INEWHORIZON

ขอบฟ้าใหม่

มีเหตุผลอะไร“ทรัมพ”ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

สบาย สบาย สไตล์เกษม

เกษม อัชฌาสัย

มีเหตุผลอะไร“ทรัมพ”ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

จนกระทั่งป่านนี้แล้ว ประธานาธิบดี”โดนัลด์ ทรัมพ์”ก็ยังไม่ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ ผลการเลือกตั้งตามธรรมเนียมที่ควรจะเป็น พร้อมแสดงท่าทีไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจ แม้”ว่าที่”ประธานาธิบดี”โจ ไบเดน”จะประกาศเดินหน้าทำงานไปแล้ว โดยเฉพาะในด้านการต่อต้านการแพร่ระบาดของ”โควิด 19” ที่คุกคามชีวิตคนอเมริกันมากขึ้นทุกๆวัน จากผลพวงความดันทุรังไม่เชื่อหมอของ”ทรัมพ์”

 

การดื้อแพ่งนี้ เกิดขึ้นพร้อมๆกันกับที่อัยการสูงสุดสหรัฐ”วิลเลียม บาร์”มีหนังสือถึงอัยการของทุกๆรัฐให้ตั้งข้อกล่าวหาได้ ในกรณีที่มีการร้องเรียนว่า มีข้อมูลเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยอัยการในหลายรัฐ (ในบางรัฐถึงกับลาออกประท้วง)แม้การประเมินผลเลือกตั้ง(นับคะแนนไปแล้ว ๙๕ %)อย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๐๒๐ ตามเวลาในสหรัฐ ปรากฏว่าผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” ชนะผู้รักษาตำแหน่ง”โดนัลด์ ทรัมพ์” ด้วยคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอยู่ที่ ๒๗๙ ต่อ ๒๑๔ เสียง เกินเกณฑ์ชนะ ๒๗๐ เสียง ที่ ๙ คะแนนด้วยกันก็ตามที

 

ในช่วงที่”โจ ไบเดน”ประกาศชัยชนะที่เมือง”วิลลิงตัน”รัฐเดลาแวร์เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน หลังรู้ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของรัฐเพนซิลเวเนีย ว่าจะสร้างความสมานฉันท์ขึ้นในชาติโดยไม่แยกเขาแยกเรานั้น “ทรัมพ์”ไปออกรอบกอล์ฟอยู่ที่ “ทรัมพ์ เนชันนัล กอล์ฟ คลับ” ที่เมือง”สเตอร์ลิง”รัฐเวอร์เนีย ( ขับรถไปจากทำเนียบขาวเพียงไม่กี่ไมล์ก็ถึง)

ที่นั่น”ทรัมพ์”ไม่พูดจาอะไร ว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รับรู้กับการแถลงของ”ไบเดน” แม้ก่อนหน้านี้เขาจะพูดว่า”ถ้า”ไบเดน”ประกาศชัยชนะ ก็จะประกาศด้วย”ก็ตาม

 

หลังจากนั้น ทางพรรครีพับลิกันก็มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

โดยเฉพาะจากผู้นำเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา(วุฒิสมาชิก”มิตช์ แม็ค คอนเนล”)และผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.เควิน แม็คคาร์ธีย์)ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า” ทรัมพ์”ไม่ควรยอมแพ้

 

โดยเฉพาะ“มิตช์ แม็คคอนเนล”ในฐานะผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา สังกัดพรรครีพับลิกัน รัฐเคนตักกี ออกมาหนุน”ทรัมพ์”ที่พยายามคัดค้านผลการเลือกตั้งโดยอาศัยศาลสั่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ ๑๐๐ % การให้ศาลสั่งเพื่อนับคะแนนใหม่จึงสามารถกระทำได้

“แม็คคอนเนล”แถลงในรายละเอียดประกอบเหตุผลดังนี้ครับ

“ยังไม่มีรัฐใด(ใน ๕๐ รัฐ)รับรองผลการนับคะแนนนี้อย่างเป็นทางการว่า อย่างน้อยก็มีหนึ่งหรือสองรัฐที่อยู่ในขบวนการนับคะแนนใหม่ ผมเชื่อว่า ประธานาธิบดีมีหนทางร้องเรียนต่อศาลได้

อย่างน้อยก็ในห้ารัฐ การนับคะแนนก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ในสหรัฐทุกบัตรคะแนนที่ถูกกฎหมาย สมควรผ่านการนับ ที่ผิดกฎหมายก็ไม่ต้องนับ ขบวนการนับสมควรโปร่งใส่ ทุกฝ่ายสมควรสังเกตการณ์ได้ ศาลสมควรยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง ประธานาธิบดีมีสิทธิ ๑๐๐ % ที่จะร้องขอว่า อาจมีการทำผิดกฎ เพื่อสร้างดุลถ่วงสำหรับทางเลือกด้านกฎหมาย”

ก็ไม่รู้ว่าการทักท้วงของ”แม็คคอนเนล”จะปรากฏผลออกมาอย่างไร จะมีการร้องเรียนต่อศาลเพิ่มเติมหรือไม่และที่สำคัญศาลจะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐไหนอีกหรือไม่

วัตถุประสงค์สูงสุดของ”ทรัมพ์”คืออะไร ในการให้นับคะแนนใหม่

ตอบว่า เป้าหมายคือ“หวัง”จะพลิกชนะในรัฐหนึ่งรัฐใด โดยเฉพาะใน”รัฐสมรภูมิ” (Battling state)อันหมายถึงรัฐที่คะแนนคู่คี่ ซึ่งจะส่งผลให้”ทรัมพ์”ได้คะแนน “คณะผู้เลือกตั้ง”หรือ Electoral vote กลับคืนมา ทำให้เขาได้”คณะผู้เลือกตั้งครบ ๒๗๐ เสียง สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้อีกสมัยหนึ่ง

ถามว่า โอกาสที่”ทรัมพ์”จะพลิกได้คะแนนกลับคืนมานั้น มีมากน้อยแค่ไหน ผมตอบได้เลยว่า “ไม่น่าจะมี”ครับ

ทั้งนี้ เพราะในการนับคะแนน popular vote ล่าสุดของสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๐๒๐ เวลา ๑๖.๐๐ น.(เวลาภาคตะวันออกของสหรัฐ) “ไบเดน” โดย”ทรัมพ์”อยู่ที่ ๗๖,๔๐๘,๖๖๒  หรือ ๕๐.๘ % ต่อ ๗๑,๔๙๕,๗๕๖ หรือ ๔๗.๕% (และทิ้งห่างอยู่ทุกขณะตามเวลาที่ผ่านไป) ซึ่งนับว่าชนะชนิดที่ถล่มทลายอยู่

การที่จะได้คะแนนพลิกกลับ ดูจะเป็นความหวังอันรางเลือนยิ่งและยิ่งทำให้คนทั่วๆ ไปเริ่มคิดว่า นอกจากความดันทุรังที่จะเอาชนะตามแบบฉบับแล้ว “ทรัมพ์”ยังมีความลับอะไร ซ่อนอยู่เบื้องหลังมากมายหรือเปล่า(เช่นเรื่องการเสียภาษี) จึงต้องเอาชนะให้ได้หากเขาไม่ได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่ ๒

อย่างไรก็ตามการดำเนินการนี้ ก็จะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๐๒๐ ตามรัฐบัญญัติ Electoral count act ซึ่งกำหนดเส้นตาย ให้ยุติการขัดแย้งถกเถียงกันในเรื่องนี้

จากนั้น ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๐๒๐ ผู้เลือกตั้ง หรือ The elector ก็จะมีการประชุมเรียงกันแต่ละรัฐ เพื่อลงคะแนนอย่างเป็นทางการ เลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี

ต่อจากนั้นในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๐๒๑ ก็คาดว่า(หากไม่มีอะไรผิดพลาด)”โจ ไบเดน”และ”กมลา แฮร์ริส”จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ตามลำดับ

เรื่องของเรื่อง ก็เป็นดั่งนี้แล..

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *