INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

คัสเซม โซไลมานี ตอนจบ

คัสเซม โซไลมานี ตอนจบ

จรัญ มะลูลีม

 

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ใช้ความพยายามอย่างมากแต่ไม่ประสบความสำเร็จในการที่จะผูกโยงการสังหารโซไลมานีไปควบรวมกับการยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกบนน่านฟ้าของอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันเดียวกันที่อิหร่านตอบโต้ทางทหารไปยิงฐานทัพสหรัฐหลังจากการสังหารโซไลมานี

ทั้งนี้รัฐบาลอิหร่านขอรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งมวล  สำหรับการยิงเครื่องบินยูเครนตกโดยเป็นเรื่องของอุบัติเหตุที่ไม่ได้มีความจงใจให้เกิดขึ้น   จนทำให้ผู้โดยสาร 176 คนต้องจบชีวิตลง

ผู้โดยสารของสายการบินยูเครนมีทั้งชาวอิหร่านและผู้มีเชื้อสายอิหร่าน หลายคนเป็นลูกครึ่งอิหร่านแคนาดา

การยิงเครื่องบินยูเครนเกิดจากความกังวลในช่วงเวลานั้นของกองทัพอิหร่าน  หลังจากประสบความสำเร็จในการยิงถล่มฐานทัพของสหรัฐ  และตกอยู่ในภาวะระวังตัว   เพราะทรัมป์ได้เตือนว่ากองกำลังของสหรัฐจะถล่มพื้นที่ 52 แห่งของอิหร่านอย่างหนักหน่วงและรวดเร็วที่สุด (very hard and very fast) หากอิหร่านตอบโต้อันเนื่องมาจากการลอบสังหารโซไลมานี  ซึ่งอิหร่านก็เตรียมพร้อมในตอนนั้น

ประธานาธิบดี โรฮานี (Hassan Rouhani) กล่าวถึงการยิงเครื่องบินโดยสารตกว่าเป็นผลมาจาก “ความผิดพลาดของมนุษย์” และเร่งรีบขออภัยสำหรับความผิดพลาดทางทหาร ซึ่งส่งผลให้เครื่องบินลำดังกล่าวตก

Justin Trudeau ผู้นำแคนาดากล่าวว่าผู้โดยสารบนเครื่องบินซึ่งตกอยู่ในชะตากรรมที่น่าสงสารจะคงมีชีวิตอยู่  หากไม่ได้เกิดความตึงเครียด ซึ่งมีเหตุมาจากการลอบสังหารโซไลมานี  เขากล่าวว่าในขณะที่ชุมชนระหว่างประเทศต่อต้านการมีนิวเคลียร์เอาไว้ในครอบครองของอิหร่านแต่ก็เป็นความต้องการเช่นกันที่จะได้เห็นความตึงเครียดที่มาจากปฏิบัติการณ์ทางทหารของสหรัฐที่จะต้องลดน้อยลงไป

 

อาชญากรสงคราม

อิหร่านจะตั้งข้อหาอาชญากรสงครามกับทรัมป์ที่ศาลโลก ณ กรุงเฮกในการลอบสังหารโซไลมานี   นักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมีความเห็นเป็นาเอกฉันท์ว่าในทรรศนะของพวกเขามี “หลักฐานชัดเจน” ที่จะเอาผิดกับประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้สังหารวีรบุรุษแห่งสงครามของอิหร่าน

Anges Callamard เจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติว่าด้วยปฏิบัติการณ์ที่อยู่นอกเหนือกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศทวีตว่าการสังหารโซไลมานีและนักรบของอิรัก อะบู อัล-มุฮันดิส นั้นถือกันเป็นส่วนใหญ่ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เธอให้ข้อคิดเห็นว่าจนถึงเดี๋ยวนี้สหรัฐยังไม่ได้ชี้ชัดถึง “การคุกคามใดๆ ที่จะต้องเกิดขึ้นที่จะส่งผลต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ”

ผู้นำทางด้านจิตวิญญาณสูงสุดอะยาตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอีในการเทศนาแก่ประชาชนในรอบ 8 ปี ที่มัสญิด อิมามโคมัยนี กล่าวว่าภาพของสหรัฐเป็นภาพที่น่าสลดใจไปทั่วโลก  เนื่องจากสหรัฐเป็นเจ้าของ “ปฏิบัติการก่อการร้าย” ด้วยการลอบสังหารโซไลมานี

ในการสังหารผู้สละชีวิตในทางศาสนาที่กล้าหาญครั้งนี้   สหรัฐไม่ได้เผชิญกับโซไลมานีในสนามรบ แต่ก่ออาชญากรรมด้วยความขี้ขลาดตาขาว  ซึ่งนำเอาความน่าอับอายมาสู่พวกเขา

คอเมเนอี บอกกับผู้คนนับหมื่นๆ  คนซึ่งมารวมตัวกันที่มัสญิดในกรุงเตหะราน  ด้วยการกล่าวต่อไปว่าการตอบโต้ของทหารอิหร่านเป็นการฉีกภาพพจน์ของมหาอำนาจ

เขามีถ้อยคำที่ดุเดือดต่อทรัมป์และคนใกล้ชิดที่พยายามจะสนับสนุนการประท้วงของประชาชนอิหร่านอันเนื่องมาจากการตกลงของเครื่องบินพลเรือน  ทรัมป์และปอมปิโอได้ทวีตสนับสนุนประชาชนที่ออกมาประท้วงในกรุงเตหะรานโดยทันที  หลังจากอิหร่านยอมรับว่าได้ยิงเครื่องบินผู้โดยสารของสายการบินยูเครนตก

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ใช้ความพยายามอย่างหนักหน่วงผ่านโซเชียลมีเดียด้วยการสนับสนุนชาวอิหร่านให้ลงสู่ถนนเพื่อประท้วงรัฐบาลของพวกเขา  อันเนื่องมาจากความตายของผู้โดยสารดังกล่าว

คอเมเนอีแสดงความเสียใจต่อ “โศกนาฐกรรมอันน่าขมขื่น” สำหรับการตกลงของเครื่องบินยูเครน   เราโศกเสียใจอย่างที่สุดและเราหัวใจสลายอันเนื่องมาจากการตกลงมาของเครื่องบิน  ศัตรูของเราถูกทำให้มีความสุขเมื่อหาข้ออ้างที่จะตั้งคำถามกับ IRGC (กองกำลังพิทักษ์การปฏิบัติ) กับกองกำลังทางทหารและการถือกำเนิดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน” คอเมเนอีกล่าวในคำปราศรัยของเขา

เขายังวิจารณ์จุดยืนจากสามประเทศของยุโรปตะวันตกซึ่งเป็นผู้ลงนามในแผนปฏิบัติการณ์ที่ครอบคลุม (JCPOA) หลังจากทรัมป์ลอบสังหารโซไลมานีที่กล่าวว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์

โดยกล่าวว่าอิหร่านมิได้หยุดยั้งข้อกำหนดใดๆ ที่กำหนดเอาไว้ในข้อตกลง   ทั้งๆ ที่มีการฉีกมติโดยสหรัฐและการแซงก์ชั่นจากสหรัฐตามมาทันทีก็ตาม

อิหร่านเห็นว่าการเคลื่อนไหวของสามประเทศในยุโรปที่มีอำนาจเป็นการคุกคามต่อข้อตกลงเดิมที่มีอยู่

สามประเทศจากยุโรปตะวันตกในขณะที่วิจารณ์ฝ่ายบริหารของทรัมป์อย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์  แต่ก็มิได้ทำอะไรที่เห็นเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแม้แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ ต่ออิหร่านได้

ตามรายงานที่มีอยู่ในสื่อสหรัฐ ได้มีการข่มขู่ที่จะใช้ภาษีร้อยละ 25 สำหรับการผลิตรถยนต์ที่มาจากยุโรปหากว่าผู้ลงนามข้อตกลง JCPOA จากยุโรปสามประเทศดังกล่าวปฏิเสธที่จะใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน

Boris Johnson แห่งอังกฤษถึงกับแนะนำว่าอิหร่านควรจะนั่งลงและเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่กับฝ่ายบริหารของทรัมป์

ปีกฝ่ายขวาของรัฐบาลอังกฤษ ยังก้าวไปข้างหน้าด้วยการประกาศว่าพรรคฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนเป็นที่รวมของผู้ก่อการร้าย  ทั้งๆ ที่พรรคฮิซบุลลอฮ์มีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของเลบานอน  ทั้งนี้ขบวนการฮิซบุลลอฮ์เป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน

รัฐบาลอิหร่านได้เตือนว่าการกลับมาแซงก์ชั่นของสหประชาชาติอีกครั้งจะทำให้อิหร่านถอนตัวออกมาจากข้อตกลง JCPOA และออกจากข้อตกลงการไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ (NPT) ในที่สุด

หากกว่าประเทศยุโรปยังคงมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือส่งข้อมูลที่ขาดความยุติธรรมของอิหร่านไปที่คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติอิหร่านก็จะออกจากข้อตกลง NPT

ญาวาด ซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านบอกกับสื่อของอิหร่านว่ารัสเซียได้วิพากษ์การเคลื่อนไหวของยุโรปด้วยการเตือนว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะก่อให้เกิด “การขยายตัวใหม่รอบๆ ข้อตกลงนิวเคลียร์”

อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้ลงนามต่อข้อตกลง JCPOA ของยุโรปได้กล่าวว่าประเทศของพวกเขาไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมกับนโยบายกดดันสุดขีดของสหรัฐต่ออิหร่านแต่อย่างใด  ทั้งนี้อิหร่านต้องการมากกว่าการให้บริการทางปากจากประเทศยุโรปที่มีอำนาจและต้องการให้พวกเขามีบทบาทสำคัญในการหยุดยั้งการแซงก์ชั่นที่มีผลต่อประชาชนอิหร่าน

ในเรื่องการคงอยู่ของทหารสหรัฐในอิรักนั้น  ในปัจจุบันพบว่าอิรักได้ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมภารกิจกับทหารสหรัฐ  ข้อเรียกร้องให้มีการถอนทหารสหรัฐออกไปในประเทศอิรักเองก็เป็นที่รับรู้กันมากขึ้น

อาดิ้ล อับดุลมะห์ดี อดีตนายกรัฐมนตรีของอิรักได้เขียนจดหมายไปถึงรัฐมนตรีต่างประเทศของอิรักเพื่อให้มีการทำงานไปตามตารางที่ได้กำหนดให้มีการถอนทหารของสหรัฐออกจากอิรัก

ในสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม สานุศิษย์ของมุกตะฎอ อัล-ศาดร์ กำลังเริ่มระดมกำลังนักการศาสนากลุ่มซัยดูน (Saidoon bloc) อันเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในรัฐสภาอิรัก  ซึ่งได้เรียกร้องให้มี “การรวมตัวของคนนับล้านเพื่อสันติสุข”  ที่กรุงแบกแดดเพื่อเรียกร้องให้มีการถอนทหารสหรัฐออกจากอิรัก

“ท้องฟ้าผืนแผ่นดินและอธิปไตยได้ถูกละเมิดโดยกองกำลังที่เข้ายึดครองอิรักทุกๆ วัน”  “ศาดร์ได้เขียนลงในทวีตเตอร์ ผู้นำที่เป็นนักรบชีอะฮ์ ซึ่งรวมทั้งศาดร์ด้วยได้มาพบกันที่เมืองกูมเพื่อร่วมมือกันปฏิบัติงาน

กองกำลังของนักรบชีอะฮ์ยังคงโจมตีกองกำลังของสหรัฐในสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม  พวกเขายิงจรวดคัตยูชา (Katyusha) ไปที่ฐานทัพอากาศสหรัฐที่อยู่ทางตอนเหนือของอิรัก ซึ่งมีกองกำลังของสหรัฐตั้งอยู่  และใน “green zone” ที่มีสถานทูตของสหรัฐตั้งอยู่จรวดสองลูกก็ได้ตกลงใกล้กับสถานทูตเช่นกัน    ก่อนหน้านี้ได้มีจรวดอีกลูกหนึ่งได้เข้าโจมตี แคมป์ตาจี (Camp Taji) ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐ

แม้ว่าการต่อสู้เพื่อให้ทหารสหรัฐถอนตัวออกจากอิรักกำลังดำเนินการอยู่ต่อไป  ผู้ประท้วงได้มารวมตัวกันในกรุงแบกแดดเพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งรัฐบาลใหม่ในกรุงแบกแดดเพื่อที่จะมาพูดถึงประเด็นเรื่องการว่างงานและการคอร์รัปชั่นที่ขยายตัวออกไป

ทั้งนี้ผู้ประท้วงไม่ต้องการให้อิรักเป็นสนามของการต่อสู้ในความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิหร่านแต่อย่างใด

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *