำไมฮอนด้าบรรลุความสำเร็จจากการเปิดตัวธุรกิจภายในอเมริกา แต่มันจะเป็นการตอบสนองของริชารด พาสคาล ด้วยบทความ Honda Effect ของเขาภายในคาลิฟอร์เนีย แมเนจเม้นท์ รีวิว ฉบับ 1984 การกระตุ้นการถกเถียง และการสร้างความตระหนักต่อต่อความคิดของพาสคาล ในขณะที่บีซีจี ได้อ้างความสำเร็จของฮอนด้าต่อกลยุทธ์การลงทุนระยะยาว และความบากบั่นอย่างกล้าหาญ ริชารด พาสคาล จะมองแตกต่างอย่างมาก ภายหลังจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารฮอนด้า เขาได้มองเห็นลำดับของความล้มเหลวและความพ่ายแพ้ ตามมาด้วยการเรียนรู้และการปรับตัว เขาได้รับรู้วิถีทางของฮอนด้าเป็นการทดลองและการไตร่ตรองอย่างหนึ่ง
ริชารด พาสคาล ได้ปฏิเสธยืนกรานวิถีทางตะวันตกของการทำให้การบริหารเรียบง่ายไปและแฟชั่นของกลยุทธ์ และแยกตัวเขาเองจากถ้อยคำคล้ายกับกูรู เขาจะชอบกระบวนการของการทดสอบและการซักถาม การไตร่ตรอง การเรียนรู้ และการปรับตัว เขาได้กลับไปยังแนวคิดของความคล่องตัวเป็นความสามารถแกนขององค์การภายในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลง ริชารด พาสคาลได้สรุปว่า
* ความคล่องตัวจะเป็นแหล่งที่มาสำคัญของข้อได้เปรียบทาวการแข่งขัน
* วัฒนธรรมองค์การและทัศนคติต่อความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลง
* สี่อย่างที่กำหนดองค์การจะคล่องตัวอย่างไร
1 อำนาจ อำนาจของบุคคลที่จะมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์
2 เอกลักษณ์ ระดับที่บุคคลผูกพันกับองค์การของพวกเขา
3 การโต้เถียง ความขัดแย้งจะถูกจัดการอย่างสร้างสรรค์อย่างไร
4 การเรียนรู้ องค์การได้จัดการประสบการณ์และความคิดใหม่อย่างไร
ริชาร์ พาสคาล ได้อธิบายกรณีศึกษาของฮอนด้า มอเตอร์ เข้าไปสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ของอเมริกาได้อย่างไร ริชาร์ด พาสคาล ได้เขียนบทความเรื่อง Honda Effect ภายในวารสารแคลิฟอร์เนีย แมเนจเม้นท์ รีวิว เขาได้ใช้ฮอนด้า มอเตอร์ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นมองกลยุทธ์อย่างไร การเล่าถึงประวัติฮอนด้า มอเตอร์ การทำให้ผู้อ่านประทับใจอย่างมีเหตุผลต่อประเด็นของเขา เขาได้มุ่งที่เนื้อหาของกลยุทธ์
กลยุทธ์จะไม่เป็นเพียงแต่เกี่ยวกับการตัดสินใจ แต่บริษัทจะถูกนำทางอย่างไร
กลยุทธ์จะกระทบต่อวิถีทางการคิดท่ามกล่างผู้นำและสร้างวัฒนธรรม ชาวญี่ปุ่นไม่ได้มองกลยุทธ์เป็นวิถีทางใดเลยของการกระทำ นี่จะสร้างแผ่นปิดตาม้าต่อโอกาส ชาวญี่ปุ่นได้มองว่าบริษัทอเมริกันได้สร้างกลยุทธ์ที่เป็นทางแคบ และได้ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ ต่อพวกเขาแล้วเราจะมีโอกาสอยู่เสมอ แม้แต่ภายในตลาดที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
บริษัทญี่ปุ่นจะไม่ใช้ถ้อยคำ “กลยุทธ์” พรรณาถึงแผนการแข่งขัน พวกเขาจะคิดไปไกลถึงความเหมะสมเชิงกลยุทธ์ หรือกาาปรัยตัวอย่างไม่ลดละ การมุ่งความเชื่อว่าทิศทางของบริษัทจะวิวัฒนาการจากการปรับตัวทีละน้อยตามเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้น ตามมุมมองของพวกเขา ผู้นำคนเดียวหรือทีมวางแผนกลยุทธ์ยากที่จะกำหนดกลยุทธ์ที่ดีเด่นได้ เพื่อที่จะเป็นแนวทางไม่ให้บริษัทผิดพลาด ข้อมูลจะต้องได้มาจากระดับล่างอยู่เสมอ ความสามารถของบริษัทที่จะถ่ายทอดข้อมูลและความคิดจากระดับล่างไปสู่ระดับสูง และกลับลงมาอีกครั้งหนึ่ง โดยสรุปกลยุทธ์จะหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการบริหารบริษัทในฐานะของกลไกที่ปรับตัวให้บรรลุความสำเร็จ
ภายในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า มอเตอร์ได้เข้าไปสู่ตลาดอมริกันเมื่อฮารเลย์ เดวิดสัน คือผู้นำอุตสาหกรรม
รถจักรยานยนต์ต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นของอังกฤษ ฮอนด้าได้สร้างรถจักรยานยนต์ถูกกว่า พลังมากกว่า และเฉพาะมากกว่า พวกเขาจะมีประสิทธิภาพการผลิตที่เหนือกว่าด้วย ยิ่งก่านั้นพวกเขาได้ลงทุนเจ็ดเท่าของจำนวนนักออกแบบและวิศวกร กลยุทธ์การตลาดของพวกเขาจะมุ่งที่ความแตกต่างด้วย
แทนการมุ่งที่มวลชน ฮอนด้าได้มุ่งที่ครอบครัววัยหนุ่มสาว เมื่อฮอนด้าได้เริ่มต้นครั้งแรกภายในอเมริกา พวกเขาไม่ได้มีกลยุทธ์ พวกเขาได้เริ่มต้นครั้งแรกที่จะขายรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ด้วยความคิดว่าชาวอเมริกันชอบความใหญ่
แต่ได้พบว่ารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กได้นิยมแพร่หลาย ภายหลังจากที่ชาวอเมริกันบางคนได้มองเห็นผู้ก่อตั้งบริษัทขี่มัน มันจะเป็นความบังเอิญที่ฮอนด้าได้กลายเป็นนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ผลกระทบของฮอนด้าจะแสดงความสำเร็จและกลยุทธ์จะเกิดขึ้นจากบริษัทได้จัดการกับการคาดคะเนที่ผิด ปัญหาที่ไม่ได้คาดหวัง และความผิดพลาดอย่างไร ดังนั้นกลยุทธ์คือความสามารถที่จะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงทีละน้อยเมื่อต้องการ มันคือความสามารถที่จะมีความคิดจากล่างไปสู่บน จากนั้นกลับลงมาที่ล่าง
เมื่อผู้บริหารระดับสูงของฮอนด้า ได้เดินทางจากญี่ปุ่นไปยังลอสแอนเจลิส เพื่อที่จะสร้างบริษัทสาขาขึ้นมาภายในอเมริกา กลยุทธ์ที่มุ่งหมายเริ่มแรกคือ การขายรถจักรยานยนต์ 250 ซีซี และ 350 ซีซี ไม่ใช่ 50 ซีซี ฮอนด้าคลับส์ รุ่นที่นิยมแพร่หลายภายในญี่ปุ่น สัญชาติญานได้บอกแก่พวกเขาว่า ฮอนด้า 50 ซีซี จะไม่เหมาะสมต่่อตลาดภายในอเมริกา ทุกสิ่งทุกอย่างภายในอเมริกาจะต้องใหญ่โตและหรูหรากว่าภายในญี่ปุ่่น
แต่กระนั้นการขายรถจักรยานยนต์ 250 ซีซี และ 350 ซีซี จะเชื่องช้า และรถจักรยานยนต์จะมีข้อบกพรองทางเครื่องกลบางอย่าง กลยุทธ์ของฮอนด้า มอเตอร์ กำลังจะล้มเหลว ในขณะที่ผู้บริหารฮอนด้านั่งฮอนด้า 50 ซีซี ทำกิจกรรมรายรอบลอสแอนเจลิสอยู่ ได้ดึงดูดความสนใจของชาวอเมริกันอย่างมาก วันหนึ่งผู้บริหารฮอนด้าได้รับโทรศัพท์จากเซียร์ โรบัค ต้องการขายรถจักรยานยนตร์ฮอนด้า 50 ซีซี ภายในอเมริกา ในขณะที่เรายืนยันจะไม่จัดจำหน่ายผ่านคนกลาง เราได้บันทึกความสนใจของเซียร์ไว้ แต่เรายังคงรีรอที่จะผลักดันรถจักรยานยนต์ 50 ชีซี ออกไปจาถความกลัวว่ามันจะทำลายภาพพจน์ของเราภายในตลาดอเมริกัน แต่เมื่อรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ได้เริ่มต้นหยุดชะงักลง เราไม่มีทางเลือกต่อไปอีกแล้ว เราได้ยอมให้รถจักรยานยนต์ 50 ซีซี ออกสู่ตลาด และน่าประหลาดใจผู้ค้าปลีกที่ต้องการจะจำหน่ายมันจะไม่ใช่ผู้ค้าปลีกรถจักรยานยนต์ พวกเขาจะเป็นร้านค้าเครื่องกีฬา
ในที่สุดกลยุทธ์ที่มุ่งหมายของการขายรถจักรยานยนต์ 250 ซีซี และ 350 ซีซี ได้ถูกปรับปรุง เพื่อที่จะมุ่งการขายจักรยานยนต์ 50 ซีซี และบรรลุความสำเร็จสูงมาก ฮอนด้า มอเตอร์ได้ค้นพบส่วนของตลาดที่ไม่ได้สนใจก่อนหน้านี้ใหญ่โตมากโดยบังเอิญ ชาวอเมริกันโดยทั่วไปไม่เคยมีรถจักรยายนต์ ฮอนด้าได้พบช่องทางการจัดจำหน่ายที่ไม่เคยทดลอง ร้านค้าปลีกทั่วไปไม่ใช่ร้านขายรถจักรยานยนต์ เมื่อ ค.ศ 1964 รถจักรยานยนต์ทุกสองคันที่ขายภายในอเมริกาจะเป็นฮอนด้าหนึ่งคัน
คำอธิบายสมัยเดิมของความสำเร็จของฮอนด้า มอเตอร์คือ บริษัทได้ระบุอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์เสียใหม่ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งหมาย ข้อเท็จจริงคือกลยุทธ์ที่มุ่งหมายของฮอนด้าได้ล้มเหลวไปแล้ว กลยุทธ์ที่ปรากฏขึ้นคือ การ
กระทำที่ไม่ได้วางแผนไว้ได้ถูกใช้ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคะเนไว้ เราควรจะยกย่องผู้บริหารญี่ปุ่นจากการรับรู้จุดแข็งของกลยุทธ์ที่ปรากฏขึ้น และการดำเนินการกลยุทธ์ที่ปรากฏชึ้นอย่างเข้มแข็ง
จุดสำคัญที่แสดงให้เห็นจากตัวอย่างของฮอนด้า มอเตอร์ เปรียบเทียบกับมุมมองที่กลยุทธ์ทุกอย่างต้องถูกวางแผนไว้เท่านั้นคือ กลยุทธ์ที่บรรลุความสำเร็จสามารถปรากฏขึ้้น และไม่ได้วางแผนไว้ เพื่อที่จะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคะเนไว้อยู่บ่อยครั้ง เฮนรี่ มิงท์เบิรก ได้กล่าวว่า กลยุทธ์สามารถมีต้นตอมาจากทุกสถานที่ที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยมาก่อน

บริษัทญี่ปุ่นจะแตกต่างจากบริษัทอเมริกัน ทำไม อะไรทำให้พวกเขาบรรลุความสำเร็จทางกลยุท์แม้แต่อยู่ท่ามกลางความล้มเหลว คำตอบของคำถามนี้สามารถสรุปได้ภายในหนึ่งข้อความ “องค์การได้จัดการการคาดคะเนที่ผิด ความผิดพลาด และเหตุการณ์บังเอิญแม้แต่ภายนอกขอบเขตของวิสัยทัศน์
มักจะสำคัญต่อความสำเร็จตลอดเวลา” การวางแผนกลยุทธ์จะดีตราบเท่าที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ไม่เป็นไปตามแผน แต่บ่อยครั้งแค่ไหนอะไรก็ตามจะเป็น
ไปตามแผน เราเกือบจะไม่เคยมีเลย ความสำเร็จของญี่ปุ่นภายในตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากความสามารถของพวกเขาที่จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์เทียบเคียงกับเหตุการณ์และความผิดพลาดที่กำลังเกิดขึ้น ดังเช่นตัวอย่างของฮอนด้า ความสำเร็จของพวกเขาภายในอเมริกา เริ่มต้นด้วยการตลาดรถจักรยานยนต์และขยายตัวไปสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใหญ่โต
ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแท้จริง
มันจะเป็นความทะเยอทะยานของบุคคลไม่กี่คนของฮอนด้าที่ต้องการมองถ้าพวกเขาสามารถขายผลิตภัณฑ์ภายในตลาดอเมริกันได้ ฮอนด้าได้เข้าไปสู่ตลาดที่จะดูว่าอะไรสามารถเกิดขึ้นได้ในฐานะของผู้ผลิตราคาต่ำ การระบุตลาดเป้าหมายใหม่ – การมองบุคคลที่โดยปรกติไม่ได้ถูกพิจารณาซื้อรถจักรยานยนต์ และการสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการกำหนดราคาและการตลาด
ภายใต้การเผชิญกับลำดับของเหตุการณ์โชคไม่ดี ฮอนด้าได้ปรากฏเป็นบริษัทหนึ่งที่บรรลุความสำเร็จภายในอเมริกา เนื่องจากข้อเท็จจริงที่พวกเขาคิดไม่ใช่ในแง่ของกลยุทธ์เดียว แต่ในแง่ของกลยุทธ์การปรับตัว การปรับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เราจะมีรายงานสองฉบับเกี่ยวกับการเข้าไปสู่อเมริกาของฮอนด้า รายงานฉบับแรกจะเป็นรายงานของบีซีจีที่ถูกว่าจ้างโดยรัฐาลอังกฤษที่จะตรวจสอบการตกต่ำของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ของอ้งกฤษ และรายงานฉบัับที่สองจะถูกบันทึกโดยริชาร์ด พาสคาล ที่มองการเข้าไปของฮอนด้าภายในอเมริกา เมื่อ ค.ศ 2518 บีซีจีได้นำเสนอรายงานขั้นสุดท้าย Strategy Alternatives for the British Motor – Cycle Industry ของพวกเขาต่อรัฐบาลอังกฤษ รายงาน 120 หน้าจะชี้ถึงปัจจัยที่สำคัญที่นำไปสู่ความไม่อยู่รอดของอังกฤษภายในอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์โลก การสูญเสียส่วนแบ่งตลาดและการทำกำไรลดลง และข้อเสียเปรียบทางความประหยัดจากขนาดภายในเทคโนโลยี การผลิต และการจัดจำหน่าย ระหว่าง ค.ศ 2502 ส่วนแบ่งตลาดรถจักรยานยนต์ของอังกฤษภายในอเมริกาได้ลดลงจาก 49% เป็น 9%
เฮนรี่ มิงท์เบิรก นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ คานาดา ได้ช่วยให้เรามีมุมมองกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นว่ากลยุทธ์ที่แท้จริงคืออะไร กลยุทธ์ที่เป็นจริงของบริษัทจะเป็นผลผลิตจากกลยุทธ์ที่วางแผน และกลยุทธ์ที่ไม่ได้วางแผนหรือปรากฏขึ้น กลยุทธ์ที่มุ่งมั่นจะเกิดขึ้นจากการวางแผนกลยุทธ์อย่างมีเหตุผล และเป็นทางการโดยผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์ที่ปรากฏขึ้นจะเป็นการตอบสนองที่ไม่ได้วางแผนไว้ต่อสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดคะเนไว้ เฮนรี่ มิงท์
เบิรก ได้กล่าวว่ามุมมองสมัยเดิมของกลยุทธ์จะมุ่งที่กลยุทธ์ที่วางแผนไว้เท่านั้น เขายืนยันว่า 10% ถึง 30% ของกลยุทธ์ที่วางแผนไว้เท่านั้นจะบรรลุความสำเร็จ การวิเคราะห์ความสำเร็จของฮอนด้า มอเตอร์ จากการเข้าไปสู่ตลาดรถจักรยานยนต์ภายในอเมริกาจะะสะท้อนมุมมองของเขาได้อย่างดี

ความสำเร็จของโซอิชิโร ฮอนด้า ได้เริ่มต้นจากยาจกเป็นมหาเศรษฐี พ่อของเขาจะเป็นช่างตีเหล็กที่ทำธุรกิจซ่อมแซมรถจักรยาน ภายหลังจบการศึกษา เขาได้กลายเป็นช่างฝึกหัดของโรงซ่อมรถยนต์ ภายในช่วงเวลาว่างของเขา เขาได้ออกแบบรถแข่งและแนวคิด โครงแรกของเขาคือรถจักรยาน ต่อจากนั้นเขาได้ก้าวไปสู่รถจักรยานยนต์ และในที่สุดรถยนต์
โซอิชิโร ฮอนด้าได้ก่อตั้งสถาบันเทคโนโลยีและวิจัยฮอนด้า ใกล้ ฮามะมะทะสุ เมื่อ ค.ศ 1946 ที่จะพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพ สถาบันนี้ไดัถูกก่อตั้งเป็นบริษัทฮอนดา มอเตอร์ คอมพานี เมื่อ ค.ศ 1948 และได้เริ่มต้นผลิตรถจักรยานยนต์เมื่อ ค.ศ 1949
ฮอนด้า ซี 100 รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ขนาดเล็ก ได้ถูกแนะนำเมื่อ ค.ศ 1953 และเมื่อ ค.ศ 1959 จะเป็นรถจักรยานยนต์ขายมากที่สุดภายในโลก เมื่อ ค.ศ 1959 บริษัทได้ก่อตั้งบริษัทลูกยู เอส อเมริกัน ฮอนดา มอเตอร์ คอมพานี การเริ่มต้นผลิตรถจักรยานยนต์ภายในอเมริกาเมื่อ ค.ศ 1979 และรถยนต์เมื่อ ค.ศ 1982
แม้ว่าฮอนด้าจะเป็นผู้นำโลกภายในการผลิตรถจักรยานยนต์ ยอดขายต่อปีจำนวนมากจะมาจากรถยนต์ที่บริษัทได้เริ่มต้นการผลิตเมื่อ ค.ศ 1963 ท่ามกลางรถยนต์นั่งส่วนบุคคลประหยัดน้ำมันน้ำหนักเบาที่นิยมแพร่หลายจะเป็นรุ่นซีวิคและแอคคอรด ผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัทจะมีทั้งเครื่องจักรการเกษตรและเครื่อยนต์ขนาดเล็ก ฮอนด้าจะเป็นผู้ส่งออกที่สำคัญรายหนึ่งไปยังอเมริกาและส่วนอื่นของโลก บริษัทจะมีโรงงานประกอบภายในหลายประเทศ และได้ร่วมลงทุนและข้อตกลงสัมปทานเทคโนโลยีกับบริษัทต่างประเทศ บริษัทได้บรรลุชื่อเสียงทั่วโลกต่อรถยนต์ประหยัดน้ำมันและสามารถซื้อได้ ปัจจุบันนี้เนื่องจากการมุ่งอย่างต่อเนื่องภายในความสามารถซื้อได้ ความมีประสิทธิภาพ และความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม – คำขวัญภายในของบริษัท ท้องสีครามเพื่อเด็กของเรา – บริษัทจะเหนือกว่าบริษัทส่วนใหญ่
โซอิชิโร ฮอนด้าที่ทำให้ฮอนด้าของเขาบรรลุความสำเร็จ ได้ถูกสร้างจากความล้มเหลว เขาเชื่อว่าความล้มเหลวสำคัญที่จะบรรลุความสำเร็จอย่างแท้จริง
ความไม่ย่อท้อจะเป็นคุณลักษณะที่สำคัญอย่างหนึ่ง เขามีความสามารถที่จะผ่านความล้มเหลวอย่างหนึ่งภายหลังความเหลวอีกอย่างหนึ่งที่จะเข้าไปและยังคงเหมือนเดิมด้วยความฝันเดิมและแรงบันดาลใจ โซอิชิโร ฮอนด้า ได้ถูกรับรู้เป็นผู้ประกอบการที่บรรลุความสำเร็จคนหนึ่งที่ต้องการวิศวกรรมเครื่องกลจากเฮนรี ฟอร์ด
วิถีทางของการทำธุรกิจของผู้ก่อตั้งได้ถูกร่วมโดยบุคคลของฮอนด้า ภายหลังจากที่เขาได้จากไปแล้ว เมื่อฮอนด้าได้บรรลุความสำเร็จ และโซอิชิโร ฮอนด้าเป็นประธานบริษัท เขายังคงมาโรงงาน วิศวกรที่เดินไปรอบโรงงาน และช่วยเหลือพวกเขาปรับปรุงหรือแก้ไขบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเราเป็นบุคคลของฮอนด้าและต้องการความช่วยเหลือเพียงแต่ขอเพื่อนร่วมงาน พวกเขาจะเลิกการกระทำที่จะให้ความช่วยเหลือเราทันที หรืออย่างน้อยที่สุดให้คำแนะนำ บุคคลทุกคนจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อการทำงานเป็นทีม
โซอิชิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ได้กล่าวว่า เราจะมีคำวลีของชาวญี่ปุ่นว่า จงชักใบเรือด้วยมือที่แข็งแรงกว่า หมายความว่าเราจะต้องแสวงหาโอกาสที่เกิดขึ้นภายในชีวิตที่เราพร้อม บริษัทที่ผลิตเครื่องยนตร์ขนาดเล็กได้ดีที่สุดของโลก จนทำให้ฮอนด้าสามารถเข้าสู่การแข่งขันรถยนตร์ระดับโลก : ฟอร์มูล่า วัน โดยใช้เวลาไม่ถึงสองปี ทีมวิศวกรของฮอนด้าได้พัฒนาเดรื่องยนตร์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของโลกขึ้นมาได้สำเร็จ ผลิตภัณฑ์ของฮอนด้าไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนตร์ รถยนตร์ เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องยนตร์ติดท้ายเรือ จะต้องใช้เครื่องยนตร์ขนาดเล็ก
โซอิชิโร ฮอนด้า ได้กล่าววา ความสุขที่แท้จริงจะอยู่ที่การทำงานให้สำเร็จด้วยการใช้สมองและทักษะของตัวเอง เราจะมีคุณลักษณะที่นำไปสู่ความสำเร็จคือ ความกล้าหาญ ความไม่ย่อท้อ ความฝัน และความอดทน
ผมจะหมกมุ่นตัวผมเองภายในงานของผมเป็นนักคิดค้นฝึกหัด ผมจะไม่ยอมให้ใครรบกวนสมาธิของผม ไม่แม้แต่เพื่อนที่ผมได้เคยสนุกสนานกับพวกเขา
เวลาอาหารมื้อเย็นแล้ว แม่ของผมได้บังคับผมมาที่โต๊ะ เนื่องจากจิตใจของผม
ไปอยู่ที่อื่น หูของผมได้ถูกอุด ผมกำลังมาครับแม่ ผมตอบอย่างสุภาพ และกลับไปทำงาน ดังนั้นเธอได้สิ้นสุดลงด้วยความเคารพงานของผม และปล่อยผมทำงานให้เสร็จก่อน แม้แต่ความหิวไม่สามารถรบกวนผมได้ ทำไมบุคคลได้ใช้วันของเขานั่งข้างหลังโต๊ะกระดิกนิ้วเล่นให้เวลาผ่านไป ผมจะคิดได้ดีที่สุดเมื่อผมมีประแจภายในมือของผม วันที่ผมได้หยุดความฝันจะเป็นวันที่ผมตายไปแล้ว
ความสุขกับงานของเราจะสำค้ญ ถ้างานของเราได้กลายเป็นการแสดงออกของความคิดของเราเอง เราจะมีความสุขกับงานอย่างแน่นอน บุคคลแต่ละคนควรจะทำงานเพื่อตัวเขาเอง บุคคลจะไม่เสียสละตัวพวกเขาเองเพื่อบริษัท พวกเขามาทำงาน ณ บริษัท เพื่อความสุขตัวพวกเขาเอง เราจะมีอนาคตอย่างเดียว
และมันจะสร้างความฝันของเรา ถ้าเรามีความกล้าหาญที่จะท้าทายขนบธรรมเนียม แทนที่จะกลัวความท้าทายและความล้มเหลว กลัวต่อการหลีกเลี่ยงความล้มเหลวและไม่ทำอะไรเลย

ประกาศนียบัตรไม่มีทางจะเป็นตั๋วที่แน่นอนของชีวิตได้ ผมจะไม่สนใจประกาศนียบัตรเลย ประกาศนียบัตรจะมีประโยชน์น้อยกว่าตั๋วหนัง
สิ่งที่ผมต้องการคือ ความรู้ เมื่อเราได้ล้มล้มเหลว เราได้เรียนรู้จะไม่ล้มเหลวได้อย่างไร ห้องทดลองของโรงงานเป็นสถานที่ดีที่สุดที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับความล้มเหลว ความตื่นเต้นยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือเมื่อผมได้วางแผนบางสิ่งบางอย่าง และมันได้ล้มเหลว จิตใจของผมจะเต็มไปด้วยความคิดผมสามารถปรับปรุงมันได้อย่างไร สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากความล้มเหลวจะกลายเป็นส่วนที่ล้ำค่าของเรา
การทำให้เราเข้มแข็งขึ้นภายในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ ดังนั้นปล่อยให้สิ่งที่ยากทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เราจะไม่สำราญใจกับชัยชนะอย่างเดียวเท่านั้น
เราจะศึกษาทำไมเราชนะ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ชนะกับรถยนต์ใหม่
ถ้าเราจัดการอู่ซ่อมรถยนต์หรือธุรกิจจะคล้ายกับเราขับรถโดยสาร มันจะทำเป็นกิจวัตร หยุดที่จะรับบุคคลขึ้นมา แต่มันไม่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น เราสามารถสุขใจกับการขับเส้นทางเดิมไปตลอดชีวิตของเรา แต่ผมต้องการจะขับรถโดยสารไกลขึ้และรวดเร็วขึ้น และมองไปสถานที่อื่น
นับตั้งแต่ผมเป็นเด็กเล็กคนหนึ่ง ความฝันอย่างหนึ่งของผมคือ การเข้าไปสู่การแข่งขันรถยนต์ทั่วโลกด้วยรถยนต์จากการผลิตของผมเองและชนะการแข่งขัน
ถ้าฮอนด้าไม่ได้แข่งขัน เราจะไม่มีฮอนด้า เมื่อรัฐสภาอเมริกันได้ออกมาตรฐานการปล่อยมลพิษใหม่ เราได้ว่าจ้างวิศวกรเพิ่ม 50 คน และเจ็นเนอรัล มอเตอร์ ได้ว่าจ้างนักกฏหมายเพิ่ม 50 คน ถ้าลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์บกพร่อง หมายถึงผลิตภัณฑ์บกพร่อง 100% ไม่ใช่ว่าลูกค้าคนนั้นหนึ่งข้อบกพร่องของเขาจะอยู่ภายในผลิตภัณฑ์หนึ่งล้านที่ผลิต ผลิตภัณฑ์จะล้มเหลว 100%
บุคคลหลายคนฝันถึงความสำเร็จ ถ้าเป็นผมแล้ว ความสำเร็จสามารถบรรลุได้ด้วยความล้มเหลวที่เกิดซ้ำและการใคร่ครวญ ที่จริงแล้วความสำเร็จจะแสดง 1% ของงานของเราเกิดขึ้นจาก 99% ที่เรียกว่าความล้มเหลว
ถ้าเราได้ว่าจ้างบุคตลที่เราเข้าใจเท่านั้น บริษัทจะไมเคยได้บุคคลทีดีกว่าเราเลย จงจำไว้เสมอว่าเรามักจะพบบุคคลที่ดีเด่นท่ามกลางบุคคลที่เราไม่ชอบ
ประธานบริษัทแย่ที่สุดคือ บุคคลที่ไปทานภายในร้านอาหารหรูหรา สูบซิการ์และคิดถึงแต่ตัวเอง ในขณะที่คนงานทำงานภายในโรงงานสกปรกด้วยมือสกปรกของพวกเขา ถ้าคุณเหมือนกับพระเจ้า บุคคลจะเคารพเรา แต่พวกเขาจะไม่มาใกล้ชิดเรา
เมื่อพูดถึงนโปเลียน เคยจินตนาการว่าเขาจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรง แต่เมื่อผมได้ค้นพบจากการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ เขาจะมีรูปร่างเล็ก ผมจะมีรูปร่างไม่ใหญ่มาก เราจะต้องไม่วัดความยิ่งใหญ่ของบุคคลด้วยขนาดทางร่างกายของเขา แต่เราต้องวัดจากการกระทำของเขา ผลกระทบของเขาต่อประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ผมยังได้เรียนรู้ว่านโปเลียนมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย ครอบครัวของเขายากจนมาก ดังนั้นราไม่จำเป็นต้องเกิดเป็นชนชั้นสูง หรือร่ำรวย เพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จในชีวิต เราจะมีคุณสมบัติอย่างอื่นที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ ความกล้าหาญ ความขยัน และความฝัน ผมจะกลายเป็น
นโปเลียนของเครื่องกล วันหนึ่งผมจะเหมือนนโปเลียน เล็กแต่มีชื่อเสียง
ภายใต้ 65 ปีของเขาภายในบริษัท โซอิชิโร ฮอนด้า จะทดสอบโดยส่วนบุคคลกับรถยนต์ใหม่ทุกรุ่น ยิ่งกว่านั้นแทนที่จะส่งต่อธุรกิจไปยังทายาทของเขา เขาได้เลือกผู้สืบทอดที่ไว้วางใจได้จากบุคคลในขณะนี้ของฮอนด้า ไม่ว่าโมเดลหรือรถยนต์จะถูกผลิตที่ไหน ไม่ต้องสงสัยฮอนด้ายังคงเป็นชื่อครอบครัวอยู่ สงครามโลกครั้งที่สองได้ทำลายธุรกิจขนาดย่อมที่เขาได้เริ่มต้น แต่เขาไม่ได้ยอมแพ้ เขาได้ขายชิ้นส่วนแก่โตโยต้า แต่ด้วยเงินจำนวนนั้น ในที่สุดเขาได้เปิดสถาบันเทคโนโลยีและวิจัยของเขาเอง ภายในสิบปีฮอนด้าได้กลายเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์แนวหน้าภายในโลก

โซอิชิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทของฮอนด้า มอเตอร์ ได้เริ่มต้น ณ โรงซ่อมจักรยานของพ่อของเขา ตอนเป็นเด็กเขาได้ใช้เวลากับการซ่อมแซมรถจักรยานและเรียนรู้จากพ่อของเขาที่เป็นช่างตีีเหล็กด้วย การเหลือบมองโมเดล ที ของเขาวันหนึ่งได้กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ผมไม่เข้าใจมันสามารถเคลื่อนที่ภายใต้กำลังของมันเองได้อย่างไร และเมื่อมันได้ขับเคลื่อนผ่านผมไปโดยไม่ได้คิดอะไรเลย ผมได้วิ่งไล่ตามมันไปบนถนนไกลเท่าที่ผมสามารถจะวิ่งได้ เมื่อ ค.ศ 1922 ความรักรถยนต์ ได้บันดาลใจเขาที่จะออกจากบ้านไปเมื่ออายุ 15 ปี
โซอิชิโร ฮอนด้า จะเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปคนหนึ่ง เขาได้ฉีดความกระตือรือล้นและพลังภายในบุคคลที่รายรอบเขา และพวกเขาได้ช่วยเหลือเขาบรรลุวิัสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ เขาจะมีความสามารถใส่ความลุ่มหลงและพลังภายในทุกสิ่งทุกอย่าง เขาจะเอาใจใส่เราและต้องการให้เราบรรลุความสำเร็จ ฮอนด้า มอเตอร์จะดำเนินงานบนค่านิยมแกนห้าอย่าง ความฝัน ความสนุกสนาน จิตวิญญานที่ท้าทาย
ความลุรมหลง และความเคารพ ความเป็นผู้นำของฮอนด้าจะได้รับอิทธิพลอย่างมากโดยโซิอิชิโร ฮอนด้า เขาจะเป็นผู้นำตัวอย่างและยังคงเป็นตัวอย่างที่ครอบงำ
บริษัท โซอิชิโร ฮอนด้า จะเป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์และความลุ่มหลง เขาได้บันดาลใจบุคคลอื่นให้ดำเนินตามการนำของเขา
โซอิชิโร ฮอนด้า และเฮนรี่ ฟอร์ด ผู้ประกอบการตำนาน จะคล้ายคลึงกันภายในวิถีทางที่สำคัญ พวกเขาจะเป็นวิศวกรเครื่องกล ที่ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกสองบริษัท พวกเขาจะมีความลุ่มหลงต่องานของพวกเขา และเอาชนะความลำบากทุกอย่าง และพวกเขาจะมีอารมณ์โกรธอย่างรุนแรงเมื่อมาตรฐานของพวกเขาได้ถูกอะลุ่มอล่วย สถานภาพของโซอิชิโร ฮอนด้าได้ถูกเรียกชื่อโดยวารสารพีเพิลว่าเป็น “เฮนรี่ ฟอร์ด แห่งญี่ปุ่น” เขาจะเป็นนักนวัตกรรมและไม่เหมือนใครภายในประเทศบ้านเกิดของเขา – ขับเคลื่อนด้วยความลุ่มหลงของเขาเพื่อนวัตกรรม เขาจะเป็นผู้บริหารรถยนต์ญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ถูกนำเข้ามาภายในหอเกียรติยศรถยนต์ของอเมริกา เขาได้กลายเป็นอมตะเคียงข้างตำนานของนักอุตสาหกรรมรถยนต์อเมริกันที่ชื่อของพวกเขายังคงดังก้องมานานแล้ว : เฮนรี ฟอร์ด วอลเตอร์ ไครสเล่อร์ แรนซัม โอลด์ อัลเฟรด สโลน และในขณะนี้ โซอิชิโร ฮอนด้า
โซอิชิโร ฮอนด้า จะเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมที่ได้เอาชนะการคิดสมัยเดิม และรับรู้โอกาสที่บุคคลอื่นไม่คิดว่าเป็นไปได้ที่จะดำเนินการ โซอิชิโร ฮอนด้า ได้สร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มันควรจะเป็นไปไม่ได้ ช่วงเวลาที่ฟอร์ด เปอร์โยต์ และเด็มเลอร์ ได้ถูกสร้างขึ้นมา นักธุรกิจการต่อเรือที่ยิ่งใหญ่ เฮนรี ไครเซอร์ ได้พยายามจะเข้าไปสู่ธุรกิจรถยนต์เมื่อ ค.ศ 1947 และสิ้นสุดลงหนึ่งทศวรรษเท่านั้น พื้นที่ได้ถูกยึดครองหมดแล้ว การขนส่งเป็นอุตสากรรมที่เจริญเติบโตเต็มที่ และยักษ์ใหม่ไม่ต้องการคู่แข่งขันรายใหม่
โซอิชิโร ฮอนด้า จะเป็นผู้นำตัวอย่างที่สร้างความสำเร็จของเขาบนความล้มเหลว เขาเชื่อว่าความล้มเหลว จะสำคัญต่อการบรรลุความสำเร็จอย่างแท้จริง
ความไม่ลดละจะเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของเขา เขาจะมีความสามารถผ่านความล้มเหลวอย่างหนึ่งภายหลังจากความล้มเหลวอีกอย่างหนึ่ง และยังคงเป็นบุคคลเดิมด้วยความฝันและแรงบันดาลใจเดิม โซอิชิโร ฮอนด้า ได้ถูกรับรู้เป็นผู้ประกอบการวิศวกรรมเครื่องกลที่บรรลุความมากที่สุดคนหนึ่ง นับตั้งแต่เฮนรี่ ฟอร์ด วิสัยทัศน์และการรับรู้โอกาสจะเป็นลักษณะเด่นของโซอิชิโร ฮอนด้า
โซอิชิโร ฮอนด้า จะไม่ชอบลอกเลียนแบบสิ่งที่บุคคลอื่นได้ทำ เขาจะใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาเองที่จะกระทำอะไรก็ตาม บุคคลที่มีความฝันที่ช่วยให้บุุคคลของเขาบรรลุความฝันของพวกเขา บริษัทที่ไม่มีความฝันจะสูญเสีย
สถานที่ภายในสังคม แม้แต่่เขาได้บรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว โซอิชิโร ฮอนด้าจะไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้า ความอยากรู้และจิตวิญญานที่ทำให้หนุ่มน้อยวิ่งไล่ตามยานพาหนะรวดเร็วเสียงดังบนถนนนานมาแล้ว
โซอิชิโร ฮอนด้า จะเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป และการทำงานเพื่อเขาจะเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งและความลุ่มหลง เขาจะเป็นผู้นำอย่างแท้จริงที่มีความสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีภายในทีมที่สร้างขึ้นมา ธุรกิจของฮอนด้าจะมุ่งกิจกรรมของทีมที่จะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ – การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพและความสำเร็จ แม้ว่าบุคคลจากฮอนด้าจะเรียก “มิสเตอร์ ธันเดอร์” นายฟ้าร้อง ต่อการระเบิดออกของความโกรธของเขา หรือการตอบสนองต่อความผิดพลาด พวกเขาจะรักและเคารพเขา
ผู้นำเชิงปฏิรูปคือ ผู้นำที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงองค์การ การสร้างวิสัยทัศน์ การถ่ายทอดวิสัยทัศน์ การใช้บารมีบันดาลใจบุคคลให้บรรลุวิสัยทัศน์ ผู้นำเชิงปฏิรูปจะบริหารองค์การตามวิถีทางในอนาคต การเชื่อมโยงระหว่างปัจจุบันและอนาคต โรเบิรต แบสส์ นักวิชาการความเป็นผู้นำ ได้ขยายผลงานของเจมส์ แมคเกรเกอร์ เบิรน ออกไปอีก เขาไดย้ำถึงความสำคัญของบารมีต่อความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูป ผู้นำเชิงปฏิรูป ได้ใช้อำนาจบารมีสูงมาก ดังนั้นเรามักจะเรียกผู้นำเชิงปฏิรูปว่า ผู้นำเชิงวิสัยวิสัยทัศน์ หรือผู้นำเชิงบารมี
เมื่อ ค.ศ 1985 เบอร์นารด แบสส์ นักจิตวิทยาอุตสาหกรรม ได้เขียนคุณลักษณะพื้นฐานของความเป็นผู้นำเชิงปฏิรูปไว้สี่อย่าง (4I) คือ 1 การมีอิทธิพลด้วยอุดมการณ์ ผู้นำเชิงปฏิรูปเป็นแบบจำลองบทบาทและแสดงบุคลิกภาพที่มีบารมีต่อบุคคล และกระทำตามที่สัญญาไว้ 2 การจูงใจด้วยแรงบันดาลใจ ผู้นำเชิงปฏิรูปมีความสามารถบันดาลใจและจูงใจบุคคล เมื่อรวมเข้ากับการมีอิทธิพลด้วยอุดมการณ์แล้ว นี่คือแหล่งที่มาของบารมีของผู้นำเชิงปฏิรูป 3 การกระตุ้นสติป้ญญา ผู้นำเชิงปฏิรูปให้คุณค่าต่อความคิดสร้างสรรค์และความเป็นอิสระแก่บุคคล การสนับสนุนบุคคลให้มีส่วนร่วมภายในการตัดสินใจ 4 การมุ่งบุคคล ผู้นำเชิงปฏิรูปมุ่งความต้องการและความรู้สึกของบุคคล การให้ความสนใจส่วนตัวแก่บุคคลแต่ละคน

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *