jos55 instaslot88 Pusat Togel Online พม่าไม่มีเวลาแทงกบแล้ว - INEWHORIZON

INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

พม่าไม่มีเวลาแทงกบแล้ว

สบาย สบาย สไตล์เกษม
เกษม อัชฌาสัย
พม่าไม่มีเวลาแทงกบแล้ว

“ค่ำคืนเดือนหงาย พม่าขี่ควายจะออกไปแทงกบ เหล่..เล..หล่..เล้..เหล่..เล้..เล..เล /หยิบหอกมาถือ อีกมือถือคบ กบมันร้องอ๊บอ๊บ ลองส่องคบเข้าไปดู / จะผูกไอ้โทนไว้ที่โคนประดู่ ขยับย่องป้องหู เอาหอกชูเงื้อแทง…..”

ที่ยกมานี้เป็นเพลงเก่าแก่ขับร้องโดย “วิเชียร ภู่โชติ”สมัยที่ผมยังเป็นหนุ่มรุ่นตะกออยู่ครับ

แต่พอมาถึงวันนี้ ณ บัดนี้ พม่าไม่มีเวลา “แทงกบ” แล้วละครับ เพราะมัวแต่ “แทงกันเอง”  รบราฆ่าฟันกันเอง นับตั้งแต่ทหารโค่นรัฐบาลประชาธิปไตยของนาง “อองซาน ซูจี” เมื่อเดือนกุมภาพันธุ์ ปี ๒๐๒๑ ในข้อหาที่ว่าโกงเลือกตั้ง

แรกๆ ที่โค่นรัฐบาลประชาธิปไตย ชาวบ้านไม่พอใจ ก็พากันลงถนน ประท้วงโดยสันติ ตามระบอบประชาธิปไตยนั่นแหละครับ

แต่ทหารนำโดยนายพล “มิน อ่อง ไลง์” ออกมาปราบปรามอย่างเด็ดขาด จัดการกับชาวบ้านอย่างถึงเลือดถึงเนื้อ หมายใช้ความกลัวคุมสภาพไว้ให้อยู่

จับ “อองซาน ซูจี” ขัง ไล่ล่านักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม บางคนถูกเก็บเงียบ ไร้เมตตาใดๆ ทั้งสิ้น

ทีนี้ประชาชนเขาก็ลุกขึ้นสู้สิครับ สู้ไม่ได้ก็ลงใต้ดิน

หากถามว่ามีหลักฐานอะไร ดูได้จากนี่เลยครับ

ตัวเลขที่ผมค้นมาได้ จนถึงเดือนมีนาคมปีที่แล้วระบุว่า พลเรือนถูกสังหารไปอย่างน้อย ๑,๗๑๙ ราย รวมทั้งเด็กเล็ก ถูกจับกุมคุมขังไว้ ๙,๙๘๔ ราย สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ระดับนำในสังกัดพรรค “อองซาน ซูจี” สามคนต้องตายไปในที่คุมขัง

ที่แย่ไปมากกว่านั้น นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างน้อยสี่คนถึงกับถูกประหารชีวิต

ข้อมูลของสหประชาชาติเปิดเผยเมื่อ ๘ สค. ๖๖ ว่าการปราบปรามประชาชนนั้น นอกจากฆ่าพลเรือนหรือผู้ที่ถูกจับไว้แล้ว ก็ยังใช้วิธีทรมานและย่ำยีทางเพศด้วย

ทั้งหมดนี้ สามารถเอาผิดรัฐบาลทหารได้ ด้วยการตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

นอกจากต้องรบรากับพลเรือนแล้ว หลังเกิดรัฐประหาร รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government: NUG) ที่ประสานกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆไว้ก็เสื่อมสลาย

กลุ่มชาติพันธุ์พากันลุกขึ้นแข็งข้อ ก่อให้เกิดการปราบปราบไปทั่วที่โน่นที่นี่ ตั้งแต่ตะวันออก เหนือและตะวันตกของเมียนมา(ก็”พม่า”นั่นแหละครับ)

เท่ากับเกิดสงครามกลางเมืองไปทั่วแล้ว ความรุนแรงของสงครามนั้น ถึงกับต้องใช้เครื่องบินรบปราบ แต่ก็ไม่สงบลงได้

แต่ดูเหมือนจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

จนในที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้กลุ่มชาติพันธุ์สามฝ่ายในชื่อ “พันธมิตภราดรภาพ” ก็สำแดงบทบาทชัดเจนขึ้นกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นใด โดยประกาศว่าจะโค่นล้มรัฐบาทหารเมียนมาที่ “เนปิดอว์” เสีย

จากนั้นเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๐๒๓ ก็บุกโจมตีที่ตั้งกองกำลังทหารเมียนมาในรัฐฉานตามเมืองต่างๆ ไปได้แถมยึดไว้ได้หมด ตั้งแต่ “เซไน”, “คุตไค”, “คะเยือกเม”, “ลาเฉียว” และ “มูเซ” เป็นต้น

“พันธมิตรภราดรภาพ”ที่ว่านี้ประกอบไปด้วย Arakan Armyหรือ AA, Myanmar National Democratic Alliance Army หรือ MNDAA, และTa’ang National Liberation Army หรือ TNLA ซึ่งจัดตั้งเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๒

ต่อไปนี้เป็นการอธิบายเพิ่มเติมคร่าวๆ

๑ AA คือกองทัพยะไข่ เป็นองค์กรกบฏของชาวพุทธยะไข่ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ องค์กรนี้ได้สู้รบร่วมกับกองทัพเอกราชกะฉิ่นใน
ความขัดแย้งระหว่างพม่ากับกะฉิ่น มีกำลังพลเมื่อปี ๒๕๕๑ ระหว่าง ๔๐๐-๕๐๐ ปัจจุบันมีเท่าไร ไม่เป็นที่ปรากฎ

๒ MNDAA คือกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา ชื่อเดิมคือ พรรคประชาธิปไตยโกก้าง เป็นกองทัพกบฏของชาวโกก้างทางตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าที่ก่อตั้งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ มีกำลังพลราว ๑๐,๐๐๐

๓ TNLA คือกองกำลังปลดปล่อยตะอ้องแห่งชาติ หรือ กองกำลังปลดปล่อยตะอั้งแห่งชาติ เป็นหน่วยติดอาวุธของแนวหน้าปลดปล่อยรัฐปะหล่อง มีเป้าหมายต่อต้านยาเสพติด มีกำลังพล ๑๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐

ถามว่า ทำไม”พันธมิตรภราดรภาพ”จึงมีความเข้มแข็งขึ้นและเริ่มมีพันธมิตรเพิ่มเติมขี้นเรื่อยๆ เป็นที่น่าเกรงขามต่อกองทัพเมียนมาด้วย

ตอบว่าเป็นเพราะจีนให้การสนับสนุนทางอาวุธที่ทันสมัยเช่น”โดรนรบ”และอื่นๆ ที่จำเป็นแก่ MNDAA หรือกองกำลังโกก้าง ซึ่งมีความสนิทสนมกับจีนเป็นพิเศษ ผ่านทางชาติพันธุ์เดิม

เพราะชาวโกก้างนั้น คือลูกหลานชาวจีนภาคกลางหรือชาวฮั่น ที่อพยพภัยหนีภัยการเมืองในแผ่นดินใหญ่ มาตั้งถิ่นฐานในภาคเหนือของเมียนมา ในช่วงเปลี่ยนราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ชิงในช่วงปลายสมัยอยุธยานั่นเองและคนพวกนี้พูดภาษาจีนกลาง

ทำไมจีนจึงให้การสนับสนุน

ตอบว่าจีนต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนตามนโยบาย หนึ่งแถบ หนึ่งถนนหนทาง ในเมียนมาภาคเหนือเอาไว้ เพราะได้ไปลงทุนไว้มาก ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการผลิตไฟฟ้ากำลังน้ำ การสำรวจแหล่งแก๊สและน้ำมันดิบรวมทั้งการลงทุนในทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ

ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ จีนต้องรักษาความปลอดภัยของท่อน้ำมันและท่อแก๊ส ที่ส่งจากทะเลภาคใต้ของเมียนมา ผ่านเมืองต่างๆ ในเมียนมา ยืดยาวไปจนทะลุถึง”คุนหมิง”ในจีน

สงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในเมียนมาจึงไม่เป็นผลดีแก่จีนเลยและคงอยากจะให้สิ้นสุดลงโดยเร็ว

แต่มองไปแล้ว ยากมากที่ความขัดแย้งในเมียนมาจะยุติลงในระยะเวลาอันใกล้ ยิ่งนานไปความเป็นพันธมิตรหลายฝ่ายระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ นับวันจะเติบโต ยากที่รัฐบาลทหารจะปราบปรามให้อยู่ในควบคุม

เอาเป็นว่า ในท้ายสุด ฝ่ายไหนจะชนะสงคราม ก็ไม่ชัดเจนแล้ว

ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการตกลงกันได้เองระหว่างทุกฝ่ายในเมียนมาที่จะเปิดเจรจาสงบศึก

ถามว่าไทยเราเตรียมตัวรับสภาวะดังกล่าวไว้แล้วอย่างไรที่จะช่วยทำให้เกิดการเจรจาสงบศึกโดยเร็ว

ไทยเตรียมตัวจะทำอะไรหรือยัง ในฐานะที่เป็นชาติสมาชิกอาเซียน เช่นเดียวกับเมียนมาและสนิทสนมกันมากที่สุดในบรรดาชาติสมาชิกด้วยกัน

ถามเท่านี้แหละครับ ยังไงๆ“พม่าก็หาโอกาสแทงกบ”ยากแล้ว

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *