INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

เด็กควรจะมีปากกาภายในมือของพวกเขาไม่ใช่เครื่องมือทำงาน

เด็กควรจะมีปากกาภายในมือของพวกเขาไม่ใช่เครื่องมือทำงาน

ภายในการประกาศของผู้ชนะสองคนของราววัลโนเบิล คณะกรรมการางวัลได้ชี้ถึงการเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิดระหว่างปัญหาของความยากจนและแรงงานเด็ก มาลาลา ยูซาฟไซ รู้จักกันดีที่สุดต่อก่ารยืนหยัดของเธอภายในสิทธิของเด็กหญิงต่อการศึกษา ในขณะที่ไกรลาส สัตยาธิ ได้ทุ่มเทตัวเขาเองต่อการปลดปล่อยแรงงานเด็กจากการเป็นทาส เด็กไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจากพ่อแม่ของพวกเขารู้สึกว่าเด็กต้องทำงานเพื่อครอบครัวที่จะอยู่รอด
จำนวนของแรงงานเด็กทั่วโลกได้ลดลงหนึ่งในสามนับตั้งแต่ ค.ศ 2000 แต่ยังคงสูงอยู่ถึง 168 ล้านคน ตามองค์การแรงงานระหว่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่ง 85 ล้านคนอยู่ภายในงานที่อันตราย เด็กหลายล้านคนภายในอินเดียยังคงถูกว่าจ้างเป็นแรงงานเด็กรวมทั้งภายในงานที่อันตราย เด็กได้ถูกว่าจ้างภายในการทำไร่ เตาเผาอิฐ ทอผ้าไหม และดอกไม้เพลิง ณ การประชุมโลกของไอแอลโอต่อแรงงานเด็ก ภายในบราซิล ไกลาส สัตยาธิ ได้กล่าวว่า มันไม่ได้เป็นเพียงแต่ตัวเลข ทุกตัวเลขมีหน้าตา และชื่อ และเด็กทุกคนจะสำคัญ
ภายใต้กฏหมายระหว่างประเทศ แรงงานเด็กจะถูกห้ามต่อใครก็ตามอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือต่ำกว่า 14 ปี ภายในสถานการณ์บางอย่างของประเทศที่กำลังพัฒนา รูปแบบเลวร้ายที่สุดและอันตรายของแรงงานเด็กจะถูกห้ามต่อใครก็ตามอายุต่ำกว่า 18 ปี
มาลาลา ยูซาฟไซ เป็นนักเคลื่อนไหวชาวปากีสถานเพื่อการศึกษาของเพศหญิง เธอเป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษย์ โดยเฉพาะการศึกษาของผู้หญิงและเด็กภายในหุบเขาสวัตที่กำเนิดของเธอ ปากีสถานตะวันตกเฉียงเหนือ การสนับสนุนของเธอได้เจริญเติบโตเป็นขบวนการระหว่างประเทศ เธอได้กลายเป็นพลเมืองที่โดดเด่นของประเทศ ในฐานะของเด็กหญิงวัยสาว มาลาลา
ยูซาฟไซ ได้ปฏิเสธตาลีบันภายในปากีสถาน และได้เรียกร้องว่าเด็กหญิงต้องได้รับการศึกษา
เธอถูกยิงที่ศรีษะโดยมือปืนตาลีบันเมื่อ ค.ศ 2012 แต่รอดชีวิต เมื่อเธอมีอายุ 17 ปี ค.ศ 2014 เธอได้กลายเป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ภายหลังการรอดชีวิตจากการลอบสังหารของตาลิบัน มาลาลา ยูซาฟไซ ได้กลายเป็นผู้สนีบสนุนเพื่อการศึกษาของเด็กหญิงเมื่อเธอตัวเธอเองยังคงเป็นเด็ก ทำให้ตาลิบันข่มขู่ที่จะฆ่าเธอ เมื่อ 9 ตุลาคม 2012 มือปืนได้ยิงเธอในขณะที่เธอเดินทางไปบ้านจากโรงเรียน เธอรอดชีวิตและได้พูดถึงความสำคัญของการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อ ค.ศ 2013 เธอได้ให้การปราศัยแก่สหประชาติ และพิมพ์หนังสือเล่มแรกของเธอ I Am Malala มาลาลา ยูซาฟไซ ได้เข้าโรงเรียนที่พ่อของเธอ นักการศึกษา ได้ก่อตั้ง ภายหลังจากตาลิบาน ได้เริ่มต้นโจมตีโรงเรียนของเด็กหญิง มาลาลา ได้เริ่มต้นการต่อสู้ของเธอเพื่อเด็กหญิง – จากนักเคลื่อนไหวทางการศึกษาภายในปากีสถานไปสู่รางวัลโนเบลอายุน้อยที่สุด และเธอได้รณรงค์ผ่านทางมาลาลา ฟันด์ อย่างไร พ่อของเธอเป็นครู และดำเนินโรงเรียนของเด็กหญิงภายในหมู่บ้าน
เธอรักโรงเรียน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลง เมื่อตาลิบันได้ควบคุมเมืองของเราภายในหุบเขาสวัต พวกหัวรุนแรงห้ามหลายสิ่งหลายอย่าง – การเป็นเจ้าของโทรทัศน์และเครื่องเล่นดนตรี และการบังคับด้วยการลงโทษอย่างหนักแก่บุคคลที่ไม่ทำตามคำสังของพวกเขา และพวกเขาได้กล่าวว่าเด็กหญิงไม่สามารถไปโรงเรียนต่อไปอีกแล้ว เมื่อ ค.ศ 2008 เธอเพิ่งจะมีอายุ 11 ปี เธอได้กล่าวอำลาต่อเพื่อนร่วมชั้นของเธอ ไม่รู้ว่าเมื่อไร เธอจะได้พบพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อ ค.ศ 2012 ในขณะอยู่บนรถโดยสารภายในหุบเขาสวัต ภายหลังจาการสอบ เดินทางจากโรงเรียนกลับบ้าน มือปืนใส่หน้ากากขึ้นรถโรงเรียนของเธอ และถามว่า ใครคือมาลาลา เขายิงเธอทางด้านซ้ายของศรีษะ เธอได้ตื่นขึ้นมา 10 วันต่อมาภายภายในโรงพยาบาลแห่งเบอร์มิงแฮม อังกฤษ และบุคคลทั่วโลกกำลังสวดเพื่อการฟื้นตัวของเธอ ต่อจากนั้นมาลาลา ยูซาฟไซ รู้ว่าเธอมีทางเลือก เธอสามารถมีชีวิตอย่างเงียบสงบ หรือเธอสามารถใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ได้มาต่อสู้เพื่อการศึกษา มาลาลา ยูซาฟไซ ได้ตัดสินใจที่จะต่อสู้ต่อไป จนกระทั่งเด็กหญิงทุกคนสามารถไปโรงเรียนได้ ด้วยพ่อของมาลาลาเป็นแนวร่วมและแรงบันดาลใจของเธออยู่เสมอ มาลาลาได้สร้างมาลาลา ฟันด์ การบริจาคเพื่อการทุ่มเทที่จะให้โอกาสเด็กหญิงทุกคนบรรลุอนาคตที่เธอเลือก การสร้างความตระหนักต่อผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของการศึกษาของเด็กหญิง และการให้อำนาจเด็กหญิงที่จะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง
ทุกวันมาลาลา ยูซาฟไซ ได้ต่อสู้ที่จะรับรองเด็กหญิงทุกคนได้รับความปลอดภัย และการศึกษาที่มีคุณภาพ มาลาลา ได้เดินทางไปหลายประเทศพบเด็กหญิงต่อสู้กับความยากจน สงคราม การแต่งงานเด็ก และการเลือกปฏิบัติทางเพศของการเข้าโรงเรียน มาลาลา ฟันด์ กำลังทำงาน ด้งนั้นเรื่องราวของมาลาลา ฟันด์ จะคล้ายกับเธอ สามารถถูกได้ยินไปทั่วโลก
เราได้ลงทุนภายในการพัฒนานักการศึกษาและนักเคลื่อนไหวของประเทศเหมือนกับพ่อของมาลาลา ยูซาฟไซ มาลาลา ฟันด์ ได้ทำลายอุปสรรคขัดขวางเด็กหญิงมากกว่า 130 ล้านคนทั่วโลกจากการไปโรงเรียน ด้วยเด็กหญิงมากกว่า 130 ล้านคนออกจากโรงเรียนวันนี้ เรามีงานมากขึ้นที่ต้องทำ เธอหวังว่าเราจะร่วมการต่อสู้ของเธอเพื่อการศึกษาและความเสมอภาค ด้วยกันเราสามารถสร้างโลกที่เด็กหญิงทุกคนสามารถเรียนและนำได้
มาลาลา ยูซาฟไซ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ระหว่างประเทศของการต่อสู้เพื่อการศึกษาของเด็กหญิง มาลาลา ได้เคยปราศัยตอนหนึ่งว่า เพื่อนที่รัก เมื่อ ค.ศ 2012 ตาลิบานยิงเธอบนด้านซ้ายของศรีษะ พวกเขายิงเพื่อนของเธอด้วย
พวกเขาคิดว่าลูกกระสุนจะทำให้เราเงียบ แต่พวกเขาล้มเหลว ผู้ก่อการร้ายคิดว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมายของเรา และหยุดความทะเยอทะยานของเรา แต่ไม่มีอะไรภายในชีวิตของเธอ เว้นแต่ ความอ่อนแอ ความกลัว และความสิ้นหวัง ได้ตายไปแล้ว ความเข้มแข็ง ความกล้า และพลัง ได้เกิดขึ้น เธอยังเป็นมาลาลาคนเดิม ความหวังของเธอเหมือนเดิม ความฝันของเธอเหมือนเดิม เธอไม่ได้เกลียดตาลิบานที่ยิงเธอ แม้ว่าถ้าเธอจะมีปืนภายในมือของเธอและเขายืนตรงหน้าเธอ เธอจะไม่ยิงเขา นี่คิอความเห็นอกเห็นใจที่เธอได้เรียนรู้จากมูฮัมหมัด พระเยซู และพระพุทธเจ้า นี่คือมรดกของการเปลี่ยนแปลงที่เธอได้มรดกจากมาร์ติน ลูเธอร์ คิง เนลสัน มาเดลลา และมูฮัมหมัด อลี จินนา นี่คือปรัชญาของความไม่รุนแรงที่เธอได้เรียนรู้จากมหาตมะ คานธี บาชา ข่าน และแม่ชีเทเรซา และนี่คือการยกโทษที่เธอได้เรียนรู้จากพ่อและแม่ของเธอ นี่คือสิ่งที่วิญญานของเธอกำลังบอกแก่เธอว่า สันติภาพและรักบุคคลทุกคน
เราได้รับรู้ความสำคัญของแสงเมื่อเรามองเห็นความมืด เรารับรู้ความสำคัญของเสียงของเราเมื่อเราเงียบ ภายในวิถีทางเดียวกัน เมื่อเราอยู่ภายในหุบเขาสวัต ทางเหนือของปากีสถาน เรารับรู้ความสำคัญของปากกาและหนังสือ เมื่อเรามองเห็นปืน คำกล่าวที่ฉลาดว่า ปากกายิ่งใหญ่กว่าดาบ จะเป็นความจริง
พวกหัวรุนแรงจะกลัวปากกาและหนังสือ พลังของการศึกษาทำให้พวกเขากลัว
พวกเขากลัวผู้หญิง พลังเสียงของผู้หญิงทำให้พวกเขากลัว และนั่นคือทำไมพวกเขาได้ฆ่านักเรียนแพทย์บริสุทธ์ 14 คนจากการโจมตีไม่นานมานี้ และนั่นคือทำไมพวกเขาฆ่าครูหญิงหลายคนและคนงานโปลิโอ นั่นคือทำไมพวกเขาระเบิดโรงเรียนทุกว้น เพราะว่าพวกเขากลัวการเปลี่ยนแปลง และกลัวความเสมอภาคที่เรานำมาสู่สังคมของเรา
เธอจำได้ว่าเรามีเด็กชายคนหนึ่งภายในโรงเรียนของเราที่ถูกถามโดยนักข่าวว่า ทำไมตาลิบานต่อต้านการศึกษา เขาได้ตอบอย่างธรรมดามาก ด้วยการชี้ไปที่หนังสือของเขาและเขาได้พูดว่า ชาวตาลิบัน ไม่รู้ว่าอะไรได้ถูกเขียนข้างในหนังสือเล่มนี้ พวกเขาคิดว่าพระเจ้าส่งเด็กหญิงไปนรกเพียงเพราะว่าไปโรงเรียน
ครั้งหนึ่งสมาชิกของฟรี เดอะ ชิลเดรน องค์การที่ไม่แสวงหากำไร ความมุ่งหมายเพื่อการกำจัดแรงงานเด็กทั่วโบก ได้เรียนรู้ว่าไกลาส สัตยาธิ ผู้นำอินเดียภายในการต่อสู้ต่อต้านแรงงานเด็กไดัถูกจำคุกจากกระทำของเขา พวกเขาได้รวบรวม 3,000 ลายมือชื่อและเขียนจดหม่ายส่งไปที่นายกรัฐมนตรีอินเดียขอให้ปล่อยตัวไกลาส ข้อเสนอและจดหมายถูกส่งไปอินเดียภายในกล่องรองเท้าห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล ไกลาสได้ถูกปล่อยตัวทันที ระหว่างการเดินทางไปคานาดา ไกรลาส สัตยาธิ ได้กล่าวต่อฟรี เดอะ ชิลเดรน ว่า ผมจำกล่องรองเท้าที่ได้ส่งไปอินเดียภายในชื่อของผม มันเป็นการกระทำที่ทรงพลังมากที่สุดอย่างหนึ่งทีืำภายในนามของผม และต่อผมแล้วควรจะจดจำมากที่สุดอย่างแน่นอน

เรี่องราวของอิคบอล มาซี เด็กชายปากีสถาน ถูกฆ่าเสียชีวิตได้กลายเป็นข่าวของหนังสือพิมพ์ทั่วโลก
แต่กระนั้นหลายพันไมล์จากปากีสถาน เด็กชายอายุ 12 ปีิคนหนึ่ง ได้ผูกพันกับเรื่องราวของอิคบอล มาซี ที่จะจดจำ พฤติกรรมเริ่มต้นการเกิดขบวนการขับเคลื่อนด้วยคนหนุ่มสาวต่อต้านแรงงานเด็กที่ครอบคลุมไป 20 ประเทศ
เรามีเด็กสองคนต่อต้านแรงงานเด็ก อิคบอล มาซี เด็กปากีสถาน และเครก คิลเบอร์เกอร์ เด็กชายคานาดา เครกมีอายุ 12 ปี เมื่ออิคบอล ได้ถูกฆ่า อายุ 12 ปี
วารสารได้สัมภาษณ์เครกสองปีต่อมา เมื่อเขามีอายุ 14 ปี เขาได้เริ่มต้นองค์การ ฟรี เดอะ ชิลเดรน แล้ว
เครก คิลเบอร์เกอร์ ได้เดินทางไปทั่วโลก พูดเกี่ยวกับแรงงานเด็ก และเยี่ยมเด็กทำงาน เขาได้ออกโทรทัศน์ พูดกับนักการเมือง และเป็นพยานต่อคณะกรรมการรัฐสภาอเมริกา เครก ได้พูดเกี่ยวกับอิคบอล มาซี ว่า
ตอนอาหารเช้าวันหนึ่ง เครก อายุ 12 ปีกำลังพลิกหนังสือพิมพ์หาหน้าการ์ตูน แต่เขาได้หยุดลงที่เรื่องราวของอิคบอล มาซี อายุ 12 ปี แรงงานเด็กทาสก่อนหน้านี้ภายในปากีสถาน ได้ถูกฆ่า เนื่องจากเขาได้พูดถึงสิทธิมนุษย์
เครก อายุ 12 ปี อิคบอล อายุ 12 ปี ภายในขณะนั้น เขาได้รู้สึกถึงการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้ง ยกเว้นเหตุบังเอิญของวันเกิด เขาสามารถเป็นอิคบอล และเขาต้องการทำบางสิ่งบางอย่าง
สองปีที่แล้วที่ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับอิคบอล มาซี บทความได้พูดเกี่ยวกับชีวิตของเขา และบอกว่าเขาได้ถูกฆ่าตาย ผมมีอายุ12 ปี ณ เวลานั้นด้วย และดังนั้นผมได้ดูที่ชี่วิตของผมและของเขา และมองเห็นความแตกต่างและความคล้ายคลึง เรามีอายุเท่ากัน ผมสามารถจินตนาการอิคบอล ผมสามารถจินตนาการความฝันของเขาจะเหมือนกัน บทความได้กล่าวว่าเขาต้องการกลายเป็นนักกฏหมาย และเขาหวังจะใช้สิ่งนั้นปลดปล่อยเด็กอย่างไร บทความได้พูดเกี่ยวกับเขารักโรงเรียนอย่างไร และพูดเกี่ยวกับบางสิ่งที่เขาจะทำเมื่อเขาเป็นอิสระ แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมตกตะลึงเป็นความแตกต่าง ผมคิดอยู่เสมอว่า แรงงานทาส เป็นบางสิ่งบางอย่างจากศตวรรษสิบแปดและสิบเก้า มันได้ถูกกำจัดไปแล้ว มันไม่มีอยู่ต่อไปอีกแล้ว การเสียชีวิตของเขาเป็นความลึกลับ แต่เขาถูกฆ่าโดยใครก็ตาม มันไม่สำคัญ มันเป็นอะไรที่เขาพูดจะสำคัญ เขาเป็นผู้สนับสนุนต่อต้านแรงงานเด็ก
ผมได้เริ่มต้นทำการวิจัยต่อปัญหาของแรงงานเด็ก และนำสิ่งที่ผมรู้เข้าไปภายในห้องเรียนของผม นี่คือสิ่งที่ผมต้องการทำ และใครต้องการช่วยเหลือ
จากที่นี่มันได้เริ่มต้นขยายตัว ฟรี เดอะ ชิลเดรน ได้เริ่มต้นเป็นกลุ่มของเด็กยี่สิบคนภายในชานเมืองของโตรอนโต คานาดา เคียงข้างด้วยพี่ชายของเขา มาร์ค เครกและทีมของเขาได้เริ่มต้นภารกิจอย่างกล้าหาญ : ปลดปล่อยเด็กและครอบครัวของพวกเขาจากความยากจนและการแสวงหาประโยชน์
แต่ในไม่ช้าพวกเขาได้ค้นพบว่าการปลดปล่อยเด็กจากการเป็นทาสไม่เพียงพอ
ครอบครัวของเด็กที่เป็นอิสระได้ดิ้นรนต่อไปที่จะสนับสนุนตัวพวกเขา และเด็กที่เป็นอิสระต้องกลับไปทำงาน
การรับรู้ว่าเราไม่มีข้อแก้ปัญหาอย่างเดียวที่จะยุติความยากจน เครก และมาร์ค ได้สร้าง ฟรี เดอะ ชิลเดรน วี วิลเลจ วิถีทางรวมที่สร้างสรรค์ของการพัฒนาที่จัดหาการเข้าไปสู่เสาสำคัญห้าเสา – การศึกษา น้ำสะอาดและสุขาภิบาล การดูแลสุขภาพ ความมั่นคงของอาหาร และรายได้ทางเลือก – และให้อำนาจชุมชนที่จะยกตัวเองออกจากความยากจน
ด้วยกันเสาห้าเสาเหล่านี้จะบรรลุผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าเสาแต่ละต้นสามารถบรรลุด้วยตัวมันเอง โรงเรียนที่จัดหาอาหารและน้ำสะอาดต้องรับรองว่าเด็กสามารถมาชั้นเรียนได้ ไม่ใช่เดินทางไกลไปเอาน้ำสกปรกแก่ครอบครัว
คลีนิคแพทย์รวมกับทางเลือกของรายได้จะรับรองการดูแลสุขภาพชุมชนที่ครอบครัวสามารถรับภาระได้
ในขณะนี้เรามีกลุ่มภายในคานาดา อเมริกา ออสเตรเลีย และทั่วโลก เราเป็น
กลุ่มคนหนุ่มสาวที่อาสาสมัครที่จะเลิกเวลาว่างของเราทำงานกับปัญหานี้ เราไม่ได้ต่อต้านเด็กทำงาน เราต่อต้านเด็กที่ถูกละเมิดและแสวงหาประโยชน์
ยี่สิบปีต่อมา วี แชรีตี้ ชื่อใหม่ของฟรี เดอะ ชิลเดรน เป็นการกุศลระหว่างประเทศผูกพันต่อการนำเสนอโมเดลการพัฒนาอย่างยั่งยืน การให้อำนาจแก่บุคคลที่จะปฏิรูปพวกเขาเอง ครอบครัวของพวกเขา ชุมชนของพวกเขา และโลกของพวกเขา
หลายปีผ่านมา เครก คิลเบอร์เกอร์ ได้พบกับผู้นำโลกเหมือนเช่นแม่ชีเทเรซา สันตปาปา จอห์น พอล ที่สอง และพระนางเจ้าอลิซาเบธ เมื่อ ค.ศ 2002 เครกได้ถูกให้เกียรติต่อความเป็นผู้นำผิดธรรมดาภายในการสร้างขบวนการคนหนุ่มสาวใหญ่ที่สุดภายในโลก ฟรี เดอะ ชิลเดรน ได้สร้าง 650 โรงเรียนที่ให้การศึกษาแก่เด็กมากกว่า 55000 คนทุกวัน
เครก คิลเบอร์เกอร์ ได้เดินทางไปเอเชียใต้ภายหหลังสองปีของการเริ่มต้นฟรี เดอะ ชิลเดรน เขาได้ใช้เวลาภายในสลัมและโรงงานค้้นหาเด็กที่เป็นทาส เขาได้ร่วมมือกับตำรวจท้องที่ปลดปล่อยเด็กจากโรงงานเหล่านี้ ครอบครัวได้บอกเขาถึงความเจ็บปวดที่พวกเขารู้สึกจากการสูญเสียเด็ก และมีความสุขเมื่อเด็กพวกเขาได้กลับมา
เครก คิลเบอร์เกอร์ และฟรี เดอะ ชิลเดรน ได้ช่วยสร้างกระบวนการที่รับรองพรมนำเข้าผลิตโดยไม่ใช้แรงงานเด็ก การกระทำของพวกเขาได้กระตุ้นบริษัทเครื่องกีฬาอเมริกันหลายบริษัทไม่ยอมซื้อและขายลูกฟุตบอลล์เย็บโดยเด็กภายในปากีสถาน

เรามีวีรบุรุษน้อยคนที่เรื่องราวต่อเนื่องบันดาลใจจนโลกได้สิ้นสุดลง การต่อสู้อย่างเข้มแข็งต่อต้านแรงงานเด็กและแรงงานทาสไม่สามารถถูกกล่าวถึงโดยไม่พูดถึงชื่อของอิกบอล มาซี ก่อนมาลาลา ยูซาบไซ เรามีไกลาส สัตยาธิ และอิกบอล มาซี เมื่อ ค.ศ 1990 ไกลาส สัตยาธิ กำลังเป็นบุคคลสำคัญที่ปรากฎขึ้นภายในขบวนการต่อต้านแรงงานเด็ก ปัจจุบันนี้การเดินขบวนทางไกลของเขาได้ถูกยกย่องด้วยรางวัลโนเบลที่เขาร่วมอย่างเท่าเทียมกับมาลาลา ยูซาบไซ แต่ไม่มีใครควรจะลืมอิกบอล มาซี เด็กชายชาวปากีสถานที่บันดาลใจพวกเขาทั้งสอง การหลบหนีจากแรงงานเด็กเมื่ออายุ 10 ปี และจากนั้นได้ถูกยิงเสียชีวิตเมื่ออายุ 12 ปี ภายในบ้านเกิดของเขา การลอบสังหารของอิกบอล ได้เปลี่ยนโลกเพื่อเด็ก อิกบอล มาซี ได้ถูกฆ่าเมื่อ 16 เมษายน 1995 ภายหลังไม่นานกลับจากการเดินทางไปอเมริกา งานศพของเขามีผู้เข้าร่วมไว้อาลัยมากถึง 800 คน “The Little Hero” เป็นหนังสือที่ได้ส่องแสงบนมรดกของเขา
อิกบอล มาซี เป็นต้นตอยิ่งใหญ่ที่สุดของแรงบันดาลใจเบื้องหลังการก่อตั้งหลายองค์การเหมือนเช่น เดอะ ฟรี ชิลเดรน การกุศลของคานาดา และอิกบอล มาซี ชาฮีด ชิลเดรน ฟาวเดชั่น ได้เริ่มต้นมากกว่า 20 โรงเรียนภายในปากีสถาน
เมื่อ ค.ศ 2009 รัฐสภาอเมริกาได้สร้างรางวัลอิกบอล มาซี ประจำปี เพื่อที่จะให้เกียรติอิกบอล มาซี ต่อการกำจัดแรงงานเด็ก แม้แต่ไกรลาส สัตยาธิ ผู้ชนะรางวัลโนเบล จากการป้องกันแรงงานเด็ก ได้เอยชื่อของอิกบอล มาซีภายในคำปราศัยอำลาของเขา
เด็กคนหนึ่งสามารถช่วยชีวิตโลกได้อย่างไร อิกบอล มาซี ได้เริ่มต้นภายในโลกเหมือนกับเด็กปากีสถานอื่นหลายคน เขามีครอบครัว หลังคาอยู่บนหัวและอาหาร เขาต้องการอะไรมากกว่านี้ แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่ออายุ 4 ปี ครอบครัวของเขาได้ขายเขาเป็นทาสด้วยเงิน 600 รูปี เพื่อที่จะรับภาระการแต่งงานของพี่ชายของเขา อิกบอล มาซีได้ถูกบังคับให้ทำงานจนหนี้สินได้ถูกชำระ
อิกบอล มาซี เป็นเด็กที่กล้าหาญ สัญลักษณ์ของการต่อสู้ต่อต้านแรงงานเด็ก “ไม่มีเด็กเลยควรจะเคยใช้เครื่องมือทำงาน เครื่องมือทำงานอย่างเดียวเท่านั้นที่เด็กควรจะใช้คือ ปากกาและดินสอ” นี่คือข้อความที่ดังก้องไปทั่วโลก อิกบอล มาซี ได้กลายเป็นนักประชาสัมพันธ์แก่สิทธิของเด็ก การต่อสู้เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านแรงงานเด็ก ภายในจิตวิญญานของวันสิทธิเด็กระหว่างประเทศ เราได้ให้เกียรติวีรบุรุษตัวเล็กแต่ยิ่งใหญ่นี้ เขาเกิดเมื่อ ค.ศ 1983 ภายในหมู่บ้านของปากีสถาน ครอบครัวของเขาได้ดิ้นรนกับความยากจน ขายเขาไปยังผู้ผลิตพรมเพื่อยุติหนี้สินเล็กน้อย
อิกบอล มาซี เป็นวีรบุรุษของเรา เพราะว่าเขามีการกระทำอย่างกล้าหาญในนามของแรงงานเด็กและแรงงานทาสภายในปากีสถานและทั่วโลก แม้ว่าชีวิตของเขาจะสั้น ความลุมหลงและถ้อยคำทรงพลังของเขาได้กระตุ้นบุคคลจำนวนมากที่แสวงหาอิสรภาพ และบันดาลใจไปทั่วโลกที่จะร่วมภายในความพยายามของเขา องค์การหนึ่ง ฟรี เดอะ ชิลเดรน ได้เริ่มต้นโดยคนหนุ่มชาวคานาดาชื่อ เครก คีลเบอร์เกอร์ ที่ได้ยินเรื่องราวของอิกบอล มาซี
เนื่องจากเรื่องราวที่มีพลังของเขา อิกบอล มาซี ได้เริ่มต้นไปเยี่ยมประเทศอื่น
การเพิ่มความตระหนักของแรงงานทาส และการสนับสนุนต่ออิสรภาพของพวกเขา ทุกที่เขาได้บันดาลใจบุคคลอื่นโดยเฉพาะเด็ก เพื่อการมีส่วนร่วมภายในภารกิจของการยุติแรงงานทาส ครั้งหนึ่งเมื่อเขาอยู่ภายในอเมริกา เขาได้ถูกถามทำไมเขาต้องการกลับไปปากีสถาน เมื่อเขารู้ถึงอันตรายต่อชีวิตของเขา เขาได้ตอบสนองอย่างกล้าหาญกล่าวว่าภารกิจของเขาสำคัญกว่าชีวิตของเขา
และด้วยชีวิตของเขาที่เขาต้องจ่ายราคาต่อการยืนหยัดความเชื่อของเขา เขาเพิ่งจะมีอายุ 12 ปี อิกบอล มาซี ได้กล่าวว่า “ผมต้องการทำสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์น ทำ ผมจะทำมันภายในปากีสถาน” ภายหลังการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อับราฮัม ลินคอล์น ได้ทำภายในอเมริกา อิกบอล มาซื ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงภายในปากีสถาน เขาต้องการกลายเป็นนักกฏหมายที่จะปลดปล่อยทาส
อิกบอล มาซี โกรธมากที่เด็กทำงานอย่างทาสภายในปากีสถาน เขาต้องการช่วยยุติการเป็นทาสภายในประเทศ เขาได้เข้าร่วมกับบีแอลแอลเอฟของปากีสถานที่กำลังต่อสู้ต่อต้านการเป็นทาสอยู่แล้ว เขาได้ให้ความรู้แก่บุคคลเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอยู่ภายในโรงงาน เขาได้ทำการปราศัยภายในสาธารณะบอกกล่าวบุคคลเกี่ยวกับการเป็นทาส แม้ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อเขา เนื่องจากเขาได้พยายามจะปลดปล่อยแรงงานเด็ก อิกบอล มาซี จะเป็นเป้าต่อนักเลง ผู้ให้กู้เงิน และเจ้าของโรงงานที่ใช้ทาสทำเงินอย่างมากมาย ในที่สุดอิกบอลได้ถูกฆาตกรรมเมื่อเขามีอายุ 12 ปี
ภายในปากีสถาน อิกบอล มาซี สามารถแสดงความกล้าหาญอย่างมากภายในสถานการณ์ที่น่ากลัวมากที่สุด ในฐานะสมาชิกของบีแอลแอลเอฟ เขาได้ทำทุกอย่างที่จะต่อต้านการเป็นทาสของเด็ก แม้ว่าชีวิตของเขาจะเสี่ยงภัยก็ตาม
เรื่องราวของอิกบอล มาชิ จะน่าเศร้าสลด เขาได้ถูกขายเป็นทาสด้วยจำนวนเงินไม่ถึงเจ็ดเหรียญ มาชิอายุห้าปีได้สูญเสียอิสรภาพของเขา ความเป็นเด็กของเขา และสุขภาพของเขา
อิกบอล มาซี ได้กลายเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านแรงงานเด็ก เขาได้เสี่ยงภัยหลายครั้ง การแสร้งทำเป็นคนงานโรงงาน เพื่อที่เขาสามารถได้ข้อมูลจากเด็กทำงานที่นี่ เขาได้ช่วยปลดปล่อยแรงงานเด็กจากการเป็นทาส 3,000 คนภายในโรงงานสิ่งทอและอิฐ เขาได้กลายเป็นนักพูดที่ดีมาก เขาได้เริ่มต้นการพูดกับผู้มาเยี่ยมระหว่างประเทศ เช่น นักข่าวและนักเคลื่อนไหว

Cr : รศ สมยศ นาวีการ

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *